“ก็หามันทุกที่นั่นแหละ!” ฉินเฉายักไหล่ของเขา “เน้นหาที่ชั้น 2 ตึกอื่น ๆ ไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็เจอเธอสักที่”
“นายคิดง่ายเกินไปนะ” โรซี่ทำตัวอ่อนระทวยราวกับไม่มีกระดูก เธอชอบอิงร่างฉินเฉา พูดอย่างนุ่มนวลว่า “ถ้าผี้าจะซ่อนล่ะก็ ต่อให้เป็ยมทูตก็หาพวกมันไม่เจอหรอก ปล่อยนายไปคนเดียว ก็เหมือนปล่อยนายไปตายนั่นแหละ อย่าลืมว่านายเพิ่งเป็แค่มือใหม่ของการก้าวสู่การฝึกตน”
“งั้นจะให้ฉันทำยังไง จะให้ฉันนั่งรอนอนรออยู่เฉย ๆ ปล่อยให้ิญญาอวี๋เชี่ยนทำร้ายคนอื่น ฉันทำไม่ได้หรอกนะ” ฉินเฉาพยายามอย่างมากเพื่อจะพูดมัน “ยิ่งกว่านั้น ถ้าฉันปล่อยให้หลิวชวนรู้เกี่ยวกับสภาพของอวี๋เชี่ยนตอนนี้ เขาจะต้องทุกข์ใจอย่างมากแน่ ๆ ”
“ถ้าเขาจะเศร้าก็ปล่อยเขาไป” โรซี่ยิ้มอ่อนหวานแล้วพูดว่า “ขอแค่เรามีความสุข แค่นั้นไม่พอหรือไง”
ฉินเฉาร่างผลักเธอออกไปแล้วพูดว่า “เธอเป็ปีศาจ จะไปเข้าใจความรู้สึกของพวกมนุษย์อย่างเรา ๆ ได้ยังไง”
“มันดียังไงไหนบอกมาซิ ดีตรงที่มีหลากหลายอารมณ์ความรู้สึกอย่างนั้นน่ะหรอ” โรซี่เบ้ปากของเธอ “ตอนนี้นายเป็ผู้ฝึกตน จะต้องละทิ้งอารมณ์ความรู้สึก ไม่อย่างงั้นมันจะเป็ตัวถ่วงในการฝึกฝนของนาย ๆ จะจะต้องพบเจอกับหายนะความยากลำบากมากมาย กว่าจะพบกับความสำเร็จ”
“ไร้รัก แต่ไม่ได้ไร้หัวใจ!” ฉินเฉาจ้องมองท้องฟ้าแล้วพูดว่า “ในความเข้าใจของฉัน คำจำกัดความของผู้ฝึกตนคือผู้ท้าทาย์ เพื่อทำลายขีดจำกัดของกฎธรรมชาติ เพื่ออิสระแล้วปลดโซ่ตรวนของจักรวาล ถ้าแม้กระทั่งอารมณ์ความรู้สึกยังไม่สามารถมีได้ งั้นจะเป็ผู้ฝึกตนไปเพื่ออะไร ผู้ฝึกตนบ้าบอคอแตกน่ะสิ!”
“ยิ่งกว่านั้นฉันเป็ผู้ฝึกฝนเส้นทางปีศาจ เป็ปีศาจก็ต้องสามารถทำตามใจตนเองได้อย่างอิสระสิถึงจะถูก ถ้าเป็แล้วไม่สามารถตามความ้าของตัวเองได้ งั้นฉันจะเป็ปีศาจไปทำไม!?”
คำพูดนี้ทำให้โรซี่สยบอย่างราบคาบ เธอยืนอยู่ที่นี่ ประเมินการตัดสินกายาปีศาจที่อยู่ตรงหน้าเธอใหม่อีกครั้ง ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกว่าเธอไม่เข้าใจลูกค้าคนนี้เลยจริง ๆ
ถ้าสามารถพูดสิ่งเหล่านี้ได้ ดูเหมือนว่าแม้จะไม่มีความช่วยเหลือจากเธอ เขาก็สามารถประสบความสำเร็จ แล้วสร้างชื่อได้ด้วยตัวเขาเอง
โรซี่เงียบไปชั่วขณะแล้วพูดว่า “ถ้านายสามารถหาผีที่หูหลี่ลี่พูดถึงเจอ ได้เมื่อไหร่ เมื่อนั้นนายก็มีโอกาสรู้ข่าวเกี่ยวกับอวี๋เชี่ยน เพราะเธอคงเดือดร้อนจากการถูกเข้าใจผิดว่าเป็คนสร้างปัญหาให้กับโรงเรียนนี้”
“ใช่ ถูกต้อง!” ทันใดนั้นตาของฉินเฉาก็เปิดขึ้น เขามองโรซี่ด้วยความรู้สึกชื่นชม “สมแล้วที่ถูกเรียกว่าปีศาจ ฉลาดจริง ๆ ”
“นี่ฉันกำลังถูกชมอยู่ใช่ไหม?” โรซี่หัวเราะ ต้องยอมรับว่าปีศาจสาวนางนี้อารมณ์ดีจริง ๆ
“แล้วแต่เธอสิ” ฉินเฉายักไหล่ เขาจ้องมือถือ ตอนนี้มันเลย 4 ทุ่มไปแล้ว หอพักนักศึกษาถูกล็อกหมดแล้ว แต่สิ่งนี้ไม่สามารถหยุดเขาได้ เพราะเขาเป็ผู้กำกับของหน่วยรักษาความปลอดภัย เขามีกุญแจของตึกทุกตึก แม้แต่หอพักหญิงก็มี แต่เขาไม่กล้าจะไปที่นั่น
“โรซี่ ไปด้วยกับมั้ย?” เมื่อเขาหันกลับไปมองอีกครั้ง โรซี่ก็หายไปแล้ว บริเวณนี้เงียบอย่างน่าใ มีแค่แสงไฟจากข้างทางที่ยังคงฉายแสงอยู่
ฉินเฉาค่อนข้างใจเย็น เขาพยายามชินแล้วใช้ประโยชน์กับพฤติกรรมแย่ ๆ ของโรซี่ที่คิดจะมาก็มาจะไปก็ไปให้เป็ประโยชน์
“ตามไจ้! ถ้าเธอี้เี ฉันไปเองคนเดียวก็ได้” เขายักไหล่แล้วเดินไปที่หอพักชายตึกที่ 2 หอพักชายตึก 2 นี้ถูกปล่อยทิ้งไว้เป็เวลานานจนกระทั่งกลับมาเปิดใหม่เมื่อเร็ว ๆ นี้ ยิ่งกว่านั้นยังไม่มีใครอยู่ที่ชั้นแรก
พอตกกลางคืนโรงเรียนจะเงียบสงัดเป็อย่างมาก ตึกรอบ ๆ ล้วนปิดไฟมืดสนิท นักศึกษาล้วนเข้านอนกันไวมาก ๆ ส่วนนักศึกษาคนไหนที่อยากออกไปเที่ยวกลางคืนก็พากันออกไปหมดแล้ว ด้วยเหตุนี้ฉินเฉาถึงไม่กังวลว่าแผนกำจัดผีของเขาจะไม่มีใครเห็น
เขาผ่านป่าไม้ป่าเล็ก ๆ ทันใดนั้นเขาก็เห็นเงาสีดำสองเงา โยกไปโยกมาในป่า ทันใดนั้นฉินเฉารู้สึกตื่นเต้น พอคิดว่าที่นี่มีผีจริง ๆ ไม่ใช่แค่หนึ่งแต่มีถึงสอง!
เขาเอาไฟฉายของหน่วยรักษาความปลอดภัยออกมา พร้อมกับสาดไฟไปรอบ ๆ ป่า จากนั้นก็ะโเสียงดังคลื่นพลังเสียงทำให้ต้นไม้โดยรอบถึงกับสั่นะเืร่วงหล่นลงมา
“มาดูกันว่าพวกแกทั้งคู่จะหนีไปไหน!”
ใครจะรู้ว่ายิ่งเขาเดินเข้าไปใกล้ เงาทั้งสองนั้นกลับไม่ได้พยายามจะวิ่งหนีแม้แต่น้อย เขาส่องไฟฉายเข้าไปที่เงา ทันใดนั้นก็ต้องยืนซึ่งเรากับคนโง่ สิ่งที่เขาเห็นก็คือมีผู้ชายกับผู้หญิงเปลือยกายนอนกอดก่ายกันอยู่บนเสื่อผืนเล็ก ๆ เมื่อแสงจากไฟฉายต้องกระทบร่างทั้งสอง ทั้งคู่ต่างใกลัวจนลืมที่จะใส่กางเกง
“เวรล่ะ!” ฉินเฉาที่จ้องพวกเขาทั้งคู่สักพัก ในที่สุดก็พูดบางสิ่ง
นักศึกษาทั้งคู่ในที่สุดก็รู้สึกตัว ผู้หญิงเริ่มกรีดร้องแล้วคว้าหากางเกงมาใส่อย่างร้อน ส่วนผู้ชายทำหน้าวิตกสุดขีดกราบกรานขอร้องฉินเฉาครั้งแล้วครั้งเล่า
“พี่คร้าบ พวกเราเพิ่งทำอย่างนี้เป็ครั้งแรก ปล่อยพวกเราไปเถอะ ได้โปรดอย่าไล่พวกเราออกเลย!”
ผู้หญิงสะอึกสะอื้น เสียงนี้เศร้าจริง ๆ ในค่ำคืนที่เงียบสงบ มันเศร้ากว่าเสียงร้องของผี ฉินเฉาไม่ได้ใจร้ายขนาดจะลงโทษพวกเขา เขาปิดไฟฉายแล้วพูดว่า
“พวกนายทำต่อไปเถอะ ทำต่อไป ระวังอย่าให้เป็หวัดล่ะ” พร้อมกันนั้นเขาก็เดินออกจากป่าไม้แล้วเดินไปที่หอพักชายตึก 2
นักศึกษาทั้งคู่ตะลึง ผู้ชายน้ำลายเต็มปาก หันไปมองผู้หญิง พูดช้า ๆ ว่า “ทำไมเราไม่ไปทำต่อที่อื่นล่ะ?”
“ทำต่อป๊ะแกน่ะสิ!” ผู้หญิงที่สะอื้นเมื่อกี้ ตอนนี้บิดหูผู้ชาย “นี้เป็ความผิดของนายที่บอกทำกันในที่โรแมนติก! ฉันหมดอารมณ์แล้ว!”
.........................
พวกเขาทั้งคู่รีบจากไปโทรเรียกแท็กซี่ ขณะที่ฉินเฉาส่ายหัวอย่างอ่อนใจ คิดว่าเขากำลังมาผิดทางหรือเปล่า อันที่จริงเจตนาของเขาก็คือตามไล่ล่าผีสาว แต่เขาดันไปเจอคู่รักกำลังหาความท้าทายพลอดรักแบบเอ้าท์ดอร์ ฤดูใบไม้ร่วงอากาศค่อนข้างอบอุ่นเล็กน้อย มีคนเคยพูดไว้ว่า มีคู่รักดี ๆ เสียยิ่งกว่าเป็ะ แม้ค่ำคืนในฤดูนี้จะเหน็บหนาว พวกเขายังมองหาความท้าทายโดยมาเล่นจ้ำจี้กลางแจ้งแบบนี้
หลังจากเดินไปสำรวจมาได้สักพัก ในที่สุดฉินเฉาก็มาถึงข้างหน้าหอชายตึก 2 ตึกนี้ดูค่อนข้างเก่า ผนังข้างบนสีลอกหมดแล้ว แม้ว่าวิทยาลัยกวนหยวนจะสร้างมาน้อยกว่า 10 ปี มันสามารถบอกได้ว่ามันได้รับสิ่งปลูกสร้างจากมหาวิทยาลัยก่อนหน้า หลังจากปีนี้ มีเพียงตึกนี้ตึกเดียวที่ยังเหลืออยู่
ฉินเฉาก้าวเข้าไปในชั้นแรกของตึก ใช้ไฟฉายส่องหน้าต่างทีละบาน สอดส่องดูด้านในเข้าไปข้าง ในห้องส่วนมากมืดสนิท ฉินเฉาไม่รู้ว่าที่นี่ทำความสะอาดครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ เตียงหลายเตียงถูกปกคลุมไปด้วยใยแมงมุม
เสียงฝีเท้าของฉินเฉา ย่างเหยียบลงพื้นใน่เวลาค่ำคืนอันเงียบเหงา มันช่างดังก้องกังวานจนแสบแก้วหู หลังจากสำรวจไปได้ 1 รอบ เขาก็ไม่พบสิ่งผิดปกติตามเื่เล่าของฟางเหวิน ตอนนี้เป็เวลาที่เงาสีขาวจะะโออกมาจากชั้น 2 แต่ตอนนี้มันยังไม่ปรากฏตัวออกมา
“แปลก?” ฉินเฉาพึมพำกับตัวเอง เขาวางไฟฉายไว้แล้วเดินไปที่ประตูหน้าของตึก ประตูนี้ถูกล็อกไว้ ไม่มีใครจากชั้นบนลงมาเปิดมัน ตอนแรกผู้จัดการตึกอาศัยอยู่ในชั้นแรก แต่เป็เพราะสภาพแวดล้อมที่ยุ่งเหยิง เขาเลยเลือกที่จะไปอาศัยอยู่ชั้นสองแทน
ฉินเฉาเอากุญแจออกมาแล้วเปิดล็อกประตู ตึกนี้เหมือนกับตัวอักษร ‘กง’ (工) เหมือนตึกนี้แยกเป็ 3 ส่วน มีสองฝั่งตึกเชื่อมด้วยอีกตึกที่อยู่ตรงกลาง
เพราะฉะนั้น ข้างในตึกจึงเหมือนกับเขาวงกตเล็ก ๆ ถ้าเข้าไปเป็ครั้งแรกเป็เื่ง่ายที่จะหลงทาง
การจะเข้าไปที่ห้องนอนในชั้นแรกนั้นจะต้องผ่านประตูเหล็กขนาดใหญ่คู่หนึ่งก่อน แต่ปัจจุบันมันล็อกอยู่ เพื่อป้องกันคนเข้าไป แต่สิ่งนี้ไม่สามารถขัดขวางฉินเฉาได้ นั่นเป็เพราะว่าเขาไม่ใช่คนนอก ยิ่งกว่านั้นเขายังมีกุญแจที่จะไขมัน
ห้องนอนเงียบมาก ตึกนี้ถูกด้วยนักศึกษาชั้นปีที่ 3 ส่วนมากพวกเขาอาศัยอยู่กับแฟนสาวข้างนอก มีเพียงส่วนน้อยที่จะอาศัยอยู่ในตึกนี้
ขณะที่เขาหากุญแจเพื่อเปิดประตู ฉินเฉาคิดถึงโรซี่ขึ้นมา ผู้ชายแข็งแรงคนนี้กลัวความมืด
“โรซี่ หนอโรซี่ ถึงเวลาที่ฉัน้าเธอ ๆ ก็ไม่ยอมโผล่มา ทีเวลาไม่้าละแหมโผล่มาจัง” เขาพูดอย่างมีอารมณ์ ขณะที่เขาเลือกกุญแจเพื่อเปิดแม่กุญแจเหล็กอันใหญ่นี้
เมื่อเขาหยิบแม่กุญแจขึ้นมาดู เขาใเมื่อพบว่ากุญแจนี้ถูกเปิดอยู่แล้ว เขานิ่งข้างค้างไปชั่วขณะ แล้วค่อย ๆ ยกมือขึ้นมาผลักประตูเหล็กอย่างระมัดระวัง ประตูส่งเสียงเอี๊ยดดดดดด∼ จากนั้นมันเปิดออกทั้งสองข้าง
ฉินเฉาเสียความมั่นใจเขาหายใจเข้าลึก ๆ สองครั้ง มองระเบียงมืด ๆ ให้กำลังใจตัวเอง “นายทำได้...” แม้ว่าเขาจะเป็เพียงปลายเล็บของผู้ฝึกตนปีศาจ ท้ายที่สุดฉินเฉาก็เป็แค่นักศึกษาที่พึ่งจบใหม่ เป็เื่ธรรมดาที่เขาจะมีความกลัวในหัวใจ
“ที่นี่ไม่มีอะไรหรอก!” ฉินเฉาให้กำลังใจตัวเอง พร้อมกับก้าวเท้าข้างหนึ่งก้าวเข้าไปที่ระเบียง
แม้ว่าเขาจะมีความสามารถในการมองเห็นตอนกลางคืน แต่เพราะความเคยชิน ฉินเฉายังคงฉายไฟฉาย ขณะที่อีกมือเอากระบองไฟฟ้าออกมา
พร้อมกับเสียงฝีเท้า ก้องสะท้อนน่ากลัวอย่างเชื่องช้าของเขา ๆ ค่อย ๆ ก้าวทีละก้าว ๆ ตรวจสอบห้องนอนที่ถูกทิ้งร้าง
นี่เป็ห้องนอนแบบเก่า ดังนั้นประตูหน้าห้องนอนถูกคลุมด้วยเหล็ก จริง ๆ แล้วเป็เหล็กสีเทา แต่หลังจากผ่านการใช้งานขาดการเอาใจใส่มานานหลายปี มันจึงถูกปกคลุมไปด้วยสนิมเหมือนหยาดเื
ตามที่ฟางเหวินพูด ห้องนอนของผู้หญิงที่ตายนี้เหมือนจะอยู่ในสุดของชั้นแรก แต่ใครจะรู้ว่าผีสาวชอบร่อนเร่หรือไม่ ฉินเฉาแค่เอากุญแจออกมาเปิดประตูเหล็กเก่า ๆ นี้ เพื่อมองหาเบาะแสข้างใน
เขาเปิดประตูห้องนอนแรก กลิ่นเหม็นเน่าโชยคละคลุ้งอากาศภายในห้องชื้น ฉินเฉาไอสองครั้ง สาดไฟฉายเข้าไปข้างใน นอกจากเตียงเหล็กเย็น ๆ ก็ไม่มีอะไรในห้องอีก นอกจากเชื้อราเขียว ๆ ที่เติบโตขึ้นมาในมุมหนึ่งของห้อง
“น่ากลัวชะมัดยาด! ตึกนี้สร้างมาั้แ่ปีวะไหนนี่?” ฉินเฉาถอยหลังแล้วปิดประตูห้อง 101 เขาหันหลังกลับแสงของฉายไฟสาดผ่านระเบียงโดยบังเอิญ ทันใดนั้นร่างของเขาก็รู้สึกด้านชา เพราะสิ่งที่อยู่บนระเบียงคือร่างอันขาวโพลน กำลังยืนพิงอยู่ที่หน้าต่างบานสุดท้ายของระเบียง เส้นผมยาวสยายปิดหน้า เมื่อฉินเฉาสาดไฟฉายส่องไปชัด ๆ ทันใดนั้นร่างขาวโพลนก็หายไปจากการมองเห็นของเขา
“เวรเอ๊ย!” ทันใดนั้นฉินเฉาก็สบถออกมา เขาอยากจะขว้างไฟฉายทิ้งแล้วหันหลังโกยจ้ำอ้าวอย่างไม่คิดชีวิต แต่เขาจำได้ว่าเขาเป็ปีศาจจากนิกายปีศาจจะมากลัวผีได้ยังไง
“อย่าหนี!” ฉินเฉาะโเสียงดัง เสียงของเขาเหมือนกับฟ้าผ่า ดังก้องไปทั่วระเบียง มือของฉินเฉากำไฟฉายแน่น อีกมือกำกระบองไฟฟ้า กระตุ้นความกล้าปลุกจิตใต้สำนึกให้เปลี่ยนสภาพกลายเป็ร่างปีศาจ ดวงตาของเขาลุกโชนด้วยเพลิงสีเขียว จ้องมองไปยังผีสาวที่หายตัวไป
ฉินเฉารีบวิ่งไปจนสุดระเบียง จากนั้นเลี้ยวซ้าย ทันใดนั้นเขาชนเข้ากับร่างของใครบางคน
“อ๊ะ อ๊า!” คน ๆ นั้นสลบลงบนพื้น ทันใดนั้นฉินเฉาก็ฉายไฟไป ร่าง ๆ นั้นสวมชุดสีแดง เส้นผมสีแดงปกคลุมใบหน้า ทันใดนั้นหัวใจของเขากระตุก
นี่มันิญญาร้าย
“ผี!” ใครจะคิด ิญญาร้ายที่ถูกเรียกออกมา เสียงของเธอดังเป็ร้อย ๆ เดซิเบล มันสั่นทั่วโถงทางเดิน แม้กระทั่งกระจกยังแตกเป็เสี่ยง ๆ
จบตอน#