"ท่านแม่ทัพ ทหารของฝ่ายเมืองต้าลี่เข้ามาเพิ่มจากแนวเขามีทหารนับด้วยสายตาพันกว่านาย แต่เรากับเหลือกำลังพลไม่ถึงห้าร้อยข้าเกรงว่า..."
"ไม่ต้องถอย! ถังโจวของเราไม่เคยมีคำว่าแพ้ ข้าจะเป็ด่านหน้าเองส่วนพวกเ้านำกำลังล้อมเข้าโจมตีด้านข้าง วันนี้หากไม่ได้ชัยข้าจะขอตายพร้อมพวกเ้าที่นี่! "
เจียวลู่แม่ทัพที่เก่งกาจของเมืองถังโจว แม้จะเป็สตรีแต่นางก็ไม่เคยนำศึกใดแล้วพ่ายแพ้ด้วยความเก่งกาจและมันสมองที่ชาญฉลาดด้านกลยุทธ์ของนาง
ด้วยบิดาของนางและบรรพบุรุษต่างเป็แม่ทัพขุนนางระดับสูงเคียงข้างราชบัลลังก์มาหลายยุคหลายสมัย
แต่สมัยนางในคราแรกมารดามีเพียงนางที่เป็บุตรเพียงคนเดียวทำให้ เจียวลู่ต้องฝึกฝนตนเองอย่างหนักเพื่อสืบสานเจตนารมณ์ของผู้เป็บิดาและวงศ์ตระกูล
ถึงแม้เวลาต่อมามารดานางจะคลอดบุตรชายออกมาแต่เวลานี้นางในวัยเพียง 15 ปีก็สามารถออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่ผู้เป็บิดาจนเก่งกาจหาผู้ใดที่จะเอาชนะได้แล้ว
เสียงฆ่าศึกเข้ามาใกล้เหล่าทหารที่เห็นว่าแม่ทัพของตนสู้ไม่ยอมถอยก็ต่างฮึดสู้เช่นกัน หากนางสิงห์กระดูกเหล็กเอ่ยเช่นนี้แล้วศึกนี้ยังไงก็ต้องกำชัยชนะกลับเมืองถังโจวได้เป็แน่
เสียงต่อสู้ฟัน เสียงดาบกระทบกันดังระงมทั่วทั้งลานกว้าง ทหารทั้งฝ่ายถังโจวและต้าลี่ต่างล้มตายกันระนาว
ผ่านมาหลายชั่วยามไม่นานเสียงต่อสู้ก็สงบลงและแน่นอนว่าเป็ฝ่ายของแม่ทัพเจียวลู่ที่เป็ฝ่ายกำชัยชนะมาจนได้แม้จะมีทหารไม่มากก็ตาม
เสียงร้องด้วยความเ็ป ดังไปทั่วสนามรบเจียวลู่ที่บัดนี้าแเต็มไปทั่วร่างแต่ก็ไม่สามารถทำสิ่งใดกับนางได้บ้างเมืองสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด เจ็บเพียงเท่านี้แต่สามารถนำชัยชนะสู่บ้านเมืองได้นางก็ยอม
"คนที่ยังพอมีแรงพาคนเจ็บกลับค่าย รักษาตัววันนี้ข้าจะให้พวกเ้านอนเต็มอิ่ม! "
เย้! เย้! เย้!
แม้จะเหน็ดเหนื่อยแต่ได้รับชัยชนะบ้านเมืองกลับมาสงบสุขอีกครา แม้จะาเ็ปางตายก็ยิ้มออกมาได้เช่นนี้สิถึงสมเกียรติท่านแม่ทัพใหญ่
"ท่านแม่ทัพกลับค่ายเถอะขอรับท่านเองก็าเ็ไม่ใช่น้อย"
"อี้เฉินเ้าก็ควรกลับไปทำแผลพร้อมกันกับข้านะ"
เจียวลู่เอ่ยกับมือขวาคนสนิทที่สู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันมาหลายปี ฝีมือของอี้เฉินนั้นก็ไม่เป็สองรองผู้ใด
"ขอรับท่านแม่ทัพ"
ได้ยินเช่นนั้นเจียวลู่ก็ยกยิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อยก่อนจะควบม้ามุ่งหน้ากลับค่ายทหารที่ตั้งอยู่ไม่ใกล้จากที่แห่งนี้นัก
ข่าวการชนะศึกใหญ่ด้วยทหารที่เหลืออยู่ไม่กี่ร้อยนายนั้นดังไปทั่วเมืองหลวงและหัวเมืองใต้ เหนือ ออก ตก ผู้คนต่างยกย่องแม่ทัพเจียวลู่เป็ยอดทหารที่เก่งกาจไม่แพ้เจียวโจวบิดาของนางสมัยก่อน
"ฝ่าาบัดนี้แม่ทัพเจียวลู่ที่นำศึกปราบฏได้รับชัยชนะมีความดีความชอบสมควรให้รางวัลพ่ะย่ะค่ะ"
"ข้าก็เห็นเป็เช่นนั้น เจียวโจวท่านคิดเห็นว่าเช่นไรบ้าง บุตรของเ้าช่างเก่งกาจยิ่งนักสนแล้วที่เป็บุตรของเ้า"
อดีตแม่ทัพเจียวโจวขุนนางใหญ่ที่ทรงอำนาจอยู่ในเวลานี้ ผู้คนทั่วทั้งเมืองต่างยกย่องนับถือไม่ใช่ว่าเป็เพราะตระกูลโจวสายเืราชวงศ์แต่เป็เพราะคุณงามความดีที่คนในตระกูลสั่งสมมายาวนาน
"ทูลฝ่าาข้าไม่อาจร้องขอสิ่งใดแทนบุตรสาวของข้าได้ นางทำเช่นนี้เป็สิ่งที่ควรแล้วตระกูลกระหม่อมยินดีรับใช้ราชวงศ์จนวันสิ้นลมหายใจพ่ะย่ะค่ะ"
"ฮ่าๆ ข้าคิดไม่มีผิด คนเถรตรงเช่นท่านมีหรือจะ้าสิ่งใด เลื่อนขั้นแม่ทัพเจียวลู่และปูนบำเหน็จด้วยทองคำสองพันชั่ง เงินและเครื่องถ้วยทองอีกจนนางพอใจ ถ้านางถึงเมืองหลวงแล้วให้มาหาข้าด้วย"
"ขอบพระทัยฝ่าา"
เจียวโจวรีบคุกเข่าก้มหัวลงที่พื้นน้อมรับราชโองการขององค์ฮ่องเต้
"มีอีกๆ ข้าจะพระราชทานสวามีให้นาง ฉีิข้าจะให้เ้าแต่งกับแม่ทัพเจียวลู่เ้าคิดเห็นเช่นไร"
ฉีิบรรดิษฐ์หนุ่มรูปร่างงดงามบุตรชายเสนาบดีอ้ายิ บุรุษที่ท่วงท่าสง่างามสตรีทั่วทั้งเมืองต่างหมายตาแต่ก็ไม่มีผู้ใดทำให้คุณชายฉีิผู้นี้พอใจได้
แม้จะเป็เพียงบุรุษไร้ความสามารถในการฟันกระบี่แต่ความฉลาดหลักแหลมและความสุขุมนุ่มลึกนั้นกลับทำให้ผู้คนต่างเกรงขามในตัวชายผู้นี้มากอีกทั้งฉีิยังเป็มือขวาคนสนิทขององค์ฮ่องเต้เป็มันสมองที่ชาญฉลาดให้องค์ฮ่องเต้และเป็ที่โปรดปรานอย่างมาก
"ทูลฝ่าาข้าไม่มีข้อโต้แย้งใดพ่ะย่ะค่ะสุดแต่พระองค์จะบัญชา กระหม่อมพร้อมน้อมรับคำบัญชาพ่ะย่ะค่ะ"
"ฮ่าๆ ดีๆ เห็นไหมท่านโจวว่าที่บุตรเขยของท่านเชื่อฟังและแสนดีเพียงใด ข้าคิดว่าฉีิต้องถูกใจเจียวลู่บุตรสาวท่านเป็แน่ "
"พ่ะย่ะค่ะฝ่าา"
เจียวโจวเห็นด้วยกับราชโองการนี้ เจียวลู่อยู่สนามรบมานานหลายปีการกลับเมืองหลวงในครานี้นางคงจะมีเื่ให้ทำหลายเื่ไม่รู้เบื่อและบุรุษผู้นี้จะเป็ผู้ที่นางใช้ประโยชน์ได้ในภายหน้าแน่นอน
ข่าวเื่ที่ฮ่องเต้ทรงมีพระราชโองการยกคุณชายฉีิให้กับแม่ทัพเจียวลู่นั้นทำเอาสตรีทั่วทั้งเมืองต่างเศร้าใจ บางคนถึงขั้นกินไม่ได้นอนไม่หลับด้วยรับไม่ได้ที่คุณชายผู้เลอโฉมต้องแต่งกับแม่ทัพหญิงอัปลักษณ์ผู้นั้น
บุรุษหน้าตาดีท่วงท่าการวางตัวที่งดงามกลับถูกแม่ทัพเจียวลู่ผู้เหี้ยมโหดเอาไปได้
แถมยังมีข่าวลือว่าแม่ทัพลู่นั้นอัปลักษณ์เพียงใด นางถึงไม่กล้ากลับเมืองหลวงนานหลายสิบปี
ร่างกายคงจะบึกบึนร่างสูงใหญ่ดังชายชาตรี ใบหน้าขรุขระน่าเกลียดน่ากลัวเป็แน่ อีกทั้งในค่ายทหารมีแต่บุรุษนางเป็สตรีอยู่ที่แห่งนั้นผู้เดียวไม่แน่นางอาจไม่เหลือสิงใดให้ภูมิใจแล้วก็ได้
"ท่านิข้าเห็นใจท่านยิ่งนัก จะแต่งเมียทั้งทีกลับต้องแต่งกับแม่ทัพหญิงที่ทั้งเมืองเลื่องลือว่าโหดร้ายแถมอัปลักษณ์ยิ่งนัก "
องค์ชายอันโจวสหายคนสนิทของฉีิเอ่ยขณะนักดื่มน้ำชาสนทนาเื่วิชาการเมืองและภูมิศาสตร์ตามประสาบัณฑิต
"หม่อมฉันทำตามบัญชาขององค์ฮ่องเต้เื่อื่นหม่อมฉันไม่คิดเก็บมาใส่ใจ"
ฉีิตอบด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มแม้ในใจจะหวาดหวั่นเพียงใดแต่ก็ไม่แสดงออกมา นางจะเป็สตรีเช่นไรก็ช่างมาตอนนี้คงกลับคำไม่ได้แล้ว
"ฮ่าๆ เ้านี่สมแล้วที่เป็มือขวาคนสนิทรู้ใจของท่านพ่อ แต่ข้าขอเตือนเ้า สตรีที่อยู่กับทหารนับแสนนานเป็เวลานับสิบปีแล้วนางคงไม่ได้อ่อนหัดเื่บนเตียงหรอกนะ"
องค์ชายอันโจวเอ่ยกระซิบข้างหูให้ได้ยินเพียงสองคน แม่ทัพหญิงผู้นั้นไม่ได้มีเพียงความเก่งกาจเื่การรบที่เลื่องลือแต่นางมีเื่อื่นที่ผู้คนกล่าวขานอีกด้วย
ฉีิได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งเพิ่มความหวาดหวั่นในหัวใจ แต่เมื่อเป็บัญชาขององค์ฮ่องเต้แล้วก็ไม่อาจขัดได้อีกทั้งยังรู้สึกไม่พอใจที่บุรุษเอ่ยถึงสตรีเช่นนี้
"เื่ของหม่อมฉันน่าห่วงก็จริง แต่เื่การเลือกคู่ของพระองค์ก็ใช่ว่าจะไม่น่ากังวลใจนะพ่ะย่ะค่ะ"
"เฮ้อ...อย่าเอ่ยถึงเื่นี้กับข้าอีกเลยทำให้เสียบรรยากาศเปล่าๆ เ้าดูสิการจัดงานเลือกพระชายามีขึ้นเพื่อบังหน้าแท้จริงสตรีที่เป็ตัวตึงที่เสด็จแม่ทรงเลือกก็คือคุณหนูเจียลี่ สตรีที่งดงามที่สุดในเมืองนี้เชียวนะ"
"พระองค์ไม่ถูกใจนาง? "
"ใครว่าข้าก็ต้องชอบสตรีที่งดงามอ่อนช้อยอยู่แล้ว แต่เ้าไม่ได้ยินข่าวลือรึว่านางชอบพอในตัวเ้า"
"ข่าวลือก็เป็เพียงข่าวลือพระองค์ทรงอย่าเก็บมาใส่ใจเลยนะพ่ะย่ะค่ะ หม่อมฉันยังไม่มีสตรีนางใดที่ทำให้พอใจในเมืองนี้ยิ่งตอนนี้ตัวข้าไม่ใช่บุรุษตัวเปล่า พระองค์อย่างกล่าวเช่นนี้อีกจะเป็การดีมาก "
ในเวลานี้หากฉีิมีใจต่อนางจริงมันก็ไม่อาจเป็ไปได้แล้วเมื่อตัวเขามีคู่หมายที่เป็ถึงแม่ทัพใหญ่แห่งเมืองถังโจว ฟังจากความโเี้ของนางหากทำให้ไม่พอใจนางคงสังหารเขาเป็แน่