ความคิดของอันเยว่เร็วเกินไปจริง ๆ นางมีความคิดใหม่ ๆ ผุดขึ้นมาแทบทุกวัน สบู่และครีมหอมเพิ่งจะเริ่ม ตอนนี้ก็คิดค้นไข่เยี่ยวม้าออกมาอีกแล้ว
เซียวสิงเยี่ยนที่เมื่อครู่ยังคงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยกับการกระทำของอันเยว่ ต้องมองนางแตกต่างออกไปแล้วในยามนี้
ในตัวสตรีผู้นี้คงไม่ได้มีเพียงความลับเล็ก ๆ น้อย ๆ แน่นอน นางคงมีความคิดที่มากกว่านั้น
เมื่อเห็นซูจือฉือและกู่หยางกินไข่เยี่ยวม้าไปหลายคำ หยูยวนก็อดลองชิมไม่ได้ และพบว่ารสชาติของมันไม่เลวเลยจริง ๆ
“ไม่สามารถก้าวเท้าใหญ่จนเกินไป มิเช่นนั้นจะได้ไม่คุ้มเสีย”
กู่หยางซึ่งไม่ชอบแสดงความคิดเห็นของตัวเองมาั้แ่ไหนแต่ไร กลับพูดขึ้นอย่างที่ไม่พบเห็นได้บ่อยนัก และน้ำเสียงที่เป็กลางนี้ก็ทำให้ผู้คนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
“ส่วนเื่การพัฒนาไข่เยี่ยวม้าให้กลายเป็ทรัพย์สินยังค่อนข้างเร็วเกินไป ควรขายไข่เยี่ยวม้าที่มีอยู่ออกไปก่อน หากเก็บไว้กินเองก็คงกินไม่หมด”
อันเยว่แค่แสดงความคิดในใจออกมา เื่ไข่เยี่ยวม้าสามารถพักไว้ก่อนชั่วคราว อย่างไรเสีย การทำให้ทุกคนยอมรับไข่เยี่ยวม้าก็เป็สิ่งที่ต้องอาศัยขั้นตอนเช่นกัน
ในขั้นตอนดังกล่าว สิ่งที่นางจำเป็ต้องทำคือ พัฒนาให้กิจการสบู่และครีมหอมของที่บ้านเติบโตขึ้น
ไม่เพียงเท่านี้ ทรัพย์สินอื่น ๆ ก็เช่นกัน นั่นคือครีมหอมที่มีสรรพคุณต่าง ๆ
ไม่ว่ายุคสมัยไหน ความรักสวยรักงามของสตรีก็ไม่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะในสังคมที่สตรีเป็ใหญ่ สตรีมีอำนาจทางเศรษฐกิจ และย่อมเป็เป้าหมายที่ดีกว่า
“จะขายอย่างไร?”
“เมื่อคำนวณต้นทุนแล้ว ไข่เป็ดหนึ่งฟองราคาหนึ่งอีแปะ จึงขายได้แค่ในราคาสองอีแปะ”
อันเยว่มองไปทางเซียวสิงเยี่ยน นอกจากมอบหมายให้เขาทำเื่นี้แล้ว คนอื่นก็ไม่สามารถทำได้
นอกจากเซียวสิงเยี่ยนก็ไม่มีใครทำได้จริง ๆ อันเยว่จึงเผยรอยยิ้มออกมาทางสีหน้า
“เื่นี้ต้องรบกวนสามีใหญ่แล้ว ช่วยนำไข่เยี่ยวม้าเหล่านี้ไปขายที่ตลาดนัดให้ทีสิ”
“เหตุใดถึงเลือกข้า?”
“สามคนที่เหลือไม่มีประสบการณ์เหมือนเ้า แต่ก่อนสัตว์ที่เ้าล่ากลับมาสามารถขายได้ที่ตลาดนัดทุกครั้ง มอบให้เ้าทำเื่นี้เห็นจะเหมาะสมที่สุดแล้ว อีกอย่าง กำไรที่เหลือจากการหักต้นทุนของไข่เยี่ยวม้าเหล่านี้จะเป็ของข้ากับเ้าคนละครึ่ง”
แม้ว่าเซียวสิงเยี่ยนจะไม่ได้สนใจเื่เงินมากเท่ากับหยูยวน แต่การที่เงินมาอยู่ในมือตัวเองถึงจะเป็สิ่งที่ทำให้คนสบายใจที่สุด
“ได้”
หลังจากที่เซียวสิงเยี่ยนตอบรับเขาก็ลุกขึ้นยืนแล้วเก็บไข่เยี่ยวม้าที่ยังไม่แกะกลับลงไปในไห ในเมื่อ้าขายเป็เงินก็ไม่มีใครควรกินมันอีก
“เหลือให้ข้าสามฟอง พรุ่งนี้เช้าข้าจะเอามาทำโจ๊ก”
“แค่สามฟองนะ”
เซียวสิงเยี่ยนตอบรับ จากนั้นเขาก็นำไข่เยี่ยวม้าสามฟองไปไว้ในห้องครัว
“ทำออกมาใช้การได้จริง ๆ”
อันเยว่หัวเราะอย่างช่วยไม่ได้ หลังจากรับประทานอาหารเย็นก็เห็นซูจือฉือและกู่หยางเก็บภาชนะ
นางพิงกายอยู่ที่เก้าอี้คนเดียวแล้วถอนหายใจแรง ๆ นางยังต้องวิจัยและพัฒนาในรอบต่อไปอีก
ปลูกเมล็ดละหุ่งแล้ว แต่ยังต้องรออีกนานกว่าจะออกดอกออกผล ยังดีที่ชานเมืองมีเมล็ดละหุ่งป่าจำนวนมาก และน้ำมันละหุ่งก็ยังไม่ขาดแคลนไปอีกสักพัก อัตราการผลิตน้ำมันก็ทำได้ถึงสี่สิบส่วน ซึ่งเพียงพอแล้วเช่นกัน
ดอกไม้บางต้นที่ปลูกในสวนแตกหน่อแล้ว อันเยว่มาดูที่ด้านข้างแล้วรดน้ำให้มันอย่างง่าย ๆ จากนั้นมองไปที่เทียนตง ก็พบว่ามันเติบโตดี
ไม่เพียงแต่สบู่และทรัพย์สินรอบ ๆ เท่านั้นที่ว่างเปล่า แม้แต่การเพาะปลูกยาสมุนไพรจีนก็ยังว่างเปล่าเช่นกัน อาชีพเดิมที่ถนัดของอันเยว่ควรถูกนำมาใช้ปลูกพืชบางชนิด แต่ยามนี้ที่เผชิญกับความยากจน นางจึงทำได้เพียงเลือกหาเงินมาจุนเจือครอบครัวก่อนเป็อันดับแรก
สบู่สามารถทำกำไรได้ในเวลาสั้น ๆ แต่การเพาะปลูกต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งปี
อันเยว่มองสิ่งที่หยูยวนเสนอให้ซึ่งมันเป็เพียงเครื่องหอมเล็ก ๆ น้อย ๆ หากใช้เครื่องหอมจะเปลี่ยนได้แค่กลิ่น แต่ไม่สามารถเปลี่ยนสรรพคุณ
“นายจ้าง สบู่ที่ท่านสั่งทำเสร็จแล้ว เรานำไปบรรจุใส่กล่องเรียบร้อยแล้ว”
คนงานทำสบู่มาที่นี่อย่างเร่งรีบ เมื่อเห็นนางอยู่ในสภาพเหงื่อท่วมตัว อันเยว่ก็เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ทำให้พวกเ้าลำบากแล้ว หลังจากผ่านพ้นงานในครั้งนี้เราจะมีเวลาพักผ่อนสักระยะ วันหน้าหากมีงานมากแบบนี้อีกบ่อย ๆ ข้าจะจัดสรรคนไปช่วย”
“เช่นนั้นก็ดีมากจริง ๆ”
เพียงแต่ เราต้องปรับค่าจ้างกันสักหน่อย มันเหมาะสมกว่าหากคิดค่าจ้างตามจำนวนชิ้นงานที่ทำได้ เหล่าสู่ เ้าคิดว่าอย่างไร?”
“ถูกต้อง นายจ้าง แบบนี้ถึงจะยุติธรรมกว่า”
เหล่าสู่เป็คนซื่อสัตย์ ในขั้นตอนทำสบู่ อันเยว่สังเกตเห็นว่าเหล่าสู่เป็คนที่น่าเชื่อถือคนหนึ่ง
“เหล่าสู่ ต่อไปเื่คิดค่าจ้างตามชิ้นงานที่ทำได้ก็มอบหมายให้เ้ารับผิดชอบด้วย ค่าตอบแทนในการคิดค่าจ้างนั้นจะคิดแยกเป็พิเศษ”
“นายจ้าง!”
ดวงตาของเหล่าสู่เป็ประกายทันที ยามที่นางมองอันเยว่ สีหน้าของนางยังคงมีความประหลาดใจ แต่ความดีใจก็ปนกับความแปลกใจอย่างเห็นได้ชัด
แน่นอนว่าการได้รับค่าตอบแทนเพิ่มเป็สิ่งที่นางคาดหวังไว้ในใจ ยามนี้กลับได้รับความไว้วางใจจากนายจ้าง ทำให้นางตื่นเต้นจนเกือบหาเสียงของตัวเองไม่เจอ
“กลับไปเถอะ พรุ่งนี้ข้าจะสั่งคนไปรับสบู่ อย่าลืมดับไฟก่อนจะพักผ่อน และต้องระวังเื่ความปลอดภัยให้ดี”
อันเยว่กำชับเสร็จแล้ว หลังจากที่เห็นเหล่าสู่กลับไปก็เห็นคนคนหนึ่งตามอีกฝ่ายไปอย่างลับ ๆ ล่อ ๆ
พรุ่งนี้เป็วันที่รับปากว่าจะส่งของให้ตระกูลหลิว หากในวันนี้เกิดความผิดพลาด เกรงว่าพันธมิตรระหว่างอันเยว่กับตระกูลหลิวคงพังทลายทันทีเช่นกัน
ในขณะที่กำลังคิดถึงเื่นี้ หลิวฟางก็มาที่นี่อีกหน ทันทีที่เข้ามาในลานกว้างหน้าเรือน นางก็สูดจมูกแรง ๆ
“กลิ่นอะไรน่ะ? ทำไมหอมเหลือเกิน!”
“จมูกของเ้าใช้การได้ดีนี่ เพียงแต่เ้ามาช้าไป”
อันเยว่โบกมือให้นางด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เมื่อเห็นนางนั่งลงแล้วถึงจะเอ่ย “สบู่ที่รับปากเ้าไว้ทำเสร็จแล้ว พรุ่งนี้ก็สามารถรับของ เพียงแต่ความผูกพันเป็เื่ของความผูกพัน หากเรา้าเจรจาเื่การค้าก็ต้องทำตามวิถีการค้า”
“หมายความว่าอย่างไร?”
“หลังจากจ่ายเงินมัดจำแล้วยี่สิบส่วน เมื่อเตรียมสินค้าพร้อมแล้ว ก็ควรจ่ายค่าสินค้าสามสิบส่วน และจ่ายอีกห้าสิบส่วนที่เหลือเมื่อส่งมอบสินค้าในวันพรุ่งนี้”
เื่นี้เป็กฎในแวดวงการค้า นางก็แค่ดำเนินตามกฎ หากไม่สามารถแยกการค้ากับความผูกพันให้ชัดเจน เกรงว่าจะเกิดความขัดแย้งในวันหน้า
หลิวฟางไม่เคยรับ่ต่อกิจการของครอบครัว ทันทีที่รับ่ต่อก็รับความเป็มงคลด้วยการปิดกิจการเสียแล้ว เช่นนี้นางจะรู้เื่ซับซ้อนมากมายขนาดนั้นได้อย่างไร
เมื่อได้ยินดังนั้นนางก็รีบหยิบตั๋วเงินออกมาด้วยรอยยิ้ม “ข้าเพิ่งเคยทำการค้าเป็ครั้งแรก ต่อไปก็เข้าใจแล้ว”
“เงินทองแม้แต่พี่น้องก็ต้องคิดให้ถี่ถ้วน และเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เรามีความขัดแย้งใด ๆ เพราะเื่การค้าในวันหน้า”
อันเยว่สงบมาก หลังจากอธิบายเื่นี้เสร็จนางก็เอ่ยกับหลิวฟางด้วยรอยยิ้ม “ข้าจำได้ว่าบนกำแพงในลานกว้างหน้าเรือนของบ้านเ้าเต็มไปด้วยเฉียงเวย ใช่หรือไม่?”
“ใช่ ยามนี้มันกำลังผลิบานพอดี มิใช่ว่าเ้าไม่มีความสนใจเื่ดอกไม้หรอกหรือ?”
“ข้าก็อยากปลูกมันเช่นกัน เอาอย่างนี้ พรุ่งนี้ข้าไปที่บ้านเ้าเพื่อขุดกลับมาสักสองสามต้นได้ไหม?”
“อยากได้ก็ไปเอาได้เลย ก็แค่เฉียงเวยไม่กี่ต้น เื่เล็กน้อย”
หลิวฟางใจกว้างมาก จากนั้นนางส่งยิ้มให้อันเยว่ “ไปเที่ยวเล่นหอคณิกากันไหม?”
นางพูดไม่ทันจบ เซียวสิงเยี่ยนก็เดินมาถึงข้างหลังอันเยว่ อีกทั้งยังวางมือลงบนรถเข็นของนาง
“ข้าไม่ไปแล้ว เ้าเที่ยวเล่นให้สนุกเถอะ และดื่มให้น้อยหน่อย จะได้ไม่ไปทำเื่ไม่ดี”
“รู้แล้วน่า ข้าบอกกับท่านแม่ว่าจะออกมาเจรจาเื่สบู่ ข้าต้องรีบกลับ ข้ามีเวลาไม่มาก เสี่ยวหลิวยังรอข้าอยู่ ข้าขอตัวก่อนนะ”
อันเยว่รีบโบกมืออย่างรำคาญเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าหลิวฟางออกไปแล้วถึงหันไปมองเซียวสิงเยี่ยน และรีบโบกมือให้เขา
“สามีใหญ่ ภรรยามีเื่อยากให้เ้าช่วยหน่อย”
เซียวสิงเยี่ยนขมวดคิ้วเล็กน้อย ดวงตาของเขายิ่งหนักอึ้ง “ได้คืบจะเอาศอก!”