Persephone Order : ไปทำฟาร์มตามบัญชาเทพีฤดูใบไม้ผลิที่ต่างโลก ภาคฤดูใบไม้ผลิ

    ฤดูใบไม้ผลิ เดือนที่ 1 สัปดาห์ที่ 1 บทที่ 3 : อาหารมื้อแรก

    ฤดูใบไม้ผลิ เดือนที่ 1 สัปดาห์ที่ 1 บทที่ 3 : อาหารมื้อแรก “ รางวัลสำหรับ 10,000 ก้าวแรก. . . รองเท้าหนังแกะ? ” ข้าดูหน้าจอของรางวัล ก่อนจะจิ้มมันเบาๆข้อมูลรองเท้าปรากฏขึ้นมา  มันเป็นรองเท้าที่ทำจากหนังแกะย้อมสีน้ำตาล แบบหุ้มถึงส้น และมีหนังฟอกไขว้เป็นกากบาทบนหน้าเท้า ส่วนรองตรงฝ่าเท้าหนาถึงสองนิ้ว “ สวมใส่แล้วจะทำให้เดินสบายขึ้น อืม. . .ก็ดี กันเศษหินบาดเท้าด้วย ” ข้าดึงรองเท้าในจอออกมาสวมใส่ พบว่ามันนุ่ม สบายเท้ากว่าที่คิด และข้าก็ลองเดินไป เดินในบนระเบียงบ้านประหนึ่งเวทีเดินแบบ และข้าก็ลองเดินสลับไขว้ขา ก่อนจะเอี้ยวตัวเลี้ยวกลับแล้วเดินแบบทิ้งสะโพกโยกย้ายดู ก็พบว่ามันรู้สึกแปลกๆ เหมือนกับความมั่นใจในการเนียนเป็นสตรีในร่างอวตารนี้เพิ่มขึ้น แต่หากลูกศิษย์ หรือคนรุ่นหลังๆมารู้ว่าผู้บุกเบิกดาวผู้น่าเกรงขามอย่างข้ามาเดินบิดเอว ส่ายสะโพกแบบนางแบบมืออาชีพ คงจะหัวเราะกัน ไม่ก็หมดความศรัทธาในตัวข้าแน่ “ แต่มันก็ไม่สำคัญอะไรกับข้าตอนนี้ซะหน่อย ” ข้าเดินๆ ลองรองเท้าใหม่รอบระเบียงอีกสักพัก ก่อนจะเริ่มรู้สึกว่าหิว เลยโดดข้ามบันไดเตี้ยๆสามชั้นลงจากระเบียงหน้าบ้าน ก่อนจะมองซ้าย มองขวาหาที่ ๆ ใกล้ป่าที่สุด “ ไปหาอาหารเที่ยงกินดีกว่า คงไม่พ้นผลไม้ข้างฟาร์ม ” ข้าเดินไปทางขวา เพราะเห็นว่าใกล้ชายป่ามากสุด โดยไม่ลืมมองหากิ่งไม้ เถาวัลย์ หินตามทางที่เหมาะๆเก็บเข้ากระเป๋าด้วย เพราะข้ามั่นใจว่าฝีมือการสร้างอุปกรณ์ของข้าต้องห่วยมากแน่ ๆ ตามประสาคนยุคใหม่ที่ห่างหายการสร้างอะไรด้วยมือตัวเองมานานมาก ๆ พึ่งพาแต่A.I. ใช้เสียงสั่งการให้ไปเอาของที่ต้องการมา ไม่ก็สั่งสร้างผ่าน 3D Printer มากกว่าที่จะสั่งให้ซื้อวัตถุดิบ วัสดุ อุปกรณ์มาสร้างเอง ระหว่างเดินไป เก็บของไป ข้าก็นึกย้อนตอนเล่นเกมแนว Survival เอาตัวรอดแบบสมจริง ที่แม้จะบอกว่าสมจริงยังไง ก็ยังคงมีระบบแนะนำการสร้างสิ่งของต่าง ๆ เป็นต้นว่า ต้องหากิ่งไม้ขนาดประมาณไหนหาเชือกยาวประมาณไหน หาหินประมาณไหนมามัดจับทำหอกหินง่ายๆ ซึ่งระบบจะแนะนำทุกขั้นตอนจนกว่าเราจะได้หอกหิน พลังโจมตี 10 หน่วยมา “ แต่โลกนี้คงไม่มีอะไรช่วยเหลือเรามากขนาดนั้น ต้องลองผิดลองถูกกันไป ดีที่หน้าจอยังพอตรวจสอบความทนทาน และความชื้นของไม้ หิน เถาวัลย์ได้บ้าง ” ข้าเดินไปเรื่อย ๆ ก่อนจะเลิกก้มหยิบของเพราะท้องเริ่มโวยวายส่งเสียงครางครืดๆประท้วง สองเท้าของข้าจึงต้องก้าวไปข้างหน้าเร็วขึ้น  จนมาถึงชายป่าที่พื้นดินเปลี่ยนจากดินสีน้ำตาล เป็นต้นหญ้าสีเขียวปกคลุมไปทั่ว และต้นไม้รอบ ๆ ชายป่าก็สูงถึง 3 เมตรแล้ว ภายในป่านี้ดูคร่าวๆเห็นต้นไม้สูงชะลูดนับ 20 เมตร และลำต้นก็ไม่ได้เล็ก ๆ เท่าท่อนแขนแบบต้นรอบนอกเลย บางต้นนี่ใหญ่เกินสิบคนโอบ “ แล้วข้าจะหาผลไม้ได้จากต้นไหนล่ะเนี่ย? ” ข้าถามเบาๆกับตัวเอง ก่อนจะตัดสินใจก้าวเท้าเข้าป่าไปโดยไม่ลืมเปิดหน้าต่าง จิ้มแท็บสมุดบันทึก เพื่อหยิบ “แผนที่” ออกมา ซึ่งมันเป็นแผนที่สุดล้ำ ที่จะบันทึกสภาพรอบ ๆ ที่ข้าสำรวจแล้ว และยังมีคำสั่งให้จิ้มดูด้วยว่าข้าเดินผ่านเส้นทางไหนมา และยังมาร์คได้ด้วยว่าถ้าต้องการเดินไปจุดไหนในแผนที่ ต้องเดินทางไหน ซึ่งจะมีทางเลือกให้ใช้หลายเส้นทาง พร้อมเวลาคร่าวๆในการเดิน  บางเส้นก็ใช้เวลาไว แต่ต้องผ่านแนวหิน หรืออ้อมต้นไม้ บางเส้นช้าหน่อย เพราะเดินอ้อม แต่ไม่ว่าเส้นไหนจากจุดนี้ไปบ้านข้าก็ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีทั้งนั้น “ แค่นี้ก็หมดห่วงการหลงป่า ” ข้าพับแผนที่แล้วโยนเข้าหน้าจอไป ก่อนจะปิดมันลง จากนั้นจึงเดินก้าวเท้าเข้าป่า สายตามองหาผลไม้อะไรก็ได้ที่มี เพื่อจะเก็บมากินรองท้องที่หิวโหย
    เดินเข้าป่าไปได้ 149 ก้าว ตามตัวเลขที่แสดงในหน้าปัดกำไล ข้าก็พบกับผลไม้สีเหลืองส้ม ที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร อาจจะเป็นผลไม้เฉพาะในฟาร์มสปริงฟิลด์แห่งนี้ก็ได้          แต่ปัญหาไม่ใช่การที่ข้าไม่รู้จักมันเพียงอย่างเดียวว่ากินได้ กินไม่ได้ มีรสชาติยังไง แต่เป็นการที่มันอยู่ติดบนต้นไม้สูง 3 เมตร หรือว่าข้าต้องถกชายกระโปรงทูนิคปีนขึ้นไปเก็บ ?  ‘ข้าเป็นอวตารแห่งเทพีเพอร์ซีโฟเน่ เทพีแห่งฤดูใบไม้ผลิเลยนะ น่าจะมีวิธีเก็บผลไม้ดี ๆ ที่ไม่ต้องเปลืองแรงบ้างสิ’ ข้าคิดในใจ ก่อนจะลองทำตามวิธีที่คิดเล่นๆในหัว ข้าเดินไปยื่นฝ่ามือขวาสัมผัสกับลำต้นของมัน พร้อมพูดด้วยเสียงที่จงใจเปล่งให้ฟังอ่อนหวาน แบบสาวๆอ้อนขอของที่ต้องการแบบใสๆ
    “ ข้าหิว. . .คุณต้นไม้ ช่วยแบ่งปันผลไม้ของท่านที่ข้ายังไม่รู้จักชื่อให้ได้ชิม ลิ้มรส ดับความกระหายได้หรือไม่? ” พูดจบข้าก็ยิ้มแล้วหัวเราะออกมากับความไร้เดียงสาที่เหลืออยู่น้อยในตัว ถูกผลักดันให้แสดงออกมาในตอนนี้ที่อยู่ในร่างสตรีวัยเยาว์  จากนั้นข้าก็ส่ายหัวไปมา แล้วคิดๆ ชั่งใจอยู่ว่าจะถกชายกระโปรงทูนิคปีนขึ้นต้นไม้ดีไหม หรือจะเขย่าต้นไม้ดูดี “ คิด ๆ แล้วนะ ถ้าเขย่าแล้วหนอนร่วงลงมาคงไม่ดีแน่ ไปรบกวนพวกมัน ” ข้าใช้มือขวาลูบคางไปมา ขณะคิดย้อนไปตอนเล่นเกมแนวเสมือนจริง ที่ต้นไม้นั้นไม่ได้มีแต่ใบไม้ ผลไม้ แต่มีหนอน ดักแด้ หรือรังนกอยู่ด้วย บางต้นก็เป็นตัวบุ้ง หรือแมงมุมที่น่ากลัวสำหรับสาวๆ “ ข้าไม่รู้ว่าตอนนี้ข้าอยู่ในร่างสตรี จะหลาดกลัวแมลงเหมือนที่สตรีส่วนใหญ่หวาดกลัวไหม  แต่ข้าไม่ค่อยอยากจะมีประสบการณ์กรี๊ด กรีดร้องเสียงหลงเพราะกลัวแมลงเท่าไหร่ ดังนั้น. . . ปีนดูดีกว่า  . . . อ๊ะ ! ” ก่อนที่ข้าจะถกชายกระโปรงขึ้น ผลไม้สีเหลืองส้มสี่ลูกก็ร่วงหล่นจากต้นแบบช้า ๆราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นค่อยๆปลิดให้อย่างเบามือ กลัวผลไม้ช้ำ และทั้งสี่ลูกนั้นก็ลอยค้างกลางอากาศสักพัก ก่อนค่อยๆลอยลงมาอยู่ระดับสายตาข้า “ อ่า. . . ขอบคุณค่ะคุณต้นไม้ ไว้กินมื้อนี้เสร็จ จะหาอะไรมาตอบแทนให้นะคะ อาจจะเป็น มารดน้ำให้ 4 วัน ” ข้าพูดพร้อมโค้งให้ต้นไม้ตรงหน้า ก่อนจะเก็บผลไม้สี่ลูกเข้าแท็บไอเทม และตรวจสอบดู “ อ่อลูกแอปริคอตนี่เอง  นอกจากตรวจสอบน้ำหนัก ขนาดแล้ว ยังตรวจสอบความสุก และอัตราความหวานต่อความเปรี้ยว และดูได้ด้วยว่าไม่มีหนอน ไม่มีแมลงอะไรมาวางไข่ อืม . . . ดีจริง ๆ ” ข้าปิดแท็บกระเป๋าลง แล้วเปิดแท็บแผนที่ เพื่อมาร์คต้นแอปริคอตใจดีต้นนี้ไว้ เพื่อคราวหน้าจะได้มาตอบแทนค่าผลไม้ จากนั้นก็รีบเดินออกจากป่า มุ่งหน้ากลับบ้านไป เพื่อจะนั่งกินผลไม้มื้อเที่ยงบนเตียงที่แข็งกระด้างเนื่องจากมีแต่เนื้อไม้ ไม่มีเบาะรอง ผ้าปู ผ้าห่มใด ๆ ทั้งสิ้น “ แล้ว จะกินยังไงนะ น่าจะกัดทั้งคำไปได้เลย ไม่ต้องกลัวสารพิษตกค้าง เพราะที่นี่คือสวนพฤกษาส่วนตัวของเทพีเพอร์ซีโฟเน่อยู่แล้ว ไม่น่ามีใครมาฉีดยาฆ่าแมลง ยากันไวรัส แบคทีเรีย และยาต้านการขโมยจากมนุษย์หรอกเนอะ? ” ข้าเอียงคอขณะใช้มือขวาถือแอปริคอตในมือ และชั่งใจว่าจะกินเลย หรือไม่กินดี แต่ด้วยความหิวทำให้ข้าตัดสินใจอ้าปากงับเข้าไปหนึ่งคำ “ หวานอมเปรี้ยวดีจังนี่สินะ รสชาติผลไม้ธรรมชาติแท้ๆ สดชื่นดี ” ข้าค่อยๆกัดกินผลแอปริคอตในมือไปเรื่อย ๆ จนหมดเหลือแต่เมล็ดสีน้ำตาลในมือเมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ และพอหยิบผลที่สองจากหน้าต่างกระเป๋าออกมาตั้งใจจะกินอีก ก็รู้สึกได้ว่าท้องอิ่มตื้อแล้ว
    “ อะไรกัน แค่ผลเดียว . . . อ่า คงหาเหตุผลอื่นใดไม่ได้นอกจาก เพราะเป็นผลไม้ในพื้นที่ส่วนตัวของเทพีฤดูใบไม้ผลิ ผลไม้เลยมีฤทธิ์ทำให้อิ่มเร็วสินะ งั้นก็หมดห่วงเรื่องอาหารเย็นวันนี้ กับมื้อเช้าและเที่ยงวันพรุ่งนี้ได้ ” ข้าเก็บผลไม้เข้ากระเป๋า แล้วเปิดหน้าจอหลักที่มีเสียงติ๊ด ๆ มาแจ้งเตือน  “ ภารกิจหลักที่ 2 ผ่านเรียบร้อย ได้รับทักษะการสื่อสารแห่งเทพีเพอร์ซีโฟเน่ สามารถพูดคุย สื่อสารกับสิ่งต่างๆในพื้นที่ฟาร์มสปริงฟิลด์แห่งนี้ได้ดั่งใจปรารถนา โอ้ ของดีๆ ” ข้ายิ้มบาง ๆขณะอ่านจดหมายแจ้งเตือน ก่อนจะปิดมันลง แล้วไปจิ้มแท็บภารกิจ ที่มีภารกิจหลักที่ 3 เด้งมาให้แล้ว “ ภารกิจหลักอันต่อไป . . .สร้างพื้นที่ปลูกผักอย่างน้อย 5 ตารางเมตร โดยต้องทำเป็นช่องไว้หย่อนเมล็ดให้ได้จำนวน 30 ต้น . . . อืม ไม่ยาก  ทำ 6 แถวแนวนอน 5 แถวแนวตั้ง เว้นช่องให้ห่างๆกันหน่อย  ”  ข้าปิดหน้าจอลง แล้วลุกขึ้นจากเตียง เดินออกจากบ้านไปรับแสงแดดยามบ่าย ข้าป้องมือบังแดดแยงตา พร้อมพูดเบาๆกับตัวเองด้วยเสียงกลั้วหัวเราะว่า “ หวังว่าข้าจะไม่ทำให้ร่างอวตารของเทพีเพอร์ซีโฟเน่ สาวน้อยนาม คอร่า ดำคล้ำเพราะทำงานยามบ่ายหรอกนะ ข้าไม่มีทั้งหมวก ทั้งครีมกันแดดด้วยสิ ”