การเกิดใหม่อีกครั้งของนักอัญเชิญอสูร

    ตอนที่ 67 ถุงมือผีเสื้อหิมะ

           ในทันทีที่ออกมาจากคฤหาสน์ตระกูลไป๋ ฉิงเหม่ยได้ยกเลิกการใช้ร่างนักสู้ จากนั้นนางได้กระโดดขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่ที่เหวินหนิงถังหลบซ่อนตัวอยู่
           เมื่อขึ้นมาถึงบนต้นไม้ใหญ่ ฉิงเหม่ยได้กล่าวถามเหวินหนิงถังที่กำลังยืนตกตะลึงอยู่ว่า “หนิงถังคฤหาสน์ตระกูลเพ่ยอยู่ไกลหรือไม่ ?”
           “ฉิงเหม่ยเจ้าช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก ข้าไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าเจ้าเพียงคนเดียวก็สามารถจัดการกับตระกูลไป๋ได้ทั้งตระกูล !” เหวินหนิงถังกล่าวชื่นชมฉิงเหม่ย
           “ข้าเพียงแค่ต่อสู้ ตามที่นายท่านเคยสอนเท่านั้น” ฉิงเหม่ยกล่าวกับเหวินหนิงถัง
           “ฮ่าๆ หลังจากได้ยืดเส้นยืดสายเล็กน้อยแล้ว เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้างฉิงเหม่ย” หวังเหว่ยในชุดสีดำสวมใส่หน้ากากสีขาวได้ยกเลิกการใช้ทักษะล่องหนและได้ปรากฏตัวออกมาอยู่ข้างฉิงเหม่ย
           “นายท่าน! ข้ารู้สึกว่าพลังปราณอสูรของข้าเริ่มมีความสมดุลมากขึ้น อีกทั้งระดับเลเวลของข้ายังใกล้จะเพิ่มขึ้นแล้วเจ้าค่ะ” ฉิงเหม่ยกล่าวกับหวังเหว่ย
           “นายท่าน ท่านสอนทักษะล่องหนให้กับข้าได้หรือไม่เจ้าค่ะ ?” เหวินหนิงถังกล่าวถามหวังเหว่ยด้วยความคาดหวัง
           หวังเหว่ยได้ยิ้มให้กับเหวินหนิงถัง “ได้แน่นอน ฉิงเหม่ยเจ้าเองก็ยังไม่ได้เรียนรู้ทักษะล่องหน ข้าจะสอนพวกเจ้าสองคนพร้อมกันเลยก็แล้วกัน”
           “ขอบคุณนายท่านเจ้าค่ะ” หญิงสาวทั้งสองกล่าวพร้อมกัน
           “เช่นนั้นเรากลับไปในมิติแดนอสูรกันก่อน” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้นำหญิงสาวทั้งสองกลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูรพร้อมกับตนเอง
           วูบ
    มิติแดนอสูร
           หลังจากทักทายเหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์และเดินมาถึงอาคารที่พักส่วนตัวแล้ว หวังเหว่ยได้กล่าวขึ้นว่า “เหวินหนิงถังข้าไม่อนุญาตให้เจ้านำทักษะล่องหนหรือทักษะอื่นที่ข้าได้สอนให้กับเจ้าหลังจากนี้ไปสอนให้กับคนที่ไม่ได้ทำสัญญากึ่งอสูรกับข้า เจ้าเข้าใจหรือไม่ ?”
           เหวินหนิงถังพยักหน้าตอบรับคำกล่าวของหวังเหว่ยอย่างหนักแน่น “ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะนายท่าน”
           “ดีมาก เช่นนั้นข้าจะเริ่มสอนทักษะล่องหนให้พวกเจ้าทั้งสอง” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้เริ่มสอนทักษะล่องหนให้กับฉิงเหม่ยและเหวินหนิงถัง
           เวลาผ่านไปสิบนาที หวังเหว่ยได้สอนเคล็ดลับวิธีการฝึกฝนทักษะล่องหนให้กับหญิงสาวทั้งสองเสร็จเรียบร้อย จากนั้นเขาได้ให้หญิงสาวทั้งสองคนฝึกฝนทักษะล่องหนด้วยตนเองต่อ
           ส่วนเขาได้แยกตัวออกมาและเริ่มใช้ทักษะเทพหลอมสร้าง สร้างถุงมือระดับมหากาพย์ขึ้นมาหนึ่งคู่ โดยใช้แร่โลหะหินเหล็กในการหลอม
           เวลาผ่านไปยี่สิบนาที หวังเหว่ยได้หลอมสร้างถุงมือวิเศษสีขาวนวลที่เปล่งประกายระยิบระยับคู่หนึ่งเสร็จเรียบร้อย จากนั้นเขาได้ใช้ทักษะเทพหลอมสร้าง ปรับแต่งเสริมคุณสมบัติพิเศษให้กับถุงมือ โดยใช้แก่นอสูรของราชินีหนอนผีเสื้อหิมะระดับเลเวล50
           วูม วูม
           เวลาผ่านไปสิบนาที หวังเหว่ยได้ปรับแต่งเสริมคุณสมบัติให้กับถุงมือระดับมหากาพย์เสร็จเรียบร้อย โดยถุงมือได้มีความยืดหยุ่นอ่อนนุ่มมากขึ้น และได้รับคุณสมบัติพิเศษแช่แข็ง "มีโอกาสเล็กน้อยทำให้ผู้ที่ถูกโจมตีขยับตัวไม่ได้เป็นเวลาสามวินาที"
           “ฟู่ว เสร็จเรียบร้อย ถุงมือคู่นี้คงเหมาะสมกับฉิงเหม่ย” หวังเหว่ยยิ้มออกมาเล็กน้อยขณะมองดูถุงมือระดับมหากาพย์ที่ตนเองสร้างขึ้นอย่างพิถีพิถัน
           “พวกเราฝึกฝนทักษะล่องหนสำเร็จแล้วเจ้าค่ะนายท่าน” ฉิงเหม่ยกล่าวกับหวังเหว่ยเมื่อเห็นเขาหลอมสร้างอุปกรณ์วิเศษเสร็จเรียบร้อยแล้ว
           “ทักษะการหลอมสร้างของนายท่านช่างวิเศษสมกับคำเล่าลือจริงๆเจ้าค่ะ” เหวินหนิงถังกล่าวอย่างชื่นชมเมื่อได้เห็นความสามารถในการหลอมสร้างของหวังเหว่ย โดยหญิงสาวทั้งสองได้ยืนมองหวังเหว่ยเคลื่อนไหวมือไปมา เพื่อหลอมสร้างอุปกรณ์ด้วยความประณีตละเอียดซับซ้อน อย่างน่าตื่นตาตื่นใจมาได้สักพักหนึ่งแล้ว
           “ฮ่าๆ เจ้าก็ชมข้าเกินไป ถุงมือระดับมหากาพย์ชิ้นนี้ ข้าได้สร้างให้กับฉิงเหม่ย ส่วนอุปกรณ์ของเจ้า รอให้เจ้าสร้างผลงานได้มากกว่านี้ ข้าจะสร้างให้”
           “ขอบคุณนายท่านเจ้าค่ะ” เหวินหนิงถังกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
           “ข้าได้ตั้งชื่อให้กับถุงมือคู่นี้ว่า "ถุงมือผีเสื้อหิมะ" ฉิงเหม่ยเจ้ารับถุงมือคู่นี้ไป” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้มอบถุงมือผีเสื้อหิมะให้กับฉิงเหม่ย “เอาล่ะ ได้เวลาแล้ว ข้าจะพาพวกเจ้าทั้งสองออกจากมิติแดนอสูร” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้นำหญิงสาวทั้งสองรวมถึงตนเองออกไปจากมิติแดนอสูรในทันที
           วูบ
    ณ บนต้นไม้ใหญ่ใกล้กับคฤหาสน์ตระกูลไป๋
           “พวกเราจะใช้ทักษะล่องหนเดินทางไปยังคฤหาสน์ตระกูลเพ่ย พวกเจ้าสามารถรับรู้ถึงกันและกันได้ผ่านสัญญาสัตว์อสูรและสัญญากึ่งอสูร” หวังเหว่ยกล่าวกับฉิงเหม่ยและเหวินหนิงถัง
           “รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน” ฉิงเหม่ยและเหวินหนิงถังกล่าวพร้อมกัน จากนั้นหญิงสาวทั้งสองรวมถึงหวังเหว่ยได้ใช้ทักษะล่องหนเดินทางไปยังคฤหาสน์ตระกูลเพ่ยในทันที
           ในระหว่างที่ทั้งสามกำลังใช้ทักษะวิชาตัวเบากระโดดข้ามอาคารต่างๆ เพื่อไปยังคฤหาสน์ตระกูลเพ่ย หวังเหว่ยได้กล่าวขึ้นมาว่า “เหวินหนิงถังอีกไกลหรือไม่กว่าพวกเราจะไปถึงคฤหาสน์ตระกูลเพ่ย”
           “หากพวกเราใช้ความเร็วประมาณนี้ คงอีกราวสามสิบนาทีเจ้าค่ะนายท่าน”
           “อืม เช่นนั้นในระหว่างนี้ เจ้าช่วยเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตระกูลเพ่ยให้ข้าและฉิงเหม่ยฟังก็แล้วกัน”
           “เจ้าค่ะนายท่าน ตระกูลเพ่ยมีผู้นำตระกูลชื่อเพ่ยซานลู่ ระดับเลเวล53 คลาสอาชีพนักอัญเชิญอสูรผู้เชี่ยวชาญ เขามีบุตรชายหนึ่งคนชื่อเพ่ยซานอู่ ระดับเลเวล40 คลาสอาชีพนักอัญเชิญอสูรฝึกหัดขั้นสูง
           ส่วนนักสู้ยอดฝีมือในตระกูลเพ่ยมีอยู่ประมาณร้อยกว่าคน มีระดับเลเวล41ถึง47 และมียอดฝีมือระดับเลเวล49 คลาสอาชีพนักอัญเชิญอสูรผู้เชี่ยวชาญหนึ่งคนที่คอยทำงานสำคัญให้กับเพ่ยซานลู่เจ้าค่ะ”
           “โอ้! ตระกูลนักอัญเชิญอสูรสินะ ช่างน่าสนใจ เช่นนั้นพวกเรารีบไปที่นั่นกันเลย”
           “เจ้าค่ะนายท่าน” ฉิงเหม่ยและเหวินหนิงถังกล่าวกับหวังเหว่ย จากนั้นทั้งสามคนได้เร่งความเร็วของทักษะวิชาตัวเบาเพื่อไปยังคฤหาสน์ตระกูลเพ่ย
           เวลาผ่านไปสิบห้านาที
           “พวกเราใกล้จะถึงคฤหาสน์ตระกูลเพ่ยแล้วเจ้าค่ะนายท่าน คฤหาสน์ข้างหน้านั้นคือคฤหาสน์ของตระกูลเพ่ยเจ้าค่ะ” เหวินหนิงถังกล่าวกับหวังเหว่ย
           หลังจากได้ยินคำกล่าวของเหวินหนิงถัง หวังเหว่ยได้มองเข้าไปในคฤหาสน์ตระกูลเพ่ย ซึ่งภายในนั้นมีอาคารไม้สองชั้นอยู่นับร้อยหลัง ศาลาไม้กลางแจ้งที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงามหลายแห่ง และมีคฤหาสน์อีกนับสิบหลังถูกสร้างล้อมรอบคฤหาสน์หลังใหญ่หลังหนึ่งที่ดูหรูหราและมีกลิ่นอายของความโบราณแฝงอยู่
           เวลาผ่านไปครู่หนึ่งทั้งสามคนได้มาถึงยังหลังคาของคฤหาสน์ตระกูลเพ่ย “ฉิงเหม่ยในเมื่อพวกเขาเป็นตระกูลนักอัญเชิญอสูร เช่นนั้นเจ้าก็แปลงร่างกลับไปเป็นสัตว์อสูรและบุกเข้าไปในคฤหาสน์เลยก็แล้วกัน อย่าลืมใส่ถุงมือผีเสื้อหิมะด้วยล่ะ แม้ว่าเจ้าจะอยู่ในร่างของสัตว์อสูรถุงมือวิเศษของเจ้าก็สามารถยืดหยุ่นให้เหมาะสมกับรูปลักษณ์ของเจ้าที่เปลี่ยนแปลงไปได้”
           “รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน” หลังจากกล่าวจบฉิงเหม่ยได้กระโดดเข้าไปภายในคฤหาสน์ตระกูลเพ่ย และได้แปลงร่างกลับไปเป็นสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์จิ้งจอกขาวราตรีนิรันดร์ที่มีขนาดสูง6เมตร นางมีใบหูที่สวยงามตั้งตรง นัยน์ตาสีฟ้า ขนสวยงามสีขาวตลอดทั้งตัว หางยาวขนฟูดูนุ่มนิ่มเป็นอย่างมาก
           หลังจากแปลงร่างเสร็จ ฉิงเหม่ยได้วิ่งเข้าไปในคฤหาสน์ตระกูลเพ่ยในทันที
           “สัตว์อสูรบุก !” เหล่ายอดฝีมือตระกูลเพ่ยได้พากันตะโกนออกมาเสียงดังเมื่อพวกเขาได้พบเห็นสัตว์อสูรจิ้งจอกสีขาวขนาดใหญ่บุกเข้ามาภายในคฤหาสน์ แต่เมื่อพลังปราณอสูรที่แผ่กลิ่นอายอันบ้าคลั่งราวกับปีศาจร้ายของฉิงเหม่ยพุ่งผ่านร่างพวกเขาไป เหล่ายอดฝีมือในตระกูลเพ่ยได้พากันวิ่งหนีกระจัดกระจายกันไปคนละทิศละทางด้วยความตื่นตระหนกตกใจในทันที
           “มีสัตว์อสูรที่แผ่กลิ่นอายน่าเกรงขามเช่นนี้อยู่ภายในเมืองของเราได้อย่างไร !” เหล่านักอัญเชิญอสูรภายในตระกูลเพ่ยกล่าวออกมาด้วยความตกตะลึง
           “หรือนี่จะเป็นสัตว์อสูรชั้นสูง !” เจียงชุนจง ระดับเลเวล49 คลาสอาชีพนักอัญเชิญอสูรผู้เชี่ยวชาญ กล่าวกับเหล่านักอัญเชิญอสูร
           ตูม!
           ฉิงเหม่ยในร่างสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์จิ้งจอกขาวราตรีนิรันดร์ได้ปลดปล่อยพลังปราณอสูรออกมาอย่างบ้าคลั่ง จากนั้นนางได้ใช้อุ้งมือของนางที่รวบรวมพลังปราณอสูรเอาไว้ไล่ตะปบเหล่ายอดฝีมือตระกูลเพ่ยที่อยู่ไม่ไกลจากนางจนได้รับบาดเจ็บกันทั่วหน้า
           ตุบ ตุบ ตุบ
           อ๊ากก อ๊ากกก
           “พวกเจ้าหลีกไป อย่าขวางทางข้า”
           “เกิดอะไรขึ้นทำไมข้าขยับตัวไม่ได้ !”
           “นะ นี่ สะ สัตว์อสูรจิ้งจอกขาวตนนี้มาจากที่ใดกัน” เหล่ายอดฝีมือที่พึ่งมาถึงได้พากันตะลึงตาค้าง เมื่อได้พบเจอกับสัตว์อสูรจิ้งจอกขาวขนาดใหญ่ที่ดูงดงามราวกับสัตว์เทพในตำนาน
           ฉิงเหม่ยได้วิ่งวนไปมาเพื่อหลบเลี่ยงการโจมตีเหล่านักเวทของตระกูลเพ่ยด้วยความคล่องแคล่วว่องไว จากนั้นนางได้ปลดปล่อยคลื่นลำแสงสีขาวขนาดเล็กออกจากปากของนาง
           ครื่น วาบบบ
           อ๊ากกก
           เหล่านักเวทตระกูลเพ่ยได้รับบาดสาหัสหลายคนในทันที ส่วนคนที่ไม่ได้รับบาดเจ็บมากนักได้พากันถอยหนีออกห่างจากฉิงเหม่ยอย่างรวดเร็ว
           “สัตว์อสูรตนนี้มีระดับเลเวลเพียง45 เหตุใดจึงได้ร้ายกาจเช่นนี้” เพ่ยซานลู่ผู้นำตระกูลเพ่ยที่พึ่งมาถึงกล่าวออกมาเสียงดังด้วยความประหลาดใจ
           “เห็นทีพวกเราสองคนคงต้องออกไปลุยพร้อมกันแล้วขอรับท่านผู้นำตระกูล” เจียงชุนจงกล่าวกับเพ่ยซานลู่ด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดจริงจัง
           เพ่ยซานลู่ได้พยักหน้าตอบรับคำกล่าวของเจียงชุนจงจากนั้นทั้งสองคนได้กล่าวออกมาเสียงดังพร้อมกัน “จงออกมาสัตว์อสูรพิทักษ์ของข้า !”
           วูบ วูบ วูบ
           สัตว์อสูรราชสีห์เพลิง ระดับเลเวล 51       สัตว์อสูรกบสีทอง ระดับเลเวล 52       สัตว์อสูรจิ้งเหลนสองหาง ระดับเลเวล 48       สัตว์อสูรค้างคาวขาว ระดับเลเวล 49
           สัตว์อสูรทั้งสี่ตนได้ถูกเพ่ยซานลู่และเจียงชุนจงเรียกออกมาจากโลกของสัตว์อสูรอัญเชิญของพวกเขา จากนั้นทั้งสองคนได้สั้งให้สัตว์อสูรทั้งสี่เข้าโจมตีฉิงเหม่ยในร่างสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์จิ้งจอกขาวราตรีนิรันดร์ในทันที
           เมื่อฉิงเหม่ยได้เห็นสัตว์อสูรทั้งสี่เข้ามาใกล้ นางจึงได้ร้องคำรามพร้อมกับปลดปล่อยกลิ่นอายอำนาจอันทรงพลังของสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ออกมา จนทำให้พื้นดินเกิดการสั่นสะเทือน
           โฮกกกก
           กลิ่นอายพลังอำนาจอันน่าเกรงขามของสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ได้สร้างแรงกดดันให้กับเหล่าสัตว์อสูรทุกตนภายในคฤหาสน์ตระกูลเพ่ย ทำให้สัตว์อสูรทั้งสี่รวมถึงสัตว์อสูรที่เหล่านักอัญเชิญอสูรตระกูลเพ่ยเรียกออกมา ต่างพากันก้มลงหมอบกับพื้นไม่กล้าขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวอย่างพร้อมเพรียงกันในทันที
           “นี่มัน! เกิดอะไรขึ้น” เพ่ยซานลู่และเจียงชุนจง กล่าวด้วยความตื่นตระหนก
           ฉิงเหม่ยที่เห็นเพ่ยซานลู่และเจียงชุนจงกำลังยืนตกตะลึงนางจึงได้ฉวยโอกาสปลดปล่อยคลื่นลำแสงสีขาวขนาดเล็กออกจากปากของนางอีกครั้ง
           ครื่น วาบบบ
           อ๊ากกก
           เพ่ยซานลู่และเจียงชุนจงได้ถูกลำแสงสีขาวพุ่งเฉียดเข้าที่ไหล่ ทั้งสองได้ทรุดตัวลงกับพื้นตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดหวั่นในพลังอันน่าครั่นคร้ามของฉิงเหม่ย
           “ท่านผู้นำตระกูล ท่านเจียงชุน !” เหล่ายอดฝีมือตระกูลเพ่ยกล่าวเสียงดัง
           ฉิงเหม่ยในร่างสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์จิ้งจอกขาวราตรีนิรันดร์ ได้จ้องมองเหล่าสัตว์อสูรที่ก้มลงหมอบกับพื้นเล็กน้อย จากนั้นนางได้เริ่มไล่ตะปบเหล่ายอดฝีมือตระกูลเพ่ยที่ยังไม่ได้รับบาดเจ็บต่อในทันที
           ตุบ ตุบ ตุบ
           อ๊ากกก อ๊าากกก
           เวลาผ่านไปห้านาที หลังจากมองสำรวจบริเวณโดยรอบและพบว่าเหล่ายอดฝีมือตระกูลเพ่ยทุกคนได้รับบาดเจ็บกันทั่วหน้าแล้ว ฉิงเหม่ยในร่างสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์จิ้งจอกขาวราตรีนิรันดร์ได้กลับเข้าไปภายในโลกของสัตว์อสูรอัญเชิญในทันที
           วูบ

    คล้ายกับเรื่องการเกิดใหม่อีกครั้งของนักอัญเชิญอสูร ที่คุณอ่าน

    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    1.11M 1756
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    THe Superman

    THe Superman

    นิยาย แฟนตาซี
    333K 566
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 5206
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5.35M 1277