“เป็ไปไม่ได้....”
“เกิดอะไรขึ้น” กิลบิทถามด้วยความสงสัย
เมื่อถูกถาม ผู้ดำเนินพิธีรีบนำข้อมูลทางิญญาของเด็กหนุ่มให้กับกิลบิท “หืม” เมื่อกิลบิทได้เห็นข้อมูลทางิญญาจึงรีบส่งต่อให้ ผู้นำตระกลู รองผู้นำตระกูล
เมื่อทุกคนได้เห็นข้อมูลทางิญญาของเด็กหนุ่มต่างแสดงสีหน้าที่ไม่อยากเชื่อ
ในขณะที่กลุ่มผู้นำเงียบอยู่ ผู้ที่ได้เข้ารวมต่างมีสีหน้ามึนงงกันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“ใครจะรู้ บางทีเด็กน้อย อาจจะมีพร์เหมือนพ่อของเค้าก็ได้น่ะ ” ชายเตี้ยหน้ากลมพูดขึ้น
“จะเป็ไปได้ไง แม่ของเด็กนั้นเป็เพียงแค่คนธรรมดา มีที่มาจากไหนก็ไม่รู้” ชายดั้งหักหน้าแบนตอบกับชายหน้ากลม
ในขณะที่เสียงของเหล่าผู้เข้ารวมเริ่มดังขึ้น บนตำที่นั่งตำแหน่งผู้นำตระกูล
“ประกาศออกไป”
“ท่านพ่อ มันจะทำให้ตระกูลของเรา เกิดความเสียหายได้น่ะครับ” กิลบิท กล่าวห้ามความคิดของผู้นำตระกูล
ปึง ปึง ปึง (เสียงฆ้อนไม้ทุบโต๊ะ) ทุกคนเงียบ
“เอเกอร์ ทาร์เรียน บุตรแห่งท่านมิสกัน”
“ความสอดคล้องทางิญญา ระดับ 1”
“ธาตุทางิญญา ไม่มี”
ทันทีที่ผู้ดำเนินพิธีกล่าวจบ ทุกคนที่อยู่ในหอประชุมเงียบ คนทุกต่างทำสีหน้าเหมือนไม่อยากเชื่อในสิ่งที่พึ่งได้ยิน
“เป็ไม่ได้ไง เค้าเป็ถึงลูกชายของผู้ที่มีสามารถและพร์เทียบเท่าผู้ก่อตั้งตระกูลเลยน่ะ นี้นี้..... แบบนี้เด็กน้อยนั้นก็ไม่ต่างอะไรกันคนธรรมดา”
“ต้องเป็เพราะสายเืแม่ของเด็กนั้นแน่ แม่ของเด็กนั้นเป็เพียงแค่ผู้หญิงธรรมดาฐานะต้อยต่ำ และไม่ได้ฝึกฝนพลังิญญาด้วยซ้ำ”
“นังผู้หญิงชั้นต่ำ นำสายชั้นต่ำมาแปดเปื้อนตระกูลทาร์เรียน เราจนได้”
“เืแม่แรงจริง น่าเสียดายเป็บุตรของท่านมิสกันแท้”
เมื่อเวลาผ่านไปเสียงวิภาควิจารณ์ดังขึ้น ผู้คนเกือบทั้งหมดในหอประชุมเริ่มกล่าวโทษแม่ของเอเกอร์ เมื่อเวลาผ่านไปการด่าทอก็ยิ่งรุนแรงหลักขึ้น
“เลิกกล่าวโทษท่านแม่ของข้ากันได้แล้ว ข้าไร้ความสามารถ ท่านแม่ข้าผิดอะไรด้วย”
เอเกิร์น ะโเสียดังขณะที่ยังยืนอยู่หน้าอุปกรณ์เวทกลางหอประชุม ด้วยท่าทางโมโห ไม่พอใจ ในหมู่คนเ่าั้ด่าทอมารดาของเค้าแต่ในใจเค้าไม่ได้เกิดความเสียใจกับผลที่ออกมาเป็แบบนี้ สำหรับเขาแล้ว ดีใจด้วยซ้ำ เพราะเขาจะไม่ต้องเป็ผู้ฝึกพลังิญญา ที่ต้องออกเดินทางฝึกฝนตกเองอยู่ตลอดเวลา มีศัตรูไปทั่วทุกที่ พบกับความเป็ความตายไม่สามารถกำหนดได้ ไม่สามารถอยู่กับครอบครัวได้ เหมือนกับพ่อและแม่ของเค้าที่หายไปจากการออกผจนภัยเมื่อ 10 ปีก่อนอย่างปริศนา
นั้นเป็สิ่งที่เค้ารับไม่ได้ที่สุด เพราะเค้ารู้รสชาติของการต้องถูกทิ้งไว้เป็อย่างดี เขาฝันที่จะอยู่กับครอบครัว มีภรรยาสัก 5 – 6 คนและลูก เขาไม่้าอนาคตที่ต้องออกผจนภัยอยู่ตลอดเวลา อยู่อย่างสันโดษ ทิ้งครอบครัวอันเป็ที่รักไว้ด้านหลัง
ยังดีที่พ่อของเขาทิ้ง ทักษะช่างประดิษฐ์ และทักษะการเขียนอักษรรูนเอาไว้ให้เขามากมาย พร้อมกันวิชาฝึกตนที่ชื่อว่า ลมหายใจิญญา มันเป็วิชาที่พ่อของเขาย้ำนักย้ำหนาให้ฝึกทุกวันั้แ่เขาจำความได้ เค้าเองก็ปฏิบัติตามมาตลอด เนื่องจากทุกครั้งที่เขาได้ฝึกฝนวิชาลมหายใจิญญานี้ ทำให้เค้ามีจิตใจที่ปลอดโปร่ง เืลมในร่ายกายก็หมุนเวียดราบลื่น ที่สำคัญวิชานี้ทำให้เขาสามารถพัฒนาทักษะช่างประดิษฐ์ และทักษะการเขียนอักษรรูน ได้อย่างรายรื่นเช่นกัน
ใน ขณะที่เอเกอร์กำลังคิดในใจอยู่เงียบ ก็มีเสียงลุงใหญ่ของเขา ะโมาจากที่นั่งข้างผู้นำตระกูล
“เ้าคนไร้ประโยชน์ ลูกที่เกิดจากคนชั้นต่ำอย่างแม่ของเ้ายังกล้าปากดีอีก ถ้าไม่ให้กล่าวโทษแม่เ้าแล้วจะให้โทษใคร”
“ท่านก็กล่าวโทษที่ตัวข้าคนเดียวก็ได้ ท่านปู่”
“เ้า ... เ้าเด็กเมื่อวานซืน เถียงคำไม่ตกฟาก”
“เมื่อ 15 ปีก่อนพ่อเ้าก็ทำเื่อัปยศ ทำให้ตระกูลเสื่อมเสียใหญ่หลวง สุดท้ายหนีหายจากตระกูล และยังทิ้งขยะอย่างเ้าไว้”
“ถ้าไม่เพราะในอดีตพ่อเ้าทำความความชอบไว้มาก ข้าจะไล่ขยะอย่างเ้าออกจากกระกูลหลักเสียตั่งแต่วันนี้”
ในขณะที่ถูกว่ากล่าวอย่างรุนแรงจากปู่ของเขา เอเกิร์นกลับมีสีหน้าที่สงบและสุขุมอย่างผิดปกติ เขาคิดทบทวงในสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านมาเขาพยายามค้นหาว่าตระกูลได้มอบอะไรให้กับเขาบ้าง แต่สิ่งที่ได้คือ ..... ไม่มี ทุกอย่างที่เขาใช้ในชีวิตประจำวันเป็สิ่งที่พ่อของเค้าจัดเตรียมไว้ให้ทั้งสิ้น ในขณะที่ทุกคนในตระกูลปฏิบัติเขาอย่างคนไร่ค่าตลอดมา ทั้งเหยียดหยาม ด่าทอแม่ของเขาเมื่อคิดดีแล้ว
“ทุกวันนี้ท่านไม่ได้ทำเหมือนกันว่า ข้าไม่ได้เป็คนของตระกูลหลักงันรึ”
“เมื่อท่านปู่และคนอื่นคิดว่า ข้าเป็เพียงขยะ เมื่อเป็เช่นนั้น ข้าก็จะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับตระกูลอีก”
“เป็แค่คนไร้ความสามารถ ยังกล้าที่จะยโสโอหัง ดีข้าจำทำให้เ้าได้สมหวัง”
ขณะที่ ผู้นำตระกูลพูดประโยคนี้ออกมา ผู้คนที่อยู่ห้องประชุมรู้สึกเหมือนบรรยากาศเย็นลดลงทุกขณะ มันเป็ความเย็นที่ไหลผ่านกระดูกสันหลังที่ใครก็ไม่อย่างจะััมัน
“อาเกิร์น วันนี้ข้าขอประกาศให้เ้าผ่านพิธีบรรลุนิติภาวะ และข้าจะขับเ้าออกจากสายตระกูลหลักไปอยู่สายตระกูลรอง และนัดจากวันนี้ตระกูลทาร์เรียนจะไม่ให้ความช่วยเหลืออะไรเ้า วันหน้าเ้าทำผิดใด ๆ ตระกูลทาร์เรียนจะไม่ขอยุ่งเกี่ยว”
ทันที่กล่าวจบ มือขวาของผู้นำตระกูลได้ยกขึ้น ทันทีที่ยกมือขึ้นมีกล่องไม้ขนาดประมาน 20 ซม. ลอยออกมาไปช่องว่างมิติลงมาสู่มือของผู้นำตระกูลจากนั้นเขาปากล่องไม้เข้าสู่อกของเอเกอร์อย่างแรง ทำให้เอเกิร์นโดนแรงกระแทกไปไกลถึงประตูทางออก
“นั้นเป็ของพ่อของเ้า ข้าไม่อยากเห็นมันอีก เ้าเอามันไปด้วย ออกไปได้แล้ว ไป...”
เมื่อได้ยินดังนั้น เอเกิร์นได้ใช้มือยันพื้น เค้าลุกขึ้นอย่างยากลำบาก เค้าใช้มือข้างหนึ่งกุมหน้าอกที่บาทเจ็บ และมืออีกข้างหยิบกล่องของพ่อของเขา
ในขณะที่เขากำลังเดินออกไป เขารู้สึกว่าในทะเลิญญามีกลุ่มก้อนพลังประหลาดก้อนหนึ่งแทรกเข้ามา ขณะที่เอเกิร์นกำลังจมอยู่กันความคิดของเขานั้น
“ไอ้ขยะตระกลู”
“ไอ้ชั้นต่ำ”
“ช่างหน้าอับอายนัก”
“ไอ้แคระ”
ไวส์ ซากาสก์ โคเซ และหนุ่มสาวหลายคน ที่ยืนพูดคุยกันอยู่บริเวณหน้าประตู หันมารุมด่าทอ
เอเกอร์ไม่ได้ให้สนใจคำพูดเ่าั้ เขาไปเดินออกจากหอประชุมอย่างท่าทีสงบ
“ซิ รู้ตัวว่าไม่มีความสามารถ เลยยอมให้ถูกด่า และจากไปแบบเงียบ ๆ นับว่ามันอยู่เป็” ไวส์ กล่าวกับทั้งสอง ทั้งหมดหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน
หลังจากที่เอเกอร์ออกจากหอประชุมแล้ว เกิดเสียงวิภาพวิจารณ์ ทุกคนต่าง้าพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดไว้ จนทำให้เหมือนกับการคุยแข่งกัน
“ท่านพ่อ ท่านใจร้อนตัดสินใจเกินไปหรือเปล่า ถึงอย่างไรเด็กนั้นก็เป็ลูกน้องสาม”
“นั้นสิพี่ใหญ่พูดถูก เด็กนั้นไม่สามารถฝึกวิชาอะไรได้ ถ้ามันไม่ได้รับการช่วยเหลือจากตระกูล ข้าว่าคงจะไม่รอด”
“พวกเ้า 2 คมเลิกพูดได้แล้วข้าตัดใจไปแล้ว ไม่ว่าเด็กนั้นจะมีเป็อย่างไรไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลของเราอีก” ในขณะที่พูดขึ้นมา มือของเขาที่ซ้อนอยู่ใต้แขนเสื้อกำหมัดจิกเนื้อตัวเองแน่น ในใจพลางคิด “ข้าทำตามที่เ้า้าแล้ว มิสกัน หวังว่าความคิดของเ้าจะถูกต้องไม่อย่างนั้นลูกของเ้าต้องลำบากมากแน่” ระหว่างที่ผู้นำตระกูลกำลังอยู่ในความคิดของตัวเอง กิลบิทกลับแอบยิ้มอยู่มุมปากเล็ก ๆ
.....
หลังจากที่เอเกอร์ออกจากหอประชุมของตระกูลทาร์เรียน ก็รีบตรงกลับเข้าบ้านที่พ่อและแม่ทิ้งไว้ให้ เป็การเดินกลับบ้านที่ไม่รีบร้อน เขาเดินไม่เร็วไม่ช้า ในใจกลับรู้สึกสบายใจในการที่เขาได้หลุดจากเส้นทางของผู้ฝึกพลังิญญา ของตระกูลทาร์เรียนเสียที เพราะทางตระกูลทุกคนจะทุกบังคับให้ต้องเป็นักผจนภัยของตระกูล ต้องออกไปหาประสบการณ์นอกเมือง สู่กับสัตว์อสูรมากมาย ชีวิตมีแต่ความเสี่ยง
“น้าเจนครับ ข้าขอแอปเปิ้ล 5 ผลครับ”
“นี่จ๊ะ วันพิธีบรรลุนิติภาวะเป็ยังไง ราบรื่นดีหรือไม่”
“ราบรื่นดีครับท่านน้า ทุกอย่างเป็อย่างที่ข้า้า”
“อืม ดีดี”
ในขณะที่กำลังคุยอยู่กับน้าเจน เ้าของร้านขายผลไม้ สิ่งที่ตาของเขาเห็นทำให้เอเกอร์อารมณ์ดีขึ้นมาอีกระดับ
“คนบ้า คนลามก คมผีทะเล”
มาเรียที่อายุมากกว่าเอเกอร์ 4 ปีเป็ลูกของน้าเจน เธอต่อว่าเอเกอร์ด้วยสีหน้าแดงนิดหน่อยหลังจากจับได้ว่า เอเกอร์กำลังมองก้นเต่งตึงกลมใหญ่คล้ายลูกแอปเปิ้ลของเธอในขณะที่เธอกำลังก้ม ๆ เงย ๆ จัดผลไม้อยู่หน้าร้าน
เอเกอร์ที่ได้ยินก็เอามือถูจมูกเล็กน้อย และเดินเข้าบ้านตัวเองไปด้วยสีหน้ามีอิ่มความสุข
หลังจากที่เอเกอร์เดินเข้าบ้านไปแล้ว..
“ท่านแม่ ท่านจะให้ข้าอ่อยไอ้ลามกนี้ไปทำไม ข้าต้องแกล้งให้มันมองก้นข้า หน้าอกข้า แถมมันยังเด็กกว่าข้าอีก แถมร่างเล็ก ๆ ของมัน ดูแล้วขนาดตัวมันไอ้นั้นก็คงเล็กตามตัว ทำให้ข้าสุขไม่ได้หรอก”
“ก็แค่ให้มันมอง ลูกไม่ได้เสียหายอะไร ปกติแม่เห็นลูกชอบให้ผู้ชายตัวใหญ่ ยาวบำเรอความสุขให้ลูกอยู่ออกบ่อย นั้นไม่เรียกว่าเสียหายรึ แล้วนี้ลูกก็พึ่งเสร็จกิจกามกับพวกชายผู้ชายนั้นมาเองไม่ไช่รึไง เ้าจะบ่นทำไมกับเื่แค่นี้“
“ท่านแม่ทราบได้ไง”
“ก็ที่หว่างขาของลูกนั้นมันอะไรละ”
เมื่อได้ยินคำพูดของแม่ มาเรียก้มมองดูหว่างขาของตัวเองใต้กระโปรงเห็นของเหลวคล้ายเจลที่ขาวขุ่นเริ่มไหลตกลงมาตามขายาวๆ ของเธอออกมา
“อุ๊บส์ ... ข้ารีบลงมาหน้าร้านตามเสียงท่านแม่ เลยลืมใส่กางเกงใน”
“ท่านแม่มาตำหนิข้าเื่นี้ไม่ได้หรอก ตัวท่านเองก็ใช่ย่อยเมื่อวานข้าแอบเห็นท่านแม่พา หนุ่มกล้ามใหญ่มาบำเรอตัวท่านเองตั่ง 3 คน”
เจนทำสีหน้าราวกันว่ามันเป็เื่ปกติ “ข้าก็แค่เตือนเ้า ข้าดูแล้วมันจะชอบลูกมากอยู่เหมือนกัน ยังไงมันก็เป็คนตระกูลทาร์เรียน ถ้าลูกได้ตกแต่งกับพวกตระกูลนักผจนภัย คนพวกนั้นมีวิธีที่ทำให้คู่รักของตัวเองสามารถคงความสาวความสวยและยืดอายุออกไปได้หลายปี และปกติแล้วพวกผู้ฝึกพลังิญญาที่เป็นักผจนภัยจะไม่สนใจผู้หญิงธรรมดาอย่างเราเรา นี้นับว่าเป็โอกาสของลูก”
“หึ ... ได้มันมาเบื่อแย่ เล็ก ๆ แบบนั้น”
“ลูกก็แอบทำรับหลังมันได้นิ มันดูหัวอ่อนจะตาย ลูกพูดอะไรมันก็เชื่อ”
“ซิซิ ... พูดถึงแอบทำ ร่องรักของข้ามันเต้นตุบ ๆ ถ้าอย่างงันข้าขอขึ้นไปต่อเพื่อเติมเต็มอีกสักพักนะท่านแม่”
“ข้าขึ้นไปด้วยสิ พอพูดแล้วร่องรักของข้ามันก็เริ่มเต้นตุบ ๆ เหมือนกัน”
“มาเลยท่านแม่ มาสนุกกัน วันนี้มีแต่พวกใหญ่ยาว ทั้งนั้นเลย”
“ได้เดียวข้าปิดร้านก่อน”
คลืนนน.....
.......
หลังจากเข้าบ้าน เอเกิร์นรีบเข้าห้องนอนของตัวเองทันที เขาว่างกล่องไว้บนโต๊ะโดยไม่คิดจะเปิดมันสักนิด และพลันนึกถึงก้นที่กลมใหญ่ได้รูปขนาดน่าบีบยิ่งนัก “ร่องรักของสาวบริสุทธ์อย่างมาเรียมันจะต้องยอดเยียมอย่างแน่นอนเลย” ในขณะที่นึกถึงก้นงาม ๆ และร่องรักอันบริสุทธ์ของมาเรีย มือข้างหนึ่งก็เริ่มลูบคลําแท่งชีวิตของตัวเอง หลังจากนั้นเค้าก็สุขสมด้วยมือตัวเองไปรอบนึง
เอเกิร์นก็เริ่มวางแผนในใจ เมื่อเขาผ่านการสอบการเป็ ช่างประดิษฐ์ หรือ นักสร้างอักษรรูน ที่กำลังจัดขึ้นในอีก 1 เดือนข้างหน้าเมื่อไร เขาจะไปสู่ขอมาเรียจากน้าเจนมาเป็ภรรยาของตน เค้าเองก็ชื่นชอบมาเรียอยู่ไม่น้อย ตลอดหลายปีที่ผ่านเขาและครอบครับของมาเรีย ก็เข้ากันได้ดี
หลังจากที่คิดเื่อนาคตของตัวเอง เอเกิร์นหันมองที่รูปครอบครัวของตน
”ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าไม่เสียใจที่ผลการทดสอบออกมาเป็แบบนี้ ข้าไม่อยากเป็อย่างพวกท่าน ข้าอยากมีครอบครัว ข้าไม่อยากโดดเดียว ข้าไม่ชอบเลยกับความรู้สึกเช่นนี้ ข้าเหงา โดดเดียว อ้างว้าง ข้า...ข้าคิดถึงพวกท่าน คิดถึงพวกท่านเหลือเกิน ข้าไม่อยากให้ครอบครัวของข้าต้องรู้สึกเหมือนกับข้าในตอนนี้
ขอบคุณท่านพ่อที่ทิ้งทักษะช่างประดิษฐ์ และทักษะการเขียนอักษรรูน ไว้ให้ข้า มันจะทำให้ข้ามีชีวิตที่ดีแม้จะไม่ใช้ผู้ฝึกพลังิญญา”
หยดน้ำเล็ก ๆ ออกมาทุกครั้งที่เอเกิร์นมองดูรูปครอบครัวใบเล็กบนหัวโต๊ะทำงานของเขา
ในขณะที่เอเกิร์นกำลังดูรูปครอบครัว เขารู้สึกว่าทำไมมีสายลมสายหนึ่งมาพัดอยู่รอบตัวเขา และมันเริ่มแรงขึ้น เขาเริ่มรู้สึกหมดแรง หน้าเริ่มมืด และ
สุดท้ายเขาก็ล้มลง ....