บทที่1 แปลกประหลาด
เมือง Mysterious Town แต่ก่อนเป็นเมืองที่สวยงามล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ ทิวทัศน์ที่หาดูได้ยากนักท่องเที่ยวต่างหลั่งไหลเข้ามาอยากเชยชมทิวทัศน์อันแสนมหัศจรรย์ราวกับว่าตกอยู่ในภวังค์เข้าสู่เทพนิยายแต่เมืองนี้มีความลับบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้อยู่ มันเป็นกฎเหล็กของเมือง Mysterious Town โดย โจชัวร์ ทรัมป์ ได้เขียนและบัญญัติไว้ป่าวประกาศไปทั่วทั้งเมือง ทั้งนักท่องเที่ยวและผู้คนอาศัยในเมืองนี้พอตกดึกช่วงเวลา 3 ทุ่ม ห้ามทุกคนออกนอกบ้านเด็ดขาดไม่ว่าจะมีธุระอะไรก็ตามห้ามออกเด็ดขาดและห้ามเข้าใกล้ป่าที่อยู่หลังเมือง แต่แล้วนักท่องเที่ยวคนหนึ่งซึ่งเป็นชาวออสซี่ไม่ฟังกฎเหล็กเหล่านั้นคิดว่าเป็นเรื่องตลก เหลวไหลไร้สาระเขาเดินเพ่นพานทั่วเมืองแต่แล้วมีเสียงฝีเท้าของใครไม่รู้เดินอยู่ข้างหลังเขาในตอนแรกเขาคิดว่าคงคิดไปเอง น่าจะไม่มีอะไรแต่พอเดินได้สักพักเสียงฝีเท้าเริ่มดังขึ้น ดังขึ้นเรื่อย ๆ“ครืดดด” หนุ่มออสซี่รีบหันไปดูทันทีเขาเห็นชายหนุ่มพิกลขาเกือบขาดจนเห็นกระดูกโผล่ที่ต้นขารูปร่างแปลกประหลาดดวงตาปูดโตเกือบทะลุออกจากเบ้าตาร่างกายของเขาเต็มไปด้วยตุ่มสีเหลืองที่น่าขยะแขยงกำลังลากขาของเขาพร้อมกับพูดไปด้วยว่า “หิวเหลือเกิน” หนุ่มออสซี่ตกใจและหวาดกลัวทำอะไรไม่ถูกในตอนนั้นเขาสติแตกกระเจิง เขาวิ่งตรงไปอย่างไร้จุดหมายไปยังป่าซึ่งอยู่หลังเมืองเขาวิ่งมาได้สักพักจนได้เผอิญเจอต้นไม้ขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างประหลาดบนเปลือกไม้มีลักษณะคล้ายใบหน้ามนุษย์ ทิวทัศน์ที่เคยสวยงามพอแสงอาทิตย์ลับฟ้ากลายเป็นป่าที่น่าสยดสยองมีดวงตาจับจ้องไปทุกแห่ง หนุ่มออสซี่หวาดกลัวสุดขีดทำได้แต่ยืนตัวแข็งเขากรี๊ดร้องด้วยความกลัวเขาตระโกนสุดเสียงว่า ช่วยด้วย ช่วยด้วย อยู่เป็นระยะแต่ไม่มีชาวบ้านคนไหนคิดช่วยเลยนั้นก็เพราะว่ามันเป็นกฎของเมืองนี้ยังไงล่ะ พอรุ่งเช้าพบศพหนุ่มออสซี่แขวนคอตายบนต้นไม้ที่มีลักษณะคล้ายใบหน้ามนุษย์ ศพของเขาซูบผอมราวกับว่าต้นไม้ต้องมนต์สะกดให้คนที่พบมันผูกคอฆ่าตัวตายเพื่อที่จะได้สูบพลังชีวิตแต่นั้นก็เป็นแค่เรื่องเล่าของเมืองนี้ สิ่งที่เธอเล่าดูเหมือนว่ามันจะแตกต่างกับที่ฉันได้ยินมา พ่อของฉันเป็นตำรวจเขาได้ทำเกี่ยวกับคดีนี้เขาเล่าว่าหนุ่มออสซี่ไม่ได้ผูกคอฆ่าตัวตายแต่กลายเป็นศพ ทั้งหัว ลำตัว และขา ถูกแยกออกจากกันราวกับว่ามีสัตว์ป่าตัวใหญ่ฉีกกระชากเขาทั้งเป็น ไส้ของเขากระจัดกระจายทั่วทั้งป่าเลือดนองบนพื้นหญ้า ลำตัวและขาถูกพบในป่าลึกเหลือเพียงแต่กระดูก ส่วนที่น่าสยดสยองที่สุดก็คือส่วนหัวถูกแขวนไว้กับต้นไม้ขนาดใหญ่ หากสังเกตมองต้นไม้เหล่านั้นจะพบได้ว่ามีใบ้หน้าของหนุ่มออสซี่อยู่ ใบหน้าของเขากรี๊ดร้องด้วยความเจ็บปวดแต่สิ่งที่ประหลาดกว่านั้นทั้ง ๆเป็นคดีสะเทือนขวัญมีหนุ่มต่างชาติหายตัวไป พวกตำรวจเลือกที่จะปิดข่าวไม่ให้คนในเมืองและนอกเมืองได้รับรู้เพราะว่าไม่อยากให้แตกตื่นกันไม่มีการตามหาตัวคนร้ายแต่ที่น่าแปลก เป็นคำสั่งโดยตรงจาก ป.ธ.น โจชัวร์ ทรัมป์ บางทีเขาอาจจะอยู่เบื้องหลังทั้งหมดก็ได้ พวกนายเล่ามาทั้งหมดไม่ใช่เรื่องจริง มันถูกบิดเบือนโดยคนของรัฐบาลเพื่อปกปิดข่าวไม่ให้รั่วไหลออกไป โจชัวร์ ทรัมป์ จึงได้สร้างเรื่องเล่าหลอกเด็กขึ้นมาเพื่อให้คนที่อาศัยในเมืองและนักท่องเที่ยวได้ฟังกันพวกเขาไม่อยากให้ความลับบางอย่างถูกเปิดเผย ป่าอาถรรพ์ซึ่งอยู่หลังเมืองคนของรัฐบาลได้ทำการค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับการข้ามมิติเพราะที่แห่งนั้นมีพลังงานสนามแม่เหล็กที่สูงมากจนทำให้เกิดมิติรอยแยก ทั้งรัฐบาลและตำรวจพยายามกีดกั้นไม่ให้คนภายนอกเข้ามายุ่ง แต่แล้วการค้นคว้าต้องหยุดลงเกิดเหตุการ์ณไม่คาดฝัน รอยแยกดังกล่าวเกิดระเบิดขึ้นมาทำให้บริเวณรอบๆหายไป พวกนักวิทยาศาสตร์และทหารซึ่งอยู่ในบริเวณแถวนั้นก็หายสาบสูญไปด้วยเช่นกันแต่ที่น่าประหลาดกว่านั้น กลับมีต้นไม้ปรากฎขึ้นแทน ทุกวันหลังเที่ยงคืนต้นไม้ประหลาดจะส่งเสียงกรี๊ดร้องอย่างโหยหวน(ช่วยด้วย ช่วยด้วย )เป็นระยะ ๆ เวลาผ่านไปเสียงดังกล่าวยังคงดังต่อเนื่องทุกๆค่ำคืนผู้คนในเมืองต่างพากันมาที่ต้นไม้แห่งนี้ราวกับว่าพวกเขาโดนต้องมนต์สะกดบางอย่าง ดวงตาข้าวโพด สติเลื่อนลอย ทุกคนพร้อมใจกันนำเชือกที่เตรียมมาผูกคอฆ่าตัวตายที่ต้นไม้แห่งนี้แต่แล้วคนที่ตายกลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาจากหลุมศพและพวกมันวิ่งไปกัดคนในเมือง ไม่นานโลกก็เป็นของซอมบี้ เอลลี่หนึ่งในสมาชิกของกลุ่มเนิร์ด ได้ยกมือคัดค้านการเล่าเรื่องของโทมัสว่านี่มันเป็นเรื่องเหลวไหลเธอกล่าวติดตลกทิ้งท้าย”ฉันเกือบจะเชื่อนายแล้วนะ แต่มีซอมบี้ยึดโลกนี่มันเหลวไหลทั้งเพ” ทั้ง3คน เอลลี่ ทอม และโทมัส ได้ปักหลักตั้งแคมป์ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของบรรดานักท่องเที่ยว ตรงแถวบริเวณใจกลางป่าลึกข้างหลังเมือง Mysterious Town เพื่อที่จะได้รับชมต้นไม้ที่ไม่มีวันร่วงโรยเป็นต้นไม้อยู่มานับพันปีและยังคงอยู่ตลอดไป พวกเขาผลัดกันเล่าเรื่องสยองขวัญตามตำนานของเมืองเคยคนมีหายสาบสูญเป็นร้อยชีวิต เอลลี่เป็นหญิงสาวคนเดียวในกลุ่มเธอแอบชอบอลันซึ่งเป็นหัวหน้าทีมเบสบอล เธอมีนิสัย ห้าว ปากร้าย และจริงใจ พวกผู้หญิงส่วนใหญ่ในรั้วโรงเรียนเซ้นต์ฮัมเบอร์ไม่ค่อยชอบเธอนัก โทมัสทำท่าทางล้อเลียนคล้ายซอมบี้พร้อมกับพูดน้ำเสียงแหบๆ”ระวังซอมบี้จะกัดเธอนะ เอลลี่” โทมัสเปรียบเสมือนสมองภายในกลุ่มเนิรด์ เขาเป็นคนฉลาดมีไวพริบแต่ไม่มีความกล้าเมื่อสถานการณ์มาถึงเขาเป็นเพื่อนสมัยเด็กของเอลลี่ พอขึ้นเกรด7 จึงได้รู้จักทอมขณะที่เขากำลังโดนแกล้งเขาแอบให้ความช่วยเหลืออยู่ห่างๆ มีเพียงคนเดียวในกลุ่มที่คิดว่าเรื่องที่เล่ามาทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องจริง ทอม ถามกับทุกคนว่า”พวกนายเล่ามาทั้งหมดนั้นเรื่องแต่งอย่างงั้นรึ ฉันก็นึกว่าพ่อฉันเล่ามาเป็นเรื่องจริงซะอีก ทอมชายหนุ่มร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์เขาเป็นคนจิตใจดี นักรักและศิลปินเขามักจะแอบแต่งเพลงให้กับเอลลี่อยู่เป็นประจำ ทอมหลงรักเอลลี่ตั้งแต่เกรด7 ตั้งแต่เธอได้ช่วยจัดการอันธพาลและชอบเธอตั้งแต่เป็นต้นมาจึงขออลันเข้ากลุ่มเด็กเนิร์ดเพื่อที่จะได้อยู่ใกล้ๆเธอ เอลลี่หัวเราะออกมาด้วยความที่ทอมเป็นคนไร้เดียงสาเชื่อคนง่าย เธอพูดและหัวเราะไปด้วย”ทอมฉันชอบนายตรงที่นายเป็นคนซื่อเชื่อคนง่ายนี่แหละ” ทอมรีบหลบสายตาของเอลลี่ทันทีด้วยท่าทีที่เขิลอายเขามองเลิกลั่กไปมาและก้มมองดูโทรศัพท์พยายามกลบเกลื่อนเขาไม่อยากสบตากับเอลลี่ตอนนี้ เดียวรู้ว่าเขาชอบเธอ อากาศข้างนอกติดลบ15องศาโทมัสเอามือพิงไฟพร้อมกับบอกทุกคนว่า”เกือบเที่ยงคืนแล้วรีบเข้านอนกันดีกว่า พรุ่งนี้เรายังมีโปรเจคส่งศาสตราจารย์ชาร์ลส์ ซีเวีย” เอลลี่และทอม ตอบตกลงทันทีเธอแอบส่งซิกให้กับทอมขออยู่ข้างนอกสัก10นาทีค่อยเข้านอนเพราะว่าพวกเขายังต้องเขียนรายงานฟิสิกส์ โทมัสไม่ได้พูดอะไรเขารับรู้ได้ทันทีว่าพวกเขาแสร้งพูดไปอย่างงั้นเอลลี่น่าจะแอบพี้กัญชาและทอมขโมยเหล้าจากพ่อของเขาโทมัสไม่ได้ใส่ใจมากนักเขารีบเข้าเต็นท์ทันทีเพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่นค่ำคืนอันหนาวเหน็บท้องฟ้าเปล่งประกายดวงดาวระยิบระยับจำนวนมากเรียงรายบรรยากาศชวนให้พี้กัญชาเสียจริงเอลลี่กล่าว หลังจากนั้นพวกเขาพี้กันอย่างหนักจนถึงโต้รุ่งเอลลี่และทอมเมาแอลกอฮอล์อย่างหนักเป็นค่ำคืนที่พวกเขาลืมไม่ลงไปอีกนาน เพราะว่าทอมทำสิ่งที่ไม่คาดฝัน สมาชิกคนสุดท้ายของกลุ่มเด็กเนิรด์แต่เขาไม่ได้มาตั้งแคมป์ด้วยเนื่องจาก เหนื่อยล้าจากการซ้อมเบสบอลเพราะอีก3วันมีแข่งเบสบอลประจำโรงเรียน เซ้นต์ฮัมเบอร์ vs วาสเชลฮัมเบอร์ เขาเปรียบเสมือนหัวหน้าของกลุ่มเด็กเนิร์ด อลัน ทอมป์สัน มีความเป็นผู้นำ กล้าหาญ นิสัยชอบช่วยเหลือผู้อื่นเขาเป็นเพียงคนเดียวในกลุ่มที่ไม่ฉลาดมากนักแต่มีไวพริบเป็นเลิศและยังเป็นเพื่อนสมัยเด็กของโทมัสและเอลลี่ อลันชอบเอลลี่ตั้งแต่เด็กเขามักจะแอบเอารูปของเอลลี่มาแนบข้างกายทำให้เขาไม่กลัวสิ่งใดแม้แต่ภัยอันตราย