┏━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━┓
เื่นี้หยกจะลงให้ทุกคนอ่านฟรีจนจบเลยน้า
หากลงครบ 50% แล้วหยกจะทำการติดเหรียญในครึ่งแรก
ส่วนครึ่งหลังหยกก็จะลงให้อ่านฟรีต่อจนจบไปเลยจ้า
และเมื่อลงจนจบแล้วหยกจะทำการติดเหรียญทั้งหมดในทันที
เพราะงั้นทุกคนอย่าลืม กดหัวใจ กับ กดเพิ่มเข้าชั้น เอาไว้กันด้วยน้า
┗━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━┛
ห้างสรรพสินค้าภูสิทธ์
่เย็นของวัน
โซนจิวเวลรี่
“คุณหนูครับ ผมว่าร้านนี้ก็สวยนะครับ” หนึ่งในผู้ติดตามนามว่า ‘ยอด’ หรือที่ฉันมักจะชอบเรียกว่า ‘ไอ้ยอด’ พูดขึ้นมาตามด้วยท่าทางยกมือขึ้นแล้วชี้นิ้วให้ฉันดูว่าร้านที่มันกำลังเสนอนั้นอยู่ทางไหน
“นี่นะสวยของมึง! ถุ้ย! ร้านที่กูเลือกไว้ยังสวยกว่าอีก” ฉันยังไม่ทันได้ตอบอะไรกลับไปหรือทันได้มองตามที่ยอดแนะนำเสียงของ ‘เด่น’ ผู้ติดตามอีกคนของฉันก็ชิงพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ไม่นานาพี่น้องก็เริ่มขึ้นเหมือนอย่างที่ชอบเป็ สองคนนี้เป็พี่น้องฝาแฝดกัน และยังเป็ลูกของผู้ติดตามคนสำคัญของพ่อฉัน พวกเขาจึงถูกส่งให้มาดูแลฉันซึ่งก็คือรุ่นลูกและฉันก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ เพราะนี่คือคำสั่งโดยตรงจากแม่ฉันเอง
“...” ฉันได้แต่ส่ายหน้าไปมาแล้วหมุนตัวหันเดินไปอีกทางแทน และปล่อยให้พวกเขาเถียงกันเองต่อไป เนื่องจากลูกค้าคนอื่นที่อยู่รอบ ๆ เราเริ่มให้ความสนใจมองมาทางนี้กันหมดแล้ว
สวัสดีค่ะทุกคน ฉันชื่อ ‘ป่าน’ หรือ ‘สายป่าน’ แต่ละชื่อจะถูกเรียกไม่เหมือนกัน แล้วแต่สถานการณ์ไป คนที่จะเรียกฉันด้วยชื่อย่อได้จะต้องสนิทกับฉันพอสมควร แต่ถ้าเราไม่ได้สนิทกันก็ต้องเรียกฉันว่าสายป่านเท่านั้น!
ดูเอาแต่ใจใช่ไหม...แต่ทำไงได้เพราะฉันไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปนี่นา ฉันเป็ถึงลูกสาวเพียงคนเดียวของครอบครัวภูสิทธ์พลังกรเชียวนะ ผู้เป็เ้าของพื้นที่ให้เช่าในย่านการค้าดังและยังขึ้นชื่อว่าเป็มาเฟียใหญ่แห่งพื้นที่นี้อีก
ทุกคนเลยให้ความเคารพครอบครัวของฉันมากจึงไม่แปลกที่พวกเขาจะไม่กล้าเรียกฉันด้วยชื่อย่อหรือแค่คำว่าป่านเพียงอย่างเดียว อย่างน้อยพวกเขาจะรู้กันว่าต้องเรียกฉันว่าอะไร
“สวัสดีค่ะคุณสายป่าน” ผู้หญิงลักษณะแต่งตัวดูดีเป็ระเบียบเดินเข้ามาเอ่ยทักทายพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้
“...” ฉันไม่ได้ตอบอะไรกลับไปนอกจากพยักหน้ารับไหว้แล้วหันหน้าเข้าไปมองภายในร้านเหมือนกำลังสำรวจโดยที่ตัวของฉันยังคงยืนกอดอกอยู่หน้าร้านเหมือนเดิม
เพราะกำลังคิดอยู่ว่าแม่ของฉันท่านชอบเครื่องประดับแบบไหนกันนะ แม้แม่จะชอบซื้อเครื่องประดับหลากหลายรูปแบบก็ตาม แต่ครั้งนี้เป็วันสำคัญของท่านฉันจึงอยากซื้ออะไรที่มันถูกใจท่านมากที่สุดแทน
ก็เลยเลือกที่จะมาร้านนี้ ซึ่งเป็ร้านที่แม่ของฉันมาใช้บริการบ่อยมากที่สุดเท่าที่ตัวเองจะพอจำได้จากสมัยเมื่อก่อนที่ยังต้องค่อยเดินตามแม่ต้อย ๆ อยู่
“ตอนนี้ทางร้านพึ่งมีคอลเล็กชันใหม่เข้ามาพวกเราจึงจัดเตรียมของทุกอย่างเอาไว้เพื่อมอบเป็ของขวัญวันเกิดให้กับคุณนายหญิงใหญ่เรียบร้อยแล้วค่ะ” ครั้งนี้ฉันหันไปมองหน้าเธอพลางคิดภายในใจด้วยว่าคนพวกนี้นี่ทำการบ้านมากันดีเสียเหลือเกิน
เอาเถอะก็ยังดีกว่าที่จะต้องมานั่งมองหาเองเพราะเครื่องประดับด้านหน้ามันมีมากมายหลายแบบเกินไป ยิ่งมองฉันก็ยิ่งมึนหัว แม้แต่ก่อนจะเคยมากับแม่บ่อยก็จริง แต่ก็ไม่เคยคุ้นชินเลยสักครั้ง
“ไอ้เด่น! ไอ้ยอ- เอ๊ะ!” เพราะเห็นว่าผู้ติดตามของตัวเองยังไม่โผล่หน้ามาเสียที ฉันจึงะโเสียงดังแบบที่ไม่เกรงกลัวใครตามด้วยการหมุนตัวเพื่อที่จะหันไปทางที่เคยเดินมา แต่ก็ต้องใเมื่อรู้สึกว่าเท้าของตัวเองเหมือนกำลังเหยียบเข้ากับอะไรสักอย่างอยู่
“ขะ...ขอ” ฉันเม้มปากแน่นเมื่อเกือบหลุดเผลอพูดคำว่า ‘ขอโทษ’ ออกไปหลังจากก้มหน้าลงมองเห็นว่าตัวเองกำลังเหยียบเท้าของผู้ชายคนหนึ่งเข้าซึ่งมันคงเป็จังหวะที่ผู้ชายคนนี้คงกำลังจะเดินเข้าไปในร้านแห่งนี้พอดิบพอดี
ใจจริงก็อยากขอโทษนะ แต่เพราะลุคของฉันที่ถูกแม่สั่งมาให้เป็แบบนี้มันเลยทำดังใจหวังไม่ได้ ยิ่งต่อหน้าพนักงานที่รู้จักฉัน และครอบครัวของฉันด้วยแล้วก็ยิ่งเป็ไปไม่ได้ไปกันใหญ่
“ตอนเดินเนี่ยพกลูกกะตามาด้วยหรือเปล่า!” ฉันกระแทกเสียงไม่พอใจพูดตอกหน้าอีกคนกลับไป
“นี่คุณ! พูดแบบนี้ออกมาได้ยังไงทั้งที่ตัวเองเป็ฝ่ายผิดและยังเป็ฝ่ายมาเดินชนคนอื่นแบบนี้!” ดูเหมือนคนที่โมโหจะไม่ใช่คนที่ถูกฉันกระทำ แต่ดันเป็อีกคนที่ยืนอยู่ข้างผู้ชายคนนี้แทน ถ้าให้ดูจากการแต่งตัวแล้วเดาว่าไม่น่าใช่เพื่อนกัน เพราะผู้ชายอีกคนที่กำลังโมโหคนนี้เขาแต่งตัวเนี้ยบมาก ไหนจะแว่นที่ดูหนาเตอะนั้นอีก
“ชิ!” ฉันแกล้งทำเสียงจิ๊จ๊ะแสดงความพอไม่ใจแทนเมื่อโดนอีกฝ่ายต่อว่ากลับมา จากนั้นก็หันไปมองทางเดิมที่คาดว่าเด่นกับยอดควรที่จะเดินออกมาจากทางนั้นได้แล้ว ไม่งั้นถ้าไม่มีพวกเขามาคอยช่วยฉันก็แย่สิ
“นอกจากจะไม่ขอโทษคนอื่นแล้วยังมาทำอากัปกิริยาไร้มารยาทแบบนี้อีก ไม่ทราบว่าพูดขอโทษเป็หรือเปล่าครับคุณ!”
“พอได้แล้ววายุ” ไม่นานเสียงใหม่ก็เอ่ยขึ้นมาซึ่งเป็เสียงที่พอได้ฟังแล้วเหมือนถูกต้องมนตร์สะกดให้หันกลับไปมองยังเ้าของเสียงพูดนี้ใหม่อีกครั้ง เพราะก่อนหน้านั้นฉันเอาแต่มองผ่านผู้ชายคนนี้ไป เนื่องด้วยต้องเถียงอยู่กับอีกคน จึงไม่ได้สนใจคนที่ยืนข้างผู้ชายแว่นหนาสักเท่าไร
“พอไม่ได้หรอกครับคุณเฉิน ดูเธอสิขนาดผมพูดขนาดนี้แล้วเธอคนนี้ยังไม่มีทีท่าจะมารับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองทำเลยนะครับ” ฉันกลอกตาไปมาเหมือนเบื่อหน่ายกับลักษณะท่าทางของผู้ชายตรงหน้าเต็มทน พลางกอดอกหันไปมองทางเดิมต่อโดยไม่สนใจเสียงพูดของชายแว่นหนาสักนิด
อันที่จริงไม่กล้ามองผู้ชายที่ชื่อ ‘เฉิน’ อะไรนั่นด้วยแหละ ชื่อเหมือนคนจีน แต่รูปหน้ากลับคล้ายคนไทยไม่พอเท่านั้นยังหล่อเหลาเสียจนฉันไม่กล้ามองนานถึงขนาดต้องทำเป็หันหน้าไปมองทางอื่นแทน
อีกอย่างนะ...เขาพูดไทยแบบชัดถ้อยชัดคำมากเลย
“ใจเย็น ๆ กันก่อนนะคะ” ั้แ่เกิดเื่เธอคนนี้ก็เงียบกริบไปจนฉันเกือบลืมไปแล้วนะว่ายังมีอีกคนที่อยู่ในเหตุการณ์นี้ด้วยเหมือนกัน
ทางด้านของยอดและเด่น
“เห้ย! คุณหนูหายไปแล้วไอ้ยอด!” ผู้ขึ้นชื่อว่าเป็พี่ชายเพียงแค่เกิดก่อนไม่กี่วินาทีเอ่ยถามกับน้องชายที่หน้าตาละม้ายคล้ายกันด้วยสีหน้าไม่สู้ดี เมื่อเขามองไม่เห็นผู้หญิงที่มีศักดิ์เป็ถึงเ้านายของเขาอยู่บริเวณนี้ที่พวกเขากำลังยืนเถียงกันอยู่แล้ว
“ไอ้เด่น! ไอ้ยอ- เอ๊ะ!” ไม่นานก็มีเสียงทรงพลังดังสนั่นขึ้นมา จนทำให้ทั้งสองคนต่างมองหน้ากันแล้วรีบวิ่งตามเสียงที่ได้ยินไปอย่างรีบร้อน เพราะเสียงที่พวกเขาได้ยินมันดูเหมือนว่าเ้านายของพวกเขากำลังมีปัญหา
หน้าร้านที่เกิดเหตุ
“เกิดอะไรขึ้นครับคุณหนู!” ใช้เวลาพอประมาณกว่าที่พวกเขาทั้งสองจะมาถูกที่ หลังจากพากันหลงอยู่สักพัก นอกจากจะหลงแล้วก็ยังมีแวะหยุดยืนเถียงกันระหว่างทางด้วยอีก
“…” หญิงสาวที่ขึ้นชื่อว่าเป็เ้านายของพวกเขายืนกอดอกทำหน้าไม่พอใจเป็อย่างมาก จากนั้นก็ถลึงตาใส่พวกเขาทั้งสองจนชายสองคนรู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“พี่เด่น นั่นมันคุณเฉินไม่ใช่เหรอ” ยอดพูดกระซิบกับพี่ชายในระหว่างที่กำลังเดินเข้าไปหาเ้านายของตัวเอง เพราะเขาจำใบหน้าทุกคนที่นายหญิงใหญ่สั่งไว้ได้ว่าคนไหนบ้างที่ควรกันไม่ให้คุณหนูเข้าไปยุ่งหรือมีเื่ด้วย
นายเฉิน ผู้ชายที่ยืนทำหน้านิ่งอยู่ตรงนั้นก็เป็หนึ่งในรายชื่อต้องห้ามด้วยเช่นกัน
“เออ เห็นแล้ว” ผู้เป็พี่ชายเร่งฝีเท้าให้ก้าวเดินไวขึ้นเมื่อเห็นว่าคุณหนูของเขากำลังมีเื่อยู่กับใคร
กลับมาที่ส่ายป่าน
“คุณหนูครับนายหญิงใหญ่สั่งเอาไว้ว่าห้ามมีเื่กับผู้ชายคนนี้ครับ” นายเด่นเดินเข้ามากระซิบลงที่ข้างหูของฉันโดยที่ไม่รอให้ฉันได้เอ่ยคำด่าอะไรออกไปจากการที่ปล่อยให้ฉันต้องมายืนรอพวกเขาทั้งสองนานแบบนี้
“…” แต่พอได้ยินคำพูดของเด่นที่เอ่ยออกมาก็เล่นทำเอาฉันต้องหันกลับไปมองหน้าคนที่ชื่อเฉินอีกเป็ครั้งที่สอง ผู้ชายคนนี้ใหญ่มาจากไหนหรือเป็ใคร ทำไมแม่ของฉันต้องถึงกับสั่งห้ามแบบนี้ ทั้งที่แม่ของฉันท่านเป็คนไม่เกรงกลัวใครต่อให้จะเป็ลูกค้าคนสำคัญที่ทำเงินให้กับครอบครัวเราก็ตาม แม่ฉันก็เคยไล่ตะเพิดให้ไปเปิดร้านกับที่อื่นก็ทำมาแล้ว
แต่กับหมอนี่...ทำไมแม่ของฉันถึงต้องสั่งห้ามนะ หรือไม่เขาก็คงเป็พวกทำอะไรด้านมืดจนแม่ของฉันไม่อยากให้ยุ่งด้วยก็เป็ได้
เอาเถอะยังไงฉันเองก็อยากออกไปจากตรงนี้เต็มทนแล้วดูสายตาพวกลูกค้าคนอื่นที่มองมาสิ อายจะแย่แล้วเนี่ย
“ส่งของที่คุณว่าให้มาถึงก่อนวันงานคงไม่ลำบากเกินไปใช่ไหม?” ฉันละความสนใจจากชายสองคนที่มีเื่ด้วยออกไปแล้วหันไปพูดกับผู้หญิงที่เป็ผู้จัดการของร้านแทนจากนั้นก็สั่งบางอย่างกับเธอ
“ค่ะคุณสายป่าน” เธอตอบออกมาโดยไม่ได้มองมาที่ฉันเพราะสายตาของเธอเอาแต่จ้องมองคนที่ชื่อเฉินอะไรนั่นอยู่ จนฉันต้องแสดงเสียงไม่พอใจใส่ เธอถึงยอมหันมามองหน้าของฉัน
“ไอ้เด่น ไอ้ยอด ฉันจะกลับแล้ว วันนี้หมดอารมณ์ชอปปิงว่ะ...หลบไปสิ!” ว่าจบฉันก็ลอยหน้าลอยตาจงใจเดินไปให้ลำตัวกระแทกชนเข้าที่ไหล่ของชายแว่นหนาเตอะ จากนั้นก็หยิบแว่นตากันแดดคู่ใจขึ้นมาสวมและหยิบหูฟังตามขึ้นมาใส่ก่อนจะเดินตรงไปยังโซนที่รถของตัวเองจอดอยู่โดยไม่คิดจะหันหลังกลับไปมองว่าพวกเขาจะมีท่าทีกับฉันยังไง หรือพูดอะไรตามหลังมา
ทางด้านของเฉิน
“ยายผู้หญิงคนนี้นี่ไร้มารยาทจริง ๆ เลยคุณเฉิน! ผมไม่ยอมนะครับแบบนี้” เสียงของวายุโวยวายยกใหญ่จนผมถึงกับต้องถอนหายใจออกมาเมื่อเห็นท่าทางของมัน
แต่ก็อดไม่ได้ที่จะละสายตาออกจากแผ่นหลังเล็กและดูบอบบาง ต่างจากการกระทำที่เธอคนนั้นแสดงออกมาเมื่อกี้
“ตัวก็เล็ก แต่ยังทำเป็ห้าว...น่าสนใจดี” ผมยกยิ้มที่มุมปากขึ้นเหมือนกับรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะได้ของเล่นชิ้นใหม่เพื่อมาแก้ขัดแก้เบื่อระหว่างที่ต้องอยู่ในประเทศไทย
“เมื่อกี้คุณเฉินพูดว่าอะไรนะครับ” วายุหลังจากใจเย็นลงแล้วก็หันมาตั้งคำถามกับผมถึงสิ่งที่มันคงจะได้ยินไม่ถนัด
♡⃛ ─────────────────── ♡⃛
ฝากกดติดตามกันด้วยน๊า : เพจ Sunisayok
(https://www.facebook.com/sunisayok310540/)
♡⃛ ─────────────────── ♡⃛