ซูเม่ยที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องผู้ป่วย เห็นหลินเฟิงฟื้นแล้วเป็คนแรก เธอรีบสาวเท้าเดินมาที่ข้างเตียงผู้ป่วย แล้วเอ่ยถามด้วยความดีใจว่า "หลินเฟิง นายฟื้นแล้วเหรอ?"
หลินเฟิงยื่นมือไปถอดหน้ากากออกซิเจนที่สวมอยู่บนหน้าออก ลังเลเล็กน้อยแล้วถามว่า "ฉันสลบไปนานแค่ไหนแล้ว?"
ซูเม่ยตรวจเช็กค่าบนหน้าจออย่างละเอียดพลางพูดกับหลินเฟิงว่า "ตอนแรกคิดว่านายคงจะไม่ฟื้นเร็วขนาดนี้ นึกไม่ถึงเลยว่าร่างกายนายจะแข็งแรงขนาดนี้ แค่คืนเดียวเท่านั้น ค่าทุกอย่างบนหน้าจอกลับมาเป็ปกติหมดแล้ว..."
"ฉันสลบไปคืนนึงเลยเหรอ?" หลินเฟิงชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็รีบเปิดระบบค้นหาสมบัติขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
[โฮสต์ : หลินเฟิง]
[ระดับ : ผู้วิวัฒนาการระดับ 1]
[ระดับการวิวัฒนาการ : 17%]
[เงิน : 50,000 หยวน]
[ช่องเก็บของ : 1/10]
[จำนวนหีบสมบัติที่เปิดได้ต่อวัน : 3/3]
เมื่อเห็นว่าระดับการวิวัฒนาการร่างกายของตัวเองเพิ่มขึ้นมาทีเดียวถึง 5% หลินเฟิงก็ยิ้มแห้ง ๆ ออกมาทันที
หลินเฟิงแค่อยากเป็คนธรรมดา จากนั้นก็หาเงินให้ได้เยอะ ๆ แล้วค่อยไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แต่เื่บนโลกนั้นยากจะคาดเดา เื่วุ่นวายเื่แล้วเื่เล่ากลับวิ่งเข้ามาหาเขาเอง แถมยังบีบบังคับให้ร่างกายของเขาวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องอีกต่างหาก!
ช่างเถอะ! อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด บนโลกนี้ไม่มีของฟรีหรอก อยากได้ผลตอบแทนก็ต้องยอมลงทุน!
เขาได้รับระบบค้นหาสมบัตินี้มา ยังไงก็ต้องแบกรับความเสี่ยงเอาไว้บ้างล่ะนะ?
ไม่รู้ว่าทำไม จู่ ๆ ในใจของหลินเฟิงก็อยากจะแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้ อย่างเช่นเหตุการณ์ไม่คาดฝันในครั้งนี้ ถึงแม้เขาจะคว่ำโจรที่มีปืนสี่คนลงได้ด้วยตัวคนเดียว แต่ก็ยังถูกะุยิงเข้าที่หน้าอกอยู่ดี
ถ้าความแข็งแกร่งของตัวเองมีมากกว่านี้อีกหน่อย ความเร็วเพิ่มขึ้นอีกสักนิด บางทีอาจจะจัดการโจรได้ก่อนที่มันจะเหนี่ยวไกปืนก็ได้ แบบนั้น เขาก็ไม่ต้องมาเสี่ยงชีวิตกับพวกโจรแล้ว...
"นายรู้หรือเปล่า ว่าะุนัดนั้นอยู่ห่างจากหัวใจของนายแค่ 1 เิเเองนะ ถ้าตอนนั้นปืนของโจรเบี่ยงมาอีกแค่นิดเดียว นายก็ตายไปแล้ว!" น้ำเสียงของซูเม่ยพลันเคร่งขรึมขึ้นมาทันที
หลินเฟิงลูบจมูกด้วยความกระดากอาย ทำไมน้ำเสียงของซูเม่ยถึงฟังดูมีความห่วงใยปนอยู่ด้วยนะ?
"ฉันก็ยังไม่ตายนี่นา?" หลินเฟิงพูดด้วยน้ำเสียงอ่อย ๆ
"ครั้งนี้นับว่าดวงนายยังแข็ง แต่ครั้งหน้าถ้านายยังทำอวดเก่งแบบนี้อีก เทวดาที่ไหนก็ช่วยนายไม่ได้หรอก!" จู่ ๆ ซูเม่ยก็พูดด้วยความโมโหเล็กน้อย
"เธอรู้เื่หมดแล้วเหรอ?" หลินเฟิงลูบจมูกพลางถาม
เห็นเพียงซูเม่ยถลึงตาใส่หลินเฟิงไปหนึ่งที จากนั้นก็พูดว่า "คดีปล้นทรัพย์ใหญ่โตขนาดนี้ ชาวเมืองไห่ฉินแทบจะรู้เื่กันหมดแล้ว ตอนนี้นายกลายเป็ฮีโร่ในใจของทุกคนไปแล้วนะ อนาคตรุ่งโรจน์เชียวล่ะ!"
"ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าคำพูดของเธอ มันมีความประชดประชันปนอยู่นะ?" หลินเฟิงพูดด้วยความแปลกใจ
"ใครประชดกัน?" ใบหน้าสวยของซูเม่ยแดงระเรื่อขึ้นมา จากนั้นก็ยื่นมือไปหยิบปรอทวัดไข้จากโต๊ะข้างเตียงมา
"วัดไข้!"
"ฉันไม่ได้มีไข้ซะหน่อย จะวัดไข้ทำไม?" หลินเฟิงเริ่มไม่พอใจขึ้นมา
"ที่นี่คือโรงพยาบาล ตอนนี้นายเป็คนไข้ คนไข้ก็ต้องเชื่อฟังคำสั่งของหมอ!" ซูเม่ยพูดอย่างหงุดหงิด
หลินเฟิงรับปรอทวัดไข้มาด้วยความรู้สึกกึ่งขำกึ่งระอา จากนั้นก็เอาไปเหน็บไว้ใต้รักแร้ของตัวเองอย่างว่าง่าย ไม่รู้ว่าทำไม ถึงได้รู้สึกว่าซูเม่ยในวันนี้ดูแปลก ๆ ไปนะ!
"จริงสิ นอกจากฉันแล้ว ในที่เกิดเหตุมีใครได้รับาเ็อีกไหม?" หลินเฟิงเอ่ยปากถามขึ้นมากะทันหัน
"ไม่มี มีแค่นายคนเดียวที่ถูกส่งตัวมาที่นี่" ซูเม่ยลากเก้าอี้ออกมาจากใต้เตียง แล้วนั่งลงที่ข้างเตียงผู้ป่วยของหลินเฟิง
"แล้วพวกโจรล่ะ? ถูกตำรวจจับไปหมดแล้วใช่ไหม?" หลินเฟิงถามต่อ
"อืม"
"ฉันถูกใครส่งมาโรงพยาบาลเนี่ย?"
"ตำรวจ"
"เอ่อ... นอกจากตำรวจแล้ว ยังมีคนอื่นตามมาด้วยไหม?"
"ตกลงนายอยากจะถามอะไรกันแน่?" ...
หลินเฟิงลูบจมูกด้วยความกระดากอาย แล้วถามว่า "เอ่อ... หลิวเยว่หรูล่ะ?"
"นายหมายถึงเถ้าแก่เนี้ยร้านเครื่องประดับคนนั้นน่ะเหรอ?" แววตาของซูเม่ยไหววูบด้วยความรู้สึกบางอย่าง
"อืม" หลินเฟิงพยักหน้าด้วยความเขินอาย
"เธอเฝ้าอยู่ข้างเตียงนายมาทั้งคืน พอฟ้าสว่างก็ถูกตำรวจเรียกตัวไป" ซูเม่ยตอบตามความจริง
"อ้อ" เมื่อได้ยินดังนี้ บนใบหน้าของหลินเฟิงก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มออกมา
เห็นเพียงซูเม่ยมองหลินเฟิงแวบหนึ่ง แล้วจู่ ๆ ก็ถามว่า "นายชอบเธอมากเลยเหรอ?"
"เอ่อ... ใครบอกล่ะ?" หลินเฟิงตอบกลับอย่างร้อนตัวเล็กน้อย
"ฉันได้ยินมาว่ามีใครบางคนยอมสละแม้กระทั่งชีวิตเพื่อเป็วีรบุรุษช่วยหญิงงาม ไม่ใช่เพราะเหตุผลนี้หรือไง?" ซูเม่ยจ้องมองหลินเฟิงเขม็งพลางถาม
"ก็ในสถานการณ์แบบนั้น ถ้าฉันมัวแต่ลังเลแม้แต่นิดเดียว ผลที่ตามมามันคงเลวร้ายจนคาดไม่ถึงเลยล่ะ!" หลินเฟิงเบ้ปาก แล้วพูดต่อ "ต่อให้ตัวประกันที่พวกโจรจับไว้จะไม่ใช่หลิวเยว่หรู ฉันก็ต้องลงมือช่วยอยู่ดีนั่นแหละ!"
"พูดแบบนี้ แสดงว่านายไม่ได้หลงใหลในความสวยของเธองั้นสิ?" ซูเม่ยถามด้วยความอยากรู้
เห็นเพียงหลินเฟิงถลึงตาใส่ แล้วพูดอย่างไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดีว่า "ซูเม่ย ทำไมเธอถึงได้ชอบอยากรู้อยากเห็นนักล่ะ?"
"ฉันก็แค่ถามดูเฉย ๆ เอง" ซูเม่ยตอบกลับด้วยความเขินอาย
"จริงสิ กระเป๋าฉันล่ะ?" หลินเฟิงจู่ ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่าโทรศัพท์มือถือของตัวเองยังอยู่ในกระเป๋า ตอนนี้ไม่ได้จับโทรศัพท์ จู่ ๆ ก็เลยรู้สึกไม่ค่อยชินขึ้นมา
"นายนอนพักผ่อนบนเตียงไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันไปเอากระเป๋ามาให้" ซูเม่ยยิ้ม ๆ จากนั้นก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องผู้ป่วยไป
หลินเฟิงที่นอนอยู่บนเตียงหาวออกมาด้วยความเบื่อหน่าย บางทีอาจจะรู้สึกว่าสายระโยงระยางที่เสียบอยู่บนตัวมันทำให้เขารู้สึกอึดอัดมาก ดังนั้นเขาจึงยื่นมือไปดึงสายพวกนี้ออกจนหมดโดยไม่ทันได้คิด
สบายชะมัด! รู้สึกเบาสบายไปทั้งตัวเลย! นอกจากที่หน้าอกจะยังเจ็บอยู่นิดหน่อย หลินเฟิงก็รู้สึกว่าร่างกายของตัวเองเหมือนจะแข็งแรงกว่าเมื่อวานขึ้นมาอีกหลายส่วน!
ดูเหมือนว่า นี่คงจะเป็ผลลัพธ์ที่ได้หลังจากร่างกายวิวัฒนาการไป 5% สินะ?
ผ่านไปไม่นาน ซูเม่ยที่ถือกระเป๋าหิ้วสีดำก็เดินกลับมา แต่เมื่อเธอเห็นว่าหลินเฟิงกำลังเตรียมจะลุกจากเตียง ผู้หญิงคนนี้ก็ร้องอุทานออกมากะทันหัน จากนั้นก็รีบวิ่งมาที่ข้างเตียงผู้ป่วย และยื่นมือไปห้ามการกระทำของหลินเฟิงเอาไว้!
"นายลุกจากเตียงทำไมเนี่ย? แล้วก็ ใครสั่งให้นายดึงสายพวกนี้ออกกัน?" ซูเม่ยพูดด้วยความรีบร้อนและโมโห
"ร่างกายฉันไม่เป็ไรแล้ว ไม่เห็นต้องนอนพักบนเตียงต่อเลยนี่นา?" หลินเฟิงยิ้มขื่นแล้วพูด
"ใครบอกว่าไม่เป็ไรล่ะ? นายเพิ่งจะผ่าตัดเสร็จนะ แถมหมอเ้าของไข้ก็สั่งให้นายนอนพักผ่อนอยู่บนเตียงดี ๆ นายจะมาทำตามใจชอบแบบนี้ได้ยังไง?" ซูเม่ยพูดเชิงตำหนิเล็กน้อย
"เอาล่ะ ๆ ร่างกายของฉันเอง ทำไมฉันจะไม่รู้ล่ะ?" หลินเฟิงโบกมืออย่างรำคาญใจ จากนั้นก็ชี้ไปที่กระเป๋าหิ้วในมือของซูเม่ยแล้วพูดว่า "เอากระเป๋ามาให้ฉันสิ"
"ไม่ได้! นายนอนลงไปก่อน แล้วฉันถึงจะเอากระเป๋าให้!" ซูเม่ยพูดอย่างหัวเสีย
"นี่ซูเม่ย เธอว่างมากหรือไง? ไม่ต้องไปดูแลคนไข้คนอื่นแล้วเหรอ?" หลินเฟิงถามอย่างหงุดหงิด
"หึหึ คุณหลินเฟิง ตอนนี้ฉันเป็พยาบาลส่วนตัวของนายนะ" ซูเม่ยหัวเราะร่าแล้วกะพริบตา จากนั้นก็พูดกับหลินเฟิงว่า "หน้าที่ของฉันก็คือดูแลนายให้ดี จนกว่านายจะออกจากโรงพยาบาล! ส่วนเื่อื่นน่ะ ปล่อยไปก่อนชั่วคราว!"
"อะไรนะ? ใครสั่งให้เธอมาดูแลฉันเนี่ย?" หลินเฟิงถามด้วยความประหลาดใจ
"นี่เป็คำขอจากทางตำรวจที่แจ้งมายังโรงพยาบาล และผู้บริหารโรงพยาบาลของเราก็มอบหมายภารกิจนี้ให้ฉัน นายยังมีปัญหาอะไรอีกไหมล่ะ?" ซูเม่ยยิ่งฉีกยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม
"..."
"จริงสิ มีตำรวจหญิงแซ่ฉู่คนหนึ่งกำชับฉันไว้เป็พิเศษ เธอบอกว่าถ้านายฟื้นเมื่อไหร่ ก็ให้ฉันรีบแจ้งเธอทันที เมื่อกี้ฉันโทรหาเธอไปแล้ว เชื่อว่าอีกไม่นานเธอคงจะมาหานายแน่นอน..."
"..."