ขณะเดินเข้ามาภายในจวนเ้าเมือง เทียนฉินเริ่มสอดส่องสายตาสำรวจไปทั่วบริเวณ เขาพบว่าภายในตกแต่งได้อย่างสวยงาม ที่เสาหลายต้นมีสัตว์คล้ายัพันล้อมอยู่รอบเสา บนเพดานประดับประดาไปด้วยโคมไฟระยิบระยับแพรว พราว บริเวณด้านหน้ามีโต๊ะใหญ่ตัวหนึ่งถูกคลุมด้วยผ้าสีขาวนวลปักลวดลายสีทองตั้งขวางอยู่ล้อมรอบไปด้วยเก้าอี้หลายสิบตัว
ถัดจากโต๊ะตัวใหญ่นั้นขึ้นไปมีเก้าอี้ตัวใหญ่อีกตัวหนึ่งตั้งอยู่ ที่พนักพิงแกะสลักลวดลายคล้ายหัวัอยู่้า ตัวเก้าอี้ล้วนเป็สีทองสลับกับมุกที่ฝังอยู่อย่างสวยงาม
เขายืนรออยู่ด้านหลังผางอู่อย่างเงียบๆ ไม่นานก็มีชายวัยกลางคนดูภูมิฐานก้าวเดินออกมาจากด้านใน
"คาราวะท่านเ้าเมือง!"
"คาราวะท่านเ้าเมือง!" เทียนฉินกับผางอู่กล่าวพร้อมกัน
"ตามสบาย คนกันเองไม่ต้องมากพิธี"ท่านเ้าเมืองกล่าวอย่างสบายๆพร้อมส่งสัญญาณให้เทียนฉินไม่ต้องวิตกกังวลเกินไป ส่วนผางอู่ก็เดินกลับไปอยู่ด้านข้างท่านเ้าเมือง
"ข้าคิดว่าเ้าคงมีข้อสังสัยมากมายที่จะอยากรู้ ไว้เดี๋ยวเราค่อยคุยกันไประหว่างทางแล้วกัน"
"ถ้าพร้อมแล้วก็ออกเดินทางกันเถอะ!"ท่านเ้าเมืองบอกกล่าวกับเทียนฉินพร้อมเหาะเหินนำหน้าเขาไป
ระหว่างเดินทางท่านเ้าเมืองบอกเล่าเื่ราวต่างๆรวมถึงเหตุผลเกี่ยวกับการเดินทางไปในครั้งนี้ ทำให้เทียนฉินคลายความสังสัยไปได้หลายส่วนพร้อมทั้งยังรับรู้ข้อมูลรายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับผืนแผ่นดินที่เขาอาศัยอยู่เพิ่มมากขึ้น
เมืองตงอ่าวที่เขาอาศัยอยู่นี้แท้จริงแล้วเป็เพียงหนึ่งในหัวเมืองชั้นนอก ซึ่งหัวเมืองชั้นนอกนั้นมีด้วยกันทั้งหมดแปดหัวเมืองด้วยกัน ประกอบไปด้วยเมืองตงอ่าว เมืองคงิ เมืองฟ่างฉี เมือง อู่หยาน เมืองเชียงแฮ เมืองเหอเย่ เมืองว่านไถและเมืองเปียวหลัน ซึ่งหัวเมืองแต่ละเมืองจะอยู่ในเขตความรับผิดชอบของหัวเมืองชั้นในอีกที หัวเมืองชั้นในนั้นมีทั้งหมดสี่หัวเมืองด้วยกัน หัวเมืองชั้นในหนึ่งเมืองจะดูแลควบคุมหัวเมืองชั้นนอกสองเมือง ซึ่งเมืองตงอ่าวกับเมืองคงิจะอยู่ในความดูแลของเมืองเลี่ยงหงที่พวกเรากำลังจะเดินทางไปนั่นเอง
และเหตุผลในการเดินทางไปครั้งนี้ก็คือการแข่งขันกันในแดนลี้ลับระหว่างหัวเมืองชั้นในต่างๆ ซึ่งเมืองเลี่ยงหงนั้นก็จะมีตัวแทนเข้าร่วมด้วยกันสามคนรวมตัวแทนของเมืองตงอ่าวกับเมืองคงิอีกอย่างละคนก็จะรวมเป็ห้าคนพอดี ส่วนรายละเอียดเื่การแข่งขัน พอไปถึงที่นั่นทางเ้าเมืองเลี่ยงหงจะมีการบอกกล่าวให้เข้าใจอีกครั้งนึง
ใช้เวลาเดินทางไปประมาณสองชั่วยามเ้าเมืองตงอ่าว ผางอู่ เทียนฉินก็มาถึงกำแพงเมืองเลี่ยงหง หลังจากยื่นหลักฐานแสดงตัวตนให้ทหารยามตรวจดูเรียบร้อยแล้วทั้งสามจึงเดินเข้าไปภายในเมืองทันที
หลังจากเทียนฉินได้เข้ามาััภายในเมืองเลี่ยงหงแล้วทำให้เขาตื่นตาตื่นใจไม่น้อยเลยทีเดียว ด้วยขนาดของเมืองเลี่ยงหงนั้นกว้างใหญ่กว่าเมืองตงอ่าวถึงสองเท่า ตึกอาคารร้านรวงต่างๆมีอยู่เต็มสองฝากฝั่งถนน ผู้คนเดินขวักไขว่กันไปมา มีรถม้าลากจูงอยู่ให้เห็นตลอดทาง
"ยังเหลือเวลาอีกหลายวันก่อนจะถึงกำหนด ข้าจะพาเ้าไปเดินดูรอบๆก่อนแล้วกัน เผื่อจะสนใจซื้อหาอะไรติดไม้ติดมือกลับไปบ้าง"ท่านเ้าเมืองหันมาบอกกับเทียนฉิน
"ขอรับ"เทียนฉินเอ่ยตอบอย่างเกรงๆ
เมื่อเดินดูสินค้าภายในร้านต่างๆอยู่หลายร้านท่านเ้าเมืองได้แนะนำให้เทียนฉินซื้อของจำพวกยาเพิ่มปราณ ยารักษา และยันต์ป้องกันจำนวนหนึ่งเพื่อเก็บไว้ใช้ในการแข่งขัน
หลังจากผ่านไปสามวันก็ถึงเวลาที่กำหนด ท่านเ้าเมืองได้พาเทียนฉินเหาะออกจากเมืองเลาะผ่านไปทางูเาเพื่อที่จะไปรวมตัวกับคนอื่นๆในจุดที่ได้นัดหมายกันไว้
เหาะเหินเดินทางมาได้สักพักท่านเ้าเมือง ผางอู่ เทียนฉินก็มาถึงหน้าทางเข้าของแดนลับ ซึ่งมีกลุ่มนึงยืนรออยู่ก่อนแล้ว
"ข้าเจียงเจิ้นจากเมืองตงอ่าวคำนับท่านเ้าเมืองลู่หยาง"เจียงเจิ้นรีบพาพวกเทียนฉินมาทำความเคารพเ้าเมืองเลี่ยงหงทันที
"อืม! ไม่ต้องมากพิธี"ลู่หยางตอบรับอย่างๆพร้อมกล่าวถามออกไป
"เฉียวฟั่นยังไม่มาอีกหรอ?"
เจียงเจิ้นยังไม่ทันกล่าวตอบก็พอดีกับมีสามคนเหาะเหินลงมาด้านล่าง
"เฉียวฟั่นจากคงิคารวะท่านเ้าเมืองลู่หยาง"
เ้าเมืองเลี่ยงหงพยักตอบรับเบาๆ ก่อนส่ายสายตามองรอบนึงแล้วจึงเอ่ยอธิบาย
"ในเมื่อมากันพร้อมแล้วก่อนอื่นข้าขอแนะนำตัวแทนจากฝั่งข้าก่อนแล้วกัน คนซ้ายคือ จงลู่อัน คนกลางคือ เฉินฝางส่วนคนด้านขวาคือ เหม่ยหลิน"ทั้งสามยกมือกุมคำนับมาทางด้านหน้า
"เทียนฉินจากเมืองตงอ่าว"เทียนฉินยกมือคำนับพร้อมกับพยักหน้ายิ้มให้กับคนทั้งสาม
"หูอี้หนานจากเมืองคงิ"
"ดีๆ เมื่อรู้จักกันแล้วข้าจะเริ่มอธิบายเกี่ยวกับแดนลับให้พวกเ้าฟังพร้อมกัน"ลู่หยางยิ้มออกมาอย่างเปิดเผยพร้อมบอกกล่าว
เดิมทีที่ตรงนี้เป็ูเารกร้างไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ ต่อมามีคนมาล่าสัตว์อสูรในบริเวณนี้มาพบเข้าโดยบังเอิญ เลยบอกกันปากต่อปากจนเมื่อมีคนมาสำรวจอย่างจริงจึงพบว่าเป็ทางเข้าแดนลับแดนหนึ่ง ทางสำนักต่างๆจึงร่วมมือกับทางการให้จัดเป็เขตหวงห้ามมีการเข้าออกเป็เวลา เพื่อฝึกฝนคนในสังกัดของตัวเอง
เทียนฉินและคนอื่นๆได้ฟังแล้วพยักหน้าอย่างเข้าใจพลางมองสำรวจบริเวณรอบๆไปด้วย
"ทางเข้าแดนลับอยู่ตรงนี้หรือขอรับ"เทียนฉินหันไปถามท่านเ้าเมืองลู่ที่อยู่ด้านหน้า
"อืม! การจะเข้าไปในแดนลับนั้นต้องรอให้เขตอาคมที่ปิดกั้นอยู่นั้นคลายลงเสียก่อน ถึงจะเข้าไปได้ ซึ่งทุกครั้งที่มีการเปิดแดนลับนี้จะต้องให้คนที่มีระดับพลังถึงขั้นก่อกำเนิดมาช่วยกันเปิดอีกแรง"
ลู่หยางอธิบายให้ทุกๆคนฟัง
เทียนฉินพยักหน้ารับเหมือนเข้าใจ
"ทุกครั้งที่ทางเข้าแดนลับเปิดจะมีคนเข้าร่วมเป็จำนวนมาก คราวนี้คาดว่าคนที่จะเข้าไปในแดนลับอย่างน้อยๆก็ต้องมีถึงเกือบพันคน"
"หือ! ทำไมถึงมีจำนวนเยอะขนาดนั้นล่ะขอรับ"หูอี้หนานเอ่ยถามอย่างสงสัย เพราะถ้านับจำนวนกลุ่มคนที่เ้าเมืองของเขาเคยบอกก็น่าจะไม่ถึงร้อยคนด้วยซ้ำ
หลังเห็นทุกคนทำหน้าตาสงสัยอย่างนั้น ท่านเ้าเมืองลู่หยางก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา จากนั้นค่อยยิ้มกล่าวตอบไปว่า
"ที่จริงแดนลับแห่งนี้ไม่ได้มีทางเข้าอยู่ที่ด้านนี้ด้านเดียว ยังมีทางเข้าอยู่ที่แคว้นอื่นอีกเป็จำนวนมาก แต่ยังโชคดีที่แดนลับนี้จำกัดระดับพลังอยู่ที่หลอมรวมและจำนวนคนเข้าที่จะเข้าไป"
เทียนฉินพยักหน้าเข้าใจอยู่ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะส่ายสายตามองกลุ่มผู้คนที่รวมกันอยู่รอบๆบริเวณนี้ที่มีไม่ถึงร้อยคนด้วยซ้ำ
"การแข่งขันทุกครั้งที่ผ่านมาจะจัดขึ้นโดยมีสี่นิกายใหญ่ที่เป็ตัวแทนจากเมืองหลวงมาคอยควบคุมอย่างเคร่งครัด จากนั้นก็จะมอบแผ่นหยกบันทึกคะแนนให้กับผู้เข้าแข่งขันที่จะเข้าไปข้างในอีกที"ท่านเ้าเมืองหันมากล่าวบอกข้อมูลทั่วไปให้กับเทียนฉินและคนอื่นๆเข้าใจ
"แผ่นหยกบันทึกคะแนน?"เทียนฉินและคนอื่นๆต่างชักสีหน้าสงสัย
"แผ่นหยกบันทึกคะแนนที่ว่า จัดเป็อุปกรณ์ประเภทหนึ่งที่ทางสี่นิกายเตรียมไว้ให้กับผู้เข้าแข่งขันโดยเฉพาะ แผ่นหยกบันทึกคะแนนแต่ละแผ่นมีความสามารถจดจำเ้าของได้แค่คนเดียว"
"แรกเริ่มแผ่นหยกที่พวกเ้าได้รับ ล้วนแล้วแต่จะมีคะแนนอยู่หนึ่งคะแนน หากพวกเ้าอยากจะได้รับคะแนนเพิ่ม ก็มีแต่ต้องแย่งชิงแผ่นหยกของคนอื่นมาหรือบางครั้งอาจจำเป็ต้องฆ่าคนอื่นเท่านั้น!" พออธิบายมาถึงตรงนี้ท่านเ้าเมืองก็หันมาสังเกตุสีหน้าทุกคนทันที
"สรุปแล้วที่ว่าการแข่งขัน ที่จริงก็ไม่ต่างอะไรจากการส่งคนไปฆ่าฟันกันดีๆนี่เอง"เทียนฉินสูดหายใจเข้าพร้อมกล่าวออกไป
ขณะเดียวกันเขาก็อดไม่ได้ที่จะเหลียวหันไปมองดูคนรอบด้านอีกครั้ง
ส่วนคนอื่นที่ได้ยินต่างหันมามองหน้ากันไปมา
"อย่างไรก็ตามในความโชคร้ายนั้นก็ยังมีโอกาสรอคอยพวกเ้าอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเคล็ดวิชา อุปกรณ์และโอสถระดับสูงทั้งต่างๆที่ด้านใน ก็ขึ้นอยู่กับโชควาสนาและความสามารถของตัวพวกเ้าเอง"ท่านเ้าเมืองกล่าวปลอบใจพวกเขา
"ทำไมคนของสี่นิกายถึงเป็คนกำหนดให้เก็บคะแนนแบบนี้ด้วย!"เหม่ยหลินอดไม่ได้ที่จะสงสัย
"เดิมทีตอนแรกแดนลับเกิดขึ้นมาใหม่ๆนั้น ผู้คนที่เข้าไปได้ก็ไม่มีปัญหาอะไรมากมาย แต่ยิ่งนานวันเข้าก็มีทางเข้าทางอื่นเปิดขึ้นมา ทำให้ผู้คนต่างรุมกันเข้าไปจากทุกทิศทุกทาง ก็เกิดการแก่งแย่งของต่างๆที่อยู่ด้านใน ทำให้เกิดการรบราฆ่าฟันกันขึ้นจนผู้คนล้มตายกันเป็จำนวนมาก" ลู่หยางเอ่ยออกมาพร้อมกับทอดถอนใจ
จบตอนที่ 11