ซากของัที่ตายมานานยังคงอยู่ตรงหน้าของเฟิ่งหยู คลื่นพลังที่คอยกดดันให้เฟิ่งหยูก้าวไปข้างหน้าอย่างยากลำบาก เขาพยายามก้าวไปทีละก้าวทีละก้าว เข้าใกล้ซากัตัวนั้นเข้าไปเรื่อย ๆ ยิ่งเข้าใกล้พลังกดดันก็ยิ่งมหาศาล
เฟิ่งหยูต้องปรับสภาพร่างกายให้ชินกับแรงกดดันที่ัปลดปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่องแม้จะเป็ระยะทางที่ไม่ไกลมากนักจากจุดที่เขายืนอยู่จนไปถึงตัวของั แต่เฟิ่งหยูต้องใช้เวลาถึงสามวันในการเดินเข้าไปประชิดตัวของั
เมื่อเฟิ่งหยูเข้าไปประชิดตัวของัได้เขาปลดปล่อยจิตััตรวจสอบซากัตัวนั้น
เฟิ่งหยูสูดลมหายใจลึกและตั้งจิตมัน จิติญญาที่สั่นไหวของเขาก็กลับสู่ความสงบ “เนตร์ ปลุกพลัง!” ปราณชีวิตพลันไหลซ่านไปมาในดวงตาของเขากลายเป็วงแหวนในเนตร เขาใช้เนตรนั้นจ้องมองเข้าไปในร่างของซากัตัวนั้น ซึ่งวิชาเนตร์นี้ผู้าุโใหญ่พร่ำสอนเขาทุกเช้าเย็น และต้องฝึกอย่างต่อเนื่องจนชำนาญจึงจะสามารถใช้งานได้ดี ซึ่งเฟิ่งหยูใช้เวลาในการฝึกในเจดีย์ฟ้า์อยู่นานกว่าจะสามารถนำออกมาใช้ได้
“จะมีสิ่งใดอยู่ในซากัตัวนี้บ้างนะ”
เฟิ่งหยูหัวเราะอยู่ในใจ ตอนที่มันยังมีชีวิตอยู่คงเป็ผู้ทรงพลังยิ่งยวดในหมู่ั เฟิ่งหยูปลุกเนตร์จ้องมอง และรู้สึกทันทีว่าซากัตัวนี้คล้ายกลับมามีชีวิต แสงเทวะของมันเจิดจ้าเสียดแทงถึง์ ัั์นี้ในสายตาเขายังดูเหมือนแหวกว่ายเอี้ยวกายไปมา มันตายไปแล้วชัดๆ ทว่าความน่าเกรงขามและจิติญญาของมันทำให้เขารู้สึกราวกับว่าัยังมีชีวิตอยู่!
ัตัวนี้เป็ัสายเืบริสุทธิ์... เฟิ่งหยูมองเพ่งพิจารณามองทะลุซากั เฟิ่งหยูสาวเท้าไปข้างหน้าอย่างลืมตัวในสายตาเขามองเห็นเส้นทางการไหลเวียนของพลังัที่ยังคงไหลเวียนไปตามร่างกายมันเพียงเส้นทางการไหลเวียนพลังของันั้นเป็รูปแบบที่เขาสามารถศึกษารูปร่าง โครงสร้างกระดูก ฤทธานุภาพความสง่างาม และพยายามบรรลุเข้าใจออร่าและจิติญญาของั เขาจมลึกลงไปในภวังค์มากขึ้นทุกที
เมือคร่ำเคร่งกับการศึกษาเส้นทางของพลังจากซากั ขณะที่เขาก้าวไปข้างหน้า เขาก็ขยับท่วงท่าร่างกายอย่างประหลาดพิสดาร แขนและร่างของเขาเลียนแบบของัสายเืบริสุทธิ์โดยไม่รู้ตัว ปราณชีวิตของเขาก็พลุ่งพล่านไหลเวียนไปทั่วร่างเหมือนกับัสายเืบริสุทธิ์ยิ่งโคจรไป ก็ยิ่งสมบูรณ์แบบมากขึ้นทุกรอบวงโคจร แรงกดดันที่เขาได้รับแต่แรกกลับทำให้เขาแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
จิติญญาของเขาแข็งแกร่งขึ้นการเคลื่อนไหวในท่วงท่าผสานพลังปราณกับกายเนื้อ มันสูดปราณชีวิตเข้าและออก และทำให้เกิดปรากฏการณ์อัศจรรย์ขึ้น
ปราณชีวิตที่สูดเข้าไป ได้หวนคืนกลับเข้าสู่ร่างกายของเฟิ่งหยู มันแหวกว่ายวนเวียน รอบๆจุดตันเถียน ก่อรูปลักษณ์เป็ั ตัวเล็กๆรอบตัวเฟิ่งหยู และยิ่งปราณชีวิตถูกปลดปล่อยจากซากัมากเท่าไหร่ ัน้อยตัวนั้นก็เติบโตมากขึ้นทุกที จนตัวใหญ่เท่าคนขณะที่ยังคงแหวกว่ายไปรอบๆ กายของเฟิ่งหยู
เฟิ่งหยูยังไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นจากภวังค์ เมื่อเขาเคลื่อนไหวท่าร่างอย่างอิสระลื่นไหลทั้งที่สายตายังจับจ้องมองโครงกระดูกัราวกับทากาวติดเอาไว้ บางครั้งเขาก็ถึงกับปีนขึ้นไปบนซากของั และเดินวนไปมาบนร่างที่ใหญ่โตมโหฬารนั้น ในระหว่างนั้นลวดลายัก็พัวพันแหวกว่ายรอบๆ ตัวของเขาของเขาพลางส่งประกายไฟฟ้าออกมาเป็ระยะ ทว่าเฟิ่งหยูซึ่งมีใจจดจ่อกับการศึกษากระดูกัก็ไม่ได้สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลง
สามวันผ่านไปเช่นนั้น เฟิ่งหยูอยู่ในสถานที่นั่น ทว่ายังคงไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นจากภวังค์ วันที่สี่เฟิ่งหยูเริ่มลืมตาขึ้นมา และเก็บซากัทั้งหมดเข้าไปในเจดีย์ฟ้า์
“ในเมื่อเข้ามาแล้ว ทำไมไม่ลองสำรวจให้ทั่วล่ะ เผื่อว่าจะเจอสมบัติล้ำค่าอะไรบ้าง”
“ท่านผู้าุโท่านฟื้นแล้วหรือ ข้าคิดว่าท่านเสียกำลังไปมาก คงจะใช้เวลาอีกนานกว่าจะออกจากการจำศิล แล้วท่านคิดว่าจะมีสมบัติล้ำค่าอยู่ในถ้ำนี้อย่างนั้นเหรอ”
“แล้วแต่บุญวาสนาของเ้า เท่านั้น ข้าไม่สามารถบอกกับเ้าได้หรอก”
ด้วยอารมณ์คึกเขาเดินลึกเข้าไปในถ้ำต่อ ยิ่งเข้าไปลึกมากเท่าไหร่อุณภูมิภายในถ้ำนั้นก็ยิ่งร้อนมากยิ่งขึ้น
เฟิ่งหยูเดินเข้าไปลึกขึ้นเรื่อย ๆ ในที่สุดเฟิ่งหยูก็เดินมาถึงจุดที่ลึกที่สุดของถ้ำ มองดูรอบ ๆ แล้วกลับดูกว้างขวางเป็อย่างยิ่งทำไมมีซากศพจำนวนมากอยู่ที่นี่
เฟิ่งหยูมองสำรวจไปรอบ ๆ เขาเห็นรูปสลักน้ำแข็ง
“มันเป็ไปได้ยังไงอุณภูมิที่ร้อนขนาดนี้กลับมีน้ำแข็งอยู่ ทำไมมันไม่ละลาย มันอยู่ที่นี่มากี่ปีแล้ว”
เฟิ่งหยูเดินเข้าไปใกล้ๆ รูปสลักน้ำแข็งและเห็น ัน้อยตัวนิดนอนอยู่ในนั้นอย่างเงียบสงบ มีกระบี่หักเล่มหนึ่งที่ปักคาไว้ในอกของมัน แทงเข้าไปในตัวของัน้อย ระหว่างเสาัในโถงใหญ่ มีัตัวมหึมาแหวกว่ายไปมาบนอากาศ มันดูเหมือน ไม่ใช่ร่างเนื้อเมื่อมันสามารถแหวกว่ายทะลุผ่าน เสาัได้ เสียงเพลงดังมาจากัตัวนั้น และ สายตาของมันจับจ้องไม่ละไปจากร่างของัน้อยในรูปปั้นน้ำแข็ง
สายตาของมันเต็มไปด้วยความรักใคร่อาทร และความเศร้าสร้อย ก็คล้ายกับเพลงที่เปล่งออกมาจากมัน อันดูเหมือนหัวใจสลายจากการที่ทิ้งลูกน้อยไว้ในโลกตามลำพัง นั่นคือิญญาั
ิญญาของั มันอาจจะเป็ตัวที่อยู่ด้านนอกก็เป็ไปได้ มันน่าเป็มารดาและัน้อยที่ถูกแช่แข็งอยู่น่าจะเป็ลูกของมัน นางคงประสบกับเหตุการณ์มหาภัยพิบัติ ขณะที่ลูกของนางถูกกระบี่แทงด้วยาแอันไม่ถึงแก่ชีวิต แต่คงเพราะนางรักใคร่ ห่วงใยลูกของนางมาก นางจึงผนึกร่างของัน้อยไว้ในน้ำแข็ง ส่วนตัวนางก็ตกตายไป กับมหาภัยพิบัติ
แต่ถึงจะตายไปิญญานางก็ยังคงแหวกว่ายวนเวียนในโถงใจกลางนี้ รอคอย พิทักษ์รักษาบุตรอันเป็แก้วตาดวงใจ ขณะที่ร้องเพลงกล่อมลูกของเผ่าั หมายให้ั น้อยลืมตาตื่นขึ้นมาในสักวัน