“เ้าแอบคิดลามกกับข้าหรือ ดูสิ...เ้าหน้าแดงไปถึงใบหูแล้ว”
“ใช่ที่ไหน ท่านอย่ามาพูดจาส่งเดช”
อู๋จือหันไปดุคนรูปงาม ฮัวหยางเห็น่คอและลาดไหล่ลาดไหล่ที่โผล่พ้นผ้าซับตัวผืนนั้นก็เผลอกลืนน้ำลาย ใบหน้าของเขาร้อนผะผ่าว
‘แย่แล้ว...นี่ข้าจะทำฉันใด อยู่ใกล้นางแบบนี้ยากจะข่มใจจริงๆ’
พอถูกชายหนุ่มจ้อง อู๋จือก็รู้สึกราวกับเืในกายวิ่งพล่าน ใบหน้าคล้ายถูกน้ำร้อนลวก ซ้ำนางยังอยู่ในอ้อมแขนของเขาอีก
“เ้ารู้สึกกับข้า อย่างเดียวกับข้ารู้สึกกับเ้าใช่หรือไม่ จือจือ เ้าไม่ปฏิเสธจูบของข้า แล้วยัง...คิดไม่ซื่อกับข้าอีก”
“หยะ อย่า....อย่ามาใกล้ข้านะ เ้าหมอบ้า ถอยไปก่อน”
ฮัวหยางไม่ฟังสิ่งที่อู๋จือพยายามจะบอก เพราะน้ำเสียงและท่าทางของอู๋จือดูแล้วเหมือนกำลังจะห้ามปรามตนเองมากกว่า เขาก้มลงจูบแก้มนางที่กำลังสุกปลั่ง อู๋จือมัวแต่ตะลึง ทำให้ท่านหมอหนุ่มค่อยๆ เลื่อนริมฝีปากไปจนทาบปิดบดขยี้กับริมฝีปากนาง
ไอกรุ่นร้อนในห้องอาบน้ำลอยจางๆ ฮัวหยางประคองร่างมือปราบหญิงที่อ่อนระทวยไว้ในอ้อมกอด
“ข้าคิดถึงทุกเช้าค่ำ จือจือ”
พลั่ก!
อู๋จือที่ได้สติรวบรวมกำลังใช้สองมือผลักร่างของคุณชายใหญ่ฮัวออก นางหันไปคว้าชุดสาวใช้ชุดใหม่ที่วางอยู่บนชั้น แล้ววิ่งหนีออกจากห้องอาบน้ำ โดยมีเสียงหัวเราะของบุรุษเ้าของเรือนดังลั่นไล่หลังด้วยความพอใจ
อู๋จือที่ยังพันกายด้วยผ้าซับตัวและหอบเสื้อผ้าวิ่ง เข้าไปในห้องว่างข้างๆ ลั่นดาลแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างเร่งด่วน
‘เ้าหมอบ้า! ที่แท้นี่ก็เรือนเ้า ข้าติดกับดักเสียแล้วหรือ ’
ใจของมือปราบหญิงยังเต้นระส่ำ ใบหน้าหล่อเหลาที่มีน้ำกระเซ็นโดนใบหน้า รอยยิ้มยั่วเย้านั้น เกือบทำให้อู๋จืออดใจไม่อยู่
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
“เ้าคนเลว! ข้าไม่มีทางให้เ้าเข้ามาในห้องนี้แน่” อู๋จือโมโหตนเองที่เกือบพลาดท่าเสียทีให้กับฮัวหยาง นางะโออกไปเต็มเสียง
“เอ๋ นี่ข้าเองนะ พ่อบ้านฝู มือปราบอู๋ท่านเป็อันใดหรือ ”
“อ๋า ท่านพ่อบ้านเองหรือ ” อู๋จือรีบเปิดประตูออกมาด้วยสีหน้าเจื่อนๆ “ข้าขออภัย ข้าไม่ทราบว่าเป็ท่าน”
“เ้าะโด่าผู้ใดอยู่ ” พ่อบ้านฝูขมวดคิ้ว “แล้วนี่เ้ามาอยู่เรือนคุณชายใหญ่ได้อย่างไร ”
อู๋จือตกตะลึง นางถูกเ้าหมอโฉดผู้นั้นกลั่นแกล้งอีกแล้ว และยัง...ยังปล้นจูบนางไปหลายครั้งแล้วด้วย แต่นางก็นึกโทษตนเองที่มักจะเคลิบเคลิ้มไปกับเขาทุกครั้งไป คงเป็เพราะคิ้วเข้มและดวงตางดงามนั่น สะกดให้นางต้องคล้อยตาม...ต้องไม่มีครั้งหน้า อู๋จือเตือนตนเอง
บ่าวรับใช้และองครักษ์ยืนกันหน้าสลอน พวกเขาหันมามองมือปราบหญิงที่ถูกว่าจ้างมาคอยดูแลความปลอดภัยของฮัวฮูหยินด้วยความประหลาดใจ...ที่นี่มีองครักษ์ฝีมือดีมากมายอยู่แล้ว เหตุใดต้องจ้างมือปราบตัวเล็กๆ มาคอยดูแลด้วย
คหบดีฮัวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวงามตรงกลางห้อง มองเห็นอู๋จือก็ยิ้มให้
“เป็อย่างไรบ้าง ทุกอย่างเรียบร้อยดีหรือไม่ ”
“เ้าค่ะ นายท่านฮัว เรียบร้อยดี”นางพยายามบังคับสายตาไม่ให้มองไปยังฮัวหยางที่นั่งยิ้มละไมอยู่ถัดไปจากบิดาของเขา
“น่าเสียดายที่ยังจับหัวขโมยนั่นยังไม่ได้ และยังมีเื่ยาลูกกลอนปลอมระบาดอีก น่าปวดหัวนัก”
อู๋จือขมวดคิ้ว เมื่อเช้านางไปที่สำนักมือปราบก็ไม่เห็นมีผู้ใดเอ่ยถึงความคืบหน้าของคดีลักทรัพย์ในสกุลฮัว ฮัวหยางเห็นใบหน้าของมือปราบหญิงคล้ายจะสงสัยในคำพูดของบิดาจึงเอ่ยขึ้น
“ระยะนี้ มีผู้แอบอ้างวางจำหน่ายยาลูกกลอนของร้านสกุลฮัว หลายคนนำไปรับประทานแล้วไม่ได้ผล ซ้ำยังป่วยหนักกว่าเดิม เมื่อเช้าเพิ่งมีคนกลุ่มใหญ่มาร้องเรียนที่ร้านหลายสาขา ข้าเพิ่งส่งหลงจู๊ไปแจ้งความที่สำนักมือปราบใหญ่ แม้จะยังไม่มีคนตายแต่ทางสกุลฮัวก็นับว่าเสียชื่อ”
อู๋จือตั้งใจฟังแต่ไม่ยอมหันไปมองหน้าฮัวหยาง ใบหน้าของนางเริ่มซับสีระเรื่อเพราะนึกถึงเื่ที่ห้องอาบน้ำเมื่อตอนเย็น
“ก็แย่ล่ะสิ เสี่ยวหยาง เ้าคิดจะทำเช่นไรต่อไป ” ฮัวฮูหยินที่เพิ่งทราบเช่นกันหันหน้าไปหาบุตรชาย
“ต้องหาคนไปล่อซื้อขอรับ พอเราเริ่มรู้ตัว คนขายก็หายไป”
“เฮ้อ! นี่มันเคราะห์ใดกัน เหตุใดจึงถาโถมเข้ามาสกุลฮัวพร้อมกันเช่นนี้ สิ่งของมีค่าที่แม่ได้รับพระราชทานจากในวังก็สูญหายและยังมามีเื่ยาปลอมระบาดอีก”
“ระยะนี้ ข้าคงต้องออกสืบด้วยตนเองก่อนขอรับท่านแม่ แต่เพื่อความปลอดภัยอาจจะต้องขอยืมตัวมือปราบอู๋ไปด้วยสักหน่อย”
อู๋จือสะดุ้ง นางเงยหน้าขึ้นมองฮัวหยางทันที กำลังจะอ้าปากปฏิเสธแต่เขาก็เอ่ยขึ้นก่อน “ไม่ต้องห่วงมือปราบอู๋ ข้าไม่ใช้เ้าเปล่าๆ แต่จะเพิ่มค่าจ้างให้เ้าด้วย การสืบในครั้งนี้จะทำโดยเอิกเกริกมิได้ ดังนั้น องครักษ์ที่พาไปด้วยหากเป็บุรุษทั้งหมดคงจะสะดุดตาคนเกินไปจึงต้องใช้งานเ้า”
“จริงของเสี่ยวหยาง ถ้านางไปในฐานะสาวใช้ พวกคนร้ายอาจจะไม่ระแวดระวัง เ้าเองก็ไม่มีวรยุทธ์ พ่อเกรงว่าจะมีอันตราย” คหบดีฮัวมองหน้าบุตรชายแล้วหันไปหาอู๋จือ “อย่างนั้นมือปราบอู๋ เ้าช่วยพวกเราด้วยเถอะ”
คราวนี้เป็การขอร้องของคหบดีฮัว อู๋จือจนด้วยคำพูด นางจำต้องประสานมือก้มหน้ารับคำ แต่พอปรายตามองฮัวหยางกลับพบว่าเขากำลังยิ้มละไม อู๋จือได้แต่เสียวสันหลัง นางพลาดท่าให้กับเ้าหมอโฉดอีกแล้ว
“หน้าที่ของข้าน้อยคือทำสิ่งใดบ้างเ้าคะ ”
ฮัวหยางลุกขึ้น เดินมาขวางอยู่ด้านหน้าใกล้กับนาง “คอยอยู่ใกล้ๆ ดูแลความปลอดภัยของข้าก็พอ”
ในใจของอู๋จือราวกับมีกองไฟกระพือ ‘แค่อยู่ใกล้ท่าน ข้าก็ไม่ปลอดภัยแล้ว ปากก็อ้างว่าไม่มีวรยุทธ์แต่กลับมีเรี่ยวแรงมากจนเอาชนะข้าได้’
“คืนนี้คงต้องรบกวนมือปราบฮัวช่วยร่วมเดินตรวจตรารอบๆ เรือนละแวกนี้ร่วมกับบ่าวรับใช้หน่อยนะ คุณชายจะมานอนที่คฤหาสน์หนึ่งคืน ข้าเกรงว่าการรักษาความปลอดภัยจะทำได้ไม่เต็มที่”
“ได้เ้าค่ะ พ่อบ้านฝู”
พ่อบ้านฝูพาอู๋จือกลับมาเรือนของฮัวฮูหยิน กลุ่มบ่าวรับใช้ทั้งหกคนกำลังยืนรออยู่ “นี่คือกลุ่มบ่าวที่จะช่วยท่านลาดตระเวน่หัวค่ำ ฝากด้วยนะมือปราบอู๋”
รอจนเวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยามตามที่ได้ตกลงกันไว้ อู๋จือนำพวกบ่าวรับใช้เดินตรวจไปรอบๆ เรือนของฮัวฮูหยินและเดินเลยไปจนถึงเรือนของคุณชายใหญ่ พลันก็มีเสียงน่าสงสัยดังขึ้น
ปึง! ปัง!
อู๋จือที่เดินนำหน้าขบวนบ่าวรับใช้รีบวิ่งเข้าไปผลักประตู ภาพที่เห็นคือคุณชายใหญ่ฮัวยืนอยู่ข้างเก้าอี้กลมตัวหนึ่งที่ล้มกะเท่เร่
“จือจือ เ้ามาเร็วดีจริง” ฮัวหยางเลิกคิ้ว
“ข้านึกว่ามีเหตุร้ายเสียอีก ที่แท้เป็ท่านที่แกล้งหาเื่”
“ข้าไม่ได้แกล้ง ข้าแค่ใช้เก้าอี้ปีนขึ้นไปค้นหาของหลังตู้เก็บของเฉยๆ แต่เหยียบพลาดไปหน่อยก็เลยล้ม”
อู๋จือพลันคิดขึ้นได้ว่าฮัวหยางเรียกตนอย่างสนิทสนมก็ทำหน้าตึง
“คราวหน้า ท่านเรียกข้าว่ามือปราบฮัวเถิดเ้าค่ะ คุณชายใหญ่”
ฮัวหยางโบกมือไล่บ่าวรับใช้ที่ยืนอยู่หน้าประตูด้านหลังอู๋จือออกไป นางกำลังจะหันหลังกลับ แต่เขากลับพุ่งมาดึงแขนนางไว้อย่างรวดเร็ว
“ไหนๆ เ้าก็เข้าห้องข้ามาแล้ว อยู่เป็เพื่อนข้าสักพักก็แล้วกัน”
“ไม่! หน้าที่ข้าคือเฝ้าเรือนของฮัวอูหยิน”
คุณชายใหญ่ฮัวยิ้มน้อยๆ “ข้ากำลังคิดอยู่เชียวว่าจะขอท่านแม่ให้เปลี่ยนเ้ามาดูแลข้า ระยะนี้ข้ารู้สึกเรี่ยวแรงลดถอย เกรงหากคนร้ายบุกเข้ามา อาจจะเป็อันตราย”
“ท่านนี่นะ เรี่ยวแรงถดถอย คราวก่อนยังจับข้าขึ้นรถม้าอยู่เลย ท่านแข็งแรงกับกับม้า แล้วองครักษ์ของท่านทั้งสี่ฝีมือก็ไม่เบา เหตุใดต้องมีข้าเพิ่มด้วย ”
ฮัวหยางอมยิ้ม “จือจือ เ้าไม่รู้จริงๆ หรือ ”
***************
