“ลูกคำนับท่านพ่อท่านแม่” ซูหยุนหรานย่อกายทักทายบิดามารดาอย่างเรียบร้อย “ท่านให้คนไปตามลูกด้วยเื่ใดหรือเ้าคะ”
ซูจิ้นจงมองลูกสาวคนโตอย่างพิจารณา กิริยามารยาทของนางเหมาะสมกับตำแหน่งคุณหนูใหญ่ที่เกิดจากฮูหยินเอกอย่างแท้จริง แต่น่าเสียดายที่นางเกิดมาไร้ความสามารถ ทั้งที่เกิดมาในตระกูลแพทย์แต่กลับไม่รู้วิชาแพทย์แม้แต่น้อย ไม่เหมือนลูกสาวคนเล็กที่สามารถสืบทอดวิชาแพทย์ของตระกูลต่อจากเขาได้
ทั้งไม่กี่วันที่ผ่านมา ฝ่าาเรียกเขาเข้าพบเป็การส่วนตัวด้วยเื่สมรสพระราชทาน แม้เวลานี้จะยังไม่มีการแต่งตั้งรัชทายาท แต่ในบรรดาโอรสของฝ่าา เสียนอ๋องดูมีโอกาสที่จะได้ขึ้นครองตำแหน่งนั้นมากที่สุด ผิดกับฉิงอ๋องที่แม้ใครๆ ต่างก็รู้กันว่าเขาเป็โอรสแท้ๆ ของฝ่าา แต่เพราะเกิดมาพร้อมดวงหายนะ ทำให้ฉิงอ๋องต้องไปใช้แซ่ฉินซึ่งเป็สกุลเดิมของมารดา และฉิงอ๋องยังถูกแต่งตั้งให้เป็อ๋องนอกราชวงศ์ ดังนั้นต่อให้ในอนาคตฉินจื่อฉิงจะมีความสามารถโดดเด่นเพียงใด แต่เขาก็จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่มีโอกาสสืบทอดตำแหน่งใดๆ ในราชวงศ์แม้แต่น้อย
เมื่อนึกถึงผลประโยชน์ของตระกูล ทั้งซูจิ้นจงยังอยากยกสถานะให้ลูกสาวคนเล็ก เขาจึงตัดสินใจที่จะยกซูหยุนหรานให้ไปแต่งกับฉิงอ๋อง และให้ซูชิงหว่านแต่งกับเสียนอ๋อง เพียงแต่ซูชิงหว่านเป็บุตรที่เกิดจากอนุย่อมไม่มีสิทธิ์แต่งไปเป็พระชายาอ๋อง
การที่ซูจิ้นจงเรียกให้ทุกคนมารวมตัวกันในวันนี้เพราะเขากับอนุหลินตัดสินใจที่จะทำบางอย่าง
“เดือนหน้าเ้าจะมีอายุครบสิบหกปีนับว่าถึงวัยที่ต้องออกเรือนแล้ว” ซูจิ้นจงจ้องลูกสาวคนโต “ด้วยชื่อเสียงของเ้า รวมถึงเื่ที่เ้าตกน้ำจนทำให้ตนเองขายหน้า ยากที่จะหาบุรุษที่ดีมาแต่งด้วยได้ แต่นับว่าเ้ายังมีวาสนา เพราะพระสนมฉินได้กราบทูลฝ่าาให้มีสมรสพระราชทานระหว่างเ้ากับฉิงอ๋อง โดยมีกำหนดฤกษ์ดีในเดือนหน้า เ้ามีความเห็นว่าอย่างไร”
“ลูกแล้วแต่ท่านพ่อตัดสินใจเ้าค่ะ” ซูหยุนหรานตอบเสียงเรียบ แม้ใบหน้าของนางไม่บ่งบอกอารมณ์ใด แต่ในใจกลับเหมือนดอกไม้บาน นางไม่คิดว่างานแต่งจะมาเร็วถึงเพียงนี้
“เ้าไม่คัดค้านรึ” ซูจิ้นจงถามลูกสาวอย่างสงสัย “ไม่ใช่ว่าเ้ามีใจให้เสียนอ๋องถึงมักทำเื่งามหน้าจนกลายเป็เื่ขบขันให้ผู้อื่นเอาไปวิจารณ์หรอกหรือ”
“ไม่เคยมีผู้ใดถามลูกมาก่อนว่าลูกมีใจให้เสียนอ๋องหรือเปล่า แต่ทุกคนกลับเชื่อคำพูดของซูชิงหว่านจึงคิดว่าลูกรู้สึกกับเสียนอ๋องแบบนั้น” ซูหยุนหรานหันไปยิ้มกับน้องสาว “อีกอย่างลูกรู้ว่าเสียนอ๋องกับน้องสาวมีใจให้กัน แล้วลูกจะไปแทรกกลางความสัมพันธ์ของพวกเขาได้อย่างไร เพราะหากลูกกับน้องสาวได้แต่งเ้าจวนเสียนอ๋องพร้อมกันจริง น้องสาวคงเป็ได้เพียงพระชายารองเท่านั้นไม่ใช่หรือเ้าคะ แต่ไหนแต่ไรลูกอยากช่วยน้องสาวให้หลุดพ้นจากคำว่าบุตรของอนุยิ่งกว่าใคร แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดน้องสาวจึงเข้าใจผิดแล้วยังกุเื่ที่ลูกแอบชอบเสียนอ๋องขึ้นมา ทั้งที่เื่นี้มันมีผลกระทบกับน้องสาวโดยตรงแท้ๆ”
“ข้าไปกุเื่ตอนไหน!” ซูชิงหว่านชี้หน้าพี่สาว “เ้ามีใจให้เสียนอ๋องจึงแกล้งไปสะดุดล้มต่อหน้าพระองค์อยู่หลายครั้ง ทั้งหมดเป็เ้าที่ทำตัวเอง เมื่อมีคนมาถาม ข้าก็แค่พูดออกไปตามตรง หรือเ้าอยากให้ข้าพูดโกหก ข้าทำไม่ได้หรอก มีแต่เ้าเท่านั้นที่พูดโกหกจนเป็นิสัย ซูหยุนหราน...เ้ามันเป็ผู้หญิงไม่ดี”
“หยุดเสียมารยาทได้แล้ว!” ซูจิ้นจงตำหนิลูกสาวคนเล็ก
“แต่นางเริ่มก่อนนะเ้าคะ” ซูชิงหว่านชี้หน้าพี่สาวอีกครั้ง “นางหาว่าข้าแต่งกุเื่เพื่อทำลายชื่อเสียงของนางทั้งที่ข้าไม่ได้ทำ”
“หากเ้ายังไม่หยุด ข้าจะตอบปฏิเสธทางจวนเสียนอ๋อง!”
“ท่านพ่อว่าอย่างไรนะเ้าคะ ท่านจะปฏิเสธจวนเสียนอ๋อง” ซูชิงหว่านทำท่าคิดก่อนจะยิ้ม “เสียนอ๋องส่งคนมาสู่ขอลูกแล้วใช่หรือไม่เ้าคะ”
“หว่านเอ๋อ เ้าอย่าเพิ่งพูดขัดท่านพ่อสิ ให้ท่านพ่อพูดธุระให้เสร็จก่อน” อนุหลินปรามลูกสาวเพราะกลัวลูกสาวจะทำเสียเื่
ซูชิงหว่านกลัวว่าบิดาจะทำอย่างที่พูด นางจึงเงียบและนั่งลงอย่างเรียบร้อย
“หว่านเอ๋อ ในเมื่อเ้าอยากช่วยน้องสาวให้สมหวังกับเสียนอ๋อง เช่นนั้นเื่ในอดีตก็อย่าได้พูดถึงมันอีก” ซูจิ้นจงเตือนลูกสาวคนโตก่อนจะพูดต่อ “แต่ด้วยสถานะของหว่านเอ๋อ หากนางแต่งเข้าจวนอ๋อง อย่างมากนางคงเป็ได้แค่ชายารอง...”
“เื่นี้ท่านพี่ไม่ต้องพูดกับนางหรอกเ้าค่ะ” ฮูหยินใหญ่รีบพูดแทรก นางจะใช้โอกาสนี้ทำให้สามีพอใจ “ให้หว่านเอ๋อบันทึกชื่อไว้ใต้ชื่อข้า เท่านี้นางก็จะกลายเป็บุตรสาวของข้าแล้วเ้าค่ะ”
ซูหยุนหรานได้แต่แอบยิ้ม เพราะเมื่อมารดาพูดจบ สีหน้าของบิดาและอนุหลินบ่งบอกถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจน
“ฮูหยินใหญ่ หากท่านให้หว่านเอ๋อจดบันทึกเป็บุตรของท่าน แล้วข้าเล่าเ้าคะ ข้าจะกลายเป็สตรีหลังบ้านที่ไร้บุตรหลานแล้วใช่หรือไม่” อนุหลินร้องไห้อย่างน่าสงสาร
เดิมซูจิ้นจงตั้งใจจะยกสถานะอนุหลินให้ขึ้นเป็ภรรยาเท่าเทียม แต่ไม่คิดว่าภรรยาเอกจะพูดประโยคนี้ขึ้นมา ซึ่งคำพูดของนางก็ดูสมเหตุสมผล หากเขายังปฏิเสธก็เท่ากับเขาหลงอนุจนไม่สนคำของภรรยา เมื่อเื่นี้แพร่งพรายออกไป เขาคงถูกผู้คนตำหนิเป็แน่
แต่ลั่วเจินเจินผู้มั่นใจในความคิดของตน นางยังคงยิ้มอย่างภาคภูมิใจ “ข้าไม่ได้แย่งลูกเ้ามาเสียหน่อย ต่อให้หว่านเอ๋อจะเป็บุตรสาวของข้า แต่ข้าก็อนุญาตให้นางเรียกเ้าว่าท่านแม่เหมือนเดิม”
ซูหยุนหรานแอบส่ายหน้าให้มารดา ‘ท่านแม่ช่างไม่เข้าใจอะไรเอาเสียเลย อนุหลินกังวลเื่นี้อยู่ที่ไหนกัน’
“แต่ทำอย่างนั้นมันไม่ถูกธรรมเนียมนะเ้าคะ” ซูชิงหว่านเริ่มร้องไห้แล้วกอดมารดาของตนไว้แน่น “หากข้าถูกบันทึกชื่อภายใต้ชื่อของฮูหยินใหญ่ ข้าก็ต้องเปลี่ยนไปเรียกท่านแม่ว่าอนุหรืออี๋เหนียง ข้าไม่อยากทำอย่างนั้น ข้ารักท่านแม่ ข้าไม่อยากเปลี่ยนคำเรียกเ้าค่ะ”
“เ้าอย่าร้องไห้ ฮูหยินใหญ่แค่หวังดี” อนุหลินบอกลูกสาว
ฮูหยินใหญ่ถึงกับหน้าเสียเพราะไม่คิดว่าสิ่งที่ตนเสนอจะทำให้อนุหลินกับซูชิงหว่านเสียใจมากขนาดนี้ นางรีบหันไปมองสามีเพราะกลัวสามีไม่พอใจ
“เ้าจะพาลูกร้องไห้ทำไม! ที่ฮูหยินใหญ่ทำก็เพราะเป็ห่วงสถานะของหว่านเอ๋อ” ซูจิ้นจงตวาดอนุหลิน ‘ทำไมข้าเพิ่งเห็นว่าหลินจี้เหยาไร้สมองเช่นนี้ เอาแต่ร้องห่มร้องไห้ หากเื่นี้รู้ไปถึงหูของเหล่าสหายที่ราชสำนัก ข้าจะไม่ถูกคนพวกนั้นหัวเราะเยาะว่าจัดการหลังบ้านไม่ได้เื่หรอกหรือ’
ซูหยุนหรานนั่งมองภาพความสนุกอยู่จึงนึกบางอย่างขึ้นมาได้ นางโน้มตัวไปกระซิบกับมารดา “ท่านแม่เ้าคะ เื่นี้แก้ไขได้ไม่ยาก”
“แก้ไขอย่างไร เ้ารีบบอกข้ามา” ฮูหยินใหญ่รีบถามลูกสาว
“วิธีแก้ปัญหาของข้านอกจากจะทำให้ท่านพ่อพอใจ อนุหลินไม่ร้องไห้โวยวาย และซูชิงหว่านยังจะแต่งเข้าจวนเสียนอ๋องได้อย่างมีหน้ามีตา เช่นนั้นข้ามีเื่หนึ่งที่อยากขอเ้าค่ะ” ซูหยุนหรานหยุดพูด
ฮูหยินใหญ่เห็นท่าทางของลูกสาวก็ยิ่งร้อนใจ “เ้ารีบบอกมา หากข้าทำได้ ข้าจะรับปากกับเ้าทันที”
“ข้าอยากเห็นตำราแพทย์ของตระกูลลั่วสักครั้งเ้าค่ะ”
“เ้าจะดูตำราเล่มนั้นไปทำไม ในเมื่อเ้าไม่มีความรู้ด้านวิชาแพทย์” ฮูหยินใหญ่ถามอย่างไม่ไว้ใจ เพราะตำราเล่มนั้นนางซ่อนไว้อย่างดี นางกลัวว่าหากไม่มีตำราเล่มนั้น สามีจะไม่สนใจนาง
“ข้าแค่อยากเห็นสมบัติของท่านตาเท่านั้นเ้าค่ะ” ซูหยุนหรานยิ้มอย่างใสซื่อ
เมื่อไม่เห็นความผิดปกติของลูกสาว ทั้งเสียงร้องไห้ของอนุหลินกับซูชิงหว่านก็ดังขึ้นเรื่อยๆ “ตกลง! หากเ้าช่วยข้าคลี่คลายสถานการณ์ได้ ข้าจะให้เ้าดูตำราแพทย์ของตระกูลลั่วครั้งหนึ่ง”
ซูหยุนหรานยิ้มก่อนจะหันไปเอ่ยกับบิดา “ท่านพ่อเ้าคะ ความจริงแล้วเื่นี้แก้ไขได้ไม่ยาก ข้าคิดทางออกได้หนึ่งวิธีและท่านแม่ก็เห็นด้วยแล้ว เพียงแต่ไม่รู้ว่าท่านพ่อจะยอมหรือไม่เ้าค่ะ”
“เ้ามีวิธีแก้ปัญหานี้อย่างไร” ซูจิ้นจงถาม แม้ในใจจะไม่เชื่อคำพูดของลูกสาวคนโตแม้แต่น้อย
“ท่านแม่หวังดีอยากให้น้องรองแต่งเข้าจวนอ๋องอย่างมีเกียรติ นางจึงเสนอให้บันทึกชื่อน้องรองไว้ภายใต้ชื่อของนาง แต่ไม่คิดว่าความหวังดีของนางจะทำให้อนุหลินกับน้องรองเสียใจจนร้องไห้และทำให้เื่วุ่นวายมากขนาดนี้” ซูหยุนหรานเริ่มพูดถึงความตั้งใจดีของมารดา ทั้งไม่ลืมพูดกระทบว่าอนุหลินกับซูชิงหว่านเอาแต่ใจและไม่มีเหตุผล จากนั้นนางจึงพูดต่อ “ข้าลองเสนอความคิดนี้กับท่านแม่ ซึ่งท่านแม่ก็ยินยอมแต่โดยดีเพราะท่านแม่อยากให้ท่านพ่อสบายใจ แม้การตัดสินใจครั้งนี้จะทำให้ท่านแม่ต้องน้อยเนื้อต่ำใจก็ตาม”
ฮูหยินใหญ่ไม่เข้าใจจึงคิดจะหันไปถามลูกสาว ซูหยุนหรานจึงรีบส่งสัญญาณให้มารดานั่งฟังเงียบๆ ฮูหยินใหญ่ไม่เข้าใจแต่ครั้งนี้นางเลือกที่จะเชื่อลูกสาว นางนิ่งแล้วก้มหน้าลงมองพื้น ปล่อยให้เป็หน้าที่ลูกสาวจัดการ
“เื่นี้ทำให้ท่านแม่ของเ้าลำบากใจอย่างนั้นรึ” ซูจิ้นจงไม่เข้าใจ เขาหันไปมองภรรยาและเห็นว่าภรรยาเอาแต่นั่งก้มหน้า ไม่เหมือนก่อนหน้านี้ที่นางมีแต่รอยยิ้ม “ไหนเ้าลองว่ามา”
“ท่านแม่รู้ว่าน้องรองอยากแต่งออกไปในนามของบุตรภรรยาเอก น้องรองถึงจะมีโอกาสแต่งไปในฐานะพระชายาอ๋อง ส่วนอนุหลินก็ทะเยอทะยานเพราะอยากได้ชื่อว่าเป็มารดาของพระชายา ท่านแม่ที่อยู่กินกับท่านพ่อมาหลายปีจึงรู้ว่าท่านพ่อมีใจรักให้แต่อนุหลินกับน้องรองเท่านั้น เพื่อให้ท่านพ่อสบายใจ นางจึงยอม...” ซูหยุนหรานพูดเหน็บสองแม่ลูกไปอีกหนึ่งดอกก่อนจะหันไปตบหลังมือมารดาเพื่อปลอบใจ “ท่านแม่ยินยอมให้ท่านพ่อยกสถานะของอนุหลินให้ขึ้นเป็ภรรยาเท่าเทียม ทำอย่างนี้น้องรองก็จะได้ชื่อว่าเป็บุตรสาวของฮูหยินเอก อนุหลินก็จะได้ขึ้นเป็ฮูหยินสมใจ ส่วนท่านพ่อก็ไม่ต้องลำบากใจกับสถานะของพวกนางสองแม่ลูกอีก ต่อไปท่านพ่อจะได้พาพวกนางสองแม่ลูกออกงานได้อย่างออกหน้าออกตา ส่วนท่านแม่ก็จะคอยอยู่ปรนนิบัติท่านพ่อแม้จะรู้ว่านับจากนี้ท่านพ่ออาจจะไม่สนใจนางอีกแล้วเ้าค่ะ”
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ มีเพียงลั่วเจินเจินที่ร้องไห้ออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ แม้วิธีการที่ลูกสาวเสนอจะไม่ถูกใจเพราะนางไม่ได้อยากให้อนุหลินขึ้นมาเป็ภรรยาเท่าเทียม แต่ที่นางร้องไห้เพราะคำพูดที่ตรงไปตรงมาของลูกสาวต่างหาก ที่ผ่านมานางทำทุกอย่างเพียงเพื่อให้สามีพอใจ แม้ต้องลดตัวไปเอาใจอนุกับบุตรของอนุนางก็เต็มใจทำ หรือบางครั้งนางยังเลือกทำไม่ดีกับลูกสาวแท้ๆ เพียงเพื่อเอาใจสองแม่ลูก แต่ไม่คิดว่าลูกสาวที่นางมองว่าไร้ค่ากลับสังเกตเห็นสิ่งที่นางทำมาตลอดได้อย่างชัดเจน นางยิ้มทั้งน้ำตา “ขอบใจนะหรานเอ๋อที่เข้าใจแม่”
ซูจิ้นจงถูกคำพูดรุนแรงของลูกสาวกระแทกเข้าไปกลางใจ ‘ข้าไม่เคยรู้มาก่อนว่าการกระทำของข้าจะทำให้นางรู้สึกต่ำต้อยถึงเพียงนี้ หรือเป็ข้าที่ผิดต่อนาง แล้วข้าจะชดเชยให้เ้าได้อย่างไร...ลั่วเจินเจิน’
ส่วนอนุหลินกับซูชิงหว่านได้แต่อึ้งกับคำพูดของซูหยุนหราน ทั้งพวกนางยังกังวลเมื่อเห็นสายตาของซูจิ้นจงที่มองฮูหยินใหญ่เปลี่ยนไป