มิปรารถนาเป็นเซียน ไยเป็นเซียนแล้วต้องขี้หึงทุกวันเล่า (BL) (จบ)

    เล่มที่ 2 บทที่ 40 ไม่ประสีประสาเรื่องความรัก

            เขาได้รับความช่วยเหลือจากอี้จื่ออีซึ่งคิดวิธีให้เข้าไปปะปนในจวนอัครเสนาบดีอีกครั้งแม้ว่าจะใช้สถานะของคนรับใช้ชั่วคราวทว่ารูปลักษณ์ในปัจจุบันของเขาเคยถูกเปิดเผยมาก่อนพลังวิญญาณของฉิงชางจวินในฐานะราชาผีก็ถูกตี้จวินริบไปจนเกลี้ยงไม่อาจกลับไปยังปรโลกและไม่อาจฝึกฝนกลับมาได้อีกเพียงฝึกฝนได้แบบมนุษย์ธรรมดาเท่านั้น แม้ว่าจะผ่านไปกว่าร้อยห้าสิบปีแล้วทว่าช่วงปีแรกเพียงบ่มเพาะวิญญาณก็ใช้เวลาไปไม่น้อยอีกทั้งหลี่อวิ๋นเฉินเป็นผู้ที่ไม่มีรากฐาน เวลานี้ การฝึกฝนทางวิญญาณจึงธรรมดาไม่อาจทำเรื่องอย่างการเปลี่ยนรูปลักษณ์ด้วยความองอาจได้ทางเลือกสุดท้าย...จึงทำได้เพียงปลอมตัว

           ส่วนวิธีการปลอมตัวอย่างไรนั้นช่างน่าปวดศีรษะใบหน้าขององค์ชายเฉินสง่างามและสูงส่ง ดูสะดุดตาท่ามกลางฝูงชนการติดเคราและรอยแผลเป็นอาจเป็นการดึงดูดความสนใจสุดท้ายแล้วเขาอยู่ในจวนอัครเสนาบดีมาสองสามวันแล้วมีคนมากมายจึงกลัวว่าอาจมีใครที่สายตาแหลมคมมองทะลุ ดังนั้นอี้จื่ออีจึงแนะนำว่าควรแต่งกายเป็นสตรี!

           อาจเป็นเพราะการเจ็บป่วยขององค์ชายเฉินในช่วงปีแรก เขาไม่สูงนัก ร่างเพรียวบางผิวพรรณขาวผ่อง การปลอมเป็นสตรีจึงดูไม่ขัดตา นอกจากนี้คาดว่าเหล่าคนในสำนักเต๋าต่อให้คิดจนสมองทำงานหนักอาจคาดไม่ถึงว่าฉิงชางจวินผู้ยิ่งใหญ่เป็นที่น่าเกรงขามไปทั่วทั้งสามโลกจะเปิดกว้างเช่นนี้และคงไม่สงสัยมาจนถึงตรงนี้

           เมื่อเจียงเฉิงเยว่มาถึง อี้จื่ออีแต่งหน้าให้เขาด้วยตนเอง มีการแต่งหน้าทาแป้งเขียนทั้งคิ้วและดวงตา การแต่งหน้าช่างหยาบนักทว่าสามารถปกปิดใบหน้าดั้งเดิมของเขาได้บางส่วนอีกทั้งการออกแรงแต่งหน้าหยาบเช่นนี้ก็สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่เป็น‘สาวใช้หยาบกระด้างหลอกเข้าตระกูลร่ำรวย’ ได้อย่างสมเหตุสมผล

            เป็นไปดังคาดคนรับใช้ชราไม่ได้สงสัย เจียงเฉิงเยว่จึงรีบกล่าว “ลุงจาง ข้าไปส่งแทนท่านเอง”ลุงจางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ฉิงชางจวินรีบยิ้มโปรยเสน่ห์พลางเกลี้ยกล่อม“ท่านวางใจเถิด หากส่งถึงที่แล้วข้าจะไป จะไม่ให้มีอะไรผิดพลาด”

            คนรับใช้ชรายังคงแคลงใจทว่าเมื่อเห็นเครื่องสำอางหนาเตอะบนหน้าเขา พลันเกิดประกายความคิดในทันทีโดยคิดว่านี่คือมารยาที่จะอาศัยผิวพรรณและรูปร่างเพื่อให้อยู่ดีกินดีต้องการเทียวไปเทียวมาต่อหน้าเจ้านายเพื่อกอบโกยความมั่งคั่ง ทันใดนั้นคนรับใช้ชราก็ยิ้มคลุมเครืออย่างมุ่งร้ายเล็กน้อย เพียงบอก“ไม่ใช่ว่าไม่ได้...แต่เจ้าต้องเว้นระยะสักหน่อย หากส่งของแล้วก็ไปเสียอย่าทำให้ข้าลำบาก”

            ฉิงชางจวินที่น่าสงสารไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่หากรู้เข้าคาดว่าอาจต้องกระอักเลือดเป็นแน่จากนั้นเขารีบกล่าวขอบคุณด้วยแววตาเป็นประกาย ยกถังทั้งสองใบอย่างสบายๆเดินไปในสวนชิงหลานอย่างกระฉับกระเฉงและร่าเริง

           เมื่อเห็นว่าผลแห่งชัยชนะอยู่ตรงหน้าแล้วขอเพียงสัมผัสถึงห้องนอนของอัครเสนาบดีหลิวและติดยันต์เนตรพันลี้เพื่อสอดส่องในห้องอาบน้ำก็จะสามารถเห็นอัครเสนาบดีหลิวกำลังอาบน้ำหลังจากนั้นเข้าไปตรวจสอบว่ามีตราคำสาปร้อยผีกลืนใจบนร่างของอีกฝ่ายหรือไม่เจียงเฉิงเยว่รู้สึกตื่นเต้นมากขึ้นกำลังจะเดินผ่านนอกชานพักที่ห้องนอนของอัครเสนาบดีทันใดนั้นอีกด้านหนึ่งกลับมีนางข้าหลวงในจวนที่อายุพอๆกันที่ดูดุร้ายเดินมาจากอีกด้านหนึ่ง

           เมื่อนางข้าหลวงคนนั้นเห็นเขาเดินผ่านกลับพูดเสียงดัง “เจ้า!สาวใช้ร่างใหญ่คนนั้น!”

           เจียงเฉิงเยว่ทำเป็นไม่ยิน เร่งความเร็วฝีเท้า

           “เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้!!!” อีกฝ่ายตะโกนเสียงดัง

           ฉิงชางจวินทอดถอนใจภายในใจ จำเป็นต้องหยุดเดิน หันกลับมาแล้ววางถังลงเขายิ้มเลียนแบบสตรี ย่อตัวลงอย่างสง่างาม

            อีกฝ่ายตวาดถาม“ทำอะไรน่ะ?”

            เจียงเฉิงเยว่ตอบ“เอาน้ำร้อนไปส่ง”

           นางแค่นเสียงอย่างเย็นชา “ไม่ใช่ว่าลุงจางมาส่งตลอดหรอกหรือ? ข้างในน้ำเต็มแล้ว ไม่จำเป็นต้องส่งอีกเจ้าเอาน้ำสองถังนี้ไปที่เรือนโยวเหอเสีย”

           หัวใจของเจียงเฉิงเยว่พลันหนาวเหน็บ

           เขาอยู่ในจวนมาสองวันแล้ว จึงรู้โดยธรรมชาติว่า ‘เรือนโยวเหอ’ เป็นสถานที่เช่นไรที่แห่งนั้นเป็นเรือนโยวเหอที่ฮูหยินชีภริยาอันเป็นที่รักของอัครเสนาบดีอาศัยอยู่ในจวนเจียงเฉิงเยว่รู้ตัวตนของอีกฝ่ายทันทีนางต้องเป็นสาวใช้ที่ได้รับความโปรดปรานอยู่ข้างกายฮูหยินชีไม่อย่างนั้นจะกล้าเอะอะโวยวายนอกประตูห้องนอนของอัครเสนาบดีได้อย่างไร

           “นี่...ลุงจางสั่งให้ข้าไปส่งที่ห้องนอนของอัครเสนาบดี”เจียงเฉิงเยว่บอกอย่างไม่เต็มใจ

           ใบหน้าของสาวใช้ผู้นั้นมืดลงเมื่อได้ยินถ้อยคำ นางยังคงแค่นเสียงเย็นชา“ช่างมารยายิ่งนัก อย่าคิดว่าพี่สาวไม่รู้ว่าแผนของเจ้าคืออะไร!ข้าบอกให้เจ้าไปเรือนโยวเหอก็ต้องไปเรือนโยวเหอ!หากกล้าฝ่าฝืนจงระวังชีวิตเลือดเนื้อของเจ้าไว้ให้ดี เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะเปิดโปงเจ้าเสีย!”

           เจียงเฉิงเยว่ตะโกนอยู่ในใจว่าช่างโชคร้ายเขาทำได้เพียงกัดฟันยกน้ำร้อนสองถังเดินตามหลังสาวใช้ไปยังเรือนโยวเหอ

           เมื่อไปถึงเรือนโยวเหอกลับเห็นว่าไม่มีใครอยู่ในลานสาวใช้พาเจียงเฉิงเยว่ตรงเข้าไปในห้องด้านในก่อนสั่งให้เขาเทน้ำร้อนลงในอ่างอาบน้ำ

           ทันทีที่เข้าประตู ฉิงชางจวินตกตะลึงจนอ้าปากค้างสิ่งที่ตกตะลึงไม่ใช่เพราะอ่างอาบน้ำแต่เป็นฮูหยินชีที่กำลังอาบน้ำอยู่ในอ่างเวลานี้ ภายใต้ไอน้ำที่หนาแน่นร่างหยกของสาวงามที่มองเห็นเพียงเลือนรางทำให้ใบหน้าของฉิงชางจวินขึ้นสีแดงเล็กน้อย เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสงบสติอารมณ์หลุบตามองที่ปลายเท้าของตนเอง เพราะอย่างนั้นจึงมองเห็นเพียงขอบอ่างจากหางตาแล้วถึงเริ่มเทน้ำร้อนลงไปทั้งหมด

            ภายในห้องเต็มไปด้วยความร้อนชื้นและกลิ่นหอมบรรยากาศคลุมเครืออย่างยิ่ง

           เมื่อเทน้ำเสร็จเขากำลังจะกล่าวลาทว่าสาวงามในอ่างอาบน้ำกลับเอ่ยด้วยเสียงหยาดเยิ้ม “ช้าก่อน”

           เจียงเฉิงเยว่ก้มศีรษะลง จ้องปลายเท้ายืนอยู่ที่เดิม เฝ้ารอคำสั่งอย่างเงียบงัน

           ฮูหยินชีนิ่งไปนานก่อนถามด้วยรอยยิ้ม “เจ้าเข้าจวนมาใหม่ใช่หรือไม่?”

           เจียงเฉิงเยว่ตอบด้วยความซื่อสัตย์อย่างสุภาพ “เรียนฮูหยินเพิ่งได้รับคัดเลือกเข้ามาเมื่อไม่กี่วันก่อน”

           สาวงามไม่ออกความเห็นใด ยังคงกล่าวด้วยรอยยิ้ม“ส่งน้ำหอมกลีบดอกไม้ที่วางอยู่ตรงนั้นให้ข้าที”

           เจียงเฉิงเยว่เหลือบไปมองบนม้านั่ง บริเวณด้านข้างของฉากกั้นมีถาดวางไว้อยู่จริงตะกร้าบนถาดมีกลีบดอกไม้สีชมพูจำนวนมาก แม้ไม่รู้ว่าเป็นดอกไม้ชนิดใดทว่าบนถาดมีขวดโหลวางไว้อยู่จึงคิดว่าเป็นอันนั้น เขาก้มศีรษะเดินไปยกถาดมาส่งให้

          เจียงเฉิงเยว่ไม่กล้าเงยหน้ามองกลับเห็นมือเปียกซึ่งทาด้วยน้ำมันทาเล็บสีแดงสดบนนิ้วยื่นออกมารับแล้วฉวยโอกาสนั้นสัมผัสบนฝ่ามือเขาอย่างมีความหมาย เจียงเฉิงเยว่ตกตะลึง ทันใดนั้นเขารับรู้ถึงความผิดปกติ หลังจากหันกลับไปมองกลับพบว่าสาวใช้ที่พาเขาเข้ามาเมื่อครู่หายไปอย่างไร้ร่องรอยแล้วเขาขมวดคิ้วขึ้นมา ไม่สนใจการป้องกันระหว่างบุรุษกับสตรีอีกจ้องมองสาวงามตรงหน้าอย่างเฉียบขาดราวกับต้องการมองทะลุผ่านใบหน้าล่อลวงจิตวิญญาณของนาง

           ฮูหยินชียังคงยิ้มให้เขาอย่างน่าหลงใหล

           เจียงเฉิงเยว่หรี่ตาพร้อมตวาดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “นางปีศาจ มาล้อเล่นกับข้าเช่นนี้ไม่กลัวว่าข้าจะทำให้เจ้าหายไปอย่างนั้นหรือ?”

           ฮูหยินชีระบายยิ้มอย่างมีนัย“ฉิงชางจวินช่างไร้เดียงสาในเรื่องหนุ่มสาวจริงเชียว!”

            เจียงเฉิงเยว่หัวเราะอย่างเย็นชาไม่พูดมากความจากนั้นชูมือขึ้นในอากาศเรียกโม่หลงออกมาให้พุ่งไปหาสาวงามในอ่างอาบน้ำฮูหยินชีลุกขึ้นหลบจนเกิดเสียงน้ำกระเซ็นร่างกายของหญิงสาวเปลือยเปล่าแล้วนิ่งค้างอยู่ในอากาศ จากนั้นหัวเราะแผ่วเบา“ไอ้หยา ฉิงชางจวินช่างไร้รสนิยม ไม่รู้จักรักหยกถนอมบุปผา[1] เอาเสียเลย”

           เจียงเฉิงเยว่ยกยิ้มเย็น โม่หลงพลันกลายร่างเป็นสีควันดำจำนวนนับไม่ถ้วนในทันทีราวกับปลาหลีฮื้อในแม่น้ำที่แหวกว่ายอยู่ในห้องนอนเล็ก ฮูหยินชีหลบไปซ้ายทีขวาทีเมื่อถูกโม่หลงโจมตีเป็นครั้งคราวจึงกลายร่างเป็นภาพมายาจากนั้นควบแน่นอีกครั้งในอากาศ

           เจียงเฉิงเยว่ขมวดคิ้ว หรือว่าจะเป็นภาพมายากัน?

           เขายังไม่ทันได้โต้ตอบกลับมีเสียงของน้ำในอ่างที่เขาเติมจนเต็มแล้วดังขึ้นเขาหันศีรษะกลับไปมองก่อนเบิกตากว้างมองเห็นเถาวัลย์ดอกไม้ที่เหมือนกับหนวดจำนวนนับไม่ถ้วนยื่นออกมาจากในน้ำกำลังมาถึงตรงหน้าเพียงชั่วพริบตา เจียงเฉิงเยว่รีบเรียกโม่หลงกลับมาเป็นรูปทรงดาบเหล็กเล่มหนึ่งที่ฝ่ามือยังไม่ทันได้ฟาดมันลงไปหนวดเหล่านั้นกลับมัดเขากับดาบในมืออย่างแน่นหนาจนไม่อาจเคลื่อนไหวได้หลังจากนั้นเถาวัลย์หนาพันรอบเอวก่อนลากเขาตกลงไปในอ่างอาบน้ำโดยที่เขาไม่ทันได้อุทานออกมา

            ‘ซ่า’

           เจียงเฉิงเยว่กลับรู้สึกราวกับว่าตนเองได้ตกลงไปในก้นบึ้งของทะเลสาบลึกที่กว้างและลึกอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ไม่ว่าเขาจะดิ้นรนอย่างไรก็ไม่อาจสลัดเถาวัลย์ดอกไม้เหล่านั้นออกไปบริเวณหูกับจมูกเกิดฟองน้ำเป็นเสียง ‘บุ๋ง’เขาดิ้นรนที่จะลืมตาอย่างสุดชีวิตแต่กลับเห็นเพียงเงามืดอยู่โดยรอบหน้าอกราวกับถูกทุบด้วยค้อนเหล็กหนักพันจวินเพราะการจมน้ำ เขาดิ้นรนอย่างสุดชีวิตอดไม่ได้ที่จะเผยความกลัวจากหายนะร้ายแรงภายในใจ

           เขารู้ว่าตนเองติดกับดักเข้าเสียแล้ว

           เดิมทีพวกของอีกฝ่ายคงคาดเดามาแล้วว่าฉิงชางจวินจะไม่ยอมรามือและหวนกลับมาอีกครั้งดังนั้น จึงวางค่ายกลไปทั่วทั้งจวนอัครเสนาบดี

           สำนักเต๋าทั่วไปเหล่านั้นเองหรือ เจียงเฉิงเยว่พลันเข้าใจอย่างถ่องแท้ขอเพียงระวังไม่ไปสัมผัสค่ายกลก็ไม่ต้องกังวลอะไร ยิ่งกว่านั้นค่ายกลเหล่านั้นมุ่งเป้าไปที่พลังหยินชั่วร้ายเป็นส่วนใหญ่ แม้ว่าตนจะเป็นวิญญาณแต่สุดท้ายแล้วร่างที่อาศัยอยู่เป็นมนุษย์ ดังนั้นโดยปกติจึงไม่ทำให้ค่ายกลตอบสนองอย่างไรก็ตามเขาจะไปคาดคิดได้อย่างไรว่าห้องนอนของภริยาคนโปรดที่ดูเหมือนไม่มีความเกี่ยวข้องอันใดจะเป็นกับดักที่จัดไว้เพื่อรอตนเองอยู่

           เขาเป็นวิญญาณและราชาผี เพราะอย่างนั้นจึงไม่กลัวน้ำแต่ร่างที่มีชีวิตของหลี่อวิ๋นเฉินนี้ไม่ใช่ อีกฝ่ายยังคงเป็นมนุษย์!หรือว่าร่างที่ตนเองอาศัยอยู่จะจมน้ำตายที่นี่ในวันนี้?! เมื่อร่างของหลี่อวิ๋นเฉินเสียชีวิตวิญญาณราชาผีของตนจะถูกขังอยู่อยู่ในศพของอีกฝ่ายตลอดไปไม่ได้รับการปลดปล่อยตลอดกาล

           หลังจากตื่นตระหนกในยามแรก เจียงเฉิงเยว่กลับสงบลงเล็กน้อยเขากำจัดความกลัวที่มีต่อหายนะเหล่านั้น ดวงตาของเขาค่อยๆ ชัดเจนขึ้นอย่างแรกคือจับโม่หลงในมือ โม่หลงลงไปในน้ำจึงให้ความหมายว่า ‘ราวกับปลาได้น้ำ’อย่างแท้จริง เมื่อเกิดเสียง ‘ฟิ้ว’ พลันกลายเป็นปลาหลีฮื้อสีดำแหวกว่ายออกไปในชั่วพริบตามันสลัดออกจากพันธนาการอย่างรวดเร็ว

           หลังจากนั้นเขารวบรวมสมาธิอีกครั้ง เทพลังวิญญาณทั้งหมดของตนเองไปบนโม่หลง โม่หลงแบ่งปันพลังวิญญาณกับเขา ทั้งยังอยู่ในน้ำอานุภาพจึงเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากกลายเป็นดาบคมฟาดฟันเถาวัลย์ดอกไม้ที่พันธนาการเจียงเฉิงเยว่เอาไว้ไม่กี่ครั้งครู่ต่อมาเจียงเฉิงเยว่บังคับให้โม่หลงเปลี่ยนเป็นรูปร่างเดิมก่อนพาร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงของตนเองว่ายขึ้นสู่ผิวน้ำ

           เมื่อเขาขึ้นถึงฝั่งอย่างยากลำบาก เขาไม่ทันมีเวลามองไปรอบๆ ว่าตนอยู่ที่ไหนรีบคลานขึ้นไปนอนลงบนฝั่ง โยนร่างหนักๆ ของตนเองไปบนพื้นหญ้า

            เวลาต่อมาเขาค้นพบบางสิ่งที่น่าหวาดผวา ร่างกายของหลี่อวิ๋นเฉินนี้...ไม่หายใจแล้ว!เมื่อครู่ยามอยู่ในน้ำเขาก็พบความผิดปกติ มิน่าเล่าที่แขนขาของตนเองหนักถึงเพียงนี้ ความจริงแล้วคือร่างของหลี่อวิ๋นเฉินจมน้ำและ‘ตาย’ ไปแล้ว!!!

           หลังคนตายวิญญาณจะออกจากร่าง ร่างกายที่ปราศจากวิญญาณย่อมเป็นเพียงกองเนื้อตายไม่เคลื่อนไหวอีก อีกทั้งยังไม่รู้เนื้อรู้ตัว ทว่าหลี่อวิ๋นเฉินนั้นแตกต่างออกไปวิญญาณของเขาตายไปหลายปีก่อนแล้วอย่างสงบซึ่งไปยังปรโลกเพื่อกลับชาติมาเกิดเรียบร้อย ส่วนวิญญาณของเจียงเฉิงเยว่ยังคงถูกตี้จวินกักไว้ในร่างกายของอีกฝ่ายเขาจึงสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วไม่ต่างจากคนทั่วไป อย่างไรก็ตามตอนนี้ร่างของเขาจมน้ำตายไปแล้ววิญญาณของเจียงเฉิงเยว่ออกมาไม่ได้จึงยังสามารถเคลื่อนไหวร่างกายนี้ได้แม้ร่างกายจะตายไปแล้วไม่แตกต่างจากศพอื่น ถึงอย่างนั้นครู่ต่อมาคงส่งกลิ่นเหม็นไปจนถึงเน่าเปื่อยเหมือนกัน

           เจียงเฉิงเยว่ร้อนใจ รีบชกหน้าอกตนเองอย่างรุนแรงหลายครั้งต้องการบังคับให้ร่างกายสำลักน้ำออกมาทว่าร่างกายของหลี่อวิ๋นเฉินกลับส่งเสียงอู้อี้ไม่กี่ครั้ง ไม่มีการตอบสนองยังคงไม่มีลมหายใจ เจียงเฉิงเยว่ลุกขึ้นอย่างเต็มกำลังด้วยความตื่นตระหนกจากนั้นรีบพุ่งเข้าไปในป่าทึบริมฝั่งเพื่อหากิ่งไม้ที่เหมาะกับการปีนพยายามปีนขึ้นไปแบบ ‘เบ็ดทองคำกลับหัว[2]’ พาตัวเองไปห้อยศีรษะและเอาขาชี้ฟ้าบนนั้น รออย่างเงียบงันสักพักร่างกายของหลี่อวิ๋นเฉินพลันรู้สึกคันในโพรงจมูกกับลำคอ หลังจากนั้นไออย่างรุนแรงสำลักน้ำที่สะสมอยู่ในปอดออกมา เริ่มหอบอย่างหนัก

           เจียงเฉิงเยว่ถอนหายใจอย่างโล่งอก แขนขาเริ่มอ่อนแรงจนลื่นตกลงมาจากต้นไม้รู้สึกเจ็บปวดไปทั่วร่าง แขนกับขาอ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรงเขานอนอยู่ที่นั่นอย่างเหยียดหยามตนเองโดยยกข้อมือเพื่อปิดตาพลางรู้สึกเจ็บปวดกระบอกตาขึ้นมา

            เขาใช้เวลากว่าร้อยปีในการบ่มเพาะในเขาฉู่อวิ๋นอย่างเงียบงัน บ่มเพาะวิญญาณเกือบทั้งหมดที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดหลังจากการสังเวยและแผดเผาวิญญาณทว่าการบ่มเพาะพลังวิญญาณกลับไม่อาจฟื้นฟูได้ยามอยู่ที่เขาฉู่อวิ๋นไม่ได้รู้สึกว่าสำคัญอะไรนัก ทว่าเมื่อออกมาแล้วจึงได้รู้ว่าราชาผีผู้ยิ่งใหญ่ผู้ที่ทำให้ทั้งสามโลกสั่นสะท้าน...ไม่มีอีกต่อไปแล้วเด็กหนุ่มที่ทำตามอำเภอใจและไร้สาระในวัยเยาว์ได้ตายไปนานแล้วเหลือเพียงตนเองที่แตกสลายและไร้ความสามารถเช่นนี้ เขารู้สึกอับจนหนทางอยู่เต็มหัวใจ

           เปลี่ยนไปแล้วจะยังมั่นคงได้อีกหรือ จะเป็นไปได้อย่างไรกัน?

           ------------------------

            [1]รักหยกถนอมบุปผา เป็นสำนวน หมายถึง การที่บุรุษเอาใจใส่ ทะนุถนอมสตรีอย่างอ่อนโยน

            [2]เบ็ดทองคำกลับหัว หมายถึง ท่าเตะแบบลูกยิงกลางอากาศในวงการฟุตบอล

    คล้ายกับเรื่องมิปรารถนาเป็นเซียน ไยเป็นเซียนแล้วต้องขี้หึงทุกวันเล่า (BL) (จบ) ที่คุณอ่าน

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367