ภายในรถเงียบลงเล็กน้อย
หยานเฉินไคหันกลับมามองนาง“บ้านเ้า?”
“ค่ะ” ชูเหยี๋ยนยิ้ม “บ้านตระกูลชูมีห้องว่างมากพออยู่แล้ว”ชูหยวนรีบพยักหน้าตาม“แถม…ท่านยังไม่คุ้นกับโลกภายนอกด้วย หากอยู่คนเดียวอาจลำบาก”
หยานเฉินไคครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ จากนั้นพยักหน้า“ได้”
คำตอบง่ายดายจนสองสาวเผลอยิ้มออกมา
รถหรูแล่นผ่านเขตเมืองชั้นใน ก่อนเข้าสู่ย่านคฤหาสน์หรูที่เงียบสงบ ถนนกว้างสะอาดเรียบไร้ผู้คน บ้านแต่ละหลังห่างกันมาก พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยแ่า
ไม่นาน ประตูเหล็กสูงใหญ่ของคฤหาสน์หนึ่งก็เปิดออกช้า ๆ
รถแล่นผ่านสวนขนาดมหึมา น้ำพุ และทางหินอ่อนยาวเหยียด ก่อนหยุดลงหน้าคฤหาสน์สีขาวหลังใหญ่โอ่อ่าราววังขนาดย่อม
หยานเฉินไคมองอาคารตรงหน้าอย่างสงบนิ่ง“บ้านของพวกเ้า?”
ชูเหยี๋ยนยิ้มบาง“ค่ะ”
ชูหยวนหัวเราะเบา ๆ“หวังว่าจะไม่เล็กเกินไปสำหรับท่านนะคะ”
หยานเฉินไคตอบทันที“ใหญ่กว่าศาลาบนเขา”
สองสาวหลุดหัวเราะพร้อมกันอีกครั้ง
เมื่อทั้งสามก้าวลงจากรถ เหล่าคนรับใช้ที่เฝ้าอยู่หน้าคฤหาสน์ต่างชะงักพร้อมกัน สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังชายหนุ่มชุดดำผู้เดินลงจากรถของคุณหนูทั้งสอง
ตกตะลึง สับสน ไม่เข้าใจสถานการณ์ แต่ไม่มีใครกล้าถาม
ชูเหยี๋ยนเอ่ยเสียงเรียบกับเหล่าคนรับใช้“เตรียมห้องรับรองแขกชั้นบนสุดให้คุณหยาน”
“ค่ะ คุณหนู!”
จากนั้นนางหันมายิ้มให้เขา
“คืนนี้พักที่นี่ก่อนนะคะ พรุ่งนี้พวกเราจะพาท่านไปซื้อเสื้อผ้า โทรศัพท์ และของใช้จำเป็”
หยานเฉินไคขมวดคิ้วเล็กน้อย“เหตุใดต้องเปลี่ยนเสื้อ”
ชูหยวนมองชุดเซียนสีดำของเขา ก่อนตอบอย่างระมัดระวัง“เพราะ…ถ้าท่านแต่งแบบนี้เดินออกไปอีกครั้ง ทั้งเมืองคงแตกตื่นกว่าเดิมค่ะ…”
หยานเฉินไคมองชุดตนเองก่อนพยักหน้าช้า ๆ
“เข้าใจแล้ว”
ทว่าขณะเดียวกันนั้น บนยอดตึกสูงไกลออกไป เงาร่างหนึ่งกำลังยืนมองคฤหาสน์ตระกูลชูจากระยะไกล
สายตาเย็นเยียบ กลิ่นอายอันตรายแผ่ออกบางเบา นักรบชั้นยอดแห่งตระกูลเทียน…
มาถึงแล้วและค่ำคืนนี้
คงไม่สงบเหมือนที่เห็น
ยามดึกของคฤหาสน์ตระกูลชูเงียบสงบ
แสงจันทร์สาดลงบนสวนหินและสระน้ำจนเกิดเงาสะท้อนระยิบระยับ ลมกลางคืนพัดเอื่อยผ่านต้นสนและศาลากลางสวน ทุกอย่างดูสงบ…ราวกับไม่มีสิ่งใดผิดปกติ
จนกระทั่ง
ฟึ่บ
ฟึ่บ
ฟึ่บ
เงาร่างหลายสายทะยานข้ามกำแพงคฤหาสน์เข้ามาอย่างไร้เสียง
เก้าคนทั้งหมดสวมชุดดำ ร่างกายกำยำ แรงกดดันของผู้ฝึกฝนระดับสูงแผ่ออกมาอย่างไม่ปิดบัง
นักรบชั้นยอดทั้งเก้า
กำลังยืนล้อมอยู่กลางสวนและตรงกลางวงล้อมนั้นหยานเฉินไคยืนอยู่เพียงลำพัง
เขายังคงสวมชุดดำเดิม มือไพล่หลัง สีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย ราวกับรับรู้การมาถึงของพวกมันมานานแล้ว
หัวหน้ากลุ่มแค่นหัวเราะ“แกก็คือไอ้หน้าหล่อในคลิปสินะ?”
อีกคนหัวเราะเยาะตาม
“หึ ข้าคิดว่าจะมีสามหัวหกแขนเสียอีก”
“แค่ไอ้เด็กหน้าดีที่มีแรงเยอะหน่อย ทำคนทั้งเมืองแตกตื่น”
“คงอาศัยแต่หน้าหลอกสาวล่ะสิ”
“หน้าตาแบบนี้ตายไปน่าเสียดายจริง ๆ”
เสียงเยาะเย้ยดังต่อเนื่อง ชัดเจนว่าความริษยาปะปนอยู่ในทุกคำพูด
หยานเฉินไคมองพวกมันนิ่ง ๆ ปล่อยให้พูดต่อไปโดยไม่ขัด จนกระทั่งหนึ่งในนั้นเริ่มไม่พอใจ
“มองอะไร ไอ้หน้าขาว!”
หยานเฉินไคเอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงเรียบ เย็น และไร้อารมณ์“พูดจบหรือยัง”เพียงสี่คำ บรรยากาศเย็นลงทันที
หัวหน้ากลุ่มแสยะยิ้ม
ตูม!!
พื้นหินใต้เท้าะเิแตก ไม่มีใครเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น
วินาทีถัดมา ร่างของหัวหน้ากลุ่มพุ่งทะลุกำแพงสวนหินไปไกลหลายสิบเมตร เืพุ่งออกจากปากขณะลอยอยู่กลางอากาศ
ทุกคนชะงัก“อะ!?”ยังไม่ทันได้ตอบสนอง
หยานเฉินไคหายไปอีกครั้ง
ปัง!!
คนที่สองถูกเตะเข้ากลางอกจนซี่โครงยุบ ร่างกระแทกพื้นจนพื้นแตกร้าว
ปึก!!
คนที่สามโดนศอกฟาดคว่ำหน้าลงกับพื้นหินจนหมดสติทันทีทั้งหมดเกิดขึ้นในพริบตาเดียว
“เร็วเกินไป!”
“ระวัง!”
“ข้างหลัง!!”
เสียงร้องะโดังระงม แต่ไม่มีประโยชน์ สำหรับหยานเฉินไค…การต่อสู้กับคนระดับนี้ไม่ต่างจากผู้ใหญ่ตบเด็ก
หมัดหนึ่งคนปลิว เตะหนึ่งคนกระดูกแตก ตบหนึ่งคนสลบคาที่เก้าคนถูกจัดการภายในเวลาไม่ถึงสิบลมหายใจ สวนทั้งสวนพังเละ เสียงะเิและแรงกระแทกดังสนั่นจนคนในคฤหาสน์ตื่นกันหมด
ไฟหลายจุดเปิดสว่างพร้อมกัน
ประตูคฤหาสน์ถูกผลักเปิดแรง
ชายวัยกลางคนผู้สง่างามในชุดนอนหรูรีบวิ่งออกมา สีหน้าเคร่งเครียด
ชูเหวินผู้นำตระกูลชู“เหยี๋ยนเอ๋อร์! หยวนเอ๋อร์!”เขารีบมองหาลูกสาวทั้งสองด้วยความร้อนใจ
ชูเหยี๋ยนและชูหยวนที่เพิ่งวิ่งออกมาก็รีบตอบ“พ่อ! พวกเราไม่เป็ไร!”
ชูเหวินถอนหายใจโล่งอกทันที
แต่เมื่อเห็นภาพสวนตรงหน้า นักรบชั้นยอดเก้าคนนอนกองกับพื้นเหมือนขยะ บางคนหมดสติ บางคนครางด้วยความเ็ป บางคนถึงกับตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
และตรงกลางนั้นชายหนุ่มชุดดำยืนอยู่เพียงลำพัง เสื้อผ้าไร้แม้แต่รอยยับ
ชูเหวินเบิกตากว้าง“นี่มัน…”
ชูเหยี๋ยนรีบพูดทันที“พ่อ! เขาชื่อหยานเฉินไค เป็แขกของพวกเรา!”
ชูหยวนเสริมด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น“แล้วก็เป็คนที่ช่วยพวกเราจากพวกตระกูลเทียนด้วยค่ะ!”
ชูเหวินหันมองหยานเฉินไคอีกครั้ง
คราวนี้สายตาเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
ด้านนักรบชั้นยอดที่ยังมีสติอยู่ต่างมองหยานเฉินไคราวกับเห็นปีศาจ
หนึ่งในนั้นพึมพำเสียงสั่น“เป็ไปไม่ได้…”
อีกคนเบิกตาแดงก่ำ“บะ…บาคานะ…”
“นี่มันสัตว์ประหลาดอะไรกัน…!”
“นักรบชั้นยอดเก้าคน…แพ้หมดในพริบตา?!”
หยานเฉินไคปรายตามองพวกมันเพียงครั้งเดียว น้ำเสียงเ็าไร้อารมณ์“อ่อนแอ”เพียงสองพยางค์
แต่เหมือนคมดาบแทงทะลุหัวใจทุกคน เสียงคำว่า “อ่อนแอ” ยังสะท้อนอยู่ในอากาศ
นักรบชั้นยอดทั้งเก้าที่นอนกองอยู่บนพื้นต่างหน้าซีดไร้สีเื ความเ็ปทางกายยังไม่เท่าความสั่นะเืในใจ
พวกเขาไม่เข้าใจ
ไม่เข้าใจเลยว่าชายหนุ่มตรงหน้าคือสิ่งใด
ชูเหวินกวาดตามองสนามรบที่พังยับ ก่อนหันไปยังหยานเฉินไคอีกครั้ง ดวงตาเต็มไปด้วยความตกตะลึงปนเคารพ
“ท่าน…เอาชนะนักรบชั้นยอดเก้าคนด้วยตัวคนเดียว…”
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากบอดี้การ์ดของตระกูลชูที่เพิ่งตามออกมา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงและเลื่อมใส
“เซียน…”อีกคนพึมพำตามอย่างเหม่อลอย
“เซียนชุดดำ…”ประโยคนั้นเหมือนจุดประกายบางอย่าง ทุกคนรอบด้านต่างหันมองหยานเฉินไคในชุดดำสนิท
ยืนเดียวดายใต้แสงจันทร์ ท่ามกลางศัตรูที่พ่ายแพ้เกลื่อนพื้น ภาพนั้น…ชวนให้นึกถึงเซียนจากตำนานที่ก้าวลงจาก์
“เซียนชุดดำ…”
“ใช่…เซียนชุดดำ…”
“สมญานี้เหมาะเกินไป…”
แม้แต่นักรบจากตระกูลเทียนที่าเ็ยังตัวสั่น
หนึ่งในนั้นกัดฟันพูดเสียงสั่น“ตะ…ตระกูลเทียนไม่มีวันปล่อยเื่นี้ไว้…”
หยานเฉินไคหันมองทันที ดวงตาสีแดงทอประกายเย็นเยียบ“หากไม่พอใจ”เขาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แรงกดดันมหาศาลกดทับลงบนร่างพวกมันจนแทบหายใจไม่ออก“ให้พวกมันมาทั้งตระกูล”
คำพูดนั้นทำให้ทุกคนรอบด้านชะงักงัน
โอหัง?
ไม่?น้ำเสียงของเขาเรียบเกินไป สงบเกินไป ราวกับกำลังพูดความจริงธรรมดาที่ไม่ควรถูกตั้งคำถาม
ชูเหวินสูดลมหายใจลึก ในฐานะผู้นำตระกูล เขารู้ทันทีว่า
คืนนี้…
ตระกูลชูได้พบกับการดำรงอยู่ที่อาจเปลี่ยนชะตาพวกเขาไปตลอดกาล เขาก้าวออกมา ประสานมือคำนับอย่างจริงจัง“ขอบคุณท่านเซียนชุดดำที่ช่วยปกป้องคฤหาสน์ชู”
หยานเฉินไคตอบเรียบ ๆ“พวกมันส่งเสียงดัง”
“...”ชูเหวินนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น นักรบชั้นยอดเก้าคนบุกบ้านแต่เหตุผลที่อีกฝ่ายลงมือ…เพราะรำคาญเสียง
นี่มันสัตว์ประหลาดระดับใดกันแน่?ขณะเดียวกันคลิปใหม่เริ่มถูกอัปโหลดขึ้นอินเทอร์เน็ต
“เซียนชุดดำสยบนักรบเก้าคนกลางคฤหาสน์ชู!”
“ของจริงยิ่งกว่าหนัง!”
“ใครบอกไวรัลเพราะหน้าตา ออกมาดูเดี๋ยวนี้!”
“หล่อ รวย แถมเก่งไร้เทียมทาน???”
“ฉันขอเป็เมียคนที่ 57 ก็ได้”
“ตระกูลไหนได้เขาเป็เขยคือชนะชีวิต”
และเพียงข้ามคืน สมญานาม “เซียนชุดดำ”ได้แพร่กระจายไปทั่ววงการผู้ฝึกฝนและโลกออนไลน์พร้อมกัน
ชายหนุ่มผู้ไร้ประวัติ ผู้สวมชุดดำโบราณ ผู้มีใบหน้าราวเทพสร้างและเหยียบนักรบชั้นยอดราวมดปลวก
นับจากคืนนี้ไม่มีใครกล้ามองหยานเฉินไคเป็เพียงชายหนุ่มลึกลับอีกต่อไป
เขาได้กลายเป็…“เซียนชุดดำ” อย่างแท้จริง
เช้าวันถัดมา ทั่วทั้งคฤหาสน์ตระกูลชูเต็มไปด้วยบรรยากาศตึงเครียดปนตื่นเต้น
ห้องประชุมหลักถูกเปิดใช้งานั้แ่ฟ้ายังไม่สว่าง ผู้าุโและแกนหลักของตระกูลชูนั่งเรียงรายอยู่ครบ สีหน้าของทุกคนเคร่งขรึมผิดจากปกติ
หัวข้อการประชุมมีเพียงหนึ่งเดียว“เซียนชุดดำ”
ชายชราคนหนึ่งลูบเคราพลางเอ่ยเสียงต่ำ“บุคคลเช่นนี้…หากผูกมิตรได้ ตระกูลชูจะทะยานขึ้นทันที”
อีกคนพยักหน้าแรง“หากปล่อยให้ตระกูลอื่นชิงตัวไปก่อน เราจะเสียใจภายหลังแน่”
“แต่จะใช้สิ่งใดผูกมิตรเขา?”
คำถามนั้นทำให้ห้องเงียบลง ไม่นาน…สายตาทุกคู่ก็หันไปมองชูเหวินพร้อมกัน
ชายวัยกลางคนถอนหายใจเบา ๆ ราวกับคาดไว้แล้ว
ผู้าุโคนหนึ่งเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ“มอบเหยี๋ยนเอ๋อร์กับหยวนเอ๋อร์ให้เขา”
อีกคนพยักหน้าตามทันที“ถูกต้อง”
“ด้วยรูปลักษณ์ พร์ และฐานะของสองคุณหนู ย่อมเพียงพอแสดงความจริงใจ”
“หากเซียนชุดดำกลายเป็เขยตระกูลชู…”
เพียงคิดถึงภาพนั้น หลายคนถึงกับหายใจแรงขึ้นด้วยความตื่นเต้น
ชูเหวินนวดขมับเบา ๆ ในฐานะบิดา เขาย่อมลังเลแต่ในฐานะผู้นำตระกูล
เขารู้ว่านี่คือโอกาสที่อาจมีเพียงครั้งเดียวในหลายชั่วอายุคน หลังเงียบอยู่นาน เขาจึงพยักหน้าช้า ๆ“ข้าจะลองพูดกับเขาเอง”
่สายของวัน
แสงแดดอ่อนสาดผ่านระเบียงหินอ่อนของคฤหาสน์
หยานเฉินไคนั่งสงบนิ่งอยู่ในศาลากลางสวน มือถือถ้วยชาอย่างเรียบเฉย ดวงตาสีแดงทอดมองสระน้ำเบื้องหน้า ราวกับกำลังทำความเข้าใจกับความสงบรูปแบบใหม่ของโลกมนุษย์
เสียงฝีเท้าดังขึ้นด้านหลัง
ชูเหวินเดินเข้ามาช้า ๆ ก่อนประสานมือคำนับด้วยท่าทีจริงจัง“ท่านเซียนชุดดำ”
หยานเฉินไคหันมอง“มีเื่ใด”
ชูเหวินสูดลมหายใจลึกเล็กน้อย ก่อนกล่าวตรงไปตรงมา“เมื่อคืนท่านช่วยชีวิตคนในตระกูลชู และช่วยปกป้องเกียรติของพวกเรา บุญคุณนี้ยากตอบแทน”
เขาหยุดครู่หนึ่ง
ก่อนพูดประโยคต่อมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“ดังนั้น…ตระกูลชูประสงค์มอบบุตรสาวทั้งสองของข้าให้แก่ท่าน”
ลมในสวนเงียบลงชั่วขณะ
หยานเฉินไคขมวดคิ้วเล็กน้อย“มอบ…หมายความว่าอย่างไร”
ชูเหวินอธิบายอย่างระมัดระวัง
“หมายถึง…ให้ทั้งสองติดตามรับใช้ อยู่เคียงข้างท่าน และหากท่านประสงค์…ก็สามารถรับเป็คู่ครองได้”
หยานเฉินไคนิ่งไป
เขาไม่เข้าใจรายละเอียดทั้งหมดของความสัมพันธ์ชายหญิงนัก
แต่จากบันทึกของโจวหยาง เขารู้ว่าการมีสตรีติดตาม การมีคู่ครอง การมีคนรับใช้ใกล้ชิด ล้วนเป็เื่ “ดี” ในสายตาโลกมนุษย์และโลกผู้ฝึกตน
หลังครุ่นคิดเพียงครู่เดียว เขาจึงพยักหน้า
“เข้าใจแล้ว”
“ข้ายอมรับ”
ชูเหวินแทบกลั้นความยินดีไม่อยู่รีบประสานมือคำนับลึกกว่าเดิมทันที“นับเป็เกียรติสูงสุดของตระกูลชู!”
ขณะเดียวกันภายในห้องนอนชั้นบนสุดของคฤหาสน์ ชูเหยี๋ยนและชูหยวนยังนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงคนละหลัง ม่านหน้าต่างปลิวไหวเบา ๆ ตามแรงลมเช้า
เมื่อคืนทั้งสองตื่นเต้นเกินไปจากเหตุการณ์ต่อเนื่อง
ั้แ่พบชายหล่อเหนืุ์ กินอาหารด้วยกัน เห็นเขาสยบนักรบชั้นยอดเก้าคน จนสุดท้ายแทบไม่ได้นอน
กว่าจะข่มตาหลับได้…ก็เกือบรุ่งเช้า
โดยไม่รู้เลยว่าระหว่างที่พวกนางหลับอยู่
อนาคตทั้งชีวิตของตน…ถูกตัดสินไปเรียบร้อยแล้วและเมื่อทั้งสองตื่นขึ้นมา
โลกของพวกนางคงเปลี่ยนไปตลอดกาล