บทที่ 12 ฝันยามวสันต์สารท (รีไรต์)
หวงเจี้ยนกั๋วมองหลินเนี่ยนด้วยความประหม่า ในขณะที่หลินเนี่ยนก้มหน้าพลางพูดขึ้นด้วยเสียงแ่เบา “ขอบคุณค่ะคุณปู่จาง ฉันสบายดีค่ะ แม่กับอาหวงดีกับฉันมาก ฉันไม่มีความทุกข์อะไรเลยค่ะ”
เมื่อจางไห่หยางได้ยินดังนั้นก็ร้อนใจเล็กน้อย พูดกับหลินเนี่ยนว่า “หลินเนี่ยน เธออยากจะพูดอะไรก็รีบพูดออกมาเถอะ ทางโรงงานจะช่วยเธอเอง!”
พูดจบ เขาก็มองไปทางหวงเจี้ยนกั๋วอย่างสื่อความหมาย “เธอไม่จำเป็ต้องกลัวอะไร เธอโตแล้ว อีกอย่างยังมีโรงงานเครื่องจักรหงซิงคอยช่วยเธอนะ!”
หวงเจี้ยนกั๋ว “!!!”
เขาคิดแล้วเชียว คนที่ชักใยอยู่เื้ัหลินเนี่ยนก็คือจางไห่หยาง!
น่าประหลาดใจจริง ๆ เขาไม่เคยเป็ศัตรูกับจางไห่หยางมาก่อน แล้วทำไมอีกฝ่ายถึงขั้นมาบีบคั้นกัดไม่ปล่อยขนาดนี้
โชคดีที่หลินเนี่ยนส่ายหน้า “ฉันไม่มีอะไรอยากจะพูด ฉันสบายดีค่ะ”
ผู้อำนวยการจางจ้องจางไห่หยางเขม็ง
เขาให้หวงเจี้ยนกั๋วนำของกลับคืนไป ทว่าหวงเจี้ยนกั๋วกลับรีบเอ่ยขอบคุณจางไห่หยางและปฏิเสธอย่างหนักแน่น ซึ่งผู้อำนวยการจางก็ไม่ได้คัดค้านอะไรแล้ว
หวงเจี้ยนกั๋วเห็นว่าอีกฝ่ายรับของขวัญเอาไว้แล้ว และผู้อำนวยการจางยังมาส่งพวกเขากลับด้วยตัวเอง ทั้งยังกำชับให้พวกเขาตั้งใจทำงาน
ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงงานของเขานับว่าไม่ไกลเกินเอื้อม
แต่หวงเจี้ยนกั๋วไม่รู้เลยว่าเมื่อผู้อำนวยการจางกลับเข้าบ้านไปหัวหน้าหยางก็ฟ้องทันที
“เหล่าจาง!”
“หวงเจี้ยนกั๋ว จางชุ่ยฟาง สองสามีภรรยานั่นไม่ใช่คน!”
“หลินเนี่ยนขาดสารอาหารอย่างรุนแรง บนตัวมีาแเก่า ๆ ตั้งหลายที่ พวกเขากำลังทารุณเธอ...” หัวหน้าหยางพูดขึ้นอย่างเดือดดาล
“นึกไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าหวงเจี้ยนกั๋วจะเป็คนแบบนี้!”
“จางชุ่ยฟางเองก็ด้วย เสือน่ะ ถึงจะร้ายก็ยังไม่กินลูกตัวเอง เธอกล้าลงมือแบบนี้ได้ยังไง!”
“มิน่าล่ะสาวน้อยคนนี้ถึงได้แต่ตกปากรับคำลูกเดียว เหอะ! ถึงว่าไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้น ไม่นึกเลยว่าจะถูกพวกเขาทุบตีจนตื่นกลัวไปหมดแล้ว!”
หัวหน้าหยางพูดจบก็รีบกระดกชาไปหนึ่งถ้วย
ผู้อำนวยการจางขมวดคิ้วจนแทบเป็ปม จากนั้นจางไห่หยางก็พูดขึ้นว่า “คุณปู่ครับ ลูกของผู้สละชีพไม่ควรถูกทารุณแบบนี้ ยิ่งไปกว่านั้นผมได้ยินมาว่าหวงเจี้ยนกั๋วได้เลื่อนตำแหน่งก็เพราะเขาเลี้ยงดูลูกสาวของผู้สละชีพ ทางโรงงานก็เลยมอบคุณงามความดีให้เขา!”
ผู้อำนวยการจางพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง “เื่นี้ปู่จะรายงานกับเหล่าหวัง พวกเธอเก็บของพวกนี้ให้เรียบร้อยและเขียนไว้ให้ชัดเจนว่าใครเป็คนให้!”
เขาใกล้จะเกษียณแล้ว และเพราะเื่รับ่ต่อตำแหน่งผู้อำนวยการโรงงานและรองผู้อำนวยการโรงงาน ่นี้ผู้ที่เอาของขวัญมาให้ในยามค่ำคืนจึงมีไม่น้อย
ถึงอย่างไรตำแหน่งผู้อำนวยการก็เหมือนแคร์รอตกับรู เมื่อหัวหน้าอย่างเขาจากไปแล้ว ย่อมมีคนที่มีความสามารถมากมายเลื่อนตำแหน่งขึ้นมา
หากเขาไม่รับไว้ คนทรยศพวกนี้ก็ต้องไปทำงานด้วยความกระวนกระวายใจ ทำเื่โง่เง่าออกมาอีก ไม่สู้รับของเอาไว้ก่อน รอเมื่อฝุ่นผงร่วงหล่นหมดแล้วค่อยคืนพวกเขาไปทีละคน
เื่นี้เขาก็เคยรายงานต่อผู้อำนวยการโรงงานหลัก และไม่เกรงกลัวว่าคนที่มอบของขวัญจะแทงข้างหลัง
“คนประเภทนี้ จะให้เขาได้เลื่อนตำแหน่งไม่ได้!” ผู้อำนวยการจางทุบโต๊ะสองครั้ง
ทารุณลูกสาวของผู้สละชีพ! แบบนี้มันกล้าเหยียบเส้นความอดทนของเขาแล้ว!
จางไห่หยางพูดขึ้นพลางขมวดคิ้ว “หรือว่าเธอก็เลยเลือกที่จะฆ่าตัวตาย”
…
บ้านตระกูลหวง
หลังจากหวงเจี้ยนกั๋วพาหลินเนี่ยนกลับบ้าน จางชุ่ยฟางก็รีบเดินมาถาม “เป็ยังไงบ้าง? ผอ.จางว่ายังไงบ้าง?”
เธอสังเกตเห็นว่าหลินเนี่ยนสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ สีหน้าก็พลันเปลี่ยนไป “เด็กเหลือขออย่างแกสร้างเื่อะไรอีก?”
“แกคงไม่ได้ทำให้เหล่าหวงเสียเื่ใช่ไหม?”
“ถ้าแกกล้าทำเสียเื่ละก็ ฉันไม่ปล่อยแกไปแน่!”
หลินเนี่ยนไม่แม้แต่จะชายตามองมารดา เดินผ่านหวงลี่ลี่ที่อยากจะเย้ยหยันเธอแล้วเดินกลับห้องไป ก่อนจะกระแทกประตูปิดเสียงดัง
ทำเอาจางชุ่ยฟางและหวงลี่ลี่เดือดดาลจนสุดจะทน
หวงลี่ลี่กระทืบเท้า “แม่คะ! แม่ดูมันสิ มันเห็นแม่กับพ่ออยู่ในสายตาบ้างหรือเปล่า?”
หวงเจี้ยนกั๋วดุหวงลี่ลี่ “เอาละ! เลิกยุแยงได้แล้ว! อีกไม่กี่วันเธอก็จะไปชนบทแล้ว แกเองก็เพลา ๆ ลงบ้างเถอะ!”
หวงลี่ลี่กัดปากอย่างไม่สบอารมณ์
หวงเจี้ยนกั๋วนั่งลง เขายิ้มพลางพูดว่า “ครั้งนี้ราบรื่นมาก ผอ.คนนี้พูดง่ายมาก เขารับของขวัญแล้วบอกให้ผมตั้งใจทำงาน ดูท่าเื่ที่ผมจะขึ้นเป็ผอ.โรงงานรีดเหล็กสาขาย่อยคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแล้ว!”
“จริงเหรอคะ?” จางชุ่ยฟางได้ยินคำพูดนี้แล้วก็พลันตื่นเต้นขึ้นมา ตื่นเต้นจนแทบทนไม่ไหว
ความไม่สบอารมณ์ที่ถูกหลินเนี่ยนจุดขึ้นมาพลันสลายหายไป
หวงลี่ลี่เองก็เลิกงอนแล้ว สายตาเป็ประกายนั้นมองไปที่หวงเจี้ยนกั๋ว
เยี่ยมไปเลย! รอให้พ่อได้เป็ผู้อำนวยการโรงงานแล้ว เธอจะให้เขาไปพูดเื่ของเธอกับพี่ไห่หยางที่บ้านตระกูลจาง
“พ่อคะ ตอนที่พ่อไป พี่ไห่หยางอยู่บ้านไหมคะ? รอพ่อได้เป็ผอ.โรงงานแล้ว พ่ออย่าลืมพูดกับผอ.จางเื่งานแต่งงานระหว่างหนูกับพี่ไห่หยางนะคะ!”
เมื่อได้ยินชื่อจางไห่หยาง รอยยิ้มบนหน้าหวงเจี้ยนกั๋วก็ค่อย ๆ จางหายไป
จางไห่หยางคนนี้มีอนาคตไกลจริง ๆ เขาเองก็อยากได้มาเป็ลูกเขย แต่ท่าทีของอีกฝ่าย...
“พ่อ พ่อเป็อะไรไปคะ พ่อเป็คนบอกว่าพี่ไห่หยางเหมาะสมกับหนูไม่ใช่เหรอคะ ทำไมตอนนี้ถึงเงียบไปล่ะ?” หวงลี่ลี่เห็นสีหน้าของหวงเจี้ยนกั๋วไม่สู้ดีนัก จึงวิ่งไปคว้าแขนของผู้เป็พ่อแล้วเขย่า
จางชุ่ยฟางเองก็พูดขึ้นว่า “ใช่แล้วเหล่าหวง ตอนนี้จางไห่หยางเป็ตัวเลือกที่ดีที่สุดที่จะเป็คู่ครองของลี่ลี่ เขามีความสามารถ ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน เงินเดือนสวัสดิการของเขาก็ดีมาก”
“พอลี่ลี่แต่งงานกับเขาแล้ว เขตคุ้มครองก็ต้องแบ่งงานให้ครอบครัวเรา นี่มันเกี่ยวข้องกับความสุขในบั้นปลายชีวิตของลี่ลี่ คุณต้องใส่ใจเื่นี้มากหน่อยนะคะ”
หวงเจี้ยนกั๋วเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะพยักหน้าแล้วพูดขึ้นว่า “รอเื่เลื่อนตำแหน่งเสร็จสิ้น ผมจะไปหาผอ.จาง”
แม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจว่าทำไมจางไห่หยางต้องยุยงหลินเนี่ยนแบบนั้น
แต่หากเขาได้อีกฝ่ายมาเป็เขย มาเป็ครอบครัวเดียวกัน ปัญหาพวกนี้ก็จะหมดไปอย่างง่ายดาย
ไม่ว่าอย่างไร หวงเจี้ยนกั๋วก็คิดว่าจะปล่อยคนอย่างจางไห่หยางไปไม่ได้จริง ๆ
หวงลี่ลี่ดีใจมาก ขนาดที่ว่าหลินเนี่ยนอยู่ในห้องยังได้ยินอีกฝ่ายฮัมเพลงอย่างมีความสุข
ริมฝีปากของหลินเนี่ยนกระตุก ครอบครัวนี้ช่างแปลกประหลาดจริง ๆ ทำตัวราวกับว่าจางไห่หยางอยู่ในชามแล้วอย่างนั้น
ช่างเป็ฝันยามวสันต์สารทจริง ๆ!
ผู้อำนวยการโรงงาน?
จางไห่หยาง?
ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ของพวกแกสักหน่อย!
ตอนนี้ยิ่งดีใจเร็วแค่ไหน ต่อไปตอนที่ถูกตบหน้าก็จะยิ่งเจ็บมากเท่านั้น!
เมื่อนึกถึงความยากลำบากที่ตระกูลหวงกำลังจะได้เผชิญ หลินเนี่ยนก็ปลื้มปริ่มขึ้นมา และฮัมเพลงอย่างมีความสุขเช่นกัน
เดี๋ยวก็จะไปชนบทแล้ว เธอต้องรีบเก็บข้าวของ
เธอเอาเสื้อผ้าที่ซื้อใหม่ไปด้วยทั้งหมด และทิ้งของของหวงลี่ลี่ไปอย่างรำคาญลูกตา เธอไม่้าของพวกนั้น พรุ่งนี้ค่อยไปซื้อที่ห้างสรรพสินค้า!
พอไปชนบทแล้วการซื้อของอาจไม่สะดวก ฉะนั้นสิ่งที่ซื้อได้ที่เมืองหรงก็ซื้อเสียั้แ่ตอนนี้เลย
อย่างมากก็คงลำบากระหว่างทางนิดหน่อย
หลินเนี่ยนตัดสินใจไปหาหลิ่วกุ้ยเซียง
หลิ่วกุ้ยเซียงในตอนนี้ ไม่ว่าเธอจะขออะไรก็น่าจะได้แน่นอน และเมื่อซื้อของได้แล้ว ยังต้องเอาไปไว้ที่บ้านตระกูลจ้าวก่อนชั่วคราว เพื่อไม่ให้คนตระกูลหวงรู้
เธออยากไปแบบกะทันหัน
เอาให้จางชุ่ยฟางรับมือไม่ทัน
เพียงแต่น่าเสียดายที่พอเธอไปแล้ว เธอจะไม่ได้เห็นคนชั่วอย่างจางชุ่ยฟางกับหวงเจี้ยนกั๋วกัดกันเองแล้ว!
…
ฟู่ชิวสือเพิ่งกลับถึงบ้านรับรองกลางดึก
ของที่เขาส่งไปค่อนข้างสำคัญ ถ้าเขาไม่แทรกมือเข้าไป ของสิ่งนี้ก็คงถูกสายลับส่งออกไปนอกประเทศแล้ว
เพียงแค่ถูกส่งออกไป ความเสียหายที่ประเทศชาติจะได้รับก็ยากจะประเมินค่าได้
เมื่อฟู่ชิวสืออาบน้ำเสร็จก็ทิ้งตัวลงนอน นอนได้ไม่นานก็มีคนมาหาเขาพร้อมสมุดเล่มหนึ่ง
“พี่สามครับ ข้อมูลของหลินเนี่ยนั้แ่เด็กจนโตที่พี่ให้ผมไปสืบ ผมเขียนเอาไว้ในสมุดเล่มนี้แล้ว!”
ฟู่ชิวสือรับสมุดมาเปิดแล้วกวาดตาอ่านทีหนึ่ง จากนั้นเบี่ยงกายให้อีกฝ่ายเข้าไปนั่ง และยังรินน้ำให้แก้วหนึ่ง
“นายไปสอบถามข้อมูลพวกนี้มาจากไหน” ฟู่ชิวสือถาม
หากเพียงแค่สอบถามบริเวณละแวกบ้าน เขาคงไม่ต้องไหว้วานคนตรงหน้า
อีกฝ่ายหัวเราะแล้วพูดขึ้นว่า “ไปหาบรรดาเพื่อนที่ค่อนข้างสนิทกับหวงลี่ลี่แล้วก็หวงหงเว่ยน่ะ จากนั้นก็หลอกถามเขากับเพื่อนเล่นของเขานิดหน่อย”
ฟู่ชิวสือพยักหน้า เขาลุกขึ้นล้วงซองจดหมายออกมาจากกระเป๋าใบใหญ่แล้วส่งให้เด็กหนุ่มตรงหน้า “ในนี้มีเงินสามร้อยหยวน ตั๋วอาหารและตั๋วผ้าอีกนิดหน่อย ลำบากนายแล้วนะ!”
อีกฝ่ายรับซองจดหมายมา แล้วพูดขึ้นอย่างดีใจว่า “ไม่ลำบากเลยครับ ต่อไปมีเื่อะไรพี่สามก็บอกได้เลยนะ!”
หลังจากฟู่ชิวสือส่งแขกกลับไปแล้วก็มานั่งอ่านเนื้อหาที่ถูกบันทึกไว้ในสมุดใต้โคมไฟ
รอยยิ้มบนใบหน้าจางหายไป และค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยความเ็า