วิถีดาบห้าห่วง 五輪劍道

    บทที่ 34: ร่องรอยทมิฬ สัญญาณอันตราย

    บทที่ 34: ร่องรอยทมิฬ สัญญาณอันตราย

    หลังจากตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะมุ่งหน้าสะสาง "หนี้แค้นเล็กน้อย" กับอสูรผลึกคชสาร (晶化巨象) เหมิงเหยียน (孟言) ก็มิได้รอช้า เขากระชับห่อสัมภาระที่บรรจุแก่นผลึก (晶核) และดอกบัวผลึก (晶莲) ล้ำค่าไว้มั่น อุ้มเจ้า "ไก่" ปีกหักที่ยังคงหลับใหลอยู่ในอ้อมแขนข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างถือดาบคู่ที่สอดฝักเรียบร้อยแล้ว เขาหันหน้าเข้าสู่ความมืดมิดของทางเดินที่อสูรยักษ์ตัวนั้นจากไปอย่างเด็ดเดี่ยว

    เส้นทางนี้ลึกลงไปและดูจะคับแคบกว่าโถงถ้ำที่เขาจากมา แสงสว่างจากผลึกบนผนังเบาบางลงอย่างเห็นได้ชัด มีเพียงประกายเรืองรองจางๆ จากผลึกที่ฝังตัวอยู่ในเนื้อหินลึกๆ เท่านั้นที่พอจะส่องนำทาง อากาศเย็นเยียบและมีความอับชื้นมากขึ้น กลิ่นอายของดินและหินเก่าแก่ผสมปนเปกับกลิ่นพลังงานธาตุดิน (地) และน้ำ (水) ที่ดูจะเข้มข้นขึ้นเล็กน้อย

    เหมิงเหยียน (เร็นไซ - 古岳蓮齋) ก้าวเดินอย่างเชื่องช้าแต่สม่ำเสมอ ทุกย่างก้าวลงน้ำหนักอย่างมั่นคงตามหลัก "จิริน" (地輪) แต่ในขณะเดียวกันก็แฝงไว้ด้วยความพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนได้ทุกเมื่อดุจ "ซุยริน" (水輪) ประสาทสัมผัสทั้งหมดของเขา โดยเฉพาะการรับรู้ตามหลัก "ฟูริน" (風輪) ถูกเปิดกว้างเต็มพิกัด เขาเงี่ยหูฟังเสียงสะท้อนที่ละเอียดอ่อนภายในถ้ำ สังเกตทุกการเปลี่ยนแปลงของกระแสลมที่แผ่วเบา และกลิ่นอายที่อาจจะผิดปกติไป

    รอยเท้าขนาดมหึมาของอสูรผลึกคชสารปรากฏเป็นระยะบนพื้นถ้ำที่เริ่มมีดินโคลนชื้นแฉะปะปน บางแห่งมีเศษผลึกสีฟ้าที่แตกละเอียดตกอยู่ ซึ่งน่าจะหลุดออกมาจากร่างของมันขณะเคลื่อนไหว บ่งบอกว่ามันก็ได้รับบาดเจ็บไม่น้อยจากการปะทะครั้งก่อน และยังไม่ได้ฟื้นฟูเต็มที่นัก

    'รอยเท้ายังค่อนข้างใหม่...มันคงอยู่ไม่ไกลจากที่นี่นัก' เขาวิเคราะห์ในใจ 'และดูจากทิศทาง...มันกำลังมุ่งหน้าไปยังส่วนที่ลึกที่สุดของถ้ำแห่งนี้ หรืออาจจะเป็นแหล่งพลังงานสำคัญที่มันใช้พักฟื้น'

    เจ้าไก่ในอ้อมแขนขยับตัวเล็กน้อย มันปรือตามองสภาพแวดล้อมด้วยแววตาสีทองอำพันที่ยังคงอ่อนล้า แต่ก็มีความสงสัยใคร่รู้ฉายชัด มันส่งเสียง "กุ๊ก" เบาๆ ในลำคอ เหมิงเหยียนเหลือบมองมันแวบหนึ่ง 'ตื่นแล้วรึเจ้าตัวเล็ก...อย่างน้อยก็ยังไม่ส่งเสียงดังรบกวน'

    ขณะที่เขากำลังจะก้าวข้ามโขดหินเล็กๆ ที่ยื่นออกมาจากผนังถ้ำ จมูกของเขาก็พลันได้กลิ่นบางอย่าง... กลิ่นที่ "แตกต่าง" ไปจากกลิ่นอับชื้นของถ้ำและกลิ่นพลังงานธาตุดินน้ำตามปกติ มันเป็นกลิ่นอาย "ทมิฬ" จางๆ คล้ายกับกลิ่นของเหล่าเงาวิหคทมิฬ (暗影凶禽) ที่เขาเพิ่งจัดการไป แต่กลับมีความ "หนักแน่น" และ "เก่าแก่" กว่านั้นเล็กน้อย

    เหมิงเหยียนชะงักเท้าทันที ดวงตาหรี่ลง แววตาเปลี่ยนเป็นคมปลาบ เขาค่อยๆ วางร่างเจ้าไก่ลงบนพื้นหินที่แห้งสนิทใกล้กับผนังถ้ำอย่างแผ่วเบา "อยู่ตรงนี้ อย่าส่งเสียง" เขาพึมพำเสียงเรียบ แม้จะไม่แน่ใจว่ามันจะเข้าใจหรือไม่ แต่เจ้าไก่กลับมองเขาด้วยแววตาที่ดูจะ "รับรู้" และนั่งนิ่งไม่ขยับเขยื้อน

    เขาย่อตัวลงเล็กน้อย เพ่งพิจารณาร่องรอยบนพื้นถ้ำบริเวณนั้นอย่างละเอียด นอกเหนือจากรอยเท้าของอสูรผลึกคชสารแล้ว เขาสังเกตเห็น "รอยขีดข่วน" แปลกๆ บนผนังหินบางจุด รอยนั้นไม่เหมือนรอยกรงเล็บของอสูรทั่วไป แต่ดูคล้ายกับรอยของ...บางสิ่งที่แหลมคมและมี "พลังกัดกร่อน" อีกทั้งยังมี "เศษขนสีดำสนิท" เล็กๆ สองสามเส้นตกอยู่ตามซอกหิน

    'กลิ่นอายทมิฬนี่...และร่องรอยเหล่านี้...ไม่ใช่ของเจ้าช้างผลึกแน่' เขานึกอย่างเยือกเย็น 'หรือว่าในเส้นทางนี้ ยังมีอสูรหรือสิ่งมีชีวิตประเภทพลังงานด้านลบอื่นอาศัยอยู่อีก? หรือว่า...พวกมันกำลัง "ตามรอย" เจ้าช้างผลึกเช่นเดียวกับข้างั้นรึ?'

    ความคิดนั้นทำให้เขารู้สึกถึง "สัญญาณอันตราย" ที่เพิ่มมากขึ้น การเดินทางเพื่อ "สะสางบัญชี" อาจจะไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คาดไว้ในตอนแรกเสียแล้ว หากมี "มือที่สาม" เข้ามาเกี่ยวข้อง สถานการณ์ย่อมซับซ้อนและคาดเดาได้ยากยิ่งขึ้น

    เจ้าไก่ที่นั่งนิ่งอยู่ พลันส่งเสียง "จิ๊บๆ" แผ่วเบา ดวงตาสีทองอำพันของมันจับจ้องไปยังเงามืดลึกเข้าไปในทางเดินเบื้องหน้า ขนคอของมันลุกชันขึ้นเล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัด

    'เจ้าตัวเล็กนี่...มันรับรู้ถึงบางสิ่งได้เร็วกว่าข้างั้นรึ?' เหมิงเหยียนมองตามสายตาของมันไป ความรู้สึกถึง "อันตรายที่มองไม่เห็น" เริ่มก่อตัวขึ้นในใจอย่างช้าๆ แต่ชัดเจน

    (จบตอนที่ 34)

    คล้ายกับเรื่องวิถีดาบห้าห่วง 五輪劍道 ที่คุณอ่าน