第四十八章
ทั้งสามปรับท่าทีโกรธเกรี้ยวให้กลับมาเป็นนิ่งเฉยราวกับไม่มีเรื่องขุ่นใจมาก่อน มีเพียงจื่อหลงที่เงยหน้าขึ้นยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยหากไม่เลยไปถึงดวงตาแม้สักนิด ปู้เฉินและหมอเหยียนสบตากันเพียงเล็กน้อยแล้วเมินหน้าหนีคนละทิศทาง
"เจ้าเองก็เข้ามาสิ"ไห่เปียวเดินทอดขาเข้ามาช้าๆก่อนจะทรุดลงนั่งข้างจื่อหลง
"พวกท่านไปไหนกันมาหรือ"
"สะสางงานด้านนอกเล็กน้อยตอนนี้เสร็จแล้ว เจ้าเตรียมตัวเดินทางพร้อมแล้วหรือไม่ พวกเราจะออกเดินทางในยามจื่อ(23.00-24.59น)"ไห่เปียวนั้นในใจกรุ่นไปด้วยความโกรธ แน่นอนเขาได้รับข่าวจากนกพิราบที่บิดาของเขารายงานมาแล้วว่ากลุ่มคนที่ลอบติดตามล้วนตายหมดจึงทำให้ไม่รู้ว่าคนที่จื่อหลงเดินทางไปหาคือที่ใดแน่ เพียงแต่จำต้องกล้ำกลืนความโกรธเอาไว้ภายใต้สีหน้าแย้มยิ้ม
"เรียบร้อยแล้วขอรับ สัมภาระทั้งหมดยกขึ้นรถเทียมม้าหมดแล้ว"เขาพยักหน้าแล้วเดินมานั่งลงข้างจื่อหลง
"ข้ากังวลทั้งวันกลัวท่านเกิดเรื่อง"
"ข้า? ตัวข้าจะเกิดเรื่องอะไรอันใดได้อีก ถ้าไม่มีคนสร้างเรื่องให้แก่ข้า"จื่อหลงพูดด้วยน้ำเสียงเนิบนาบยากจะคาดเดาว่าคิดเรื่องใดอยู่
"เป็นเช่นนั้น"ไห่เปียวพยักหน้าอีกครั้ง ใช้มือข้างหนึ่งรวบชายแขนเสื้อขาวของตัวเองแล้วใช้มือที่วางหยิบกาชารินลงจอกให้แก่จื่อหลง
"เช่นนั้นวันนี้ท่านมีเวลาให้แก่ข้าหรือไม่"
"ข้ามีงานให้ต้องสะสางอีกมาก คงไม่ว่าง"จื่อหลงตอบเสียงราบเรียบ ไห่เปียวถอนหายใจเล็กน้อยคิดตื้นเขินว่าคนผู้นี้คงไม่รู้ตื้นลึกเรื่องชายกลุ่มนั้น
"ข้าเข้าใจ เช่นนั้นท่านก็จัดการธุระของท่านเถอะข้าจะไปดูความเรียบร้อย"ไห่เปียวเอ่ยเสียงค่อย ไม่สังเกตอาการของจื่อหลงที่กำจอกชาบีบแน่นจนเกิดรอยร้าว ทั้งสามลุกขึ้นอย่างรวดเร็วทิ้งไห่เปียวมองตามหลังด้วยสายตาขุ่นข้อง
"ข้าพยายามจะอดทนกับเขา แต่คงได้อีกไม่นาน"จื่อหลงกำหมัดกระแทกกับเสาระหว่างทางเดินในห้องโถงจนเกิดรอยยุบ
"ใจเย็นเถอะวันนี้เราเดินทางกลับไปที่เมืองหลวงทุกอย่างจะต้องถูกสะสาง"หมอเหยียนปลอบใจ
"นั่นสิขอรับอดทนอีกนิดเดียว พอทุกอย่างขาวสะอาดแล้วคุณชายฟ่านจะได้อยู่อย่างภาคภูมิ"ปู้เฉินเสริมคำพูดของหมอเหยียน จื่อหลงถอนหายใจด้วยความอัดอั้น
"อืม ข้ารู้ ขอบใจพวกท่านมากที่คอยอยู่ข้างกายข้าตลอด"
"ขอบใจทำไม มิใช่พวกเราคือครอบครัวเดียวกันหรอกหรือ"หมอเหยียนย้ำอีกครั้ง เขาหันกลับไปมองหน้าปู้เฉินที่พยักหน้าเห็นด้วยถึงกับมีฝ้ารื้นอยู่ในดวงตา
"นั่นสิพวกเราคือครอบครัวเดียวกัน"จื่อหลงยกมือไขว้หลังกำเอาไว้แน่นเพื่อสะกัดอารมณ์ที่เอ่อล้นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก พวกเขาทั้งสามก้าวเดินพร้อมกันไปช้าๆ
การเดินทางเข้าสู่เมืองหลวงไร้อุปสรรคทุกอย่างราบรื่น แน่นอนเป็นจื่อหลงวางกำลังพลของเขาเอาไว้ตามแนวเส้นทาง สิ่งที่ต้องขจัดพวกเขาก็ทำได้อย่างไร้ร่องรอยให้สืบต่อ สิ่งใดต้องเพิ่มเติมพวกเขาก็เสริมเข้าไปโดยไม่ติดขัด ข่าวสารจากถ้ำยังส่งมาอย่างต่อเนื่องเพื่อมิให้จื่อหลงกังวล กระทั่งถึงเมืองหลวงพวกเขาจัดแจงทุกอย่างให้เข้าที่ แน่นอนร้านขายเครื่องเขียนที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวงเป็นของเขา ภัตตคารที่มีของอร่อยขึ้นชื่อ โรงเตี้ยมที่มีห้องพักหรูหรากว่าที่อื่นรวมถึงหอบรรเทิง ที่วึ่งรวบรวมสาวงามและชายที่มากฝีมือมาแสดงศิลปะทั้งบรรเลงดนตรี วาดภาพ และบทกวีล้วนคัดสรรมาอย่างดี กว่าจะเข้ารูปเข้ารอยต้องใช้เวลาไปกว่าครึ่งเดือน ไห่เปียวกลับเข้าจวนของตนเอง ล้วนแล้วแต่มาจากเถ้าแก่เหวินจื่อหลงทั้งนั้น ชนชั้นสูงเหล่าฮูหยินขุนนางอีกทั้งในราชสำนักต่างออกมาใช้บริการนั่นหาใช่ข้อแตกต่างเหล่าชนชั้นกลางก็ยังสามารถใช้บริการได้ด้วยเพราะมิได้มีราคาสูงลิบจนจับต้องไม่ได้
"ปู้เฉิน"
"ขอรับ"
"ไห่เปียวหายหน้าไปนานเจ้าให้คนไปสืบดูว่าเขากำลังวางแผนสิ่งใดอยู่"
"ข้าให้คนติดตามแล้วขอรับ ข่าวสารอยู่ในมือข้าแล้วเพียงแต่ช่วงนี้พวกเรายุ่งจนมิได้ใส่ใจ"
"อืม เขาคิดการสิ่งใดอยู่"
"เขากำลังเข้าเฝ้ากับองค์ไทเฮา เพื่อจะคุยเรื่องของตระกูลท่าน อีกทั้งยังกำลังตระเตรียมงาน.. เอ่อ.."ปู้เฉินมิกล้าเอ่ยออกมาจนจบเกรงว่าจะกวนน้ำใสให้ขุ่น
"ว่ามา"
"งานมงคลขอรับ"
"หือ? งานมงคล"ปู้เฉินพยักหน้าหงึกหงัก เมื่อมองเห็นใบหน้ามีคำถามของจื่อหลง
"หมายถึงข้างั้นหรือ"จื่อหลงชี้นิ้วมาที่ใบหน้าตนเอง
"ขอรับ"แน่นอนเสาเรือนยอมมีรอยแหว่งจากการต่อยตีระบายอารมณ์ของจื่อหลงอีกเช่นเคย
"ขัดขวาง! ขัดขวางจนถึงที่สุดเข้าใจไหม"
"ขอรับ ขอรับ ข้าได้สั่งการลงไปแล้ว เรื่องนี้คงไม่ง่ายขอท่านวางใจ จริงสิขอรับ ตอนนี้โรงหมอของท่านหมอเหยียนใกล้เสร็จแล้วท่านจะไปตรวจทานหรือไม่ อีกอย่างตอนนี้หลักฐานที่อยู่ในมือพร้อมหมดแล้ว "ร้านไฉ่สิ่ง" ตอนนี้คนใรราชวงค์ออกมาเลือกดูสินค้ากระทั่งรัชทายาทยังมาขอรับ"
"อืม วันนี้จะไปที่ร้านหมอยาจากนั้นเราเข้าไปที่ร้านไฉ่สิ่งกัน ข้าสังหรณืใจว่าเราจะได้เจอคนที่ต้องการ"
"ขอรับ"ทั้งคู่เปลี่ยนเครื่องแต่งกายเสียใหม่ให้แลดูคล้ายเหล่าพ่อค้ามั่งมีเงินทอง เสื้อผ้าสีสันสดใสนุ่มลื่นจากแพรที่นำมาจากเส้นทางสายไหม ถึงกระนั้นก็หาได้ลดทอนตวามเป็นชนชั้นสูงของทั้งคู่ได้ จากนั้นพวกเขาออกไปหาหมอเหยียนที่กำลังสั่งการให้คนคัดแยกสมุนไพรใส่ลงในลิ้นชักสูงจรดเพดาน
"ท่านหมอเหยียน"
"อ้าว มากันแล้ว หึหึ แต่งตัวเป็นพ่อค้าเต็มตัวเลยนะพวกเจ้า"
"แน่นอนก็พวกข้าเป็นพ่อค้านี่นา ว่าแต่วันนี้ข่าวแจ้งว่าฝ่าบาทจะเสด็จมาดูสินค้าในร้าน"จื่อหลงลดเสียงลงกระซิบข้างหู หมอเหยียนลูบเคราขาวแล้วพยักหน้าช้าๆ
"อืม ถูกต้อง เขามาแน่"จื่อหลงตาแวววับยกมุมปากยิ้มเหยี้ยมเกรียม
"ถึงเวลาสะสางแล้วสินะ"เขาลูบอกตัวเองไปมาช้าๆ แน่นอนด้านในคือจดหมายที่เก่าจนเหลืองหากตัวหนังสือมิได้จืดจางตามกาลเวลา
"ใช่ถึงเวลาที่ต้องสะสางแล้ว"หมอเหยียนตบไหล่เขาเบาๆ
"เช่นนั้นพวกเราก็ไปกันเถอะ"ทั้งสามกระชับสาบเสื้อให้เรียบใช้มือลูบผมให้หายยุ่งเหยิงก่อนจะก้าวเท้าออกจากร้านยาด้วยความมุ่งมั่นตรงไปยังร้านไฉ่สิ่ง เมื่อเข้าไปภายในผู้คนหลากหลายต่างยืนเลือกสินค้าทว่ามีกลุ่มหนึ่งที่แปลกแยกไม่เหมือนผู้ใด ชายที่ดูคล้ายหัวหน้ากลุ่มใส่เสื้อแพรสีเทาใบหน้าแม้จะสูงวัยแต่ทว่าดูมีสง่าราศีผิดผู้อื่นมือขาวสะอาดจับพัดด้ามจิ้วโบกไปมาช้าๆ มืออีกข้างไขว่ไปด้านหลังยืนพิจารณากระจกมันวาวจากทองเหลืองที่สั่งเข้ามาใหม่
"ยิ่งเจิ้นก็ยิ่งดูดี ใช่ไหม"เขาหันไปถามคนที่ยืนค้อมหลังอยู่ด้านข้างแม้จะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสามัญทว่าก็ยังรู้อยู่ดีว่าชายผู้นี้หาใช่ชายแท้
"พะย่ะ.. เอ้อขอรับนายท่าน"
"อืม"จื่อหลงเพ่งมองคนผู้นั้นด้วยความคิดสับสนทั้งเคียดแค้น ทั้งเจ็บช้ำอัดแน่นอยู่ในอก เขากำหมัดแน่นข้างลำตัว หมอเหยียนและปู้เฉินรับรู้ความรู้สึกนั้นดี ได้แต่มายืนขนาบข้างคล้ายให้กำลังใจ
"ตั้งสติให้มั่น"หมอเหยียนเอ่ยช้าๆ
"ข้ารู้"จื่อหลงตอบกลับเสียงเบา เขาลากขาก้าวไปช้าๆรู้สึกหนักอึ้งราวพันชั่ง
"ท่าน.."จื่อหลงเอ่ยทักแต่พูดประโยคต่อไปไม่ออก ชายผู้นั้นหันกลับมาตามเสียง แน่นอนยามทั้งคู่สบสายตากันความรู้สึกที่บอกไม่ถูกปรากฏขึ้นทั้งสองฝ่าย ฝ่ายแรกคือฮ่องเต้องค์ปัจจุบันเพ่งมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาตื่นตะลึง เขาเหมือนกับคนผู้หนึ่งมากโดยเฉพาะดวงหน้าคมเข้มนั่น ถึงแม้จะมีความแข็งกระด้างของบุรุษเพศแต่คล้ายสตรีนางนั้นยิ่งนัก ดวงตาเหยี่ยวนี่กลับกลายเป็นคล้ายเขายามที่ยังอ่อนเยาว์ เขาเจ็บแปลบที่ทรวงอกจนอยากจะยกมือกุมเอาไว้ ทว่าด้วยความที่อยู่เหนือบัลลังก์มาเนิ่นนานการเก็บสีหน้าอาการย่อมเหนือกว่าผู้ใด
"เจ้า.."จื่อหลงได้ยินเสียงทักกลับในใจเต้นกระหน่ำดั่งกลองศึก ไม่รู้ว่าตนเองต้องการสิ่งใดกันแน่ในใจร้อนผ่าวอัดอั้น คนผู้นี้กระทั่งยืนเฉยๆยังสามารถกดดันเขาได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ เขากระแอมให้ลำคอโล่งก่อนจะฝืนยิ้ม
"นายท่านท่านนี้ นี่คือสินค้าตัวใหม่ขอรับ"
"งะ..งั้นหรือ"
"ท่านสนใจหรือขอรับ ร้านของเรายังมีสินค้าจะเส้นทางสายไหมแปลกๆอีกหลายอย่างหากท่านสนใจจริงๆในห้องด้านหลังมีมากมาย"
"ข้าสนใจ เจ้าพาข้าไปเถอะ"เขาตอบกลับคล้ายคนละเมอเดินตามจื่อหลงไปยังห้องด้านหลัง คนติดตามสี่ห้าคนเดินตามไปด้วยแต่ถูกฝ่ามือขาวยกขึ้นห้าม
"ไม่ต้องตามไป"
"แต่ว่า"หนึ่งในนั้นประท้วงขึ้น
"รอนี่"น้ำเสียงหนักแน่นทำให้ทุกคนต้องยืนนิ่งอยู่กับที่ เขาเดินตามร่างสูงของจื่อหลงไปช้าๆสายตาสำรวจแผ่นหลังกว้างไม่รู้ในใจคิดสิ่งใดกันแน่ จื่อหลงหยุดอยู่หน้าประตูเลื่อนวาดรูปนกกระสาโบยบิน
"ของอยู่ด้านในขอรับ เชิญท่าน"เขาเอื้อมมือไปเลื่อนบานประตูให้เปิดออก ก่อนจะผายมือให้ผู้สูงวัยเข้าไปก่อน คนผู้นั้นก้าวเท้าเข้าไปในห้องสายตากวาดมองไปรอบๆ จื่อหลงก้าวตามหลังปิดประตูจนสนิท ราวกับสื่อถึงกันได้ทั้งคู่หันกลับมาเผชิญหน้ากัน
"เจ้า"ฮ่องเต้เอ่ยปากคำแรก
"ฝ่าบาท"แน่นอนเพียงคำตอบรับทำให้ฮ่องเต้ถอนหายใจฝืนยืม
"เจ้ารู้แล้วสินะ"
"แน่นอนพะย่ะค่ะ"
"เจ้าคือใคร"
"ฝ่าบาทพอจะเดาออกหรือไม่พะย่ะค่ะว่าข้าคือผู้ใด"องค์ฮ่องเต้ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะบอกว่า
"เจ้าบอกมาเถอะอย่าให้คนแก่อย่างข้าคาดเดาเลย"จื่อหลงไม่ตอบเพียงแค่ล้วงเอาจดหมายจากอกเสื้อยื่นส่งให้ ครั้นฮ่องเต้ได้เปิดอ่านมือขาวถึงกับสั่นระริก
"เจ้า...เจ้าเป็น"
"ข้าไม่รู้ว่าท่านจะเชื่อหรือไม่ แต่ข้าคือบุตรคนหนึ่งที่เกิดจากท่านแม่"ฮ่องเต้เชื่อสนิทใจ เพราะเหตุใดน่ะหรือ ก็เพราะหนุ่มวัยฉกรรณ์ตรงหน้าผสมผสานระหว่างตัวเขากับนางชัดเจน
"ท่านหญิง..."เขาครางเสียงแผ่ว
"ท่านแม่ไม่อยู่แล้วพะย่ะค่ะตระกูลของข้าถูกใส่ร้ายและถูกลงโทษจนไม่เหลือใครแล้วยกเว้นตัวข้า"จื่อหลงเอ่ยเสียงเข้มดวงตาแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือด
"ขะ..ข้า"ฮ่องเต้กลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก แน่นอนเรื่องนี้เขารู้ดี ด้วยความหูเบาเขาจึงหลงผิดสั่งประหารทั้งตระกูล ยังโชคดีที่ยังเหลือตัวแทนของนางยืนอยู่ตรงหน้าเขา
"พ่อ...ข้า...เจ้า"คำพูดสับสนที่พยายามจะเอ่ยออกมามิได้ทำให้จื่อหลงตื้นตัน กลับทำให้เขาเจ็บแค้นมากกว่าเดิม
"บิดาของข้ามีเพียงคนเดียวเท่านั้น"
"เหลวไหล! เจ้าก็รู้เรื่องราวในอดีตดี เจ้าจะหนีความจริงงั้นหรือ"
"เหลวไหลหรือพะย่ะค่ะ ท่านจะให้ข้าเข้าใจท่านตรงไหน ท่านสั่งประหารสกุลเหวินทั้งตระกูล ท่านเองก็รู้ดีว่าท่านแม่อยู่กับท่านพ่อเหตุใดท่านจึงใจร้ายนัก"
"ข้าไม่..ข้าไม่ได้ใจร้าย แต่ราชวงค์จำต้องเข้มแข็งหากมีรอยรั่วราชวงค์จะดำรงค์อยู่ได้อย่างไร"จื่อหลงได้ยินคำตอบเขาเอื้อมมือมาดึงจดหมายเก่าเหลืองนั้นออกจากมือฝ่าบาท
"เช่นนั้น ท่านก็ไม่สมควรจะได้เก็บมันเอาไว้"
"หยุดนะ!"เสียงตวาดหาได้ทำให้จื่อหลงเกรงกลัวไม่ เขาหัวเราะเยาะเสียงเบา
"ท่านสั่งข้าหรือ ท่านรู้ตัวหรือไม่หากข้าสังหารท่านมันง่ายแค่กระพริบตา"
"เจ้า!"