หลังจากที่ร่ำเรียนเสร็จพวกศิษย์พี่ทั้งเจ็ดคนก็เดินมาส่งศิษย์น้องเล็กที่หน้าหอคัมภีร์โดนมีผู้คุมกฏเฝ้าอยู่ด้านนอกทั้งสองคน
“โชคดีนะที่คราวนี้ท่านอาจารย์ลดโทษให้เ้า ไม่อย่างนั่นเ้าได้คัดพระคัมภีร์จนมือหงิกแน่” ศิษย์พี่ห้าชิงซานบ่นใส่คนที่ยิ้มร่าไม่สนอะไรทั้งสิ้น
“เ้าต้องตั้งใจฝึกวิชาในหอคัมภีร์ให้สำเร็จนะรู้ไหม ถ้าเ้าไม่ผ่านครั้งนี้พวกข้าต้องโดนลงโทษไปด้วยรู้ใช่ไหม” ศิษย์พี่หกหรูซื่อฝาแฝดศิษย์พี่ห้าชิงซานรีบกล่าวบอก
“หากสงสัยอันใดเ้าสามารถบอกผู้คุมกฏให้เรียกศิษย์พี่มาช่วยเ้าได้ อย่าได้กังวลไปขอเพียงเ้าตั้งใจเท่านั้น” ศิษย์สองหลี้จิ้งที่สุขุมเคร่งครัดและเป็ผู้คุมกฏของศิษย์รุ่นนี้ได้บอกกล่าวเตือนศิษย์น้องเล็ก
“ศิษย์พี่เตรียมขนมไว้กินระหว่างสำนึกผิดและฝึกวิชา” ศิษย์พี่สี่เหยี่ยวโย่วผู้โอบอ้อมอารีใจดียื่นขนมแอบใส่ห่อไว้ใส่ซิงเซี่ยน
“ขอบคุณศิษย์พี่สี่มาก ท่านไม่ลืมเลยว่าข้าชอบกินขนมซาวปิ่งของโปรดข้าเลย” เมื่อได้รับขนมของโปรดยิ่งทำให้หน้าตาคนที่ต้องเข้าหอคัมภีร์เพื่อสำนึกผิดนั้นไม่เหลือเค้าความกลัวแต่อย่างใด
“ท่าจะไม่สำนึกผิดแต่อย่างใด เอาเถอะอย่างไงเจ็ดวันนี้พวกข้าคงไม่ต้องคอยปวดหัวกับเ้าอีก รีบเข้าไปเถอะ” ศิษย์พี่สามจางหย่งพูดทำให้คนอื่นๆ พลางหัวเราะไปด้วย
“แหม พวกท่านนี่เห็นข้าเป็ตัวปัญหาซะจริง รู้แล้วๆ ข้าไปก็ได้” ซิงเซี่ยนแอบงอนหน้างอใส่ทุกคนที่หัวเราะเค้า
“เด็กน้อยนี่งอนอีกแล้วตั้งใจฝึกวิชาอย่างที่เหยี่ยวโย่วบอกเถิด” เฉิงอันลูบหัวศิษย์น้องเล็กด้วยความเอ็นดูทำให้คนงอนอารมณ์ยิ้มได้ขึ้นมา
“ตามใจกันเสียจริงแบบนี้ถึงทำอะไรไม่เป็ชิ้นเป็อันตลอด” ศิษย์พี่หกหรูซื่อส่ายหน้ากับการเอาใจเอาอกของศิษย์พี่ใหญ่ที่มอบให้ศิษย์น้องเล็กคนนี้
“ไปเถอะ” ศิษย์พี่รองหลี่จิ้งคนเงียบขรึมตบบ่าน้องหกให้ปล่อยวางกับศิษย์น้องเล็กและโบกมือไล่อีกฝ่ายให้เข้าหอคัมภีร์ไป
เมื่อเดินเข้าไปในหอคัมภีร์เพื่อสำนึกผิดและฝึกฝนตน ซิงเซี่ยนรู้ว่าหากคราวนี้ไม่สามารถผ่านด่านการทดสอบของท่านอาจารย์ไปได้ พวกศิษย์พี่ต้องถูกลงโทษด้วยจึงได้หยิบตำราบำเพ็ญปราณเซียนเพื่อฝึกวิชาย้ายร่างและวิชาเสียงพันลี้ให้ได้ภายได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
อย่างที่เหล่าซือมู่ผิงคิดไว้ไม่มีผิด ขอเพียงซิงเซี่ยนมีความมุมานะก็สามารถบรรลุเป้าหมายได้เพียงแค่สามวันแรกซิงเซี่ยนที่ตั้งใจฝึกปรือก็สามารถวิชาย้ายร่างและวิชาเสียงพันลี้ได้สำเร็จ แต่ด้วยความซุกซนจึงใช้วิชาทดสอบใช้วิชาเสียงพันลี้แกล้งเหล่าศิษย์พี่ที่กำลังหลับในยามค่ำคืนว่าเป็เสียงผี
“ฮือออ ชิงซาน หรูซื่อ เ้าทั้งสองจำเสียงปู่ได้ไหม ฮือออ” เสียงร้องไห้สั่นเครือเหมือนเซียนผู้เฒ่าเผ่ากวางร้องเรียกหลานชายแฝดทั้งสองที่นอนงัวเงียอยู่ในห้อง
“เสียงอะไรเ้าได้ยินไหมชิงซาน” หรูซื่อใตื่นเมื่อได้ยินเสียงเรียกใครบางคนดังข้างหู
“นอนละเมออีกแล้วเหรอหรูซื่อไม่เห็นได้ยินเสียงอะไรเลย” ชิงซานตอบทั้งที่หลับตาอยู่เพราะไม่ได้ยินเสียงอะไร
“ยังไม่ได้ยินปู่เรียกอีก เ้าชิงซานมัวแต่นอนี้เีสันหลังยาว แค่ก แค่ก” คราวนี้เสียงตวาดดังข้างหูชิงซานจนคนที่หลับต้องะโลุกขึ้นจากเตียงแล้วหันมองตามเสียง
“หรูซื่อข้าได้ยินแล้ว” “ใครกันมาเล่นตลกในยามวิกาลแบบนี้” ชิงซานใหันรีหันขวางกวาดสายตามมองไปรอบห้องเพื่อหาต้นเสียง
“ปู่เอง ชิงซาน หรูซื่อไม่ต้องใกลัว ปู่แค่จะมาบอกพวกเ้าบำเพ็ญเพียรให้ปู่บ้าง ตอนนี้ตบะบุญที่ปู่สะสมไว้ใกล้จะหมดแล้ว ปู่ทรมานมากหลานทั้งสองของปู่เ้าต้องบำเพ็ญส่งผลบุญต่อชีวิตอันน้อยนิดให้ปู่ด้วย แค่ก แค่ก โขลก โขลก” เสียงผู้เฒ่ากวางต้นตระกูลของชิงชานและหรูซื่อไออย่างหนัก
“ท่านปู่ท่านไม่สบายเหรอทำไมไม่เห็นมีใครส่งข่าวให้พวกข้าเลย” ชิงซานเอ่ยถามตามเสียงที่ได้ยิน
“คงเป็เพราะพวกพ่อแม่เ้าไม่อยากให้พวกเ้าเป็กังวลกับอาการป่วยของปู่ แค่ก แค่ก” เสียงผู้เฒ่ากวางสั่นสะอื้นและไอไปพร้อมกัน
“พวกข้าต้องทำเยี่ยงไรเพื่อให้ท่านปู่ได้รับผลบุญจากการบำเพ็ญเพียรของพวกข้าทั้งสอง” หรูซื่อคุกเข่าพร้อมชิงซานหันหน้าไปตามเสียงที่ได้ยินตาละห้อย ท่านปู่ที่คอยเลี้ยงดูพวกเค้ามาด้วยความรักกลับมาล้มป่วยเช่นนี้ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องหาทางช่วยท่านปู่ให้จงได้
“ขอเพียงเ้าทั้งสอง คนหนึ่งตีลังกากลับหลังวันละหนึ่งร้อยครั้ง ส่วนอีกคนห้อยหัวจากต้นไม้เพื่อทำสมาธิทุกวันครั้งละหนึ่งก้านธูป หลังจากนั้นให้พวกเ้าว่ายน้ำในสระบัวหิมะพันปีไปกลับห้าสิบครั้งเป็เวลาเจ็ดวัน เช่นนี้แล้วปู่ก็จะได้รับผลบุญจากการบำเพ็ญของเ้าทั้งสอง” เสียงผู้เฒ่ากวางบอกเสียงสั่นครืน
“ขอเพียงช่วยท่านปู่หายป่วยได้ ข้าทั้งสองยินดีทำทุกอย่างเพื่อท่านปู่” เสียงชิงซานและหรูซื่อก้มคำนับเสียงผู้เฒ่า
“หลานรักทั้งสองช่างกตัญญูต่อปู่จริงๆ” เสียงผู้เฒ่ากวางค่อยๆ เลือนหายไป
“พรุ่งนี้เราเริ่มบำเพ็ญเพื่อท่านปู่กันเลยนะชิงซาน” หรูซื่อบอกชิงซานพยักหน้ารับคำ
.....เช้าวันรุ่งขึ้น....
“ชิงซาน หรูซื่อพวกเ้าทำอะไรนะ” เหยี่ยนโย่วศิษย์พี่สี่เห็นศิษย์น้องทั้งสองที่คนหนึ่งเพิ่งตีลังกากลับ ส่วนอีกคนก็ห้อยหัวบนต้นไม้อยู่แล้วใถาม
“พวกข้ากำลังบำเพ็ญเพียรเพื่อช่วยท่านปู่ที่ล้มป่วยอยู่” หรูซื่อบอกขณะที่กำลังถอดเสื้อผ้า ลงสระบัวหิมะพันปีที่มีความหนาวเย็นะเื ก่อนจะะโให้ความอบอุ่นร่างกายก่อนที่จะลงสระบัวที่หนาวเย็น ท่ามกลางความประหลาดใจให้กับเหล่าบรรดาศิษย์พี่น้องทั้งหลายคนที่ยืนอยู่
“ห่ะ! เ้าไปได้ยินเื่บำเพ็ญเพียรนี้มาจากไหนเหลวไหลสิ้นดี จะลงไปในสระบัวเช่นนี้จะหนาวจนป่วยได้” ศิษย์พี่สามจางหย่งรีบห้ามปรามศิษย์น้องทั้งสอง
“ศิษย์พี่ทั้งหลายโปรดวางใจไม่มีผู้ใดกล้าเกินจะหลอกพวกข้าได้ เป็เมื่อคืนที่ท่านปู่มาบอกพวกข้าด้วยตนเอง หากบำเพ็ญเพียรเช่นนี้จะช่วยส่งผลบุญให้ท่านปู่หายป่วยได้ในเร็ววัน” ชิงซานพูดด้วยความมั่นใจและถอดเสื้อผ้าออกเช่นกัน
“น่าประหลาดยิ่งนัก ทำไมต้องให้บำเพ็ญเพียรเช่นนี้ด้วยข้ามิเคยได้ยินเื่เช่นนี้มาก่อน ศิษย์พี่ท่านแน่ใจแล้วหรือว่าเป็เสียงท่านปู่ของท่านจริงๆ”
“ศิษย์พี่ใหญ่และศิษย์พี่รองอยู่ไหน น่าจะมาช่วยกันห้ามปรามศิษย์น้องห้าและศิษย์น้องหก ไม่ให้ทำอะไรเช่นนี้” ศิษย์พี่สี่เหยี่ยวโย่วทักท้วงอีกครั้งด้วยความข้องใจ
“ศิษย์พี่ใหญ่และศิษย์พี่รองกำลังช่วยท่านอาจารย์ปรุงโอสถยาอยู่ ศิษย์พี่สี่อย่าได้กังวล ข้าทั้งสองร่างกายแข็งแรงเช่นนี้ว่ายน้ำในสระบัวไม่กี่รอบสระหาได้ทำอันตรายพวกข้าไม่” ชิงซานยังเอ่ยขอบคุณในความเป็ห่วงของเหยี่ยวโย่ว
“ตู๊ม” “ตู๊ม” สิ้นเสียงชิงซานไม่ทันไรก็ได้ยินเสียงคนสองคนะโใส่สระบัวหิมะทันที ทั้งสองว่ายน้ำด้วยความแข็งแกร่งไปมาไม่นานก็เริ่มถูกความเย็บในสระเล่นงานแต่ด้วยความอยากช่วยปู่ของตน จึงแข็งใจว่ายจนครบห้าสิบรอบและตะเกียกตะกายขึ้นมาบนสระ เหล่าศิษย์พี่น้องที่เห็นรีบเข้าช่วยทันที สภาพร่างกายหนาวเย็นะเื สีผิวตามลำตัวของทั้งสองซีดเผือกไม่นานก็สลบอยู่ข้างสระ
“ท่านอาจารย์เกิดเื่ใหญ่แล้ว ศิษย์น้องห้าและศิษย์น้องหกทั้งสองล้มป่วยลงข้างสระบัวหิมะพันปี” เสียงจางหย่งศิษย์คนที่สามเร่งรีบมารายงานให้กับเหล่าซือมู่ผิงที่กำลังปรุงโอสถพร้อมเฉิงอัน และหลี้จิ้งอยู่
“เหตุใดจึงเกิดเื่เช่นนี้ได้” “ให้คนนำตัวชิงซานและหรูซื่อมาที่ตำหนักโอสถเดี๋ยวนี้” เหล่าซือมู่ผิงสั่งศิษย์ทั้งสามให้เร่งพาตัวชิงซานและหรูซื่อมาเพื่อทำการรักษาทันที
“เฉิงอัน หลี้จิ้ง เ้านำตัวชิงซานและหรูซื่อลงแช่น้ำโอสถทิพย์ พวกเ้าทั้งสองช่วยถ่ายพลังหยางให้ชิงซานและหรูซื่อ อาจารย์จะช่วยโคจรถ่ายพลังหยินออกและส่งพลังหยางเข้าปรับสมดุลในร่างของชิงซานและหรูซื่อเอง” เมื่อเห็นใบหน้าซีดเซียวร่างกายแผ่ซานไปด้วยความเย็นของสองฝาแฝดชิงซานและหรูซื่อที่นอนหมดสติ เหล่าซือมู่ผิงตรวจจับชีพจรของทั้งสองและสั่งการศิษย์คนโต และคนรองเร่งรักษาศิษย์ทั้งสองทันที
ไม่นานสีหน้าของชิงซานและหรูซื่อจากขาวซีดเผือกกลับมีสีเืฝาด เมื่อพ้นวิกฤตของครั้งนี้ได้ทั้งสองก็เริ่มรู้สึกตัวเปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆ เปิดออก จนเห็นหน้าของอาจารย์และบรรดาเหล่าศิษย์พี่น้องทั้งหลายที่ยืนรายล้อมรอบเตียงนอนของทั้งสอง
“อืมๆ ไม่เป็ไรแล้ว อาจารย์และศิษย์พี่ทั้งสองช่วยถ่ายลมปราณหยางเข้าร่างกายให้พวกเ้าแล้ว พวกเ้านอนพักรักษาตัวให้ดี” มือที่แตะวัดชีพจรของชิงซาน และหรูซื่อเลื่อนออกทั้งยังลูบหัวศิษย์ฝาแฝดทั้งสองให้คลายความกลัว
“พวกศิษย์เป็อะไรไปเหรอขอรับท่านอาจารย์” หรูซื่อที่ภาพดับวูบไปหลังขึ้นจากสระหิมะจำไม่ได้ว่าตนเองและชิงซานเป็อะไรไปทำไมทุกคนต้องมายืนรายล้อมตนและอาจารย์ก็ทำการรักษาพวกเขาอยู่
“พวกศิษย์น้องโดนพิษไอเย็นของสระหิมะเล่นงาน ดีนะท่านอาจารย์ ศิษย์พี่ใหญ่และศิษย์พี่รองช่วยท่านไว้ทัน” เหยี่ยวโย่วพูดบอกเล่าเหตุการณ์
“พวกเ้าออกไปข้างนอกกันก่อน ให้ชิงซานกับหรูซื่อได้พักผ่อนก่อน เฉิงอันเ้าค่อยดูแลศิษย์น้องทั้งสองแทนอาจารย์ ส่วนเื่ที่เหยี่ยวโย่วเล่าให้ข้าฟังไว้วันพรุ่งนี้ข้าจะมาสอบถามพวกเ้าอีกครั้ง” เหล่าซือมู่ผิงพูดพลางกวักมือไล่บรรดาศิษย์ทั้งหลายให้ออกไป มีแต่เฉิงอันที่นั่งเฝ้าศิษย์น้องตามคำสั่งของอาจารย์ในใจพลางคิดไปว่าใครกันที่แกล้งทั้งสองคนแบบนี้
“ท่านอาจารย์ข้าว่าที่ศิษย์พี่ทั้งสองล้มเจ็บแบบนี้ต้องเป็ฝีมือใครกลั่นแกล้งแน่ๆ” จางหย่งพูดเอ่ยขึ้น
“นั่นสิเื่แบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นบนตำหนักเซียนของเราเลยนะครับ” หลี้จิ้งศิษย์คนที่สองพูดด้วยเสียงระแวงสงสัยเช่นกัน
“จะเป็พวกตำหนักเซียนอื่นที่ส่งคนมากลั่นแกล้งพวกเราหรือไม่ขอรับ” เหยี่ยนโย่วพูดเอ่ยถามด้วยสีหน้ากังวลเพราะตำหนักเซียนโอสถมีชื่อเสียงโด่งดัง จนบางครั้งกลายเป็ดาบสองคมที่มีทั้งคนอยากคบหาสมาคมกับอีกฝ่ายที่หมั่นไส้จ้องจะเล่นงานด้วยเช่นกัน
“พวกเ้าไม่ต้องกังวลเกินไป อาจารย์จะให้คนสืบสาวราวเื่นี้เองพวกเ้าแยกย้ายกันไปเถอะ” เหล่าซือมู่ผิงบอกบรรดาเหล่าศิษย์ทั้งหลายให้คลายกังวล
ไม่นานเหล่าซือมู่ผิงก็วางค่ายกลในการดักจับคนร้ายที่กระทำการอุกอาจครั้งนี้ หากเป็ผู้ใดที่ไม่ใช่คนของตำหนักโอสถบุกรุกล่วงล้ำเข้ามาในเขตแดนอาคมจะถูกจับในทันที
ทางด้านซิงเซี่ยนที่ยังคงขบขำกับการกระทำที่หลอกศิษย์พี่ทั้งสองให้หลงเชื่อตนไม่รู้ว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้จะเปลี่ยนแปลงชีวิตจิ้งจอกตัวน้อยๆ อย่างเขาไปทั้งชีวิต
.
.