สวัสดีครับทุกคน ผมชื่ออัล ผมเป็นักแปรธาตุของสมาคม ที่วันๆทำแต่งานวิจัยขลุกอยู่แต่ในห้องทดลองทั้งวันเหมือนนักแปรธาตุทั่วๆไป แต่เมื่อสัปดาห์ก่อนเกิดเื่แปลกๆกับผมขึ้นครับ อยู่ๆผมก็ได้ความทรงจำของชาติที่แล้วกลับมาครับ ถึงจะไม่ได้ละเอียดมากนัก แต่มันก็ได้ส่งผลบางอย่างต่อชีวิตผม ชาติที่แล้วผมมีชีวิตอยู่ในอีกโลกนึงครับ ซึ่งโลกในนั้นไร้ซึ่งเวทย์มนต์ ไม่มีมีปิศาจ แต่เป็โลกที่มีการเรียนการสอนที่เป็ระบบและมีการสอบเพื่อคัดเลือกคนไปเรียนต่อที่ดุเดือดมากครับ ซึ่งผมก็เป็หนึ่งในนั้น ที่อุทิศชีวิตเพื่อการเรียน อ่านหนังสือและเรียนอย่างหนักเพื่อที่จะได้สิทธิในการเรียนต่อ ผมขังตัวเองอยู่ในห้องเพื่ออ่านหนังสือตลอด 7 วัน และในคืนวันที่ 7 ผมก็ได้ตายลงครับ ซึ่งความรู้สึกก่อนตายนั้น แม้ตอนนี้ผมก็ยังรู้สึกได้อยู่ครับ มันเป็ความรู้สึกสิ้นหวังมากๆ ผมไม่ได้เสียใจที่ผมตายหรอกนะครับ แต่ที่ผมเสียใจคือการที่ผมไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากอ่านหนังสือ ผมมีหนังสือที่โลกนั้นเรียกว่านิยายเป็เพื่อนครับ ผมไม่มีเพื่อนจริงๆเลย ผมมีกล่องสี่เหลี่ยมที่ฉายภาพได้ที่โลกนั้นเรียกว่าทีวีเป็ประสบการณ์ชีวิตครับ ผมไม่เคยได้ออกไปใช้ชีวิตจริงๆเลย ผมไม่อยากที่จะให้ชีวิตในโลกนี้ของผมซ้ำรอยเดิมครับ ดังนั้นั้แ่วันนี้เป็ต้นไปผมขอลาออกจากสมาคมนักเล่นแร่แปรธาตุ ผมจะไปเป็นักผจญภัย เพื่อที่จะได้ออกไปเจอโลกภายนอก ผมขอขอบคุณทุกคนที่ดูแลผมมาตลอด จาก อัล..
"เฮ้อ!! เขียนแบบนี้ทุกคนจะเข้าใจไหมนะ หรือทุกคนจะมองว่ามันเป็เื่ประหลาด"
เด็กหนุ่มผมสีดำเข้ม มองดูจดหมายของเขาด้วยเเววตาอาลัยอาวรณ์พร้อมทั้งถอนหายใจ หลังวางมันลงบนโต๊ะของหัวหน้าสมาคม ที่ตอนนี้ไม่มีใครอยูู่เเล้ว เค้าเเอบเข้ามาตอนที่คิดว่าไม่มีใครอยู่ เพียงเพราะเค้าไม่อยากตอบคำถามเกี่ยวกับจดหมายลาออกนี้
"ต่อไปก็ไปลาคุณโชล กับนีน่าซินะ"
เด็กหนุ่มเดินออกมาจากสมาคม ข้ามถนนที่ปูด้วยอิฐสีเทา สะท้อนแสงสีเงินของโคมตะเกียงที่ส่องสว่างตลอดสองข้างทางได้แม้ไม่มีไฟฟ้า
" บ้านทำด้วยอิฐแบบนี้ถ้าในโลกเก่าของเราคงคล้ายๆกับในยุโรปในยุคกลางซินะ" เด็กหนุ่มพึมพัมระหว่างเดินเข้าไปในบ้านที่อยู่ตรงข้ามสมาคมเล่นแร่แปลธาตุอย่างคุ้นเคย
"พี่อัล ไม่เจอกันนานเลย งานยุ่งเหรอค้าาา" เสียงใสๆของเด็กสาววัย 12 ปี ดังขึ้นทันทีที่อัลเปิดประตู นีน่านั่นเอง
"มาเลยอัล เรากำลังจะกินข้าวกันเลย" เสียงของชายวัยกลางคนที่กำลังจัดโต๊ะอาหาร ดังตามมาอย่างติดๆ
นีน่าและคุณโชล เป็คนที่คอยดูแลอัลั้แ่สมัยเข้ามาสอบเป็นักแปรธาตุใหม่ๆ คุณโชลเป็ชายวัยกลางคนผมสั้น ใส่แว่นตา หน้าตาคล้ายคนยุโรป ส่วนนีน่าเป็เด็กสาวผมเปียน่าตาน่ารัก ทั้งคู่อยู่ด้วยกันเพียง 2 คนพ่อลูก ส่วนแม่ของนีน่านั้นคุณโชลได้เล่าให้ฟังว่าเสียชีวิตในา
อัลสนิทกับบ้านนี้ได้เพราะวันสอบคัดเลือกเค้ามารอสอบที่ฝั่งตรงข้ามสมาคมแต่เช้าตู่ ด้วยท่าทีขยันขันแข็งของอัลในตอนนั้น ทำให้กรรมการคุมสอบอย่างคุณโชลเกิดสนใจขึ้นมา ทำให้เมื่อสอบผ่าน คุณโชลแทบจะชวนอัลมาเป็ศิษย์ทันที
"วันนี้ผมมาบอกลาทุกคนครับ" อัลกล่าวอย่างเศร้าสร้อย
"ว้าว มุกนี้เจ๋งนี่อัล เล่นเอาใไปแวบนึงเลย มากินข้าวเลยมา" คุณโชลพูดพลางพยักหน้าเรียกอัลให้มานั่งที่โต๊ะกินข้าว
อัลนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ที่ถึงจะดูไม่ได้แพงมาก แต่ก็ยังดูมีระดับ พร้อมทั้งนีน่าที่ยกไก่อบตัวใหญ่มาวางพอดี แม้อาชีพนักแปรธาตุจะไม่ได้ทำให้ร่ำรวยนัก แต่ก็ทำให้ 2 พ่อลูกอยู่กันได้อย่างไม่ลำบาก
"วันนี้มีงานฉลองอะไรครับ คุณโชล" อัลถามด้วยความสงสัย
"นายคิดว่านายจะปิดอาจารย์คนนี้ได้เหรอ" คุณโชลพูดด้วยท่าทีสงบ พร้อมทั้งมองไปที่นีน่า ที่พยายามกลั้นน้ำตาไว้ไม่ให้ร้องไห้ออกมา
"ผมต้องขอโทษด้วยครับคุณโชล ผมไม่ได้ตั้งใจจะปิดเื่นี้เลย" อัลกล่าวด้วยท่าทีรู้สึกผิด
"หนูไม่อยากให้พี่อัลไปเลย อยู่ด้วยกันตลอดไปไม่ได้เหรอคะ" นี่น่าพูดด้วยเสียงสั้นเครือ เหมือนกำลังจะร้องไห้ แต่เ้าตัวพยายามกลั้นไม่ให้น้ำตาไหล
"พี่มีเหตุผลที่ต้องไปนะนีน่า แล้วพี่ก็ไปอยู่แค่เมืองข้างๆเอง ไว้นีน่าโตขึ้น จะแวะมาหาพี่เมื่อไรก็ได้" อัลพูดพร้อม ยื่นมือไปลูบหัวเด็กน้อยที่ตอนนี้กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เเล้ว
"สมาคมนักผจญภัยใช่ไหม ชั้นมีเพื่อนอยู่นะจะให้แนะนำให้ไหมละ"
"ไม่เป็ไรครับ" อัลตอบปฎิเสธอย่างรวดเร็ว
"งั้นเรามาฉลองส่งท้ายให้อัลกันเถอะ หยุดร้องไห้ได้เเล้วนีน่า" คุณโชลพูดพลางยื่นผ้าเช็ดหน้าให้นีน่า
งานฉลองผ่านไปเหมือนอาหารเย็นปกติ แต่แตกต่างที่วันนี้คุณโชลและนีน่า ได้เตรียมแต่อาหารที่อัลชอบไว้ทั้งนั้น
"งั้นผมขอตัวกลับไปเก็บของก่อนนะครับ" อัลพูดหลังจากเช็ดจานใบสุดท้ายที่นีน่าล้างเสร็จ
"เดี๋ยวชั้นไปส่ง" คุณโชลลุกขึ้นแล้วพาอัลเดินออกไปหน้าบ้าน
"คุณจะไม่ถามเหตุผลที่ผมไปซักคำเลยเหรอครับคุณโชล" อัลถามคุณโชลที่เดินมาส่งหน้าประตู
"ลูกผู้ชายที่ค้นหาเส้นทางของตัวเองเจอ ไม่จำเป็ต้องมีเหตุผลอะไรหรอก" คุณโชลก้มหน้าแล้วกวักมือเหมือนให้อัลรีบกลับ ข้างหลังมีนีน่ายืนโบกมือให้ด้วยรอยยิ้มบนเศร้าอยู่ อัลเดินออกมาจากบ้านนั้นโดยไม่หันกลับไปมองอีกเลย
"คุณพ่ออย่าร้องไห้ซิค้าาา ขนาดหนูยังยิ้มส่งพี่อัลได้เลยย" เสียงเด็กสาวลอยตามหลังอัลมาทันทีหลังจากอัลเดินพ้นรั้วบ้าน ถึงจะเป็เสียงที่ไม่ได้ดังนัก แต่อัลก็ได้ยินอย่างชัดเจน
อัลก้มหน้าเพื่อให้หมวกปกปิดน้ำตาที่ไหนออกมา