“ประจำที่ครบกันทุกคนนะ สังเกตไหมว่าทำไมที่นั่งข้างๆถึงว่างอยู่” เฟรชชี่ทุกคนนั่งประจำที่ตามรุ่นพี่จัดต่างมีความสงสัยอยู่จึงตั้งหน้าตั้งตารอคำตอบ
“กิจกรรมแรกเลย เฉลยพี่รหัส โดยพี่รหัสของน้องๆจะเข้านั่งที่เบาะข้างๆ” พี่เจียเฉลยข้อสงสัยให้แก่เด็กๆ ทุกคนต่างตื่นเต้นทั้งดีใจ ทั้งลุ้นสุดท้ายแล้วจะถูกทำโทษกันหรือเปล่า พี่ปีสองทยอยลงนั่งที่เบาะข้างเฟรชชี่ที่ละคนทำเอาน้องๆเกรียวกราวบางคนออกอาการดีใจใหญ่โตส่วนน้อยที่จะผิดหวังหนึ่งในนั้นรวมมินจุนอยู่ด้วย เด็กน้อยเหลือบมองด้วยหางตาเมื่อพี่ธัพธัยนั่งลงที่เบาะข้างๆในใจก็รู้อยู่แล้วเพียงแค่แอบลุ้นเผื่อจะเป็ศูนย์จุดหนึ่งเปอร์เซ็นต์ที่จะเป็พี่คนสวยๆแต่ก็นั่นแหละความจริงก็คือความจริง
“รู้ตัวกันแล้วใช่ไหม ใครบ้างจะถูกลงโทษ”พี่อาร์มแซวน้องๆ มีบางคนออกอาการเซ็งเหมือนรู้ชะตากรรมตัวเอง
“มึงหลบกูหรอพอกูเซ็นให้ก็หายหน้าเลยนะ”มินจุนไม่ตอบอะไรในใจก็คิดแบบนั้นแหละ
“โกรธหรอ”เพราะน้องไม่ตอบอะไรที่พอจะเดาได้ก็คงโกรธอะไรเขาสักเื่
“เห็นเชือกใช่ไหม กิจกรรมแรกคือการสร้างสัมพันธ์พี่น้องผูกปลายเชือกเข้าที่แขนคนละข้างเลยค่ะ จนกว่าจะมีคำสั่งห้ามปลดเชือกเด็ดขาดอนุโลมฉะเพราะชายหญิงตอนเข้าห้องน้ำเท่านั้นนะ ผิดกติกาถูกลงโทษนะ” กิจกรรมแรกเริ่มั้แ่รถกำลังเคลื่อนตัวตลอดการเดินทางมีทำกิจกรรมบ้างพักบ้างตามแต่รุ่นพี่จะจัดการระยะทางค่อยข้างไกลประกอบกับนั่งกับที่เป็เวลานาน จึงเกิดการง่วงงาวหาวนอนกันเกิดขึ้นมินจุนคอพับคอเหวี่ยงหลับกึ่งตื่น คนพี่เห็นแล้วรำคาญตาเลยแอบเอียงไหล่ให้อิงเกิดเป็ภาพน่ารักๆที่ถูกบันทึกโดยช่างจำเป็อย่างพี่ไตเติ้ลข้อมือถูกยึดด้วยเชือกไหมพรมเส้นบางพร้อมขาด เขาจึงไม่ได้ขยับแขนไปไกลจากแขนน้องเด็กน้อยหลับตาพริ้มน้ำลายยืดไม่ได้รับรู้ถึงความลำบากของพี่ที่ต้องเอียงไหล่ให้ซบจนเหน็บกิน ธัพธัยอยู่ในท่านั้นจนถึงจุดหมายปลายทางเด็กน้อยสะลึมสะลือลืมตาตื่น แอบใอยู่เล็กน้อยใบหน้าตนแทบซุกซอกคอพี่ธัพอยู่แล้วเมื่อเขาขยับตัวออกคนพี่ยืดเส้นยืดสายคลายเมื่อย กว่าจะถึงที่หมายก็ปาไปเกือบบ่ายแล้วทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องต่างหิวโหยกันเต็มทีทางรีสอร์ทจัดโต๊ะพร้อมอาหารที่หลากหลายเอาไว้ และถูกจัดการจนเกลี้ยงในเวลาไม่นานเมื่อทานข้าวกันเสร็จทุกคนแยกย้ายไปเก็บกระเป๋าเข้าห้องพักตามที่ถูกจัดไว้ และเพื่อเป็การละลายพฤติกรรมพี่กับน้องจึงต้องนอนร่วมห้องกัน
“มึงว่าพี่คนไหนจะได้มานอนห้องเราว่ะ”โชคดีที่ซีนได้นอนห้องเดียวกับมินจุนจึงไม่เหงามาก
“อ่าวน้องสองคนเองหรอ”ไตเติ้ลเปิดประตูเข้าห้องมาพร้อมสัมภาระตามติดมาด้วยพี่ธัพธัยคนที่มินจุนภาวะนาขออย่าให้เจอแต่เหมือน์จะกลั่นแกล้งไม่จบไม่สิ้นเด็กน้อยจึงได้แต่ทำหน้าเซ็งจนคนพี่สังเกตเห็น
“ไม่พอใจหรอ เดี๋ยวเถอะมึง”ถูกขู่นิดเดียวเด็กน้อยก็แสร้งยิ้มแหย๋ๆเพราะกลัวเื่ยาวห้องขนาดกลางมีสองเตียงใหญ่ขนาดหกฟุตธัพธัยเล็งเตียงด้านในเตียงเดียวกับน้องรหัสนั่งอยู่ซีนกำลังจะวางกระเป๋าลงเตียงเตามมินจุนส่งซิก แต่ไม่ทันการธัพธัยโยนกระเป๋าสัมภาระจากหน้าประตูลงบนเตียงแป๊ะอย่างกับจับวางธัพธัยยักคิ้วให้อย่างผู้ชนะส่วนอีกคนนอนฟุบลงทุบเตียงเบาๆด้วยความเสียดายเ้าของที่นอนทิ้งตัวลงข้างๆมินจุนเพื่อพักสายตาสักงีบตลอดทางเขาไม่ได้นอนเลยมัวแต่เป็หมอนจำเป็ให้เด็กน้อย
่บ่ายของวันหล่านักศึกษาร่วมกันทำกิจกรรมต่างๆอย่างสนุกสนานแต่ที่ดูจะมีความสุขกว่าใครอื่นเห็นจะเป็พี่ธัพธัยนี่แหละนั่งอมยิ้มพลางหัวเราะเกินเบอร์อยู่คนเดียว ไม่มีใครรู้ได้ว่าสาเหตุเกิดจากอะไรมีเพียงเ้าตัวที่รู้ดีแก่ใจเพราะสายตาและความรู้สึกมีเพียงจุดโฟกัสเดียวเท่านั้น
“ไม่ยักรู้ว่ามึงชอบกิจกรรมรับน้องกับเขาด้วยปีที่แล้วกูก็เห็นมึงหน้านิ่งยังกับแมวตาย”ไม่วายที่อาร์มจะแซะเพื่อนจนได้ ก็ออกอาการซะขนาดนี้ น่าหมั่นไส้
“กูพอใจ มึงจะทำไมว่ะ”
“เออ กูรู้” ธัพธัยเป็คนที่เดาอารมณ์ได้ไม่อยาก จะยากก็เื่ความคิดที่ไม่มีใครเข้าถึงแต่อาร์มก็ไม่เคยเห็นเพื่อนอารมณ์ดีเท่านี้มาก่อน ก็พอจะเดาได้แต่ก็ไม่ได้พูดออกไปทุกคนทำกิจกรรมร่วมกันอย่างสนุกสนานจนถึง่เย็นของวัน
“ไปเล่นโยนบอลในทะเลกัน”ตินเห็นคนอื่นเขาดูสนุกกันจึงอยากเล่นบ้าง
“พวกมึงเอาเลย กูไม่เล่นอ่ะ” มินจุนรีบบอกปัดในทันทีั้แ่ตกเรือคราวนั้นเขากลายเป็คนกลัวน้ำไปโดยปริยาย
“งั้นเราไปเล่นกับคนอื่นก็ได้”ซีนนับว่ารู้ใจเพื่อนที่สุดกอดคอตินตรงลงทะเลไปหาเพื่อนอีกกลุ่มทิ้งมินจุนนั่งขาสั่นอยู่ที่ม้านั่งริมหาดคนเดียว
“ไม่ไปเล่นกับเพื่อน?”เสียงทุ้มละมุมคุ้นหูดังมาจากด้านหลัง
“ไม่” มินจุนรู้ได้ว่าเป็ใครโดยไม่ต้องหันกลับไปมองชีวิตนักศึกษาที่มอนี้มีแค่เสียงของคนๆเดียวที่เขาได้ยินบ่อยสุดเ้าของเสียงทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ มินจุนถูกสายตาคมจ้องมองอยู่นานจนเริ่มอึดอัด
“พี่จ้องอะไรนักหนา”ด้วยเป็คนไม่เคยทนกับความรู้สึกแบบนี้จึงโพล่งออกไปให้รู้เื่ธัพธัยไม่ได้ตอบอะไรแต่กลับใช้มือหนาออกแรงกระชากข้อมือเรียวจนน้องตัวกระเด็นปลิวตามแรงดึง เขาขัดขืนสุดแรงเกิดเมื่อตั้งหลักได้แต่ก็เท่านั้นมินจุนอาจจะดูสูงโปร่งแต่เมื่อเทียบกับธัพธัยที่รูปร่างกำยำกว่าแค่พี่สะกิดนิดเดียวน้องก็แทบร่วงแล้ว
“ไม่ๆๆๆๆๆ ปล่อยๆๆๆๆ”สู้ด้วยกำลังไม่ได้ก็เอาเสียงเข้าข่มจนคนกลุ่มใหญ่หันมามองเป็ตาเดียวนั่นทำให้ธัพธัยหยุดการกระทำไว้เหมือนจะได้ผลแต่คนร่างใหญ่กลับก้มตัวลงอุ้มร่างโปร่งขึ้นพาดบ่าพาเดินตรงลงทะเล ตุ้ม! ร่างบางกระทบกับพื้นทะเลน้ำกระจายเป็วงกว้างมินจุนดิ้นพลักๆอย่างกับคนใกล้ตาย เขาคว้าทุกอย่างที่มือสามารถััได้พยายามดีดตัวเพื่อจะหนีขึ้นฝั่งทั้งที่น้ำลึกแค่เพียงเอวเด็กน้อยตัวสั่นเทาอยู่ในอ้อมแขนของพี่ธัพ ขาทั้งสองข้างหนีบเอวพี่แน่น แขนรัดคอไว้กันตกเขากลัวจนไม่กล้าลืมตา แต่ธัพธัยกลับพาเขาเดินลึกลงไปเรื่อยๆจนความลึกท่วมคอแล้ว
“ผมกลัว ทำแบบนี้ทำไมว่ะพี่”มินจุนะเิความกลัวอกมาเป็คำพูดเคยได้ยินใครบอกว่ากลัวจนถึงขีดสุดมันเป็แบบนี้นี่เอง กลัวจนไม่รู้จะกลัวยังไง
“รักษาโรคกลัวทะเลให้มึงไง”
“ใครเขาทำกันแบบนี้ อ่อนโยนนะเป็ไหม ปลอบดีๆเป็ป่าว”
“ที่กูกอดมึงอยู่นี่ไม่เรียกปลอบหรอ”เพราะกลัวน้องสติแตกจนเกินควบคุม ธัพธัยเองก็รวบตัวน้องไว้แน่นชนิดที่อกแนบอก
“กูไม่ปล่อยให้มึงตายหรอก”สายตาพี่ดูหนักแน่นจนคนน้องเริ่มเชื่อมั่น ตอนแรกก็นึกว่าพี่จะแกล้งเหมือนที่เคยแต่พอได้มองลึกลงไปในตาแล้วทำให้รู้สึกถึงความจริงใจไม่เสแสร้งมินจุนคลายแขนออกจากคอธัพธัย และค่อยๆคลายขาทั้งสองข้างไปพร้อมๆกัน
“กูจะจับตัวไว้แล้วมึงค่อยๆหยั่งทรายดูนะ”มินจุนทำตามที่พี่บอกทีละขั้นตอน พอเริ่มสเต็บแรกก็เปลี่ยนสเต็บไปเรื่อยๆจนสามารถพยุงตัวเองได้โดยที่พี่ไม่ต้องจับมินจุนเริ่มกล้ามากขึ้นแม้จะไม่ร้อยเปอร์เซ็นแต่ก็ไม่ได้กลัวจนไม่ตัวสั่นแล้วธัพธัยยืนยิ้มภูมิใจกับผลงานตัวเอง ถึงจะเป็วิธีดิบๆไปหน่อยแต่ผลที่ได้ก็เป็ที่พอใจเป็ผู้ชายก็ต้องใช้วิธีแบบนี้จะให้นั่งปลอบลูบหลังเป็เด็กผู้หญิงได้ไงกัน
นีออนสีอ่อนโดยรอบงานดินเนอร์กลุ่มให้แสงพอสลัวๆเพิ่มบรรยากาศสุดแสนโรแมนติกมากยิ่งขึ้นดนตรีถูกบรรเลงโดยมืออาชีพที่จัดสรรจากทางรีสอร์ท ไวท์ถูกรินลงแก้วแล้วแก้วเล่าอายุแค่นี้หัดสังสรรค์ด้วยแอลกอฮอร์ แต่ใครจะไปสนล่ะเวลาผ่านได้สักพักคนคอแข็งก็ยังคงจับกลุ่มชนแก้ว แต่ใครคออ่อนบ้างก็ฟุบตามโต๊ะบ้างก็ถูกหามเข้าห้องพักไป คนหนึ่งมึนได้ที่นึกคึกอยากเชยชมทะเลยามค่ำคืนกอดขวดไวท์เดินตามริมชายฝั่งไปอย่างไร้จุดมุ่งหมาย แข้งขาดูไร้เรี่ยวแรงสับกันพัลวันเซซ้ายทีขวาทีดีที่ยังไม่ล้มมือเรียวยกขวดกระดกเข้าปากไปเรื่อยๆการดื่มอย่างไม่ประมาณตนของคนคนนี้เห็นทีเขาคงจะต้องตามเก็บ มือหนาเข้าพยุงแขนคนขี้เมาก้าวเท้าเดินเคียงไปเป็เพื่อนระยะทางห่างจากที่พักอยู่มาก ไม่คิดว่าจะมาได้ไกลขนาดนี้
“ไม่ไหวล้าวววว”คนเมาลากเสียงยาวเพราะขาทั้งสองข้างก้าวไม่ออกแล้ว พอหยุดเดินก็แทบพยุงตัวไม่อยู่ลำบากธัพธัยต้องช่วยหิ้วปีกอีก
“อีกนิดน่า ใกล้ถึงแล้ว”ธัพธัยพยายามพาคนน้องมุ่งสู่เบื้องหน้าที่มืดมิดมีเพียงแสงจันทร์ตกสะท้อนกับผืนน้ำนำทาง ทีแรกแค่เดินตามมาดูแลแต่พอนึกขึ้นได้ว่าข้างหน้ามีสถานที่ที่เป็แลนมาร์คของที่นี่อยู่ตรงสุดหาดจึงอยากพาน้องรหัสคนเดียวในชีวิตนี้ไปนั่งชิวกินลมสักครั้งจากพื้นทรายเริ่มกลายเป็โขดหินจุดหมายอยู่ไม่ไกลนักแต่สำหรับคนที่แค่เดินตรงๆยังเซเนี่ยก็ลำบากไม่น้อย อาจจะทุลักทุเลนิดหน่อยแต่ก็ไม่เกินความสามารถของธัพธัยเขาวางเด็กน้อยที่ลานหินขนาดเล็กเบื้องหน้าหินซ้อนเป็ชั้นทอดลงสู่ทะเลครามยามค่ำคืนจันทร์ข้างแรมประกายสีนวลส่องสะท้อนจากผืนน้ำกระทบใบหน้าทะเลยามค่ำคืนจากมุมนี้ก็สวยไปอีกแบบ ทั่วพื้นที่เงียบสงบคงไว้แค่เสียงลมโชยเบาๆ และเสียงเกรียวคลื่นกระทบฝั่งดังฉ่าๆยังมีอีกเสียงหัวเราะของเด็กน้อยเคล้าไปกับเสียงลมรอยยิ้มที่แม้จะเป็ตอนเมาก็ยังดูน่ารักดวงตาน้อยๆดูเคลิบเคลิ้มเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศสิ่งที่ทำให้ธัพธัยหลงใหลกลับไม่ใช่ธรรมชาติเบื้องหน้าหากแต่เป็ใบหน้าเนียนที่ยิ้มพริ้มยียวนเขาอยู่ ความมึนเมาช่างเข้ากับมินจุนนักเป็คนที่น่าหลงเวลาเมาจริงๆธัพธัยเม้มริมฝีปากแน่นดวงตาเอาแต่จับจ้องใบหน้าของมินจุนนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้นับว่าเป็ครั้งที่สองแล้วที่คนขี้เมาตกอยู่ในเงื้อมมือของคนมากเล่ห์อย่างเขาจะปล่อยไปดีไหมนะเขายกยิ้มที่มุมปากแหงนหน้ามองไปที่ดวงจันทร์คล้ายกับกำลังตรึกตรองบางสิ่งเสียงอ้อแอ้ฟังไม่ได้ศัพท์ดังอยู่ข้างหู อาจจะเพราะเมาหรือเขาฟังไม่รู้เื่กันนะ
“พูดอะไรของมัน”ธัพธัยพึมพำในลำคอเขาตั้งใจฟังเท่าไหร่ แต่ก็ยังไม่รู้เื่อยู่ดีคล้ายกับไม่ใช่ภาษาไทย สำเนียงออกไปทางจีน เกาหลี หรือญี่ปุ่นหรือน้องรหัสเขาจะพูดได้หลายภาษา เขาได้แต่ยิ้มจะภาษาอะไรยังไงก็น่ารักอยู่ดีเด็กนี่ทำให้ใจเต้นแรงจัง ‘เอาไงดีน่า’ความคิดมากมายตีกันอยู่ในหัว เขาทั้งสองต่างเป็ผู้ชายบ้างล่ะอีกฝ่ายจะรู้สึกยังไงบ้างละ ปัญหาต่างๆนาๆ แต่คนอย่างธัพธัย วิริยะศิลป์ ซะอย่างซื่อสัตย์กับความรู้สึกอยู่แล้ว เมื่อนึกไปคืนแรกที่เจอกันที่เกาะความรู้สึกนั้นยังชัดเจนเหมือนพึ่งเกิดขึ้น คืนนั้นอาจไร้สถานการณ์ใดๆ แต่ใครจะรู้นอกจากตัวเขาเองแล้ว ริมฝีปากเรียวนี้เขาเคยได้ััมาแล้วด้วยความบังเอิญและนั่นคือสิ่งที่เปลี่ยนความรู้สึกของธัพธัยไปตลอดการแรกๆเขายังสับสนกับความรู้สึกของตัวเองอยู่ แต่ตอนนี้เขาค่อนข้างเข้าใจและเจอวิธีที่จะจัดการกับความรู้สึกตัวเองแล้ว เสียงอ้อแอ้เงียบขาดหายไปทำให้รู้สึกตัวจึงหันกลับมามองที่เด็กน้อยธัพธัยสะดุ้งตัวโหยงเกิดใกับการจับจ้องแบบไม่กระพริบตาของอีกคนมินจุนยื่นหน้าเข้าใกล้ระยะลมหายใจรินรดกัน อ๊ะ! อุ๊บ! ที่ทำให้ใจนแทบกลั้นหายใจนั้น เพราะเขาถูกมินจุนรั้งคอเข้าประกบปากจูบเขาถูกเด็กคนนี้ทำให้สติแตกกระเจิงอีกแล้ว เนื้อเข้าปากเสือมีหรือที่เขาจะรีรอธัพธัยจูบกลับแบบไม่ยั้ง ริมฝีปากของทั้งคู่บดเบียดจะแทบเป็เนื้อเดียวกัน
“อย่าโทษกูนะ มึงจูบกูเอง”ธัพธัยพ่นลมหายใจหอบกระเส่า เขาถอนจูบออกจากริมฝีปากเรียวตั้งหลักใหม่เมื่อกี้ถูกจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัวสมกับที่เขามองว่ามินจุนเป็เด็กน้อยแค่จูบแบบเบสิคยังทำได้ไร้อารมณ์จริงๆธัพธัยเอียงคอเล็กน้อยทำองศาให้พอดี เขาเริ่มบรรจงประกบปากแลกลิ้นอย่างละมุมค่อยๆเพิ่มความร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ มินจุนเองก็ให้ความร่วมมือเป็อย่างดีนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่ธัพธัยดื่มด่ำกับรสปากเปรี้ยวอมหวานกลิ่นองุ่นอ่อนๆเมื่อหนำใจแล้วจึงค่อยยอมถอนจูบออก จึงพบกับความจริงที่ว่าคนที่เขาอุตส่าห์ฝากรอยจูบที่แสนร้อนแรงคนนี้นั้น หลับไปตอนไหนก็ไม่รู้คนคออ่อนทิ้งน้ำหนักทั้งตัวลงในอ้อมแขนหนา ใบหน้าเนียนเลื่อนลงซบที่แผงอกกว้างฟังเสียงหัวใจที่เต้นแรงระรัวแทบทะลุอกของคนพี่ธัพธัยโอบตัวน้องไว้แนบกายฝากรอยหอมไว้ที่แก้มซ้ายอีกฟอดใหญ่ยังนึกพิเรนท์ฝากรอยช้ำไว้ที่คออีก ถ้าไม่ติดว่ากินไม่ได้เนี่ยไม่เหลือแล้วนะมินจุนเดินกลับไม่ไหวจึงเป็หน้าที่ของธัพธัย ร่างโปร่งถูกพาขึ้นขี่หลังคนร่างใหญ่ขนาดตัวอาจจะดูผอมบางแต่ก็หนักเอาการอยู่เหมือนกัน ประกอบกับอาการตึงๆหัวอยู่บ้างจึงคอลโทรลค่อนข้างยาก
“เฮ้ย! น้องมันเป็ไรว่ะ”ไตเติ้ลใเพราะเห็นเพื่อนแบกน้องรหัสเปิดประตูเข้าห้องมาคิดว่าอาจเกิดเื่ร้ายขึ้น แต่พอดูชัดๆแล้วถึงได้เข้าใจ เกิดจากการเมานี่เอง
“อ่าา” ระยะทางหลายร้อยเมตรทำเอาหลังชาได้เลยการนอนเหยียดเป็การบำบัดที่ได้ผลดีอีกวิธีหนึ่งเมื่อผ่อนคลายตัวเองจนดีขึ้นแล้วจึงหันมาจัดแจงน้องรหัส ทั้งถอดรองเท้าให้จัดท่านอน อีกทั้งยังห่มผ้าให้อีกทุกการกระทำถูกบันทึกใส่สมองของไตเติ้ลที่เฝ้าดูอยู่อีกเตียง
“จะตีสองแล้ว ไม่นอนหรอมึง”ยังมีหน้าพูดกับเพื่อนที่นั่งหัวโด่อยู่อย่างใจนิ่งเหมือนที่เพิ่งทำไปไม่ใช่เื่แปลก ซึ่งจริงๆแล้วโคตรแปลกเลยละ
เช้าวันที่สองของกิจกรรมรับน้อง เสียงกุกกักดังเข้าหูมินจุนเป็ระลอกถ้าไม่ติดว่าต้องไป่ร่วมกิจกรรม เขาคงตีตั๋วยาวยันเย็นเป็แน่มินจุนยังหลับตาพริ้มบิดี้เีอยู่ใต้ผ้าห่ม หือ!เขาใเบิกตาโตเมื่อมือไปััเข้ากับอะไรบางอย่าง อุ๊บ!มินจุนรีบเม้มปากเพื่อสกัดกั้นเสียงไม่ให้เล็ดลอดออกจากปากเกรงว่าเ้าของไหล่ที่ตนซบอยู่จะตื่นมาเจอสภาพน่าอนาถแบบนี้ มินจุนกลั้นใจคลายแขนออกจากคอธัพธัยให้เบาที่สุดแต่กระนั้นก็ยังขยับร่างลุกไม่ได้ ยังต้องมาคลายมือพี่ออกจากเอวตนอีกเขาเกร็งจนคิ้วขมวด เฮ้อ!ลอบถอนหายใจเบาๆเกือบไม่รอดแล้วไหมล่ะมินจุนพยายามยันตัวลุกจากเตียงแบบลำบากรู้สึกหนักหัวจนแทบร่วงแม้จะเป็เวลาเช้าแล้วแต่เพราะม่านที่มีความหนามากจึงกลั้นแสงให้ลอดผ่านเข้ามาเพียงรำไรเขาใช้มือทั้งสองข้างช่วยคลำทางพาร่างไปเข้าห้องน้ำโดยมีคนพี่มองตามหลังจนหายเข้าห้องน้ำไป เขาแทบกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ไม่ว่ามินจุนจะทำอะไรก็ดูน่ารักไปหมด คงจะหลงน้องรหัสคนนี้เข้าแล้วจริงๆ
“กูแดกไปขนาดไหนว่ะ”มินจุนพึมพำกับตัวเองอยู่หน้ากระจก
“รอยอะไรว่ะ” มินจุนเอียงคอพินิจรอยช้ำที่คอตนพยายามนึกคิดว่าไปโดนอะไรกัดมา แต่คิดยังไงก็คิดไม่ออก
น้ำจากฝักบัวไหลลงที่หัวเขาคลึงนวดเบาๆช่วยคลายความมึนตึงไปได้มาก ดวงตาค่อยๆหลับลงเพราะรู้สึกเคลิบเคลิ้มและผ่อนคลายแต่ต้องเบิกตาโพรงเมื่อหวนนึกถึงภาพบางอย่าง คล้ายกับฝันไม่น่าใช่เื่จริง
“แต่ทำไมเหมือนจริงจังวะ”มินจุนเกิดพึมพำกับตัวเองอีกครั้ง ผลัก!ขณะที่กำลังใช้ความคิดอยู่นั้น จู่ๆประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดออกคนร่างใหญ่กำลังสาวเท้าเข้ามาในข้างใน โดยไม่ได้สนใจว่ามีใครอยู่หรือไม่นั่นทำให้มินจุนใหน้าเหวอ รีบดึงผ้าขนหนูมาคลุมร่าง
“พี่เข้ามาทำไม ผมอาบน้ำอยู่นะ”เด็กน้อยร้องเสียงหลงดังลั่น แต่คนพี่ดูเหมือนไม่ได้ใอะไรเลย
“ปวดฉี่ กูจะรู้ได้ไงว่ามึงอยู่ในห้องน้ำ ประตูก็ไม่ได้ล็อค” ธัพธัยเดินตรงเข้าทำธุระที่ชักโครกกำลังถอดกางเกงก็ต้องหยุดมือแล้วหันมามองน้องรหัส
“อยากดูหรอ”ธัพธัยยักคิ้วถามหน้านิ่งทำคนฟังเขินหน้าแดงมินจุนเบือนหน้าไปอีกฝั่งรอให้คนพี่รีบทำธุระให้เสร็จเร็วๆ
“มึงยั่วกูหรอ”ผ้าขนหนูผืนนิดเดียวถ้าจะคลุมั้แ่่อกแบบนี้ แล้ว่ล่างจะทำยังไงล่ะจะไม่ไห้คิดอกุศลยังไงไหว ธัพธัยมองต้นขาเรียวด้วยสายตาออกหื่นนิดๆ
“เชี่ย! ไอ้พี่บ้า”มินจุนถึงกับสบถคำหยาบ แต่นั่นไม่สามารถยับยั้งสายตาเ้าเล่ห์คู่นั้นได้คนพี่สาวเท้าเข้าหาช้าๆ คนน้องก็ค่อยๆถอยหลังช้าๆเช่นกัน กึก! แผ่นหลังชนเข้ากันมุมของห้องน้ำเสียแล้ว
“จะทำอะไร” มินจุนพูดตะกุกตะกักรู้สึกเกร็งไปทั้งตัวได้แต่แหงนหน้ามองเพดานไม่กล้าสบตาคู่นั้นสภาวะที่จนมุมแบบนี้รู้สึกว่าพี่โคตรน่ากลัวเลย
“อย่า!” เขาตัดสินใจแหกปากออกมาก่อนจะค่อยๆลดเสียงลงเรื่อยๆจนเงียบไปในที่สุดริมฝีปากเรียวถูกคลึงอย่างเบามือ จากเ้าของสายตาที่เต็มไปด้วยเลศนัยให้ความรู้สึกละมุมแบบแปลกๆ ตรงข้ามจากภาพที่มินจุนจินตนาการไว้ทิ้งท้ายด้วยการจิ้มเบาๆตรงรอยช้ำที่คอเนียน ธัพธัยยกยิ้มมุมปากอย่างสมใจแกล้งจนพอใจแล้วพี่ธัพก็เดินหัวเราะออกจากห้องน้ำไป ทิ้งไว้เพียงความอึ้ง มึน งงเขารู้สึกโล่งอกที่สุดท้ายแล้วพี่แค่แกล้ง แต่สิ่งที่ตามมานี่สิใบหน้านั้นช่างติดตานัก ริมฝีปากถูกเม้นเข้าหากันโดยอัตโนมัติคล้ายกับมีบางอย่างผุดขึ้นในความทรงจำ เป็ภาพจำที่เลือนราง แต่ที่จำได้แม่นเห็นจะเป็ภาพการจูบสุดแสนเร่าร้อนท่ามกลางจันทรา
“ฝันหรอ!” เขามั่นใจว่ามันไม่มีทางเกิดขึ้นจริง หึ หึ! มินจุนหัวเราะในลำคอให้กับความฝันที่บ้าบอของตน