"ครับ" เมื่อรู้ชะตาอยู่แล้วเขาจะหักใจปฏิเสธการแต่งงานที่มีผลกับความเป็อยู่ของครอบครัวของเขาได้อย่างไร
"โถ่ วิลเลียมของแม่ไม่อยากให้ลูกไปแต่งงานกับเด็กคนนั้นเลย" หางตาของเธอในยามนี้เปียกชื้นไปด้วยหยาดน้ำตา หากไม่ใช่เพราะ เฟรเดอริคส์ เกรซ ผู้นั้นวิลเลียมของเธอคงจะไม่ต้องไปแต่งงานกับชายที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าผู้นั้น
"มาถึงขนาดนี้เราทำได้แค่ยอมรับเท่านั้นเอเรนอร์" ผู้เป็สามีทำได้เพียงแค่โอบภรรยาเอาไว้อย่างหนักอกหนักใจ
ลูกชายของเขาคนนี้สามารถเลือกคู่ครองที่ดีกว่านี้ได้ หากไม่ใช่ว่าทายาทตระกูลเอริดอฟแต่งงานไปแล้ว พวกเขาอาจได้ดองกับครอบครัวที่มั่งคั่งที่สุดในเมืองนาฟรี่ย์และไม่ตกเป็เบี้ยของตระกูลเกรซเช่นนี้
"หมอนั่นมีหัวนอนปลายเท้าหรือเปล่าก็ไม่รู้ จะปล่อยให้พี่แต่งงานได้อย่างไรครับพ่อ" เนื่องจากวิลสันอายุยังน้อย เขาจึงเอ่ยไปตามที่ตนคิดอย่างไร้เดียงสา
เขาไม่เคยรู้จัก สตีเฟ่น เกรซ และคนคนนี้ก็ไม่ได้อยู่ในแวดวงสังคมชั้นสูงดังนั้นเขาจึงไม่เห็นด้วยที่พี่ชายจะต้องไปแต่งงานกับชายคนนั้น
"เงียบน่าวิลสัน ถึงอย่างไรเขาก็เป็ทายาทคนเดียวตระกูลเกรซ แกอย่าลืมเด็ดขาดว่าหุ้นทั้งหมดของเราในตอนนี้เป็ของตระกูลเกรซ" การเอ่ยถึงทายาทตระกูลเกรซในบ้านนั้นไม่ใช่เื่ร้ายแรงอันใด แต่เมื่อใดก็ตามที่ลูกชายเอ่ยถึงชายหนุ่มคนนั้นนอกบ้านมันคือการสร้างศรัตรูที่อยู่เหนือกว่าพวกเขา
ตระกูลเกรซนั้นเป็เ้าของธนาคารที่มีสาขามากที่สุดในประเทศพวกเขามีอำนาจเงินมากพอที่จะตีกลอบให้ตระกูลฟลอรัลน์เหลือแต่ตัวได้ อีกทั้งในยามนี้คงที่จะถืออำนาจนั้นก็คือทายาทเพียงคนเดียวที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าผู้นั้น
วิลเลียมเข้าใจความคิดของน้องชายดีในใจลึกๆ เขาพอใจที่วิลสันพูดเื่นี้แทนตน ตัวเขาเองก็หวาดหวั่นไม่แพ้กัน เขาประพฤติตัวดีมาตลอดเพื่อที่จะหาคู่ครองที่ดีให้กับตนเอง แต่มายามนี้ความพยายามของเขาทั้งหมดกลับสูญเปล่าเพียงเพราะเล่ห์กลของชายที่ไร้ลมหายใจผู้นั้น ใจของเขาไม่ยินยอมที่จะต้องแต่งงานกับคนผู้นั้นเป็อย่างยิ่งแต่เขาจำยอมที่จะต้องทำเพื่อรักษาความมั่งคั่งของตระกูลฟลอรัลน์
ไม่ว่าเขาอยากจะปฏิเสธการแต่งงานนี้เช่นไรแต่ความจริงที่ว่าหุ้นทั้งหมดจะถูกโอนเป็ชื่อของตระกูลฟลอรัลน์ทันทีที่เขาเซ็นชื่อลงบนทะเบียนสมรสนั้นกลับเป็หมุดที่ตอกอยู่บนหลังของเขา
ในยามนี้ตัวเขามีแค่สองทางเลือกเท่านั้น ทางหนึ่งคือปฏิเสธข้อเสนอนี้แล้วสถานะของครอบครัวจมลงสู่ก้นมหาสมุทร หรือตอบตกลงเพื่อให้ทุกอย่างกลับมาเข้าร่องเข้ารอยอีกครั้ง
หากว่าปฏิเสธการแต่งงานนี้เขาก็จะไม่สามารถมีจุดยืนในแวดวงและไร้ซึ่งอำนาจที่จะเลือกคู่ครองไปด้วย ตัวเขาไม่อาจผลักตนเองลงไปสู่หุบเหวนั้นได้แม้ว่าตัวเขาในยามนี้จะไม่อาจรักษาอำนาจที่จะเลือกคู่ชีวิตที่เหมาะสมให้กับตนเองได้ก็ตาม
"ที่ผมทำทั้งหมดก็เพื่อเราครับพ่อ" เขาไม่อยากจะให้ทุกคนในครอบครัวล่มสลายไปพร้อมกัน ยามน้องชายของเขาที่ถูกระบุว่าสามารถทำหน้าที่เป็ผู้นำตระกูลต่อจากพ่อได้นั้นยังเรียนมหาวิทยาลัยไม่จบ ตัวเขาจะลงมือทำลายอนาคตของวิลสันได้อย่างไรกัน
"ดี ลูกคิดได้แบบนั้นก็ดีส่วนทางตระกูลวิลสตันพ่อจะไปคุยกับพวกเขาเอง" เมื่อลูกชายตัดสินใจเช่นนี้ ในใจของเขาก็อดที่จะขื่นชมความเด็ดเดี่ยวของบุตรชายคนโตไม่ได้
สมแล้วที่ลูกของเขาคนนี้ถูกยกให้เป็ดวงดาวที่อยู่เหนือดาราทั้งมวลของเมืองนาฟรี่ย์
"แต่ว่าตระกูลวิลสตันเป็นักการเมืองจะไม่เป็อะไรจริงๆ เหรอคะคุณ" เมื่อนึกถึง โรเบิร์ต วิลสตัน ชายผู้สมบูรณ์แบบผู้นั้นเธอก็อดที่จะเสียดายลูกเขยดีๆ เช่นนั้นไม่ได้
หากพวกเขาได้ดองกับตระกูลวิลสตันจริงๆ กิจการของพวกเขาก็คงจะรุ่งเรืองมากกว่านี้ น่าเสียดายที่ทุกอย่างพังไม่เป็ท่าเพราะแผนการณ์อันน่ารังเกียจของ เฟรเดอริคส์ เกรซ
"ไม่หรอก ผมพอจะรู้ว่าต้องทำอย่างไร" สำหรับเขาแล้วตระกูลวิลสตันไม่ได้รับมือยากถึงเพียงนั้น เนื่องจากั้แ่ต้นจนจบเด็กทั้งสองเพียงแค่ออกเดทกันเท่านั้นและยังไม่ได้มีสัญญาหมั้นหมายอันใด ดังนั้นหากเขามีเหตุผลที่ดีพอ ตระกูลวิลสตันย่อมต้องเข้าใจความลำบากใจของเขาเป็แน่