ผู้ใหญ่หลิวยอดเกษตร (นิยายแปล)

    ตอนที่ 39 ไม่ฉันก็แกที่ต้องตาย

    ตอนที่ 39 ไม่ฉันก็แกที่ต้องตาย

     

    สองวันให้หลัง

     

    ในขณะที่หลิวเฟยกำลังสำรวจการเจริญเติบโตของต้นอ่อนสมุนไพรอยู่นั้นทันใดนั้นเขาก็ได้รับข้อความหนึ่งข้อความ

     

    เมื่อเห็นข้อความแล้วสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปในบัดดลและเขาก็รีบรุดเข้าไปที่บ้านของหลิวอวี้เหลียนในทันที

     

    หลิวเทียนป้าที่กำลังเล่นไพ่นกกระจองกับมิตรสหายสองสามคนเมื่อเห็นหลิวเฟยเดินเข้ามาก็ยิ้มต้อนรับ“ไอ้ลูกเขย มามา มา มาลงขันสักหน่อย ตานี้ฉันกำลังดวงขึ้นพอดีอีกอย่างช่วงนี้นายก็มีตังค์เยอะนี่ ไม่ลงสักหมื่นหยวนเอาใจพ่อตาหน่อยหรือ ?”

     

    “เอาใจผีอะไรเล่า !”

     

    หลิวเฟยไม่ยอมพูดพร่ำทำเพลงเขาดึงประตูแล้วก็เปิดออกในทันที หลิวเทียนป้าเมื่อเห็นอย่างนั้นก็เริ่มรู้สึกโมโห“ไอ้บ้านี่ นายเป็นประสาทอะไรฮะ ฉันเริ่มจะไม่สบอารมณ์แล้วนะ.....”

     

    หลิวเฟยกวาดสายตาไปมองรอบๆ เมื่อไม่เห็นเจ้าตัวก็เลยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงขึงขัง “อวี้เหลียนล่ะ ?”

     

    “ไปตลาดนัด”

     

    “ยังไม่กลับมาอีกหรือ”

     

    “แม่สาวนั่นไปตลาดนัดทีไรก็ไปเที่ยวเตร่เต็มๆ วันหนึ่ง มีอะไรรึเปล่า ? ”

     

    หลิวเฟยเอามือประคองหน้าผากจากนั้นก็ส่งโทรศัพท์ไปให้หลิวป้าเมื่อหลิวป้าเห็นอย่างนั้นก็พลันมีอารมณ์ดุเดือดขึ้นมาจะเขวี้ยงโทรศัพท์เขาจนแตกกระจุยให้ได้แต่หลิวเฟยก็แย่งกลับมาได้ทันเวลา “อย่าโวยวายก่อน ไอ้หลิวเป้านั้นเป็นใครลุงก็ยังไม่รู้เลย ไอ้หมอนั้นมันจะทำเรื่องชั่ว ๆ อะไรออกมาก็ได้ ! ”

     

    หลิวเทียนป้าขบฟันดังกรอดแล้วพูดออกมา“ไอ้บ้าเอ้ย มันกล้าดียังไงมาเล่นงานฉัน กล้าดียังไงมาเรียกค่าไถ่ลูกสาวฉันฉันจะเอาคนไปทำลายล้างมันให้สิ้นซาก”

     

    หลิวเฟยส่ายหัวแล้วพูด“ผมรู้ว่าลุงเป็นห่วงอวี้เหลียน ผมเองก็เป็นห่วงเธอไม่น้อยแต่ตอนนี้พวกเราใจเย็นกันก่อน โอเคไหม ? ในข้อความมันก็บอกชัดอยู่แล้วว่าให้ผมไปแค่คนเดียวถ้าหากว่าแจ้งความหรือมีคนอื่นติดตามไปด้วย อวี้เหลียนก็จะถูกฆ่า !ไอ้บ้านั่นมันโหดเหี้ยมเข้ากระดูกดำ หากไม่ทำตามที่มันบอกผมกลัวว่าอวี้เหลียนอาจจะต้องตายขึ้นมาจริง ๆ ”

     

    “ถ้างั้นจะให้ทำไง? นายจะไปคนเดียวจริง ๆ หรือ ? ” หลิวเทียนป้าถาม

     

    “ที่ผมมาครั้งนี้ไม่ได้มาเพื่อหารือแต่จะมาบอกว่าถ้าคืนนี้ก่อนสามทุ่มหากผมและอวี้เหลียนยังไม่กลับมาให้ลุงไปแจ้งความทันที ! เรื่องนี้มันมีสาเหตุมาจากผมเอง ลุงสบายใจได้ผมจะทุ่มสุดแรงที่ผมมีเพื่อที่จะไม่ให้อวี้เหลียนได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย”หลิวเฟยให้คำมั่น

     

    หลิวเทียนป้าขมวดคิ้วเป็นปมแล้วพูดต่อ“ไม่ได้ ถ้าเกิดนายพลาดขึ้นมาจะทำยังไง ? หากอวี้เหลียนได้รับบาดเจ็บขึ้นมานายจะให้ฉันทนเห็นลูกฉันตายก่อนฉันหรือไง ? ”

     

    “ผมจะไม่พลาด ! ”หลิวเฟยยืนกรานอย่างหนักแน่น

     

    “นายบอกว่าจะไม่พลาดแล้วมันจะไม่พลาดขึ้นมาจริงๆ เสียที่ไหน ? ไอ้พวกนั้นอาจจะเอาปืนจ่อหัวนายอยู่ก็ได้”

     

    “ผมเคยผ่านกระสุนปืนมาก่อน”

     

    พูดจบเขาก็เลิกเสื้อเชิ้ตออกให้หลิวเทียนป้าดูหลิวเทียนป้าก็ได้เห็นรอยแผลจากกระสุนบนหลังหลิวเฟยสองสองรอยเขาได้ตกตะลึงจนอ้าปากค้าง “นี่....เจ็ดปีที่ผ่านมานี้นายไปทำอะไรมากันแน่ ?”

     

    “ตอนนี้เป็นสถานการณ์เร่งรีบผมไม่มีเวลามาเล่าความหลังอะไรมากนักหรอก อวี้เหลียนคงจะบอกใช่ไหมว่าผมสู้คนเป็น ? ตอนนี้ไม่ว่าจะยังไงก็ตามลุงต้องเชื่อใจผมและเรื่องนี้ไม่ควรเปิดเผยให้คนรู้ในตอนนี้ ” หลิวเฟยพูด

     

    หลิวเทียนป้าแอบลังเลนิดหน่อยจากนั้นก็ตบบ่าเขาแล้วจึงพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “เสี่ยวเฟย ฉัน หลิวเทียนป้า ไม่เคยต้องขอร้องใครมาก่อนในชีวิตแต่ว่าครั้งนี้นายต้องช่วยให้อวี้เหลียนกลับมาอย่างปลอดภัยให้ได้ฉันมีแค่ลูกสาวคนเดียวเท่านั้น แม่เธอก็ดันมาเสียก่อนวัยอันควรอีก..... ”

     

    หลิวเฟยตอบรับอย่างหนักแน่น“ผมเข้าใจดีครับ ! อวี้เหลียนเป็นเพื่อนเล่นของผมตั้งแต่เด็กเธอเป็นเหมือนน้องสาวแท้ ๆ ของผม ไม่ว่ายังไงก็ตามผมจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเธอเด็ดขาด จำสิ่งที่ผมบอกไว้ให้ดี เดี๋ยวผมจะกลับไปเตรียมตัวแล้วจะออกเดินทางหลังจากนั้น”

     

    หลิวเฟยกำชับเขาอีกครั้งจากนั้นก็รีบเดินทางกลับบ้าน แล้วสวมเสื้อนอกที่ดูจะแสนธรรมดา  แล้วก็ไม่ลืมที่จะพกเข็มเงินสิบกว่าเข็มติดตัวไปด้วยแล้วก็แยกใส่กระเป๋าลับด้านในของเสื้อนอก เขาเอาด้ายมาเย็บไว้หยาบ ๆ จากนั้นก็ออกเดินทาง

     

    และในขณะนั้นเองหลี่อวิ๋นโหรวก็โทรมาถามว่าอาหารทะเลที่จับได้จะออกเดินทางไปส่งเมื่อไรหลิวเฟยก็ได้บอกเธอไปว่าเขามีธุระด่วนในเมืองที่จะต้องไปสะสางให้เธอรับซื้อแล้วเอากลับมาที่บ้านก่อน รอเขาสะสางธุระเสร็จแล้ว เขาจะไปขายเอง

     

    หลี่อวิ๋นโหรวถามต่ออีกว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นเขาก็ไม่ยอมตอบ จากนั้นก็วางสายไป

     

    เมื่อออกจากภูเขาไห่หมิงเขาก็เดินอ้อมอยู่ 1 รอบ จากนั้นก็ไปโผล่ที่ชายหาดทางด้านตะวันตก

     

    เพราะว่าใกล้ค่ำขึ้นมาเต็มทีแล้วเลยทำให้ริมชายหาดมีผู้คนให้เห็นบางตา และก่อนที่ราตรีจะมาเยือนนั่นเองเรือสปีดโบ๊ตสีขาวลำหนึ่งได้ลอยมาจอดตรงหน้าเขา

     

    แล้วก็มีผู้ชายที่สวมแว่นตาดำสองคนกระโดดลงมาริมหาดแล้วก็ทำการค้นตัวหลิวเฟย เมื่อมั่นใจแล้วว่าเขาไม่ได้พกอาวุธอะไรติดตัวมาก็พาตัวเขาขึ้นไปบนเรือแล้วก็จับมือเขาไขว้หลังจากนั้นก็ใช้เชือกมัดเอาไว้

     

    ภาพที่อยู่ตรงหน้าเหมือนเดจาวูหลิวเฟยแอบหัวเราะในใจ นี่เขาโดนมัดอีกแล้วสินะ

     

    หากลองนับดูแล้วตั้งแต่ที่กลับมาถึงหมู่บ้านหลิว เขาโดนมัดรวมทั้งสิ้น 4 ครั้งแล้ว

     

    ครั้งแรกและครั้งที่สองนั้นถูกมัดเมื่อคราวที่หลิวเทียนป้าบังคับให้เขาแต่งงานและการที่ถูกมัดทั้งสองครั้งนั้นเขาก็หลบหนีมาได้โดยที่แทบจะไม่ได้ขยับหรือส่งเสียงอะไร

     

    ครั้งที่สามก็คือเมื่อครั้งที่เขากับโม่อวี้ไปจับไอ้แฮกเกอร์วิปริตคนนั้นเขาให้โม่อวี้ใช้ผ้าไหมสีดำมัดขามัดแขนเขาไว้แต่เขาก็ปลดเปลื้องได้โดยที่แทบจะไม่ต้องออกแรง

     

    และครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่สี่ครั้งนี้ดูเหมือนว่ากะจะมัดให้มือเขาไม่สามารถขยับเขยื้อนได้เลยใครจะไปรู้เล่าว่าพวกเขากำลังเล่นอยู่กับนักแก้เชือกมือฉมังเขาก็แค่แสร้งทำเป็นติ๋ม ๆ เท่านั้นเอง

     

    พวกเขาคงจะคิดว่ามัดหลายรอบแล้วจะปลอดภัยแต่ในความเป็นจริงนั้นกลับทำให้เขาสามารถใช้วิชาอำพรางทำให้พวกเขาหลอกตาพวกนี้ได้

     

    “หลิวเฟยแกอย่าคิดเล่นตุกติก ไม่อย่างนั้นผู้หญิงคนนั้นจะต้องตาย”            

     

    คนหนึ่งกล่าวเตือนจากนั้นก็รีบขับเรือสปีดโบ๊ตมุ่งหน้าสู่ทะเลลึก

     

    หลิวเฟยลองมองหน้าทั้งสองคนจากนั้นก็เอ่ยถาม“พวกนายเป็นคนของหลิวเป้าหรือ ? ทำไมฉันไม่เคยเห็นมาก่อน? ”

     

    สองคนนั้นไม่ยอมปริปากพูดอะไร

     

    หลิวเฟยลุกขึ้นไปนั่งข้างกายของชายหนุ่มจากนั้นก็เริ่มปั่นหัวคนพวกนี้ “ทำไมสีหน้านายดูไม่ได้เลยล่ะ ? เมาเรือหรือ? นี่มันแผนใครกัน ไม่ใช่จงใจจะทำให้นายติดกับซวยเองหรอกหรือ ?”

     

    “แม่งแกลองพูดออกมาอีกสิ ! ”

     

    ผู้ชายคนนั้นก็รีบรุดตัวเข้าไปหาหลิวเฟยเเล้วมองเขาด้วยด้วยความโกรธจัดพร้อมกำหมัดแล้วยกขึ้นเตรียมจะต่อยเขา

     

    ส่วนชายอีกคนที่กำลังขับเรืออยู่ก็รีบหันมาปราม“ช่างเถอะ มันใกล้จะตายเข้าไปทุกทีแล้ว จะไปถือสามันทำไม ? อีกอย่างหลิวเป้าไม่ได้สั่งแล้วหรือไงว่าอย่าพูดะไรกับมันอย่าไปต่อสู้กับมัน จะได้ไม่ตกหลุมพรางของมัน แกจำไม่ได้หรือไง ?”

     

    ชายคนนั้นก็ทำได้แค่ถลึงตาใส่หลิวเฟยแล้วไม่ยอมพูดอะไรต่อไป

     

    หลิวเฟยก็เผยอปากแล้วส่ายหัวเล็กน้อยไอ้สองหนุ่มนี่คิดเอาเองว่าตัวเองรอบคอบดีแล้ว แต่จริง ๆพวกเขาไม่รู้ตัวว่าพวกเขาได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญบางอย่างออกมา

     

    เมี่อกี๊ชายคนที่เรียกชายคนนั้นทำไมถึงเรียกหลิวเป้าว่าหลิวเป้า? ถ้าเกิดว่าเป็นลูกน้องของหลิวเป้าจริง ๆ จะกล้าแทนเขาด้วยชื่อจริงหรือ? นี่มันชัดเจนมากว่าพวกเขาไม่ใช่ลูกน้องของหลิวเป้า

     

    นี่หมายถึงอะไร ?

     

    นี่ก็หมายความว่าคนที่จ้องจะฆ่าเขาในครั้งนี้ไม่ใช่หลิวเป้า

     

    ทว่าตั้งแต่ที่เขากลับมาที่หมู่บ้านหลิวนอกจากหลิวเป้าและหลู่อิงปินแล้วก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีศัตรูคนไหนอีกหรือว่าจะเป็นหลู่อิงปิน ?

     

    เมื่อนึกได้ดังนั้นเขาก็ย่นหน้าผากเหมือนกำลังขบคิดอะไรบางอย่างจะเป็นไปได้หรือไม่ว่าครั้งแรกที่เขาเจอหลู่อิงปินแล้วที่หลู่อิงปินบอกว่าโลกมันช่างกลมเหลือเกินนั้นหมายความว่าเขาเป็นคนที่คอยหนุนหลังหลิวเป้าอยู่ตลอดมา? 

     

    เมื่อลองคิดดูดี ๆแล้ว หลิวเฟยก็เห็นว่ามันน่าจะมีความเป็นไปได้

     

    ความเหิมเกริมของหลิวเป้าทำให้เขาเข้าใจในทันทีหากว่าไม่มีผู้ทรงอิทธิพลอย่างเช่นคนตระกูลหลู่คอยหนุนหลังด้านการเงินอยู่หลิวเป้าก็คงไม่อาจทำเรื่องชั่ว ๆ ขนาดนี้ได้

     

    แต่นี่ก็ยังเป็นเพียงสมมติฐานของเขาเท่านั้นเขาจำต้องหาทางพิสูจน์ให้ได้ว่าสมมติฐานของเขาเป็นจริงหรือไม่

     

    เมื่อลองคิดรอบคอบดีแล้วเขาก็กระแฮมแล้วเอ่ยถาม “ขอถามพวกนายหน่อยก็แล้วกันฉันได้ยินมาจากโม่อวี้ว่าหลู่อิงปินนกเขาไม่ขัน มันเป็นอย่างนี้จริงรึเปล่า ? น่าสงสารจังเกิดมาเป็นขันทีนี่พอรับได้นะ แต่เด็กในท้องของเพื่อนสนิทโม่อวี้นี่สิเป็นลูกคนอื่นด้วยรึเปล่า? แบบนี้มันโดนสวมเขานี่นา ! ”

     

    “ไอ้ห่านี่แกพูดอะไรนะ ? ”

     

    “แม่งมึงเอ๊ยความตายอยู่บนหัวแล้วแท้ ยังจะมาปากหมา เดี๋ยวฉันจะเอามีดแทงให้ตายตรงนี้ซะเลย ! ”

     

    .......

     

    คำพูดของหลิวเฟยส่งผลต่อชายหนุ่มสองคนนั้นเป็นอย่างมากหลิวเฟยแอบยิ้ม เป็นไปตามคาดจริง ๆว่าหลู่อิงปินนั้นคอยหนุนหลังหลิวเป้าอยู่ตลอดเวลาที่ผ่านมา ช่างบังเอิญจริง ๆ ! 

     

     ชายหนุ่มสองคนยิ้มแหย ๆและเหมือนจะนึกขึ้นได้ในทันทีว่าได้ตกหลุมพรางเขาเข้าแล้ว และหนึ่งในชายหนุ่มก็เกิดอารมณ์พลุกพล่านแล้วควักมีดสั้นที่เหน็บเอวออกมาแล้วแทงไปที่หลิวเฟยส่วนหลิวเฟยนั้นก็หลบได้อย่างรวดเร็วแล้วเตะเข้าที่หน้าแข้งของเขาจนล้มลงไปฟุบอยู่ที่กราบเรือแล้วก็เอาเท้ากระทืบซ้ำเข้าไปบนแผ่นหลังของเขาอีกที แล้วคำรามขู่“นายคิดว่าฉันจะกลัวหรือ ? หากคิดจะขยับอีกฉันจะจับนายโยนให้ฉลามมันกินซะ ! ”

     

    ตอนนี้ชายหนุ่มที่กำลังโมโหเดือดดาลอยู่นั้นก็พยายามจะขยับเยื้อนตัวเองอย่างสุดฤทธิ์แต่กลับรู้สึกราวกับมีก้อนหินที่หนักราวหนึ่งตันคอยทับหลังเขาเอาไว้ไม่ว่าจะพยายามขยับเท่าไรก็ไม่อาจเขยื้อนได้เลยแม้แต่นิด

     

    ชายที่กำลังขับเรือเมื่อเห็นสถานการณ์ดังนั้นก็พูดด้วยความหวาดกลัว“หลิว....หลิวเฟย แกจะทำอะไร ? แกไม่อยากให้หลิวอวี้เหลียนมีชีวิตต่อแล้วหรือไง? ”

     

    “เดิมทีฉันก็ให้ความร่วมมืออยู่หรอกนะแต่พวกนายมากันมายั่วโมโหฉันเสียก่อน ! อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าหลิวเป้าและหลู่อิงปินรวมหัวกันเล่นงานฉันที่จริงฉันรู้ตั้งนานแล้ว ดังนั้นพวกแกก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไรฉันอีกต่อไป”หลิวเฟยพูด

     

    “แก....แกปล่อยตัวเพื่อนฉันก่อนแล้วค่อยมาว่ากัน”ชายหนุ่มคนขับเรือพูด

     

    หลิวเฟยเคลื่อนเท้าของตนออกจากนั้นก็เตะเขาไปที่ฝั่งหนึ่ง “พวกนายก็มีภารกิจ ถ้าอยากให้ภารกิจลุล่วงไปโดยดีเราก็มาสงบศึกกัน โอเคไหม ? ”

     

    เมื่อได้ยินเขาพูดดังนั้นชายหนุ่มทั้งสองคนก็ไม่พูดมากอีกต่อไป

     

    ราวครึ่งชั่วโมงให้หลังเรือสปีดโบ๊ทก็ได้ขับมาจอดเทียบกับเรือประมงอีกลำที่สภาพดูทรุดโทรมแต่ก็ดูเป็นเรือที่มีขนาดใหญ่มากพอสมควร

     

    หลิวเฟยก็ถูกลากขึ้นไปบนเรือประมงจากกนั้นขายหนุ่มทั้งสองก็เอากระบอกปืนจี้ที่หัวของเขาแล้วลากเขาไปที่ห้องโดยสารบนเรือ

     

    เมื่อเข้าไปด้านในแล้วเขาก็เห็นชายหนุ่มสองคนกำลังจับตาดูเฝ้าหลิวอวี้เหลียน หลิวเฟยจึงรีบเอ่ยถามเธอ“อวี้เหลียน พวกเขาไม่ได้ทำอะไรเธอใช่ไหม ? ”

     

    หลิวอวี้เหลียนส่ายหัวแล้วตะโกนออกมา“ไอ้พี่บ้า ใครบอกให้พี่มาที่นี่ ? พวกเขาจะฆ่าพี่นะนี่ไม่รู้ตัวหรือ ? ”

     

    “ปัง ! ”

     

    ทันใดที่ได้ยินเสียง“ปัง” ดังขึ้นมา เธอก็ตกใจจนขวัญเสีย เธอคิดว่าหลิวเป้าฆ่าหลิวเฟยเข้าให้แล้ว แต่ใครเล่าจะไปรู้ว่านั้นคือเสียงที่หลิวเป้าคนที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องกัปตันทำขึ้นมาเอง

     

    หลิวเฟยเจอมามากพอแล้วกับสถานการณ์แบบนี้คิดว่าเกมแกล้งหลอกเด็กแบบนี้จะทำให้เขาขวัญอ่อนได้หรือ ?

     

    เมื่อเห็นหลิวเป้าสวมเสื้อคอจีนสีขาวกางเกงสีขาวและรองเท้ากีฬาสีขาว หลิวเฟยเห็นอย่างนั้นก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มทัก “ไงไอ้อันธพาล นายใส่ชุดขาวทั้งตัวอย่างนี้กะจะใส่ไว้อาลัยให้กับงานศพของตัวเองหรือไง? ”

     

    หลิวเป้าควงกระบอกปืนในมือจากนั้นก็กุมท้องหัวเราะเสียดัง “เห็นแล้วยัง ? เมื่อกี๊ข้าเพิ่งจะบอกพวกแกเองว่าเพื่อนของข้าคนนี้มันไม่รักตัวกลัวตายเลยสักนิดไงล่ะ คราวนี้เชื่อหรือยัง ? พวกแกคิดว่ามันตั้งใจทำให้ความหวังดีของข้าสูญเปล่าหรือไม่นี่ข้าอุตส่าห์เห็นแก่ข้อที่ว่าเราทั้งสองมีบรรพบุรุษเดียวกันข้าก็เลยตั้งใจจะแต่งขาวเพื่อไว้อาลัยให้กับการตายของมัน”

     

    “ไม่รักตัวกลัวตายจริงๆ ด้วย เอายังไงดีครับพี่ใหญ่ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเรามาจัดการมันเสียตอนนี้เลยดีไหมครับ ? ” ลูกน้องคนหนึ่งเอ่ยออกมา

     

    “จะรีบร้อนไปทำไมกันขับออกไปที่แถบน่านน้ำลึกหน่อยสิ ไอ้บ้านี้มันหนังเหนียวปลาธรรมดาคงจะกัดแทะศพมันไม่เข้า ต้องเป็นฉลามเท่านั้น ! ”

     

    หลิวเฟยลองกวาดสายตาไปมองภายในเรือและเห็นว่าพวกเขาทั้งหมดมีกัน 8 คน และมี 2 คนในนั้นที่พกปืน 2 กระบอกในมือท่าทีก็ดูหนักแน่นไม่น้อย เขาคาดคะเนเอาว่าสองคนนั้นน่าจะเป็นมือปืนรับจ้าง

     

    หากลองคำนวณดูแล้วถ้าเกิดว่านับคนที่ขับเรืออยู่ในห้องกัปตันด้วยนั้น บนเรือนี้ก็จะมีคนทั้งหมด 11 คนด้วยกันหนึ่งต้องฟาดฟันเก้า ต้องเผชิญหน้ากับกระบอกปืนนั้นไม่ว่าแต่ยังจะต้องช่วยให้หลิวอวี้เหลียนหนีออกไปครบทั้งสามสิบสองประการอีกต่างหากภารกิจครั้งนี้ถือว่ามีความท้าทายสำหรับเขาเป็นอย่างมาก

     

    แต่ว่าเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้วเกมนี้ถ้าพวกมันไม่ตาย ก็ต้องเป็นเขาและอวี้เหลียนที่ต้องตายเขารอนแรมไปทั่วโลกตั้งหลายปี หากต้องกลับมาตายด้วยน้ำมืออันธพาลกระจอก ๆแล้วเขาจะเอาหน้าไปสู้กับพี่น้องที่เคยร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาได้อย่างไร ?

     

     

    คล้ายกับเรื่องผู้ใหญ่หลิวยอดเกษตร (นิยายแปล) ที่คุณอ่าน

    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    152K 152
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    15.48M 4292
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    นิยาย แฟนตาซี
    3.26M 1036
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258