พอทุกคนล้างหน้า ล้างมือกันเสร็จก็พากันมานั่งที่โต๊ะกินข้าว แม่ฉินก็เป็คนตักแบ่งเนื้อให้กับทุกคน แต่พอเห็นว่าในหม้อมีเนื้อเยอะมากก็อดที่จะถามไม่ได้อีก
“ไฉ่หงทำไมเนื้อมันเยอะแบบนี้ล่ะลูก?”
ฉินไฉ่หงที่ลืมบอกว่าจับกระต่ายได้สองตัวก็รีบตอบคำถามของแม่เธอกลับทันที
“ก็ฉันจับกระต่ายได้สองตัว ฉันก็เลยตุ๋นมันทั้งหมดเลย แม่จ๊ะ! ครอบครัวเราไม่ได้ทานเนื้อกันมานานแล้วนะ ฉันเลยตุ๋นกระต่ายทั้งสองตัวเลย เพื่อให้ครอบครัวของเราจะได้กินอิ่มกันยังไงล่ะจ๊ะ”
แม่ฉินที่ได้ยินลูกสาวพูดอย่างนั้น ก็คิดตาม ครอบครัวเธอไม่ได้ทานเนื้อมานานกันแล้วจริงๆ
“ช่างมันเถอะงั้นน่ะ รีบกินกันเถอะ ก่อนที่น้ำลายของเ้าหลานชายสองคนจะเต็มถ้วยเสียก่อน” พ่อฉินที่เห็นหลานชายน้ำลายไหลออกมา ก็รีบทักขึ้นมาก่อนที่เื่จะยาวไปกว่านี้อีก
พอครอบครัวฉินทานอาหารเย็นเสร็จ ฉินไฉ่หงก็พูดเื่ที่จะเข้าไปในเมืองวันพรุ่งนี้ให้ครอบครัวฟัง
“ลูกจะเข้าไปที่ในเมืองทำไมล่ะ?” แม่ฉินถามขึ้นมา
“นั่นสิน้องเล็ก ตอนนี้ก็เรียนจบแล้วไม่ใช่เหรอ? ทำไมยังต้องเข้าไปในเมืองอีกล่ะ” เป็ฉินเหวินที่ถามขึ้นมาอีกคน
“พอดีว่าฉันสมัครงานที่โรงงานทอผ้าไว้นะคะ ก่อนที่ฉันจะกลับบ้านมาอะค่ะ เลยว่าจะไปดูว่าผลประกาศออกมาแล้วหรือยัง เห็นทางโรงงานแจ้งว่าจะรู้ผลอีก 6-7 วันหลังจากสอบเสร็จค่ะ”
ฉินไฉ่หงไม่ได้บอกความจริงทั้งหมดกับครอบครัว ว่าที่เธอจะเข้าเมืองไปก็จะไปหาวิธีทำเงินด้วย เพราะตัวเธอเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า เธอจะได้งานที่โรงงานทอผ้าจริงๆ รึเปล่าด้วย รอให้เธอรู้ผลก่อนแล้วค่อยมาบอกความ้าของเธอให้กับทุกคนได้ฟังกันทีหลังเอาก็ได้
“ถ้าจะไปก็ต้อง ไปขอใบรับรองแนะนำตัวกับหัวหน้าหมู่บ้านด้วยนะ ถ้าอย่างนั้นก็รีบไปเมื่อตอนที่ยังไม่มืดนี่เลยนะลูก” พ่อฉินที่เห็นว่าลูกสาวตั้งใจจะไปหางานในเมืองก็รีบเอ่ยเตือน
ใครจะไม่ชอบ ที่ลูกได้ทำงานโรงงาน นี่คือชามข้าวเหล็กชัดๆ พ่อฉินเห็นว่าลูกสาวจะเข้าไปในเมืองเพื่อดูผลประกาศของโรงงานก็ยิ่งดีใจ ลูกสาวของเขาอาจมีความหวังมากก็ได้ เพราะลูกสาวของเขาจบมอปลายด้วย แล้วในตอนนี้คนที่เรียนจบมอปลายก็ยังมีน้อยอยู่มาก งานที่ลูกสาวสมัคร อาจจะสอบติดได้เป็พนักงานของโรงงานขึ้นมาก็ได้อีกด้วย
“ปะ! เดี๋ยวแม่จะไปส่งไปที่บ้านหัวหน้าหมู่บ้านเอง” แม่ฉินรีบชวนฉินไฉ่หงทันที เพราะกลัวจะมืดค่ำเสียก่อน
ฉินไฉ่หงที่ปฏิเสธไม่ได้ก็รีบตามแม่ฉินไปที่บ้านของหัวหน้าหมู่บ้าน
่นี้ถึงทางรัฐบาลจะเริ่มผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ แล้ว แต่ก็ยังต้องขอใบรับรองแนะนำตัวเมื่อไปที่เมืองเหมือนเมื่อก่อนอยู่ดี
**********
ที่บ้านหัวหน้าหมู่บ้าน....
หมู่บ้านที่ฉินไฉ่หงอาศัยอยู่ในตอนนี้มีชื่อว่าหมู่บ้านฉินเจีย คนในหมู่บ้านส่วนใหญ่จะใช้ แซ่ฉินกัน ส่วนแซ่อื่นๆ ก็มีเหมือนกัน อย่างสามีของเธอที่ใช้ แซ่หยาง
“หัวหน้าหมู่บ้านฉินอยู่หรือเปล่า?” ทันทีที่มาถึงหน้าบ้านของหัวหน้าหมู่บ้าน แม่ฉินก็ได้ะโเรียกหัวหน้าหมู่บ้านเสียงดังอยู่หน้าบ้าน
“อยู่ ๆ ใครมาล่ะ?” หัวหน้าหมู่บ้านคนนี้มีชื่อว่า ‘ฉินจง’ เขาเป็หัวหน้าหมู่บ้านฉินเจียมานานแล้ว
“ฉันซูเจิน ฉันพาลูกสาวมาขอใบรับรองแนะนำตัวเข้าไปในเมืองหน่อย”
หลังจากที่หัวหน้าหมู่บ้านเปิดประตูให้เข้ามาในลานบ้านแล้ว แม่ฉินก็พูดจุดประสงค์ที่มาทันที
“จะไปวันไหนล่ะ จะได้เขียนวันที่ได้ถูก” หัวหน้าหมู่บ้านเอ่ยถามอีกครั้ง
“สวัสดีค่ะลุงฉินจง ฉันจะไปพรุ่งนี้ค่ะ” ฉินไฉ่หงที่นั่งเงียบก็ตอบกลับหัวหน้าหมู่บ้านที่หันหน้ามาถามเธอ
“สวัสดีๆ นี่เมียอาเฟยหลิงที่ไปเป็ทหารใช่ไหมนี่? เรียนจบแล้วเหรอเรา” ฉินจงก็ถามขึ้นมาอีกครั้ง
“ใช่แล้ว! นี่ลูกสาวคนเล็กของฉันเอง ตอนนี้เรียนจบมอปลายแล้ว แต่ไฉ่หงได้สมัครงานที่โรงงานทอผ้าไว้ เลยจะเข้าเมืองไปดูว่าจะได้งานมั้ยในพรุ่งนี้น่ะ” เป็แม่ฉินที่ตอบแทน
“อา... ดีแล้วไปหางานทำในเมืองนั่นแหละดี จะได้ไม่ต้องมาลำบากทำไร่ทำนาอีกต่อไป”
หลังจากได้ใบรับรองแนะนำตัวจากหัวหน้าหมู่บ้านแล้ว สองคนแม่ลูกก็ขอตัวลากลับบ้านเลยทันที
พอมาถึงบ้าน ฉินไฉ่หงก็รีบอาบน้ำเตรียมตัวที่จะเข้านอนเลย เพราะในยุคนี้ไม่มีอะไรให้ทำเลยหลังจากที่ท้องฟ้ามืดแล้ว ไฟฟ้าก็ยังไม่มี นิยายก็ยังไม่มีให้อ่าน ละครก็ไม่มีให้ดู ทางที่ดีรีบนอนเก็บแรงเอาไว้พรุ่งนี้ดีกว่า
ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะต้องเจอกลับอะไรบ้างน่ะ แค่คิดว่าถ้าครอบครัวรู้ว่าเธอตั้งใจจะไปขายงานจะเป็ยังไงเนี่ย? ช่างเถอะค่อยหาเหตุผล แก้ตัวทีหลังเอาก็แล้วกัน ตอนนี้ขอนอนก่อนก็แล้วกัน
และในคืนแรกที่ฉินไฉ่หงได้ทะลุมิติมา เธอก็นอนหลับ โดยไม่ฝันถึงอะไรเลย หลับสนิทจนถึงเช้ากันไปเลยทีเดียว.....
**********
เช้าวันต่อมา หลังจากที่ฉินไฉ่หงทานข้าวเช้าเสร็จ เธอก็เตรียมพร้อมที่จะเข้าไปที่ในเมืองแล้ว ส่วนครอบครัวฉินคนอื่นๆ ก็ไปที่ทุ่งนาเหมือนเดิม ครอบครัวฉินปลูกข้าวใกล้เสร็จกันแล้ว ต่อไปก็ต้องเริ่มเก็บข้าวโพดกับมันเทศต่อ งานเกษตรนี่มีให้ทำตลอดทั้งปีเลยจริงๆ
“ไปที่เมืองก็ระวังตัวด้วยนะลูก” แม่ฉินเตือนฉินไฉ่หงก่อนออกจากบ้าน
“จ๊ะแม่ แต่แม่อย่าลืมสิว่าฉันเคยเรียนอยู่ในเมืองมาก่อนนะ ไปแค่ในเมืองเอง ไม่มีอันตรายหรอกค่ะ”
“เอาเถอะ ถึงยังไงก็ระวังตัวไว้ก่อนแล้วกัน ส่วนงานจะได้หรือไม่ได้ก็ไม่เป็ไรนะ อย่าไปคิดมากล่ะ” แม่ฉินรู้ดีว่ากว่าจะเข้าโรงงานของรัฐได้นั้นค่อนข้างยาก เลยอยากให้ลูกสาวเผื่อใจเอาไว้บ้าง จะได้ไม่ต้องเสียใจมาก เวลาตอนที่ลูกสาวไม่ได้งานขึ้นมาจริงๆ อะนะ
“ค่ะแม่! งั้นฉันไปก่อนนะคะ”