หลังจากค่ำคืนอันเร่าร้อนที่ซ่งเหวินลอบเข้ามาหาถึงในห้องนอน เหมยหลิงก็ใช้ชีวิตในแต่ละวันด้วยหัวใจที่พองโตและร่างกายที่โหยหาการััจากเขาอยู่ตลอดเวลา ความสัมพันธ์ลับๆ ของเธอกับหัวหน้าสมาคมการค้าแห่งเมืองหลิงโจวได้หยั่งรากลึกลงไปในจิตใจของเธอจนยากที่จะถอนตัวเสียแล้ว
หลายวันต่อมา ในขณะที่เหมยหลิงกำลังง่วนอยู่กับการจัดเตรียมผ้าไหมลวดลายใหม่ๆ ที่จะนำไปเสนอขายในการเดินทางครั้งต่อไปกับซ่งเหวิน ความคิดของเธอก็ล่องลอยไปไกลเกินกว่าเื่งาน แววตาของนางทอประกายระยิบระยับ ริมฝีปากอิ่มเผยอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวเมื่อจินตนาการถึงการเดินทางที่จะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
ครั้งนี้ก็เช่นเคย หลี่ิสามีของนางติดภารกิจสำคัญ ทำให้ไม่สามารถเดินทางไปดูแลกิจการการค้าที่เมืองหลวงด้วยตนเองได้ เขาจึงมอบหมายให้เหมยหลิงเป็ตัวแทนเดินทางไปกับขบวนของสมาคมการค้าเฉกเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา ซึ่งนั่นหมายความว่า...นางจะได้เดินทางไปกับซ่งเหวิน
การเดินทางครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การไปดูงานธรรมดาๆ อีกต่อไป แต่มันคือโอกาสที่เธอจะได้ใช้เวลาร่วมกับซ่งเหวินอย่างเต็มที่ ห่างไกลจากสายตาของหลี่ิและผู้คนในเมืองหลิงโจว ความคิดที่จะได้อยู่ในอ้อมกอดของเขา ได้ลิ้มรสจูบอันดูดดื่ม และได้ร่วมรักกันอย่างเร่าร้อนในต่างเมือง ทำให้ร่างกายของเหมยหลิงร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
นางเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าไม้แกะสลักลวดลายประณีต เปิดฝาแล้วเริ่มคัดเลือกชุดที่จะนำไปในการเดินทางครั้งนี้ นิ้วมือเลื่อนไปตามผ้าไหมนานาสีสัน แต่ใจคิดถึงแต่ปฏิกิริยาของซ่งเหวินเมื่อได้เห็นนางในแต่ละชุด
นางหยิบชุดสีเขียวอ่อนที่เคยใส่ไปล่อใจเขาขึ้นมาดู ความทรงจำของวันนั้นยังคงชัดเจนในใจ วิธีที่เขามองนางเมื่อสังเกตเห็นว่านางไม่ได้ใส่เสื้อชั้นใน วิธีที่เขาเข้ามาใกล้และกระซิบข้างหูนาง "ชุดนี้...ข้าชอบมาก เ้าเลือกมาใส่เพื่อข้าใช่ไหม?"
นางถือชุดนั้นแนบเข้ากับตัว มองตัวเองในกระจกเงาขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง แม้ยังไม่ได้ใส่ แต่นางก็จินตนาการได้ถึงลักษณะที่จะเป็ ผ้าไหมจะโอบรัดรูปร่างของนาง เผยให้เห็นเส้นสายของเอวคอด สะโพกโค้ง และทรวงอกอวบอิ่ม
"ชุดนี้...คงจะทำให้เขาตื่นเต้น" นางกระซิบกับตัวเอง ใบหน้าแดงก่ำขึ้นเมื่อนึกถึงสายตาของซ่งเหวินที่จะจับจ้องมาที่นาง
นางนึกถึงชุดสีแดงเืหมูที่มีผ้าไหมเนื้อบางโปร่งใส เมื่อแสงส่องผ่านจะเห็นเงาของร่างกายได้อย่างชัดเจน ความคิดที่ว่าซ่งเหวินจะได้เห็นรูปร่างของนางผ่านเนื้อผ้าบางๆ นี้ทำให้หัวใจของนางเต้นเร็วขึ้น
นางจินตนาการถึงตัวเองในชุดสีขาวที่มีลวดลายดอกซากุระสีชมพูอ่อน ชุดนี้ดูบริสุทธิ์และไร้เดียงสา แต่เนื้อผ้าบางและใส เมื่อแสงส่องผ่านจะเห็นทุกอย่างได้อย่างชัดเจน มันเป็การผสมผสานระหว่างความบริสุทธิ์และความเซ็กซี่ที่นางคิดว่าซ่งเหวินจะชอบ
ความคิดที่กล้าหาญผุดขึ้นมาในหัว นางนึกถึงชุดที่มีเชือกผูกหน้า ที่เขาสามารถคลายได้ง่ายๆ ด้วยการดึงเชือกเพียงเส้นเดียว หรือชุดที่มีกระดุมแม่เหล็ก ที่เปิดได้โดยไม่ต้องใช้มือทั้งสองข้าง นางรู้สึกเหมือนมีไฟลุกโชนขึ้นมาในร่างกายเมื่อจินตนาการถึงมือของเขาที่จะสำรวจร่างกายนางผ่านช่องเปิดเ่าั้
นางเปิดลิ้นชักเล็กที่เก็บชุดชั้นใน นางมีกางเกงชั้นในหลายสี หลายแบบ แต่นางรู้ดีว่าซ่งเหวินชอบแบบไหน เขาชอบเห็นความตอบสนองของร่างกายนาง ชอบเห็นความเปียกชื้นผ่านผ้าบางๆ
นางหยิบกางเกงชั้นในสีขาวที่ทำจากผ้าไหมเนื้อละเอียดขึ้นมา มันบางจนแทบจะโปร่งใส และเมื่อเปียกชื้นแล้วจะเห็นทุกอย่างได้ชัดเจน นางจำได้ว่าครั้งก่อนเมื่อซ่งเหวินเห็นความเปียกชื้นของนางผ่านผ้าชิ้นนี้ เขาตื่นเต้นจนแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่
แล้วนางก็เห็นกางเกงชั้นในสีดำที่ซ่อนอยู่ในมุมลิ้นชัก ชิ้นนี้ทำจากผ้าลูกไม้โปร่งใส มีลวดลายดอกไม้ที่ประณีต แต่เมื่อใส่แล้วจะเห็นทุกอย่างได้อย่างชัดเจน มันเป็ชิ้นที่เซ็กซี่และกล้าหาญ นางซื้อมาแต่ไม่เคยกล้าใส่
"ครั้งนี้...อาจจะถึงเวลาแล้ว" นางกระซิบ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นเมื่อจินตนาการถึงปฏิกิริยาของซ่งเหวินเมื่อเห็นนางในชุดชั้นในชิ้นนี้
นางจินตนาการถึงตัวเองในชุดสีแดงเืหมูที่โปร่งใส ไม่ใส่เสื้อชั้นใน แต่ใส่กางเกงชั้นในสีดำลูกไม้ ความตัดกันระหว่างสีแดงและสีดำ ระหว่างความบริสุทธิ์และความเซ็กซี่ จะทำให้ซ่งเหวินตื่นเต้นแค่ไหน
นางเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง เปิดกล่องเครื่องสำอางที่ทำจากไม้หอมแกะสลักลวดลายประณีต ข้างในมีแป้งฝุ่น ลิปสติก น้ำหอม และเครื่องประดับต่างๆ
นางหยิบขวดน้ำหอมเล็กๆ ขึ้นมา เปิดฝาแล้วดมกลิ่น มันเป็กลิ่นดอกมะลิผสมกับกลิ่นกำยานอ่อนๆ หวานหอมและเซ็กซี่ นางจำได้ว่าซ่งเหวินเคยชมว่าชอบกลิ่นกายของนาง บอกว่า "กลิ่นกายของเ้า...หอมเหลือเกินเหมยหลิง หอมรัญจวนใจจนข้าแทบคลั่ง"
ความคิดที่กล้าหาญผุดขึ้นมาในหัว นางจินตนาการถึงการหยดน้ำหอมลงบนต้นขาด้านใน ใกล้กับส่วนที่ลึกลับที่สุดของนาง เพื่อให้เขาได้ดมกลิ่นหอมเมื่อ...นางไม่กล้าคิดต่อ ใบหน้าแดงก่ำจนแทบจะลุกไหม้
นางนึกถึงการเดินทางครั้งก่อน นึกถึงรถม้าคันใหญ่ที่ซ่งเหวินเตรียมไว้ ฟูกรองนั่งที่นุ่มนวล ผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาด และกลิ่นหอมของดอกมะลิ นึกถึงวิธีที่เขาเข้ามาใกล้นางอย่างช้าๆ วิธีที่เขาสูดดมกลิ่นกายของนาง วิธีที่เขากระซิบข้างหูนางด้วยเสียงแหบพร่า
นางนึกถึงการจูบที่เร่าร้อนและหิวกระหาย วิธีที่เขาใช้ลิ้นสำรวจทุกส่วนของปากนาง วิธีที่เขาดูดดึงยอดถันของนางจนนางต้องครางด้วยความสุข
และที่สำคัญที่สุด นางนึกถึงความรู้สึกเมื่อเขาสอนให้นางรู้จักท่า 69 ความแปลกใหม่และเร้าใจที่เกิดขึ้นเมื่อนางต้องใช้ปากบำเรอเขา ในขณะที่เขาใช้ลิ้นกระตุ้นร่องรักของนางอย่างเชี่ยวชาญ
ครั้งนี้นางจินตนาการถึงสิ่งใหม่ๆ ที่เขาอาจจะสอนให้นางรู้จัก นางคิดถึงการที่นางจะนั่งคร่อมเขาในรถม้า ยังไม่ถอดชุดออก แต่จะยกกระโปรงขึ้นและดึงกางเกงชั้นในไปข้างหนึ่ง แล้วค่อยๆ นั่งลงบนความแข็งแกร่งของเขาอย่างช้าๆ ผ้าไหมของกระโปรงจะปกคลุมการกระทำของพวกเขา แต่ความรู้สึกจะเข้มข้นไม่แพ้การเปลือยกาย
นางจินตนาการถึงการขย่มตัวขึ้นลงอย่างเชื่องช้า รู้สึกถึงความแข็งแกร่งของเขาที่เสียดสีกับผนังภายในของนาง ในขณะที่มือของเขาจะกำเอวนางไว้แน่น และปากของเขาจะดูดดึงยอดถันที่แข็งตั้งผ่านเนื้อผ้าบางๆ
หรือนางจินตนาการถึงการที่เขาจะให้นางคุกเข่าบนฟูกนุ่ม หันหลังให้เขา แล้วเขาจะยกกระโปรงขึ้นและดึงกางเกงชั้นในไปข้างหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ สอดเข้ามาจากด้านหลังอย่างช้าๆ ลึกๆ ทำให้นางต้องโน้มตัวลงและกำมือแน่นเพื่อรับััที่เข้มข้น
ความคิดเหล่านี้ทำให้น้ำรักของนางเริ่มไหลออกมามากขึ้น ยอดถันเริ่มแข็งตั้งขึ้นใต้เสื้อผ้า นางต้องกัดริมฝีปากเพื่อไม่ให้เสียงครางหลุดออกมา
นางนึกถึงท่าใหม่ที่เขาอาจจะสอน อาจจะเป็การที่นางจะนอนหงายบนฟูกนุ่ม ขาแยกออก ในขณะที่เขาคุกเข่าอยู่ระหว่างขาของนาง แล้วเขาจะใช้ลิ้นเลียไปตามต้นขาด้านในของนางอย่างช้าๆ ก่อนจะค่อยๆ เข้าไปใกล้ส่วนที่ไวที่สุด
หรืออาจจะเป็การที่เขาจะให้นางยืนหันหลังชิดกับผนังรถม้า แล้วเขาจะยกขาข้างหนึ่งของนางขึ้นวางบนไหล่ของเขา ก่อนจะค่อยๆ สอดเข้ามาในท่าที่นางไม่เคยลองมาก่อน
ความคิดเหล่านี้ทำให้ร่างกายของนางเริ่มตอบสนอง ความอุ่นชื้นเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง นางรู้สึกเหมือนมีไฟลุกโชนขึ้นมาในร่างกาย
เพียงแค่คิด...ความรู้สึกเสียวซ่านก็แล่นปราดไปทั่วร่างของเหมยหลิง ความอุ่นชื้นเริ่มก่อตัวขึ้นที่ใจกลางกายของนางอย่างช้าๆ น้ำรักใสๆ เริ่มซึมออกมาจากร่องสวาทที่ปิดสนิท บ่งบอกถึงความปรารถนาที่ลุกโชนอยู่ภายในใจ เหมยหลิงต้องรีบข่มตาลง สูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน นางแอบก้มมองต่ำไปยังหว่างขาของตนเอง รู้สึกได้ถึงความเปียกชื้นที่ซึมผ่านกางเกงชั้นในออกมาเล็กน้อย
"บ้าจริง..." นางพึมพำกับตัวเองเบาๆ ใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย "แค่คิดถึงเขาก็เป็ได้ถึงขนาดนี้เชียวหรือ"
นางรีบสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่าน พยายามกลับมาจดจ่อกับงานตรงหน้า แต่ภาพของซ่งเหวินและบทรักอันเร่าร้อนก็ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของนางไม่จางหาย นางรู้ดีว่าการเดินทางครั้งนี้จะต้องพิเศษกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา และนางก็พร้อมที่จะมอบกายและใจให้กับเขาอย่างเต็มที่
ในขณะที่เหมยหลิงกำลังจมอยู่ในภวังค์แห่งความปรารถนา เสียงใสกังวานอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าร้าน ทำให้เธอหลุดออกจากความคิดของตนเอง
"เหมยหลิง! อยู่หรือเปล่าจ๊ะ?"
ร่างระหงในชุดสีชมพูสดใสเดินเข้ามาในร้านด้วยท่าทางกระฉับกระเฉง ใบหน้างดงามประดับด้วยรอยยิ้มที่ร่าเริงอยู่เสมอ ดวงตากลมโตเป็ประกายราวกับดวงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน ผมยาวสลวยถูกรวบขึ้นเป็มวยสูงอย่างง่ายๆ เผยให้เห็นลำคอระหงและผิวพรรณที่ขาวผ่อง ชิงเหยา เพื่อนสนิทของเหมยหลิงนั่นเอง
ชิงเหยาเป็เ้าของร้านเครื่องประดับ "หยกมณี" ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากร้านผ้าไหมของเหมยหลิงนัก ด้วยนิสัยที่ร่าเริง เปิดเผย และเป็กันเอง ทำให้เธอเป็ที่รักของทุกคนที่ได้รู้จัก เหมยหลิงและชิงเหยาเป็เพื่อนสนิทกันมาั้แ่เด็กๆ รู้ไส้รู้พุงกันทุกเื่ และมักจะไปมาหาสู่กันอยู่เสมอ
"ชิงเหยา! มาได้ยังไงจ๊ะวันนี้" เหมยหลิงร้องทักด้วยความดีใจ รีบเดินออกมาต้อนรับเพื่อนรัก
"ก็ข้าคิดถึงเ้าน่ะสิ ไม่ได้เจอกันตั้งหลายวันแน่ะ" ชิงเหยาพูดพลางเดินเข้ามากอดเหมยหลิงอย่างสนิทสนม "แล้วนี่...กำลังทำอะไรอยู่หรือ ท่าทางยุ่งเชียวนะ"
"ข้ากำลังเตรียมของสำหรับการเดินทางน่ะ อีกวันสองวันก็จะออกเดินทางแล้ว" เหมยหลิงตอบ
"เดินทาง? เดินทางไปไหนกัน?" ชิงเหยาถามด้วยความสนใจ
"ไปเมืองหลวงน่ะ ข้าไปเป็ตัวแทนท่านพี่หลี่ิ...กับท่านหัวหน้าสมาคมการค้าน่ะ" เหมยหลิงตอบ พยายามทำเสียงให้เป็ปกติที่สุดเมื่อเอ่ยถึงซ่งเหวิน
"ว้าว! ไปเมืองหลวงงั้นหรือ น่าสนุกจัง!" ชิงเหยาตาโตด้วยความตื่นเต้น "ข้าเองก็กำลังคิดอยากจะไปเมืองหลวงอยู่พอดีเลย"
"จริงหรือ? เ้าจะไปทำอะไรที่เมืองหลวงล่ะ?"
"ข้าอยากจะไปดูลาดเลาเื่การขยายสาขาร้านเครื่องประดับของข้าน่ะสิ เมืองหลวงเป็ศูนย์กลางการค้าที่ใหญ่ที่สุด ถ้าไปเปิดสาขาที่นั่นได้ กิจการของข้าต้องรุ่งเรืองแน่ๆ" ชิงเหยาพูดด้วยแววตาเป็ประกาย "แล้วก็...อยากจะไปเที่ยวชมความงามของเมืองหลวงด้วย ได้ยินมาว่าที่นั่นมีแต่สิ่งสวยๆ งามๆ ทั้งนั้นเลย"
ชิงเหยาพูดพลางถอนหายใจ "แต่ข้าไม่รู้จักใครที่เมืองหลวงเลย จะเดินทางไปคนเดียวก็กระไรอยู่"
ทันใดนั้น ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวของชิงเหยา นางหันมามองเหมยหลิงด้วยสายตาอ้อนวอน "เหมยหลิง...ข้าขอเดินทางไปด้วยได้หรือไม่?"
คำขอของชิงเหยาทำให้เหมยหลิงชะงักไปเล็กน้อย ในใจของนางรู้สึกสับสนขึ้นมาทันที ส่วนหนึ่งนางก็ดีใจที่จะได้มีเพื่อนรักเดินทางไปด้วย แต่ลึกๆ แล้ว...นางกลับรู้สึกเสียดายอย่างบอกไม่ถูก การเดินทางที่นางวาดฝันไว้ว่าจะได้ใช้เวลากับซ่งเหวินอย่างเป็ส่วนตัวกำลังจะถูกทำลายลง
"เอ่อ...คือว่า..." เหมยหลิงอ้ำอึ้ง ไม่รู้จะตอบอย่างไรดี
"นะๆๆๆ เหมยหลิงนะ ให้ข้าไปด้วยเถอะนะ ข้าสัญญาว่าจะไม่รบกวนพวกเ้าเลย ข้าแค่อยากจะขออาศัยเดินทางไปด้วยเท่านั้นเอง" ชิงเหยาเขย่าแขนเหมยหลิงอย่างออดอ้อน
ในขณะที่เหมยหลิงกำลังลังเลใจอยู่นั้น เสียงทุ้มอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากหน้าร้าน
"ดูเหมือนที่นี่จะคึกคักเป็พิเศษนะวันนี้"
ซ่งเหวินเดินเข้ามาในร้านเพียงลำพัง รอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาของเขาเช่นเคย เขากวาดตามองไปรอบๆ ร้าน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่เหมยหลิงและชิงเหยา
"ท่านหัวหน้าสมาคมการค้า!" ชิงเหยารีบปล่อยมือจากเหมยหลิงแล้วหันไปยกมือไหว้ซ่งเหวินอย่างนอบน้อม "คารวะท่านหัวหน้าสมาคมการค้าค่ะ"
"ไม่ต้องมากพิธีหรอกแม่นางชิงเหยา" ซ่งเหวินยิ้มรับ "แล้วเมื่อครู่นี้มีเื่อะไรกันหรือ ดูเหมือนพวกเ้ากำลังคุยเื่สนุกกันอยู่"
"คือว่า...ชิงเหยาเขาอยากจะขอเดินทางไปเมืองหลวงกับพวกเราด้วยน่ะค่ะ" เหมยหลิงเป็คนตอบ
"อ้อ อย่างนั้นรึ" ซ่งเหวินหันไปมองชิงเหยาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก "เ้าอยากจะไปเมืองหลวงด้วยอย่างนั้นรึ"
"เ้าค่ะ ท่านหัวหน้าสมาคมการค้า" ชิงเหยารีบตอบอย่างกระตือรือร้น "ข้าอยากจะไปดูลู่ทางขยายกิจการร้านเครื่องประดับของข้าน่ะค่ะ แล้วก็อยากจะไปเปิดหูเปิดตาที่เมืองหลวงด้วย ไม่ทราบว่า...ข้าจะขอรบกวนเดินทางไปกับขบวนสินค้าด้วยได้หรือไม่เ้าคะ?"
ซ่งเหวินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สายตาของเขาสบเข้ากับสายตาของเหมยหลิงที่มองมาอย่างมีความหวังระคนกังวล ก่อนที่เขาจะยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย
"ได้สิ ไปด้วยกันหลายๆ คนก็สนุกดีเหมือนกัน" เขาพูดพลางหันไปทางเหมยหลิง "อีกอย่าง การมีสตรีเดินทางไปด้วยกันกับเหมยหลิงก็เป็เื่ที่ดี นางจะได้มีเพื่อนคุย จะได้ไม่เหงา"
"จริงหรือเ้าคะ! ขอบคุณท่านหัวหน้าสมาคมการค้ามากเ้าค่ะ!" ชิงเหยาร้องออกมาด้วยความดีใจสุดขีด นางะโโลดเต้นไปมาเหมือนเด็กๆ
เหมยหลิงได้แต่ฝืนยิ้มออกมา นางแอบชำเลืองมองไปทางซ่งเหวิน เห็นเขายืนนิ่งๆ จ้องมองมาที่นางด้วยสายตาที่ลึกล้ำ ที่มุมปากของเขานั้น...นางเห็นรอยยิ้มเ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นมาอย่างชัดเจน
รอยยิ้มนั้นทำให้หัวใจของเหมยหลิงกระตุกวูบ นางรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ซ่งเหวินกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่? การที่ชิงเหยาเดินทางไปด้วยในครั้งนี้ มันจะส่งผลต่อแผนการของเขาและเธออย่างไรบ้าง?
ความรู้สึกเสียดายที่เกิดขึ้นในตอนแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็ความกังวลและความตื่นเต้นระคนกันไป การเดินทางไปเมืองหลวงในครั้งนี้...ดูเหมือนจะไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่นางคิดไว้เสียแล้ว มันกำลังจะกลายเป็การเดินทางที่เต็มไปด้วยความลับ ความเสี่ยง และความท้าทายครั้งใหม่ที่นางจะต้องเผชิญหน้าไปพร้อมๆ กับชายผู้เป็ที่รักของนาง...ซ่งเหวิน
เหมยหลิงลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นางไม่รู้ว่าอะไรรอพวกเธออยู่ข้างหน้า แต่สิ่งหนึ่งที่นางรู้ก็คือ...การเดินทางครั้งนี้จะต้องเร่าร้อนและน่าจดจำไปอีกนานแสนนานอย่างแน่นอน...ไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตาม