ออกจากร้านกาแฟมาแล้วท้องฟ้าก็มีเสียงฟ้าร้องครืนๆ ให้ได้ยิน เหมือนล้อรถของรถคันใหญ่ๆ เคลื่อนผ่าน ลมพายุพัดกระหน่ำทำให้ยืนยังไม่ค่อยจะติดพื้นจนกระทั่งรถคันนั้นต้องปิดกระจกรถ ค่อยๆ ขับเลียบขอบถนนมา
ฝงซื่อเจินที่ใส่กระโปรงยาวๆถูกลมพัดสะบัดพึ่บพั่บ พัดจนหล่อนเดินเซ
หรงเจียซั่งเร่งก้าวฝีท้าวยาวเห็นว่าฝงซื่อเจินตามมาไม่ทัน หยุดรอหล่อนด้วยความรู้สึกหงุดหงิด
“ครูฝงตอนรำมวยว่องไวเหมือนลมเลยนะตอนนี้เจอลมพัดแค่นี้ถึงกับเดินไม่ออกเลยเหรอ?”
ฝงซื่อเจินกัดฟันด้วยความโกรธพูดขึ้น “ไม่กล้ารบกวนให้คุณชายใหญ่ต้องมารอฉันหรอกค่ะถ้าคุณกลัวพายุก็หลบเข้าไปในร้านก่อนได้”
ระหว่างที่กำลังพูด รถคันสีดำก็เข้ามาประชิดเร่งความเร็วอย่างกะทันหัน คนหลบลมพายุตรงข้างถนน 2 คนกระโจนเข้าใส่หรงเจียซั่งจากด้านหลัง
“ระวัง!” ฝงซื่อเจินะโเสียงดังจ้องดูด้วยความใจนรูม่านตาหด
หรงเจียซั่งเหมือนมีตาหลังเกิดขึ้นบนหลังอย่างไรอย่างนั้นมือผลักฝงซื่อเจินเข้าไปหลบในมุมด้วยสีหน้าเรียบเฉย พลิกตัวกะทันหัน ะโถีบถีบโดนคนหนึ่งลงไปกองอยู่กับพื้น
ฝงซื่อเจินถอยไปที่มุมกำแพงก็ได้เห็นหรงเจียซั่งเคลื่อนไหวเหมือนเงาไม่อาจจับได้ทันอีกทั้งการก้าวเท้าที่คล่องแคล่วว่องไวของเขา ก็เตะอีกคนหนึ่งลงไปกองอยู่กับพื้นเช่นกัน
เสียงเบรกรถดังเอี๊ยดแสบแก้วหูรถยนต์หยุดจอดไว้ ผู้ชายใส่ชุดดำ 2 คนะโออกมาจากในรถ ไม่สนใจฝงซื่อเจินตรงไปที่หรงเจียซั่งทันที
2 คนที่ถูกเตะจนล้มไปก่อนหน้าก็คลานลุกขึ้นมากระโจนเข้าไปอีกครั้ง
หรงเจียซั่งเปลี่ยนไปเป็คนละคนร่องรอยของความหยิ่งยโสนั้นมลายหายไปหมด รังสีอำมหิตโหดร้ายปกคลุมไปทั่วร่างกายเหมือนสัตว์ดุร้ายที่เพิ่งหลุดออกจากกรง เยือกเย็นและเฉียบคมความกระหายเืคุกรุ่น จู่โจมเข้าต่อสู้กับอีกฝ่าย
เขาโจมตีคนที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดเตะจนล้มลงไปคว้าจับมือของคนต่อไปอีกคน ก้าวเท้าเตะเข้าตัว คนคนนั้นกระเด็นไปชนเข้ากับกระจกหน้าร้านกาแฟจนแตกร่วงเข้าไปในร้าน
กระจกแตกเพล้งกระจายเต็มพื้น ผู้หญิงชาวรัสเซียร้องะโดังด้วยความหวาดกลัว
ผู้ชายคนที่ถูกหรงเจียซั่งเตะออกไปกระโจนเข้ามาใหม่ฝงซื่อเจินทนดูต่อไปไม่ไหวผลุนผลันออกมาจากข้างๆ ยกแจกันดอกไม้ทุ่มออกไปฝ่ายตรงข้ามล้มลงกับพื้นร้องเสียงหลง หัวด้านหนึ่งมีเืไหลโชก
หรงเจียซั่งหยิบเศษกระจกที่ตกอยู่ขึ้นมา1 แผ่น ด้วยการเคลื่อนไหวที่กระฉับกระเฉง ทำให้เกิดแสงสะท้อนแวววาวออกมา
พวกอันธพาลร้องโอดครวญที่แขนมีเืสดๆ ไหลจากาแมีคม กระเด็นเลอะใส่เสื้อสีขาวๆ ของหรงเจียซั่งหรงเจียซั่งต่อยเข้าไปที่หน้าฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่รีรอจากนั้นก็เตะอีกคนหนึ่งอย่างหนัก
คนสุดท้ายที่เหลืออยู่ 1 คนนั้นคำรามเสียงใหญ่ กระโจนเข้ามาทางด้านหลังหรงเจียซั่งด้วยร่างกายที่บึกบึน้าที่จะจู่โจมเขาให้ล้มลง หรงเจียซั่งถูกเขารัดคอเอาไว้ แน่นจนหน้าแดงก่ำแขนที่รัดแน่นอยู่นั้นรัดจนเหมือนกำลังจะะเิออกมา
ฝงซื่อเจินวิ่งเข้ามาอารมณ์เดือดปุดๆ ยกแจกันดอกไม้ขึ้นมา กระแทกเข้าไปบนหลังของผู้ชายคนนั้นหรงเจียซั่งได้โอกาสพลิกตัวผละออก เข่ากระแทกเข้าไปที่หลังของผู้ชายคนนั้นแขนรัดเข้าไปที่คอของเขา
ชายคนนั้นสีหน้าม่วงคล้ำ หายใจลำบาก
“ทำใจให้สบาย” หรงเจียซั่งพูดเสียงต่ำเต็มไปด้วยความเยือกเย็น “สบายๆ แป๊บเดียวเท่านั้น แป๊บเดียว...”
สองตาของผู้ชายคนนั้นเหลือกขึ้นล้มพับตายคาที่
หรงเจียซั่งปล่อยมือถอนหายใจลุกขึ้นมา
ฝงซื่อเจินหายใจหอบ ค่อยๆ ขยับตัวเดินเข้ามาหาหรงเจียซั่ง
“คุณไม่เป็ไรใช่ไหม?” ทั้งสองพูดขึ้นมาพร้อมกัน
ฝงซื่อเจินชะงักงันครู่หนึ่งสายตามองไปยังสองตาของหรงเจียซั่ง พยักหน้า
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
“ลักพาตัวไง”หรงเจียซั่งมองว่าไม่ใช่เื่บังเอิญ เขาก้มหน้าเตะดูผู้ชายที่สลบอยู่กับพื้น“คนที่อยากจะแก้แค้นน่ะกำลังจะไปถึงสามจังหวัดชายแดนแล้วเื่แบบนี้มันเื่ธรรมดาของตระกูลหรง พวกแกมาจากตระกูลไหน?”
ผู้ชายคนนั้นกุมแขนที่หักร้องครวญคราง
หรงเจียซั่งก้มหน้าโน้มเอวลงมาดึงคอเสื้อของเขาขึ้นสายตาจ้องเขม็งอย่างเืเย็น “ตระกูลหวัง? หรือว่าตระกูลกัว...”
กริ๊ก--
หูของฝงซื่อเจินได้ยินเสียงแ่เบานั้น
ผู้ชายที่ล้มเข้าไปในร้านกาแฟไม่รู้ว่าลุกขึ้นมาตอนไหนในมือถือปืนลูกซองไว้ เพิ่งปลดสลักขึ้นลำกล้อง
“แกไม่พูด ยังไงก็จะมีคนทำให้แก...”
พูดยังไม่ทันจบคำหรงเจียซั่งก็ถูกฝงซื่อเจินกระโจนเข้าใส่จนล้มลงไป เสียงปืนดังสนั่นหูคนที่ทับอยู่ข้างบนโดนยิงใส่
หรงเจียซั่งพลิกตัวมาบังฝงซื่อเจินเอาไว้หมอบหลบอยู่บนพื้น ะุกราดยิง ยิงลงที่พื้น บนกำแพง เกิดเป็ประกายไฟไปทั่วหน้าต่างกระจกแตกกระจาย ขวดเหล้าแตกทะลักลงมาชโลมร่างทั้งสองร่างของหรงเจียซั่งทับอยู่บนตัวฝงซื่อเจินเหมือนจะไม่รอดโอบกอดหัวของหล่อนเอาไว้ในอก
ผู้ชายคนนั้นยิงจนะุหมดทิ้งปืนไว้ วิ่งพรวดพราดหนีไป
หรงเจียซั่งผละตัวออกอย่างกะทันหันกุลีกุจอพรวดพราดออกไปไวเหมือนเสือชีตาห์ตามกระชากผู้ชายคนนั้นกลับมา ถูกจัดฟาดเข้ากับโต๊ะ โต๊ะกาแฟถูกแรงฟาดแตกกระจายออกเป็เสี่ยงๆ
หรงเจียซั่งเกิดอารมณ์โกรธอย่างรุนแรงแสดงออกมาทางสายตา เตะเข้าไปยังหลังของผู้ชายคนนั้น หยิบมีดหั่นบนโต๊ะอาหารปักมีดลงไป ปักลงตรงกลางมือข้างขวาทะลุเข้ากับบนโต๊ะ
“อ๊ากกก” ผู้ชายคนนั้นร้องเสียงหลง
บาร์เทนเดอร์สาวชาวรัสเซียตาเหลือกเป็ลมล้มลงไปยังอ้อมกอดของพนักงานเสิร์ฟ เถ้าแก่ใจนอ้าปากค้าง
หรงเจียซั่งลุกขึ้นยืนหน้าอกขยับเขยื้อนดุเดือด ลมหายใจรุนแรงเหงื่อไหลชโลมเต็มเสื้อผ้าที่มีเืเปื้อนอยู่เต็ม เขาเดินโซซัดโซเซเหยียบพื้นที่เต็มไปด้วยเศษแก้ว วิ่งตรงไปหาฝงซื่อเจิน
มือของฝงซื่อเจินกุมไว้ที่แขนพิงกำแพงลุกขึ้นมาอย่างช้าๆ หรงเจียซั่งคว้าตัวเธอเข้ามา จับแขนมาดู
“ได้รับาเ็เหรอ? ผมดูหน่อย! นี่คุณอย่าดิ้นสิ!”
ฝงซื่อเจินเดิมทีไม่ได้เจ็บสาหัสแต่กลับเจ็บกว่าเดิมเพราะความมือหนักของหรงเจียซั่งนั่นแหละ
“ก็แค่ฟกช้ำ คุณทำให้เจ็บกว่าเดิมอีกนะ...โอ๊ยหรงเจียซั่งปล่อยมือคุณเดี๋ยวนี้!”
หรงเจียซั่งถูกเรียกชื่อมองฝงซื่อเจินด้วยความตื่นตระหนก ทันใดนั้นก็เหมือนถูกน้ำร้อนราดอย่างไรอย่างนั้น รีบผลักมือฝงซื่อเจินออกไป
ฝงซื่อเจินเจ็บจนตาค้าง“ฉันให้คุณปล่อยมือ ไม่ได้ให้คุณสะบัดมือทิ้งนะ คุณชายใหญ่สุดท้ายแล้วฉันก็ต้องเจ็บจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย?”
อาจเป็เพราะเพิ่งได้ออกแรงอย่างดุเดือดมาหรงเจียซั่งยังคงช็อกด้วยสีหน้าที่แดงระเรื่อแล้วยังจับแขนฝงซื่อเจินเอาไว้อย่างกะทันหัน จากนั้นจับเอาแขนเสื้อหล่อนพับขึ้น
ะุปืนเฉี่ยวทำให้เกิดเป็แผลยาวเืไหลออกไม่น้อย แต่สามารถมองออกว่าไม่ได้หนักหนาสาหัส
“เห็นรึยังล่ะ?”ฝงซื่อเจินสีหน้าเหมือนถูกน้ำร้อนลวก อยากดึงแขนกลับแต่กลับถูกแรงของหรงเจียซั่งจับเอาไว้ในมือ
“แค่นี้เรียกว่าเจ็บเหรอ?” หรงเจียซั่งพูดพึมพำแต่ก็ไม่ปล่อยมือ
ทันใดนั้นก็มีรถสามสี่คันขับตรงเข้ามาบีบแตรรัวๆ
ฝงซื่อเจินหันหลังไปมองอึ้ง
“ไม่เป็ไร”หรงเจียซั่งดึงตัวหล่อนมาหลบอยู่ข้างหลัง “นี่คนของเราเอง”
“คุณชายใหญ่!”ผู้ชายสิบกว่าคนกระโจนลงจากรถ คนที่วิ่งนำมารูปร่างสูงใหญ่ วิ่งเข้ามาทั้งๆ ที่เข็มขัดก็หลุดลากดินมาอย่างนั้น“คุณชายใหญ่ พวกเรามาช้าไป...”
“ฉันยังไม่ตายซะหน่อย”หรงเจียซั่งสายตาเยือกเย็นมองออกไป “แกมาเร็วต่างหาก”
ผู้ชายคนนั้นตบหน้าตัวเองหลายฉาดยกมือขึ้นเหนือหัวพึมพำ “ยังมาไม่เร็วพอที่จะจับไอ้พวกนั้นไว้!”
เสียงดังครืนๆ ดังเข้ามาใกล้ทุกทีแล้วหยดน้ำฝนเม็ดใหญ่หยดลงมาจากฟ้า ตกลงมาบนใบหน้า จนรู้สึกหน้าชา
หรงเจียซั่งหันหัวมาทางฝงซื่อเจินที่กำลังส่งสายตาตะลึงงัน
หล่อนใหมดแล้ว
ไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่มีคำพูดที่อยากจะพูดเหน็บแนมในเมื่อไม่มีก็ไม่รู้จะพูดอะไรออกมา หรงเจียซั่งยังคงจับมือฝงซื่อเจินอย่างถนอม แป๊บเดียวก็บีบแน่นอีก
“ไปกันเถอะ” หรงเจียซั่งจูงแขนฝงซื่อเจินยัดหล่อนเข้าไปในรถ “คราวนี้ได้กลับบ้านจริงๆ แล้วละ”
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/0818cc58522cbd86eda61452a3988291
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่เมืองศิวิไลซ์ที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #เมืองศิวิไลซ์ #เรือนหอมหมื่นลี้ #readAwrite ด้วยน้า