ลั่วเหยียนเอ๋อยืนก้มหน้า ร่างบางสั่นเทาเสียงสะอื้นเบา ๆ ดังคล้ายคนเจ็บช้ำ
“ฮูหยินใหญ่ข้าไม่ได้ตั้งใจ…เพียงแต่ท่านแม่ทัพให้ข้า”
“พอเถอะเหยียนเอ๋อ”เสียงแม่ทัพหม่าขัดขึ้นอย่างหงุดหงิด พลางลุกจากเก้าอี้ไม้ดำดวงตาแข็งกร้าวจับจ้องมาที่สวี่หว่านถิง
“ข้าเตือนเ้าหลายครั้งแล้วให้รู้จักสถานะของตน อย่าทำตัวเสเพลออกนอกจวน! เ้าเป็ภรรยาแม่ทัพไม่ใช่หญิงตลาด!”
สวี่หว่านถิงหัวเราะในลำคอเบา ๆก่อนเอียงหน้ามองเขาอย่างเย้ยหยัน
“หญิงตลาดงั้นหรือ…อย่างน้อยหญิงตลาดก็ยังได้ยิ้มโดยไม่ต้องเกรงกลัวสามีตัวเอง”
แม่ทัพหม่าชะงัก “นี่เ้า!”
นางไม่เปิดโอกาสให้เขาพูดจบ พลันก้าวเข้าหา
“หรือท่านหมายความว่าข้าควรอยู่ในเรือนรอให้ท่านกลับมาพร้อมกับสตรีใหม่ทุกคืนอย่างนั้นหรือ? อย่างที่ข้าทำมาแล้วนับปี”
เสียงของเธอนุ่มแต่เย็นเยียบจนลั่วเหยียนเอ๋อถึงกับสะอึก
“เ้ากำลังกล่าวหาข้า?”
“เปล่าเ้าค่ะ ข้าเพียงพูดความจริง”
นางยิ้มบาง
“ก็เห็น ๆ กันอยู่ว่าใครคือคนที่ท่านให้ความเอ็นดูยิ่งกว่าฮูหยินใหญ่เสียอีกนอกจากนางแพศยาที่ยอมเป็เมียน้อยของสามีคนอื่นเพียงเพราะอยากได้ชีวิตที่สุขสบาย”
“นี่เ้ากล้าพูดจาเหยียนดหยามเหยียนเอ๋องั้นเหรอ”
คำพูดนั้นทำให้สีหน้าแม่ทัพหม่าแดงจัดด้วยความโกรธเขาเงื้อมือขึ้นหมายจะตบ
แต่สวี่หว่านถิงกลับมองเขาอย่างไม่หลบตา
“ท่านลองแตะต้องข้าดูสิแล้วข้าจะทำให้ท่านไม่มีวันได้เงยหน้ามองผู้ใดในแผ่นดินนี้อีก”
น้ำเสียงนิ่งสงบ แต่แววตาเด็ดเดี่ยวราวกับคมดาบนั้นทำเอาแม่ทัพหม่าชะงัก
มือที่ยกขึ้นค้างกลางอากาศพลันค่อย ๆลดลงอย่างช้า ๆ ด้วยความอึดอัดและเสียหน้า
สวี่หว่านถิงหัวเราะเย้ยเบา ๆ
“ในที่สุดก็รู้เสียทีว่าข้าไม่ใช่หญิงอ่อนแอที่ท่านเคยเหยียบย่ำ”
นางหันหลัง เดินไปที่โต๊ะเขียนหนังสืออย่างมั่นคง เสียงพู่กันลากผ่านกระดาษดัง ซู่ซู่
เมื่อหมึกแห้ง นางยกกระดาษนั้นขึ้นโยนลงตรงหน้าชายผู้จิตใจรวนเร
“ข้าไม่อยากทนเป็ฮูหยินหน้าโง่คอยอุ่นเตียงให้สามีในเวลาที่เขาติดสัตย์อีกแล้ว หย่ากับข้าซะ นี่คือหนังสือหย่าที่เขียนด้วยลายมือข้าด้วยความเต็มใจ”
แม่ทัพหม่าชะงักงัน สีหน้าเปลี่ยนจากโกรธเป็ตกตะลึง
“เ้า…เ้าพูดอะไรนะ?”
“ข้าขอหย่า” เธอตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำ
“ในเมื่อชีวิตนี้ข้าเกิดมาเพื่อเป็ภรรยาเอกฉะนั้นข้าก็ไม่ใช่อยากเป็เงาของหญิงใดหากท่านเห็นนางเป็คนที่ท่านรักเช่นนั้นก็หย่าขาดกับข้าและยกนางเป็ฮูหยินในจวนของท่านเสียเถอะข้าไม่ขอเป็ฮูหยินในจวนของท่านอีก”
ลั่วเหยียนเอ๋อที่รู้สึกพอใจนางรีบหันไปแสร้งทำเป็ใ
“ท่านแม่ทัพ!”
แต่ทว่าเขากลับนิ่งนิ่งจนดูน่ากลัว
สวี่หว่านถิงยกยิ้มอ่อน ก่อนหมุนตัวเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมา
เสียงประตูไม้ปิดดัง ปัง! สะท้อนก้องไปทั่วทั้งโถง
นับแต่วินาทีนี้ชื่อของ “ไป๋หลิงซิ่ว”ในจวนแม่ทัพหม่า… ได้ตายจากไปแล้ว
เหลือเพียง “สวี่หว่านถิงในร่างของไป๋หลิงซิ่ว”ผู้ที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับแผนการชิงหัวใจของอ๋องจางฟู่หว่านโหรว
คืนนั้น…
ในโถงกลางของจวนแม่ทัพหม่าไฟตะเกียงส่องแสงวูบไหว เงาของบุรุษผู้หนึ่งทอดยาวบนผนังอย่างบิดเบี้ยว
แม่ทัพหม่านั่งอยู่เพียงลำพังหน้าโต๊ะไม้กลิ่นเหล้ารินอบอวลอยู่ในอากาศ
เขากระดกสุราจอกแล้วจอกเล่า ดวงตาแดงก่ำด้วยโทสะและความเสียหน้า
เสียงขวดเหล้ากระทบโต๊ะดัง ปัง!ก่อนเสียงคำรามต่ำลอดออกจากลำคอ
“นางกล้าหย่าข้า… สตรีนั่นกล้าขอหย่าข้าอย่างนั้นเหรอ!”
มือหยาบกระชากเหยือกสุราขึ้นเทราดปากอีกครั้งเหล้าไหลเปรอะเปื้อนลงบนชุดแม่ทัพ แต่เขาไม่สน
ในหัวเต็มไปด้วยภาพของหญิงที่เคยยอมจำนนต่ออำนาจของเขาหญิงที่เคยเอาแต่ร้องไห้ ก้มหัว…แต่วันนี้กลับยืดอกประกาศหย่าด้วยแววตาเ็า
ความเจ็บที่แล่นขึ้นกลางอกนั้นไม่รู้ว่าเป็เพราะศักดิ์ศรีที่ถูกเหยียบหรือเพราะเขาเริ่มรู้สึก “กำลังจะเสียบางสิ่งที่สำคัญไปจริง ๆ”