[จบแล้ว]ฉันจะไม่ยอมเป็นบอสที่ต้องตายตอนต้นเรื่องเด็ดขาด !

    35 นำเสนอ

    “ นายน้อย นายน้อยเทียนอวี้ ข้ามีเรื่องจะแจ้งให้ท่านทราบ ! ”


    เก้าอี้ไม้โยกในสวนหลังบ้านตระกูลไป๋หลงหยุดชะงัก หลังจากมีคนเข้ามาขัดจังหวะ ชายผู้ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก หลังจากมีคนเข้ามารบกวนเวลาที่ตนเองกำลังมองดูดวงจันทร์


    “ นายน้อยอย่าพึ่งทำสีหน้าเช่นนั้น ข้ามีเรื่องใหญ่จะแจ้งให้ท่านทราบ ”


    “ เอ่ยมา ถ้าเรื่องมันไม่ใหญ่จริงข้าจะหักขาเจ้าข้างหนึ่ง ”


    คนรับใช้รีบวิ่งเข้ามาใกล้แล้วกระซิบข้างหูเพื่อไม่ให้ใครได้ยินสิ่งที่มันเอ่ยนอกจากนายน้อย


    “ จอมยุทธ์ที่ท่านจ้างให้จับตาดูตระกูลม่อส่งพิราบมาแจ้งข่าว ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงในตระกูลม่อเดินทางจากไปแล้ว ”


    ดวงตาของนายน้อยไป๋หลงสว่างขึ้นมาในทันที เรื่องนี้นับว่าเป็นข่าวดีสำหรับมัน โอกาสจะเล่นงานตระกูลม่อมีน้อยมากเพราะมีผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงพักอยู่ด้านใน มันจึงไม่กล้าลงมือ 


    “ บอกคนของข้าให้ตามมา ข้าจะรออยู่ที่ประตูหลัง อย่าให้ผู้อาวุโสจับได้ว่าเราจะไปที่ตระกูลม่อ ”


    “ ถ้าทหารยามถามจะให้ข้าตอบเช่นไร ”


    “ เราจะไปเที่ยวเล่นในย่านโคมแดง ”


    “ ข้าทราบแล้ว ”


    “ บอกให้คนของเรานำสิ่งนั้นไปด้วย ข้าจะทำให้ตระกูลม่อหายไปจากเมืองในคืนนี้ ”


    นายน้อยไป๋หลงเทียนอวี้รีบเดินกลับเข้าไปในห้องแล้วหยิบชุดคลุมสีดำติดมือมาด้วยหนึ่งตัว มันไม่สามารถเปลี่ยนชุดภายในบ้านได้เพราะจะทำให้ผู้อาวุโสมองเห็นจึงต้องนำชุดไปเปลี่ยนด้านนอก


    “ ท่านอยากให้ข้าทำสิ่งใด ”


    เสวี่ยหรงมองเถ้าแก่ไฉ่หงที่ได้เชิญให้เธอเดินทางมายังโรงเตี๊ยมตระกูลไป่ อีกฝ่ายยังไม่ได้ตอบสิ่งใด เธอทำเพียงโบกมือเล็กน้อย ไม่นานด้านหน้าโต๊ะที่เธอนั่งก็มีอาหารมากมายนำมาจัดวาง


    เสวี่ยหรงได้กลิ่นอาหารหลายอย่างทั้งเป็ดย่าง ไกทอดหมักเกลือ น้ำซุปกระดูกและอีกหลายอย่าง เธออดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายเพราะกินเพียงข้าวต้มและผัดผักมามากกว่าครึ่งเดือน แต่เธอไม่กล้าหยิบจับสิ่งใดเข้าปากเพราะกลัวว่าจะติดโรคจากที่นี่


    “ คุณหนู โรงเตี๊ยมตระกูลไป่ขอเลี้ยงอาหารท่านสักมื้อ ข้าจะคุยกับท่านไปด้วยในระหว่างนี้ ”


    เสวี่ยหรงหันมองไปยังพี่สาวซินอี๋ อีกฝ่ายทำเพียงพยักหน้าเบาๆ เธอจึงมองไปยังตะเกียบที่วางอยู่ด้านหน้าจึงหยิบตะเกียบคีบเนื้อหมูชิ้นหนึ่งเข้าปาก โดยไม่ลืมใช้สกิลปัดเป่ากับชิ้นเนื้อเพื่อความสบายใจ


    “ เริ่มเลยเถอะ ท่านอยากให้ข้าช่วยเรื่องใด ”


    “ คุณหนู ข้าไม่ขอเอ่ยถึงชื่อท่านก็แล้วกัน การที่ท่านมายังที่แห่งนี้อาจจะเสื่อมเสียเกียรติของท่านได้ ”


    “ ข้าเข้าใจ ”


    “ โรงเตี๊ยมตระกูลไป่ของข้าอยากให้ท่านช่วยชำระล้างปราณปีศาจออกจากลูกจ้างของข้าหน่อย ข้าเลี้ยงเขามาตั้งแต่เด็กรักเหมือนลูกแท้ๆ ข้าไม่อยากให้เขาตาย ”


    “ ถ้าเช่นนั้นพาข้าไปหาเขาเถอะ ข้ากินข้าวมาเยอะแล้ว ขอบคุณทางโรงเตี๊ยมตระกูลไป่ที่เลี้ยงข้าเป็นพิเศษ ”


    “ เชิญคุณหนูทางนี้ ” เสวี่ยหรงเดินตามเถ้าแก่ไฉ่หงออกไปทางหลังห้อง สักพักเธอก็มาถึงห้องแห่งหนึ่งที่ซ่อนอยู่ลึกพอสมควร 


    เมื่อเถ้าแก่ผลักประตูเข้าไปด้านใน เธอพบว่าข้าวของเครื่องใช้ภายในห้องไม่มีอยู่ สิ่งที่เห็นมีเพียงเตียงไม้ตัวหนึ่ง บนเตียงมีชายอายุราว 20 ปีกำลังนอนนิ่งไม่รู้ตัว


    สภาพของเขาไม่ต่างจากผู้คนจากตรอกซิ่นฮวาที่เธอชำระล้าง ปราณปีศาจที่หลั่งไหลออกมาจากร่างของเขานับว่าเข้มข้นเป็นอย่างมาก คาดว่าอีกไม่นานเขาคงจะเสียชีวิตจากการถูกปราณกัดกิน


    “ ท่านช่วยเขาได้หรือไม่ ” เถ้าแก่ที่พามาดูชายผู้ที่รักดุจลูกได้หันกลับมาสอบถามคุณหนู ใบหน้าของเธอแสดงออกถึงความกังวล เสวี่ยหรงกลับรู้ว่าใบหน้านี้แค่แสร้งทำขึ้นมา


    ในตอนแรกเธอสงสัยไม่น้อยว่าเหตุใดตนเองไม่ได้รักษาหญิงคณิกาแต่เป็นชายเพียงคนเดียว


    ตอนนี้เธอพอจะรู้แล้วว่าโรงเตี๊ยมตระกูลไป่กำลังทดสอบตนเอง หากเธอไม่สามารถชำระล้างปราณปีศาจจากชายตรงหน้าได้ ทางโรงเตี๊ยมตระกูลไป่ก็สามารถปกปิดความลับเรื่องที่หญิงคณิกาติดปราณปีศาจเอาไว้ได้


    “ ข้าชำระล้างปราณปีศาจให้กับเขาได้ เพียงแต่ว่าอาการบาดเจ็บที่เกิดจากการถูกปราณปีศาจกัดกินข้ารักษาไม่ได้ ท่านควรเรียกหมอมาที่นี่หลังจากที่ข้าชำระล้างปราณปีศาจออกไป ”


    “ คุณหนูช่วยเขาด้วย ”


    เสวี่ยหรงเดินไปยืนด้านข้างเตียงโดยมีซินอี๋ตามไปไม่ห่าง เมื่อยื่นมือไปด้านหน้าเพียงเล็กน้อยเธอก็ได้ใช้สกิลปัดเป่าจนมีเม็ดแสงพุ่งเข้าไปแตะกลางหน้าอกของชายที่กำลังนอนหลับไม่ได้สติ


    เมื่อเม็ดแสงจมหายเข้าไปในหน้าอก แสงสีเหลืองก็ได้สว่างทั่วร่างกาย ปราณปีศาจที่เคยกัดกินได้หายไป เหลือไว้เพียงแค่บาดแผลบนร่าง


    “ ข้าชำระล้างปราณปีศาจให้เขาแล้ว ”


    “ จริงรึคุณหนู ” เถ้าแก่รีบใช้มือจับไปยังข้อแขนเพื่อวัดชีพจร เสวี่ยหรงรู้ได้ว่าการทำเช่นนี้นอกจากจะตรวจสอบชีพจรแล้ว ยังเป็นการตรวจสอบลมปราณที่อยู่ภายในร่าง


    เถ้าแก่ไฉ่หงที่เห็นว่าปราณปีศาจหายไปแล้ว เธอจึงเปลี่ยนสีหน้าไปเป็นยิ้มแย้มแล้วหันกลับมาขอบคุณ


    “ คุณหนู ข้าขอบคุณท่าน ข้าขอบคุณท่านมาก ”


    “ ข้าแค่ทำในสิ่งที่ข้าทำได้เพียงเท่านั้น ”


    “ ข้าจะจ่ายให้กับท่าน ราคาของมันอยู่ที่เท่าใด ”


    เสวี่ยหรงยิ้มเล็กน้อย ถึงเวลาแล้วที่เธอจะพูดคุยเกี่ยวกับธุรกิจน้ำหอมกับโรงเตี๊ยมตระกูลไป่


    “ ข้าขอถาม ที่นี่มีคนติดปราณปีศาจมากกว่า 1 คนใช่หรือไม่ ”


    เถ้าแก่ไฉ่หงค่อยๆเก็บสีหน้าดีใจ นางรู้ว่าคุณหนูตรงหน้าหมายถึงสิ่งใด คงรู้แล้วว่าตนเองถูกทดสอบ นางจึงต้องรีบขอโทษ


    “ คุณหนู ข้าต้องขอโทษที่เสียมารยาทกับท่าน ข้าจะไม่ปกปิดความจริงจากท่านอีก ข้าเรียกท่านมาในวันนี้ก็เพื่อชำระล้างปราณปีศาจออกจากโรงเตี๊ยมตระกูลไป่  ที่นี่ไม่ได้มีเพียงแค่เขาที่รับปราณปีศาจเข้าไป ยังมีคนอีกจำนวนหนึ่ง ข้าไม่สามารถเปิดเผยเรื่องนี้ให้กับท่านได้  ท่านก็รู้ว่าถ้าหากเรื่องที่มีคนติดปราณปีศาจอยู่ในโรงเตี๊ยมตระกูลไป่จะเกิดสิ่งใดขึ้น ”


    “ ข้ารู้ ในเมื่อไม่ได้มีเพียงแค่คนเดียว ข้าจึงอยากจะทำข้อตกลงกับโรงเตี๊ยมตระกูลไป่สักหน่อยเพื่อปกปิดความลับเรื่องนี้เอาไว้ ”


    “ เชิญคุณหนูเอ่ยออกมาได้เลย ”


    “ ข้าจะชำระล้างปราณปีศาจโดยไม่คิดเงินแม้แต่แดงเดียว แต่ข้าต้องการให้โรงเตี๊ยมตระกูลไป่ซื้อของจากข้า ”


    “ คุณหนูต้องการขายสิ่งใดหรือเจ้าคะ ”


    เสวี่ยหรงล้วงเข้าไปในอกเสื้อแล้วแกล้งทำเป็นหยิบบางอย่างออกมาจากภายในนี้ ความจริงเธอหยิบน้ำหอมออกมาจากช่องเก็บของ


    “ ราคาของมันแพงเล็กน้อย ข้าคิดราคาที่ 5 เหลียงต่อขวด ท่านลองเปิดฝาแล้วดมดู ”


    เถ้าแก่ไฉ่หงรับขวดสีขาวขุ่นเอาไว้ในมือแล้วค่อยๆเปิดฝาขวดช้าๆกลัวว่าสิ่งที่บรรจุอยู่ภายในจะหกออกมา


    เมื่อฝาขวดเปิดอ้าออกเธอพบเข้ากับกลิ่นหอมอ่อนๆลอยออกมาจากภายในขวด กลิ่นหอมที่ลอยออกมาแตะปลายจมูกเริ่มชัดเจนมากยิ่งขึ้นจนหว่างคิ้วของเธอปรากฎรอยหยักเพราะไม่เคยได้กลิ่นที่หอมเช่นนี้มาก่อน แม้จะเป็นกลิ่นที่ดูคุ้นเคยแต่กลับนึกไม่ออกว่าเป็นกลิ่นของอะไร


    เสวี่ยหรงบอกวิธีใช้น้ำหอมให้กับเถ้าแก่ไฉ่หง นางจึงทำตามด้วยการนำนิ้วมือปิดฝาขวดจากนั้นก็คว่ำจนมีน้ำติดอยู่ที่ปลายนิ้ว 


    เถ้าแก่มองดูน้ำสีขาวบนนิ้วเล็กน้อยจากนั้นนางจึงได้นำน้ำทาลงไปบนข้อมือตามด้วยการทามันลงไปที่หลังหู  เพียงไม่กี่อึดใจกลิ่นหอมก็เริ่มชัดเจนมากยิ่งขึ้นจนราวกับเธอยืนอยู่ในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยดอกกุ้ยฮวา แม้จะมีอีกหลายกลิ่นที่ดูคุ้นเคยผสมอยู่ด้วย กลิ่นเหล่านี้กลับไม่ได้กลบกลิ่นอื่นๆจนทำให้วิงเวียน กลิ่นหอมของพวกมันผสมผสานกันอย่างลงตัวราวกับว่ามันเกิดมาจากที่เดียวกัน


     “ คุณหนูสิ่งนี้คืออะไรหรือเจ้าคะ ”


    เสวี่ยหรงมองเถ้าแก่ไฉ่หงที่พยายามโบกมือไปมาจนชายแขนเสื้อปลิวไสว กลิ่นหอมที่ติดอยู่บนข้อมือเริ่มโปรยไปตามแรงลมที่สร้างขึ้นจากชายแขนเสื้อ


    “ ข้าเรียกมันว่าน้ำหอม ท่านสามารถทาไว้ตามจุดที่ข้าบอกได้ มันสามารถส่งกลิ่นหอมได้ยาวนานถึง 7 วัน แต่ถ้าหากท่านอาบน้ำกลิ่นของมันจะหายไป ”


    “ สิ่งนี้หอมกว่าถุงหอมที่ทางเราใช้ ท่านพอจะมีมันอีกหรือไม่เจ้าคะ ”

     

    เสวี่ยหรงฉีกยิ้มกว้าง เหยื่อติดเบ็ดแล้ว เธอจะผูกขาดมันกับโรงเตี๊ยมตระกูลไป่ การนำไปขายในท้องตลาดจะมีตระกูลและร้านค้ามากมายพยายามเลียนแบบน้ำหอมของเธอ แต่ถ้าหากเธอขายให้กับที่นี่  จะมีเพียงตระกูลไป่ที่พยายามเลียนแบบ   กว่าที่โรงเตี๊ยมตระกูลไป่จะเลียนแบบได้ เธอคิดว่าคงสามารถหาเงินก้อนใหญ่จากที่นี่ได้แล้ว  


    ต่อให้เธอจะหาเงินจากการชำระล้างจากโรงเตี๊ยมตระกูลไป่ได้ เสวี่ยหรงไม่คิดทำเช่นนั้น เธอไม่ต้องการให้ตระกูลไป่ใช้เงินแก้ปัญหา ในอนาคตเธอต้องการให้ที่นี่ทำบางสิ่งให้แก่ตระกูลม่อ  เสวี่ยหรงจึงต้องการทำให้พวกเขารู้สึกว่าเธอมีค่าจนไม่สามารถประเมินราคาได้.




    คล้ายกับเรื่อง[จบแล้ว]ฉันจะไม่ยอมเป็นบอสที่ต้องตายตอนต้นเรื่องเด็ดขาด ! ที่คุณอ่าน