ทหารหลวงด่านบูรพาถอยออกไปแล้วตอนนี้ที่ขวางเสวียนเทียนชิงอยู่ก็มีแค่กลุ่มยอดฝีมืออย่างพวกบัณฑิตหลูขั้นปรมาจารย์สามสิบกว่าคนไม่ใช่เรื่องเล่นๆเลยต่อให้เสวียนเทียนชิงฝึกปราณพิสุทธิ์ไพรศาลสำเร็จก็ใช่ว่าจะผ่านไปได้ง่ายๆถึงอย่างไรกำลังของคนก็มีขีดจำกัด
“ในเมื่อด่านบูรพาไม่อยากยุ่งเกี่ยวก็ช่างเถอะคุณชายเสวียนหนทางนี้ท่านไปต่อไม่ได้แล้ว หากก้าวข้ามด่านบูรพามาข้าจะลงมือทันทีตระกูลเสวียนยิ่งใหญ่ค้ำฟ้าไหนเลยพวกข้าอยากจะมีปัญหาด้วยท่องบูรพาสามปีท่านก็ผ่านมาแล้ว แค่รออีกสามเดือนโปรดอย่าทำให้พวกข้าต้องลำบากใจ”
บัณฑิตหลูถอนหายใจออกมาประสานมือคารวะอย่างสุภาพสามเดือนนั้นไม่นานแต่เสวียนเทียนชิงรู้จากฟู่หยงจิ้นมาแล้วว่านี่คือเวลาที่หอฟ้าเก้าอักษรเปิดรับคนแผนการทั้งหมดที่วางไว้ตั้งแต่เมื่อสามปีก่อนก็เพื่อขัดขวางไม่ให้เขาเข้าสู่หอฟ้าเก้าอักษรดังนั้นเสวียนเทียนชิงจะยอมถอยได้หรือ?
หนึ่งคนหนึ่งกระบี่ย่างเดินเชื่องช้านำทางรถม้าเข้าด่านบูรพาไอสังหารพวยพุ่งท่วมท้นไร้ทางประณีประนอมบัณฑิตหลูถอนหายใจยาวออกมาครั้งหนึ่งดวงตาที่เปี่ยมปัญญาก็แปรเปลี่ยนมาเป็นเย็นเหยียบไอสังหารที่ซ่อนเร้นปะทุขึ้นราวกับภูเขาไฟปัญญาชนอย่างเขาไม่ใช่คนโง่ เรื่องเมื่อตอนนั้นแม้บุตรชายของเขาจะตายไปแต่เขาก็ไม่คิดจะทวงความยุติธรรมให้บุตรชายหนึ่งคือเรื่องนี้คือหมากกระดานใหญ่และบุตรชายของเขาก็เป้นแค่เบี้ยตัวหนึ่งเท่านั้นเหตุผลที่สองยิ่งแล้วใหญ่ อีกฝ่ายคือคุณชายตระกูลเสวียนหากเขาลงมือเช่นนั้นตระกูลหลูก็คงถึงคราวจบสิ้นจริงๆแล้วดังนั้นแรงแค้นและไอสังหารจึงได้แต่กดกั้นเอาไว้จนถึงตอนนี้!
“ลงมือ!”
เสวียนเทียนชิงรนหาที่ตายเช่นนั้นก็ไม่ต้องกังวลแล้วปรมาจารย์สามสิบกว่าคนเขาไม่เชื่อว่าจะสังหารขั้นเบิกวิญญาณคนหนึ่งไม่ได้ต่อให้อีกฝ่ายเป็นปรมาจารย์ขั้นสามก็ยากจะรอดชีวิต!
ถึงอย่างไรฝึกฝนมาถึงขั้นปรมาจารย์ได้แต่ละคนล้วนมีศักดิ์ศรีถือดีหยิ่งทระนงคนที่บุกเข้าหาเสวียนเทียนชิงครั้งแรกมีแค่สิบกว่าคนเท่านั้นทั้งยังเป็นแค่ปรมาจารย์ขั้นหนึ่งและขั้นสองกฎของเสวียนอู่หยางใครจะกล้าเมินเฉย หากอาศัยแค่ปรมาจารย์ขั้นหนึ่งถึงสามสังหารเสวียนเทียนชิงได้จึงจะเป็นเรื่องดีที่สุดแน่นอนว่าท้ายที่สุดหากเสวียนเทียนชิงยังรอดมาได้พวกเขาก็ต้องลงมือแน่นอน
“การต่อสู้เริ่มขึ้นแล้วขั้นญาณทิพย์สิบกว่าคนเอาชนะเจ้าหนูนั่นไม่ได้หรอก”
ฟู่หยงจิ้นยืนเหนือเมฆกระดกสุราอย่างไม่ใส่ใจส่วนเย่วอิงนั่งบนพรมแดงผืนใหญ่ปักลายสีทองงดงามยิ่งนักพรมผืนนี้ลอยอยู่บนฟ้านับเป็นของวิเศษชั้นสูงที่หาได้ยากในแดนเบญจภพหากยอกฝีมือของแดนเบญจภพมาเห็นจะต้องตาลุกวาวแน่นอนเพราะมันคือของวิเศษชั้นฟ้า!
“ปราณพิสุทธิ์ไพรศาลฝึกสำเร็จขั้นแรกแล้วจิตวิญญาณของเขาก็ทรงพลังไม่ด้อยกว่าปรมาจารย์ขั้นสองเลยอาศัยการต่อสู้นี้เคี่ยวกรำอีกสักหน่อยยกระดับไตรลักษณ์ให้สมบูรณ์ก็มีโอกาสแปดส่วนที่จะรวมเมล็ดวิญญาณได้สำเร็จน่าเสียดายก็แต่วิชายุทธ์ของแดนเบญจภพต่ำเกินไป วิชาลับนั่นก็ใช้ไม่ได้ส่วนศิษย์พี่ก็ไม่ได้ถ่ายทอดวิชากระบี่ของสำนักให้เขา”
“รอดูไปก่อนเถิดแม้ว่าแดนเบญจภพจะไม่มีมรดกชั้นยอดแต่ก็ปรากฏยอดคนไม่น้อย การสืบทอดของพวกเองก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน”
ฟู่หยงจิ้นลูบเครายาวอย่างยิ้มๆก่อนจะกระดกเหล้าไปอีกอึกใหญ่การต่อสู้ของเสวียนเทียนชิงเขาเห็นมาหลายครั้งแล้ว นอกจากวิชาค่ายกลและวิชากระบี่ของตระกูลเสวียนเขายังมีปราณกระบี่ไท่ผิงอยู่ด้วยอาศัยสิ่งเหล่านี้ด้วยระดับของเสวียนเทียนชิงก็เพียงพอที่จะรับมือปรมาจารย์ขั้นญาณทิพย์กลุ่มหนึ่งได้อย่างสบายแล้ว
เคร้งเคร้ง เคร้ง
ชายหนุ่มควงกระบี่ฟาดฟันแสดงวิชาลับตระกูลเสวียนออกมาอย่างต่อเนื่องในส่วนที่สองของเพลงกระบี่ตระกูลเสวียนนอกจากกระบี่สะท้อนจันทร์แล้วยังมีอีกสามกระบี่ที่เลื่องชื่อหากเป็นคนอื่นในตระกูลย่อมต้องรอสำเร็จขั้นปรมาจารย์ถึงจะมีโอกาศได้ฝึกฝนแต่ด้วยฐานะของเสวียนเทียนชิงแม้จะระดับขั้นไม่ถึงแต่เขาก็เคยฝึกท่าร่างมาก่อนแล้ว
สะท้อนจันทร์คลื่นนภา วงแหวนสุริยัน สามกระบี่นี้ยอดเยี่ยมจนถูกจัดให้อยู่ในร้อยอันดับแรกของกระบวนท่าในแดนเบญจภพอาศัยปราณแท้ของเสวียนเทียนชิงในตอนนี้และจิตกระบี่ของเขาก็สามารถสำแดงพลังของสามกระบี่นี้ออกมาได้ถึงแปดส่วนอย่าลืมว่านี่เป็นเพลงกระบี่ชั้นยอดของแดนเบญจภพ ปรมาจารย์ทั่วไปไหนเลยจะทานทนได้
แสงจันทร์ส่องสะท้อนวงแหวนสุริยันเคลื่อนผ่าน ขั้นญาณทิพย์สิบกว่าคนนี้ชัดเจนแล้วว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเสวียนเทียนชิงใช้กระบี่สะท้อนจันทร์ตั้งรับใช้วงแหวนสุริยันโต้กลับพลังของหนึ่งคนหนึ่งกระบี่ที่แท้กลับมีมากมายถึงเพียงนี้!
“ข่าวลือเป็นจริงสินะเขากลายเป้นปรมาจารย์คนหนึ่งแล้ว”
บัณฑิตหลูกล่าวออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉยเสวียนเทียนชิงเหยียบเข้าขันเบิกวิญญาณตั้งแต่สามปีก่อนก็สามารถกำราบคนในระดับเดียวกันได้เกือบหมดแล้วหลังผ่านไปอีกสองปีพลังของเขามั่นคงสมบูรณ์ก็เรียกได้ว่าไร้พ่ายใต้ปรมาจารย์ ตอนนี้ยามเหยียบเข้าขั้นญาณทิพย์ย่อมเป้นเรื่องยากที่ขั้นญาณทิพย์ด้วยกันจะกำราบเขาได้
“บัณฑิตหลูสวะพวกนั้นจัดการเจ้าเด็กนั่นไม่ได้หรอก พวกเราเองก็ควรลงมือได้แล้วกระมัง?”
ข้างกายบัณฑิตหลูมีชายสองคนเดินพลางกล่าวขึ้นสองคนนี้เป็นปรมาจารย์ขั้นสี่ที่เสวียนเทียนชิงสัมผัสได้ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่ได้ตั้งใจปกปิดไอปราณทั้งยังแผ่แรงกดดันออกมาอยู่ตลอด คนทางซ้ายผิวขาวร่างบางกอดกระบี่หยกไว้ตลอดส่วนทางขวาผิวคล้ำร่างใหญ่ในมือถือดาบเหล็กพาดบ่า
“เช่นนั้นพวกท่านก็ลงมือเถิดสะท้อนจันทร์ คลื่นนภา วงแหวนสุริยัน สามกระบี่ตระกูลเสวียนปรากฏออกมาแล้ว จงระวังกระบี่สุดท้ายเอาไว้ให้ดี”
บัณฑิตหลูกล่าวออกมาแผ่วเบาขณะสายตายังจับจ้องไปยังการต่อสู้ของเสวียนเทียนชิงอยู่ตลอดปรมาจารย์ขั้นญาณทิพย์สิบสี่คนตอดนนี้ญาณทิพย์ขั้นหนึ่งและขั้นสองตายไปสามคนบาดเจ็บอีกสี่คนที่ยังพอสู้ไหวอยู่ก็เหลือแค่ญาณทิพย์ขั้นสามสี่คนและขั้นสองสองคนเท่านั้น เวลาพึ่งจะผ่านไปเท่าไหร่กันเชียว? หนึ่งเค่อยังไม่ถึงด้วยซ้ำ!
“ได้ยินว่ากระบี่สุดท้ายของตระกูลเสวียนมีแค่ปรมาจารย์ขั้นสี่ขึ้นไปถึงจะใช้ได้เจ้าเด็กนี่ต่อให้ผืนใช้ออกมาได้สักกระบี่ก็มีแต่จะทำร้ายตัวเอง”
ชายร่างใหญ่ยิ้มหยันเดินแบกดาบเหล็กมุ่งหน้าเข้าหาเสวียนเทียนชิงโดยมีชายร่างเล็กกอดกระบี่เดินตามจังหวะนั้นปรมาจารย์ผู้หนึ่งถูกกระบี่ของเสวียนเทียนชิงตีกลับจนกระเด็นถอยกลับมาสุดท้ายชายร่างใหญ่ไม่ได้รับตัวเขาเอาไว้แต่กลับใช้สันดาบฟาดออกไปกลางหลังจนปรมาจารย์ผู้นั้นกระเด็นไปด้านข้างกระบี่ของเสวียนเทียนชิงทำเขาบาดเจ็บสาหัสแต่เกรงว่าดาบนี้ของชายร่างใหญ่คงถึงขั้นทำให้เขาพิการ
“สวะอย่างพวกเจ้าไสหัวไปเสียให้หมด! เงินก้อนนี้บิดาจะเป็นผู้รับไว้เอง!”
เขาหัวเราะออกมาดวงตากลายเป็นบ้าคลั่งเหี้ยมโหดตระกูลฉินและตระกูลเซี่ยเชิญคนมาได้มากขนาดนี้ย่อมมีราคาที่ต้องจ่ายเป็นธรรมดาค่าหัวของเสวียนเทียนชิงไม่เพียงดึงดูดปรมาจารย์ขั้นสี่แต่ขั้นห้าก็ยังมีให้เห็น แค่นี้ก็เดาได้แล้วว่าค่าหัวของเสวียนเทียนชิงมีมากขนาดไหนถึงทำให้พวกเขากล้าฝ่าฝืนกฏกล้าล่วงเกินเสวียนอู่หยาง!
“กุ้ยอี้กับกุ้ยเฟยงั้นรึแม้แต่โจรโฉดอย่างพวกเจ้าก็ยังกล้าเชิญมา”
กุ้ยอี้กับกุ้ยเฟยมาแล้วเช่นนั้นเหล่าปรมาจารย์ขั้นญาณทิพย์ก็ไม่คิดฝืนอยู่ต่อประมือมาถึงตอนนี้พวกเขาล้วนรู้ดีว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเสวียนเทียนชิงอีกฝ่ายไม่เพียงแกร่งกร้าวแต่ลงมือก็ไร้ความปราณีอย่างสิ้นเชิง เห็นศพของคนที่ตายไปเห็นร่างบาดเจ็บของสหายก็ทำให้ใจฮึกเหิมของพวกเขาพังทะลายไปนานแล้ว
“ไอ้หนูปากกล้าดีนักนะ หากยอมอบหัวมาให้ข้าเสียดีๆข้าสัญญาว่าจะไม่ทรมานเจ้า”
กุ้ยอี้ก็คือชายถือดาบส่วนกุ้ยเฟยคือชายถือกระบี่สองคนนี้เข่นฆ่าทำชั่วมาไม่น้อยถือว่ามีชื่อฉาวในเขตเมืองหลวงนภาครามเจอกับสองคนนี้เสวียนเทียนชิงไม่เพียงไร้เมตตาแต่ในใจยังเกิดแรงสังหารขึ้นมาเสียด้วยซ้ำมองสองสองพี่น้องตรงหน้าเสวียนเทียนชิงพลิกฝ่ามือนำเจดีย์พิสุทธิ์ออกมาพลางยิ้มเย็นตอนนี้เขาไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ปราณกระบี่ไท่ผิงแม้ไม่มีค่ายกลช่วยเขาก็สามารถสำแดงออกมาด้วยตัวเอง
“เฮ้ๆบัณฑิตหลู เจดีย์นั่นพวกข้าสามารถเก็บไปได้หรือไม่?”
“หากพวกเจ้าไม่กลัวตระกูลเสวียนก็สามารถเก็บไปได้ตามใจ”
สองโจรเหิมเกริมยิ่งนักไม่เพียงคิดสังหารเสวียนเทียนชิงแม้แต่สมบัติของตระกูลเสวียนก็ยังคิดชิงไปเสวียนเทียนชิงมองกุ้ยอี้ที่หัวเราะออกมาด้วยสีหน้าเย็นชา ใบหน้าของชายหนุ่มปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาอย่างกะทันหันสามปีก่อนเขาทำสิ่งใดไว้บ้างเกรงว่าผู้คนของลืมเลือนไปเสียแล้ว
“เอาเถอะตอนนั้นข้าก็แค่เด็กคนหนึ่ง สำหรับปรมาจารย์เหล่านี้ไหนเลยจะคิดเป็นจริงเป็นจัง”
เสวียนเทียนชิงถอนหายใจออกมาขณะเรียกกระบี่ไท่ผิงมาถือไว้ที่มือซ้ายเขาเดินเข้าหากุ้ยอี้อย่างไม่รีบร้อนสีหน้ายังประดับไว้ด้วยรอยยิ้ม
“ข้าไม่หาเรื่องใครก็มีแต่คนมาหาเรื่องข้า...เช่นนั้นก็ต้องฆ่าคนให้มากขึ้นหน่อยฆ่าจนผู้คนหวาดหวั่นขวัญผวาไม่กล้าแม้แต่เอ่ยนามข้าออกมา!”