“ฮ่าๆๆ” เซี่ยลี่หยางหัวเราะออกมาเสียงดัง ในความทรงจำของร่างเดิม บุรุษสองคนนี้เปรียบประดุจนักรบที่ร่างเดิมไม่อาจต่อกร แต่สำหรับเขา สองคนนี้มันก็แค่ไอ้กล้ามโตจอมอวดเบ่งเท่านั้นเอง “จูอู๋เซิน กัวฮุ่ยหลิง การที่พวกเ้าได้รู้จักข้าต่างหากที่นับว่าเป็บุญ”
“เซี่ยลี่หยาง! เ้าจะโอหังเกินไปแล้ว ไม่ได้กินหมัดของข้าแค่สองวันคงทำให้เ้าลืมความเ็ปไปแล้วสิ”
“ใครจะเจ็บตัวก็ยังไม่แน่” เซี่ยลี่หยางยังยืนนิ่ง “เข้ามา!”
จูอู๋เซินกับกัวฮุ่ยหลิงหันไปพยักหน้าให้กัน จากนั้นทั้งคู่ก็ทะยานเข้าใส่เพื่อไม่ให้เซี่ยลี่หยางมีเวลาได้ตั้งตัว
เซี่ยลี่หยางยิ้มอยู่ในใจ เขากำลังอยากจะทดสอบฝีมือที่เขาเพิ่งฝึกจากหนังสือการ์ตูนมาอยู่พอดี ในเมื่อสองคนนั้นยังไม่ใช้อาวุธ เขาก็จะใช้วิชาไอ้หนุ่มหมัดมวยก่อนก็แล้วกัน
ทันทีที่จูอู๋เซินและกัวฮุ่ยหลิงมาหยุดอยู่ตรงหน้า หมัดของเซี่ยลี่หยางก็ถูกปล่อยออกไปในระยะประชิด แรงของหมัดทำให้คุณชายเกเรทั้งสองคนกระเด็นออกไปจนเกือบจะถึงประตูร้าน แต่สองคนนั้นจะยอมเสียหน้าให้กับเซี่ยลี่หยางได้อย่างไร พวกเขาชักกระบี่ที่ติดตัวมาออกจากฝัก จากนั้นก็ทะยานเข้าหาเซี่ยลี่หยางอีกครั้ง
คราวนี้เซี่ยลี่หยางดึงกระบี่อ่อนที่พันอยู่รอบเอวออกมา ต้องบอกว่ามิติวิเศษช่างใจดีได้มอบกระบี่อ่อนชั้นดีให้เขามาด้วย
จูอู๋เซินและกัวฮุ่ยหลิงมองเห็นกระบี่อ่อนที่อยู่ในมือของเซี่ยลี่หยางแล้ว แต่ระยะประชิดเช่นนี้พวกเขาไม่อาจหลบได้พ้น เมื่อถอยไม่ได้ ทั้งคู่ตัดสินใจฟาดกระบี่ใส่เซี่ยลี่หยางพร้อมกัน
เซี่ยลี่หยางะโหมุนตัวอยู่ในอากาศ ท่วงท่าและมือของเขารวดเร็วจนไม่มีใครดูทัน ใช้เวลาไม่นานเซี่ยลี่หยางก็ลงมายืนที่จุดเดิม ซึ่งเป็จังหวะเดียวกับที่เสื้อผ้าของคุณชายเกเรทั้งสองถูกตัดขาดจนหลุดลุ่ย เผยให้เห็นผิวกายขาวเนียนที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม
เซี่ยเหวินซูะโร้องและปรบมืออย่างดีใจ “เห็นหรือยังขอรับลุงฝู พี่เจ๋อกั๋ว พี่ใหญ่ของข้าเป็อัจฉริยะที่ซ่อนความสามารถเอาไว้”
“เอ่อ...คุณชายรอง คุณชายใหญ่อยากรับลูกศิษย์หรือไม่ขอรับ” ฝูเจ๋อกั๋วถามอย่างตื่นเต้น
“เอาไว้ข้าจะถามพี่ใหญ่ให้นะขอรับ”
ฝูเกามองเซี่ยลี่หยางอย่างปลื้มใจเช่นกัน “นายท่านสาม เมื่อไหร่ท่านจะกลับมาขอรับ คุณชายใหญ่เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ เมื่อก่อนข้าคิดว่าฝีมือของท่านเป็หนึ่งในใต้หล้า แต่หากเทียบกับสิ่งที่ข้าเห็นอยู่ตอนนี้ ฝีมือของคุณชายใหญ่ดูจะแซงท่านไปแล้วนะขอรับ”
จูอู๋เซินกับกัวฮุ่ยหลิงยังอยู่ในอาการช็อก ไม่ใช่ว่าเซี่ยลี่หยางเป็เพียงขยะที่เอาไว้รองมือรองเท้าหรอกหรือ แต่สิ่งที่พวกเขาเพิ่งประสบนี้คืออะไร นี่มันยอดฝีมือชัดๆ ‘พี่ใหญ่เซี่ยคือจอมยุทธ์’
“เป็ยังไงบ้างเหวินซู พี่ใหญ่ของเ้าเท่ไม่ใช่เล่นเลยใช่ไหมเล่า” เซี่ยลี่หยางหันไปถามน้องชาย
เซี่ยเหวินซูไม่เข้าใจความหมายของคำว่าเท่ แต่คิดว่าคงเป็คำชม เขาชูนิ้วโป้งเหมือนอย่างที่พี่ชายเคยทำ “ท่านเท่มากขอรับพี่ใหญ่ พี่ใหญ่คิดจะรับลูกศิษย์หรือไม่ขอรับ”
“เ้าอยากเรียนวรยุทธ์หรือ?”
“ก็ข้าอยากเป็คนเท่เหมือนท่านอย่างไรขอรับ และไม่ใช่แค่ข้านะขอรับ ยังมีพี่เจ๋อกั๋วอีกคน พี่เจ๋อกั๋วก็อยากฝากตัวเป็ศิษย์ของท่านด้วย”
“ข้ารับปากว่าข้าจะฝึกฝนร่างกายให้เ้าและจะฝึกความอดทนให้เ้าทุกวัน แต่เื่สอนวรยุทธ์ เอาไว้ข้าจะหาอาจารย์ฝีมือดีสักคนมาสอนให้ก็แล้วกันนะ”
“เซี่ยลี่หยาง! เ้าดูิ่ข้า เ้าอย่าหวังว่าเ้าจะมีชีวิตอยู่ในอำเภอเสียนโจวแห่งนี้ได้อย่างสงบสุขอีกเลย” จูอู๋เซินะโขึ้น
เซี่ยลี่หยางกอดอก “เช่นนั้นเ้าก็อย่าหวังว่าเ้าจะก้าวขาออกจากโรงสุราของข้าได้เหมือนกัน”
“เ้า...เ้าจะฆ่าข้าหรือ? เ้ากล้า!”
“จะลองดูก็ได้นะ โรงสุราแห่งนี้เป็ของข้า แต่พวกเ้าสองคนกลับถืออาวุธแล้วตั้งใจจะเข้ามาทำร้ายข้า หากข้าไม่ต่อสู้ข้าคงตายไปแล้ว เหตุผลเท่านี้ก็พอให้ข้าสังหารเ้าได้แล้วนะ และเหตุผลที่ข้าจะบอกกับเ้าหน้าที่ก็คือข้าป้องกันตัว”
“แต่ข้าเป็บุตรชายของนายอำเภอ” จูอู๋เซินะโขึ้น
“ฮ่องเต้ทำผิดยังต้องรับโทษอย่างสามัญชน หรือว่าแม้แต่กฎหมายพื้นฐานของแคว้นเ้าก็ไม่เข้าใจ ข้าชักสงสัยในความสามารถของนายอำเภอเสียแล้วสิ แม้แต่บุตรชายหัวแก้วหัวแหวนยังเลี้ยงดูให้เป็คนดีไม่ได้ ซ้ำความรู้ก็ไม่มี เฮ้อ...มีผู้นำเช่นนี้ไม่มียังจะดีซะกว่า”
“เซี่ยลี่หยาง เ้ากล้าดูถูกพ่อข้า!” จูอู๋เซินเถียงไม่ออก
“เลิกะโได้แล้ว หูข้าจะหนวกอยู่แล้วรู้ไหม อยู่ใกล้กันแค่นี้พูดเบาๆ ไม่เป็หรือไง” เซี่ยลี่หยางพูดเสียงเข้ม “ทีนี้ก็มานั่งลงแล้วพูดกันดีๆ อย่าให้ข้าหงุดหงิดแล้วต้องลงไม้ลงมืออีกรอบ”
จูอู๋เซินกับกัวฮุ่ยหลิงรีบนั่งลงทันที ฝีมือปลายแถวอย่างพวกเขาจะไปสู้เซี่ยลี่หยางได้อย่างไร เอาไว้ให้กลับไปถึงจวนก่อนก็แล้วกัน ลูกน้องของท่านพ่อที่ทำงานในที่ว่าการอำเภอต่างก็เป็ยอดฝืมือ พวกเขาไม่เชื่อว่าเซี่ยลี่หยางแค่คนเดียวจะรับมือกับคนจำนวนมากได้
“คิดที่จะไปเรียกให้คนมาช่วยหรือ?” เซี่ยลี่หยางใช้มือทุบไปบนโต๊ะอีกครั้ง คราวนี้โต๊ะที่พวกเขานั่งล้อมอยู่ก็แยกออกเป็สองท่อน “เชื่อหรือไม่ว่าต่อให้พวกเ้าไปพาคนมาอีกสักหนึ่งร้อยคน ข้าก็จัดการพวกเ้าได้”
จูอู๋เซินกับกัวฮุ่ยหลิงพยักหน้าราวกับไก่กำลังจิกข้าวสาร เหตุใดเซี่ยลี่หยางถึงได้น่ากลัวเช่นนี้ หรือเมื่อก่อนเ้าขี้เมานี้แสร้งทำ
“ต่อไปพวกเ้าต้องเรียกข้าว่าพี่ใหญ่เข้าใจไหม”
คุณชายทั้งสองทำได้แค่พยักหน้ารับ พวกเขาจะกล้าปฏิเสธได้อย่างไร พวกเขาไม่อยากถูกเปลื้องผ้าอีกรอบหรอกนะ
“เอ่อ...พี่ใหญ่เซี่ย ข้าขอให้คนกลับไปเอาเสื้อผ้ามาให้ข้าเปลี่ยนจะได้หรือไม่ขอรับ ข้ารู้สึกหนาว” กัวฮุ่ยหลิงถาม หากเขาต้องเปลือยหน้าอกระหว่างฝึกวรยุทธ์ก็ไม่เป็ไร แต่นี่ต้องมานั่งให้ผู้ชายสองคนมองหน้าอกขาวเนียนของเขาอยู่ มันรู้สึกแปลกพิกล
ฝูเกาและฝูเจ๋อกั๋วรู้ว่ากัวฮุ่ยหลิงกำลังพูดถึงตัวเองอยู่ พวกเขาจึงละสายตาและเชิดหน้าไปทางอื่น ทั้งสองคนคิด ที่มองก็ไม่ใช่อะไรหรอกนะ กล้ามแน่นขนาดนี้ก็แสดงว่าต้องฝึกวรยุทธ์มาแล้วหลายปี แต่ฝีมือกลับเทียบคุณชายของพวกเขาที่ทำตัวสำมะเลเทเมาไปวันๆ ไม่ได้แม้แต่เศษเสี้ยว เฮ้อ...ดูท่าแล้วเมื่อก่อนพวกเขาคงกลัวผิดคนไปแล้ว คุณชายจูอะไร คุณชายกัวอะไร คุณชายใหญ่ของเขาวาดกระบี่ไม่กี่ทีเสื้อผ้าดีๆ ก็หลุดลุ่ยไปหมดแล้ว
กัวฮุ่ยหลิงเห็นสองพ่อลูกแซ่ฝูเปลี่ยนจากสายตาอยากรู้อยากเห็นเป็สายตาดูถูก เขาไม่โกรธ ไม่โกรธเลยแม้แต่น้อย จังหวะที่เซี่ยลี่หยางวาดกระบี่เพื่อตัดเสื้อผ้าบนร่างกาย เขาััได้ว่าบางครั้งปลายกระบี่เฉียดผ่านลำคอของเขาไปแล้วด้วยซ้ำ หากเป็เขาจะควบคุมกำลังให้นิ่งได้ขนาดนี้หรือ คำตอบคือไม่ เขาคงตัดคอศัตรูจนเืสาดไปแล้ว กัวฮุ่ยหลิงส่งยิ้มโง่ๆ ให้กับสองพี่ลูก
“อีกเดี๋ยวพวกเ้าก็จะไม่หนาวแล้ว” เซี่ยลี่หยางตอบ
“พี่ใหญ่เซี่ย อย่างไรข้าก็เป็ถึงบุตรชายของนายอำเภอ ใจคอท่านจะให้ข้าเปลือยกายต่อหน้าผู้คนอย่างนี้จริงหรือขอรับ” จูอู๋เซินถามขึ้นอีกรอบเมื่อเห็นสหายพูดไม่สำเร็จ แต่คราวนี้เขาเปลี่ยนคำพูดให้อ่อนลงเมื่อมองดูโต๊ะที่ถูกทุบจนแยกเป็สองส่วนตรงหน้า
เซี่ยลี่หยางหันไปบอกฝูเจ๋อกั๋ว “เ้าไปเอาเสื้อผ้าของเ้ามาให้พวกเขาเปลี่ยน แล้วก็ยกเหล้าชนิดใหม่ของร้านเราออกมาให้พวกเขาชิม”
ฝูเจ๋อกั๋วหันไปมองสองคุณชายอย่างไม่พอใจ เขาอุตส่าห์ขอเหล้าที่เหลือจากคุณชายใหญ่ได้แล้ว กะว่าคืนนี้จะดื่มให้หนำใจกับท่านพ่อเสียหน่อย
“เอาน่า...เดี๋ยววันหลังข้าเอาเครื่องดื่มชนิดใหม่มาให้ลอง ส่วนเหล้าพวกนี้ถือว่าเป็การหาทุนก็แล้วกัน” เซี่ยลี่หยางพูดอีกครั้ง
เมื่อได้ยินคำว่าหาทุน ฝูเจ๋อกั๋วยกโต๊ะที่หักครึ่งออกไปแล้วเปลี่ยนเอาโต๊ะตัวใหม่มาตั้งแทน ก่อนที่เขาจะเดินไปยกเหล้าทั้งหกขวดพร้อมกับแก้วอีกหลายใบมาวาง
เซี่ยลี่หยางรินเหล้าทุกชนิดใส่แก้วแต่ละใบให้จูอู๋เซินและกัวฮุ่ยหลิงได้ทดลองรสชาติ แต่สองคุณชายไม่กล้าดื่ม
“กลัวข้าจะใส่ข้าพิษลงไปหรือ” เซี่ยลี่หยางรินเบอร์เบินวิสกี้ใส่แก้วของตัวเองแล้วยกแก้วขึ้นกระดกจนหมด “ดื่มได้ ไม่ตาย”
จูอู๋เซินกับกัวฮุ่ยหลิงจึงดื่มเหล้าทั้งหมดที่วางอยู่ตรงหน้า ก่อนที่พวกเขาจะะโขึ้น “เหล้าดี!”