“แยกกันตรงนี้ก็แล้วกัน นายซื้อของเสร็จแล้วก็เอากลับไปให้คุณป้าหลี่เลยไม่ต้องรอฉัน พอเสร็จธุระแล้วฉันจะกลับบ้านเอง” หลินเฉียงบอกน้องชาย
หลินฉีหนิงทำหน้าล้อเลียน “พี่อยากไปหาหัวหน้าหวังหรืออยากไปหาใครกันแน่ คงไม่ใช่จะไปเหมาซื้อรถจักรยานอีกหรอกนะ”
“อย่ามาทำเป็รู้ดีไปหน่อยเลยน่า”
“ผมเดาถูกใช่ไหมล่ะ” หลินฉีหนิงมองหน้าพี่ชายแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “พี่เมี่ยวเจินทั้งสวยทั้งเก่ง คงมีคนสนใจเธออยู่ไม่น้อย ดูอย่างหวงเจ๋อนั่นยังไง ผมคิดว่าเขาคงไม่ได้อยากได้พี่เมี่ยวเจินไปเป็แค่คู่ควงหรอก เขาคงอยากได้พี่เมี่ยวเจินไปเป็เ้าสาวของเขาเลยด้วยซ้ำ ถ้าขืนพี่ยังมัวแต่ชักช้า เดี๋ยวก็มีใครมาแย่งจีบเธอไปก่อนหรอก”
หลินเฉียงขมวดคิ้วคิดหนัก เพราะสิ่งที่น้องชายพูดมาก็มีเหตุผล “มันก็จริงของนาย แต่นอกจากเื่ซื้อรถจักรยาน ฉันก็ไม่รู้ว่าฉันจะหาข้ออ้างไหนไปชวนเธอคุย”
“ก็ไม่เห็นต้องหาข้ออ้างอะไร พอใกล้จะถึงเวลาพักกลางวัน พี่ก็ชวนเธอไปกินข้าวก็ได้แล้วไม่ใช่เหรอ”
“นั่นสินะ ทำไมเื่แค่นี้ถึงคิดไม่ออก” หลินเฉียงรีบบอกน้องชาย “ถ้าอย่างนั้นฉันต้องรีบไปหาหัวหน้าหวัง คุยธุระเสร็จฉันจะได้ไปรอคุณเมี่ยวเจิน”
หลินเฉียงปั่นจักรยานไปหาหัวหน้าหวังโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองน้องชาย ส่วนหลินฉีหนิงก็ได้แต่ภาวนาขอให้พี่ชายจีบจางเมี่ยวเจินให้ติด ตอนนี้พี่ชายของเขาไม่ใช่คนี้เีเหมือนเดิมแล้ว เพราะฉะนั้นพี่ชายก็ควรจะได้แต่งงานกับคนดีๆ
“มาแล้วเหรอเสี่ยวเฉียง ฉันนั่งรอนายั้แ่เช้าแล้ว ตกลงวันนี้มีของดีอะไรมาขายให้ฉันกันล่ะ” หัวหน้าหวังเห็นหลินเฉียงเดินเข้ามาก็ถามอย่างอารมณ์ดี ั้แ่วันที่เขาได้รับข้อความจากหลินฉีหนิง เขาก็ตั้งตารอที่จะได้พบกับหลินเฉียงมาตลอด เพราะคิดว่าหลินเฉียงอาจจะมีของดีมาขายให้เขาอีก
“วันนี้ผมไม่ได้เอาของมาขายหรอกครับ แต่จะมาคุยธุระเื่อื่น”
หัวหน้าหวังมีสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย “น่าเสียดายจริงๆ วันนั้นที่นายให้น้องชายมาบอกว่าจะมาหา ฉันก็นึกว่านายจะเอาของดีอะไรมาขายให้ฉันซะอีก”
หลินเฉียงวางบุหรี่อย่างดีไว้บนโต๊ะ “ั้แ่ที่ผมขุดเจอโสมป่า ชาวบ้านก็ขึ้นเขาไปหาของป่ามาขายทุกวันเลยครับ ผมไม่อยากไปแย่งงานกับพวกเขาก็เลยคิดจะหาเงินด้วยวิธีอื่น”
หัวหน้าหวังคว้าซองบุหรี่ขึ้นมาก็แกะซองออกแล้วหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ “บุหรี่นี่ของดีเลยนะเนี่ย นายไปได้มาจากไหนกันล่ะ”
“ผมแอบซื้อไว้ตั้งนานแล้วครับ” หลินเฉียงแอบยิ้มอยู่ในใจ บุหรี่ซองนี้เป็ของที่เสี่ยวเฮยเอามาจากโลกอนาคตเชียวนะ แล้วมันจะไม่ใช่ของดีได้ยังไง
หัวหน้าหวังพยักหน้าอย่างเข้าใจพร้อมกับมองบุหรี่ที่ถืออยู่ในมือ “นายคงซื้อมาจากตลาดมืดสินะ น่าเสียดายที่ตอนนี้เราเปิดการค้าเสรีกันแล้ว ตลาดมืดก็เลยต้องปิดตัวไป ไม่อย่างนั้นฉันคงจะให้นายซื้อมาฝากสักซองสองซอง”
“ผมยังมีบุหรี่แบบนี้อยู่อีกหนึ่งแถว ถ้าคุณชอบ เดี๋ยววันหลังผมจะเอามาให้คุณอีกนะครับ” หลินเฉียงรีบบอก
“ถ้าอย่างนั้นฉันคงต้องขอบใจนายล่วงหน้าแล้ว” หัวหน้าหวังพยักหน้าอย่างดีใจ จากนั้นเขาก็ถามเข้าประเด็น “นายพูดมาเถอะ ที่มาหาฉันวันนี้เพราะอยากให้ฉันช่วยเื่อะไร”
หลินเฉียงก็ไม่อยากอ้อมค้อมเหมือนกัน เขาต้องรีบพูดธุระให้เสร็จก่อนจะถึงเวลาพักกลางวัน “สองวันก่อนคุณก็เห็นแล้วใช่ไหมครับตอนนั้นผมมีเื่อยู่กับใคร คุณพอจะรู้จักผู้ชายคนนั้นไหมครับ”
หัวหน้าหวังนึกไปถึงเมื่อสองวันก่อนที่เขามองเข้าไปในร้านขายนาฬิกา “รู้จักสิ เ้าหนุ่มคนนั้นชื่อหวงเจ๋อ เขาเป็ลูกชายคนเดียวของหวงเต๋อโห้ สองพ่อลูกคู่นี้มีชื่อเสียงที่ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ แต่เห็นว่าหวงเต๋อโห้อยากวางมือจากการเป็เ้าพ่อเงินกู้ เขาก็เลยมองหาลู่ทางว่าจะเปิดกิจการอะไรขึ้นมาสักอย่าง ข่าวแว่วๆ มาว่าเขาจะเปิดร้านขายอาหารแข่งกับร้านขายอาหารของรัฐ นายอย่าบอกนะว่าวิธีหาเงินที่นายกำลังคิดอยู่ก็คือการเปิดร้านอาหาร มิน่าล่ะ วันนั้นหวงเจ๋อถึงได้มองนายด้วยท่าทางเอาเื่แบบนั้น”
หลินเฉียงเห็นหัวหน้าหวังเข้าใจผิดก็ไม่คิดจะอธิบาย ยังไงความเข้าใจผิดนี้ก็เป็เื่เดียวกับที่เขาอยากมาปรึกษากับหัวหน้าหวังอยู่พอดี จากความรู้ในอนาคต คาดว่าอีกไม่นานการรับซื้อของป่าจะถูกควบคุม ตำแหน่งงานของหัวหน้าหวังก็จะไม่มั่นคงเหมือนเดิมแล้ว หลินเฉียงจึงมองเห็นโอกาสที่จะหาผู้ช่วย ถึงแม้จะมีการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจ แต่ถึงอย่างไรระบบเส้นสายก็ยังต้องมี เพราะฉะนั้นหัวหน้าหวังจึงเป็ตัวเลือกที่ดีที่สุด “หัวหน้าหวังครับ ตอนที่ผมยังค้าขายอยู่ในตลาดมืด ผมพอจะได้ยินเื่บางอย่างมา แต่ไม่รู้ว่าถ้าพูดออกไปแล้วคุณจะเชื่อผมหรือเปล่า”
“นายลองพูดออกมาก่อนสิ” หัวหน้าหวังมีความเชื่อใจหลินเฉียงอยู่หลายส่วน ซึ่งความรู้สึกนี้เขาก็ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร
“ตอนนี้ประเทศของเราเปิดโอกาสให้ชาวบ้านหารายได้จึงอนุญาตให้ชาวบ้านขึ้นไปหาของป่ามาขาย อีกทั้งประเทศของเราก็้านำเข้าเงินตราต่างประเทศเพื่อเอามาพัฒนาประเทศของเรา แต่ขึ้นชื่อว่าของป่าก็ต้องเป็ของหายาก โสม เห็ดหลินจือ ขนสัตว์ เขาสัตว์ รวมถึงสัตว์ป่าหายากหลายชนิดก็ถูกชาวบ้านหาออกมาขายเป็จำนวนมาก อีกไม่นานทางการคงมีมาตรการออกมาควบคุมเพื่อป้องกันไม่ให้ของเหล่านี้สูญพันธุ์ ถึงตอนนั้นสถานีรับซื้อของป่าจะเป็ยังไง หัวหน้าหวังเคยคิดถึงตรงนี้บ้างไหมครับ”
หัวหน้าหวังขมวดคิ้ว ครั้งที่แล้วที่มีการเรียกประชุมหัวหน้าสถานีรับซื้อของป่าสาขาต่างๆ เขาก็ได้ยินข่าวลือพวกนี้มาเหมือนกัน แต่เขาคิดว่าประเทศของเรามีทรัพยากรมากมาย ูเาแม่น้ำต่างก็อุดมสมบูรณ์ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็ของป่าหรือสัตว์ป่าก็ไม่น่าจะหมดไป แต่พอฟังจากที่หลินเฉียงวิเคราะห์ หากเป็แค่ของป่าธรรมดาก็ไม่น่าจะเป็ปัญหา แต่ไม่ว่าจะเป็โสมหรือเห็ดหลินจือ สมุนไพรทั้งสองชนิดนี้ต้องใช้เวลาหลายสิบปีกว่าจะเติบโต มันจึงกลายเป็สมุนไพรที่ขายได้ราคามากที่สุด
หากชาวบ้าน้าหาเงินกันอย่างหน้ามืด แล้วใครยังจะมาสนใจว่าสมุนไพรพวกนี้จะเป็ต้นเล็กหรือต้นใหญ่ ขอแค่ขายได้ ชาวบ้านก็คงจะขุดมาขายจนไม่เหลือแล้ว เมื่อถึงวันนั้นก็เป็ไปได้ที่ทางการจะมีมาตรการมาควบคุม แล้วสถานีรับซื้อของป่ายังจะเปิดทำการอยู่ได้ไหม คำตอบที่อยู่ในใจของหัวหน้าหวังก็ผุดขึ้นทันที สถานีรับซื้อของป่าต้องถูกสั่งปิดไม่วันใดก็วันหนึ่ง และตัวเขาก็จะกลายเป็คนตกงาน
“ถ้าวันนั้นมาถึงจริงๆ สถานีรับซื้อของป่าก็คงจะต้องปิดตัว” หัวหน้าหวังจ้องหลินเฉียง “แล้วมันเกี่ยวกับที่นายมาหาฉันยังไง หรือว่านี่คือวิธีการหาเงินแบบใหม่ของนาย”
“ตอนนี้ผมกำลังจะเปิดฟาร์มไก่ในหมู่บ้าน ผมก็เลยคิดว่าในเมื่อฟาร์มไก่ผมยังเปิดได้ อีกทั้งอาหารป่าก็เป็ที่้า แล้วทำไมเราไม่มาร่วมมือกันเปิดฟาร์มเลี้ยงสัตว์ป่าเชิงพาณิชย์กันล่ะครับ” หลินเฉียงมองหัวหน้าหวังก็เริ่มเห็นสายตาของความลังเล เขาไม่ใจร้อนแต่ค่อยๆ อธิบาย “ผมไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องมาเลี้ยงเสือหรือเลี้ยงหมี สัตว์พวกนั้นเราคงดูแลไม่เป็ แล้วทำไมเราไม่ลองเลี้ยงกระต่าย นกกระทา หรือไม่ก็เลี้ยงนกป่าดูล่ะครับ สัตว์พวกนี้เลี้ยงง่ายแล้วยังเอาไปทำอาหารได้หลายอย่างด้วย ผมคิดว่ามันต้องทำเงินให้เราได้แน่ๆ”
หัวหน้าหวังเริ่มคล้อยตาม หากเขาเปิดฟาร์มเลี้ยงสัตว์ป่าพวกนี้ หากเขาตกงาน เขาก็จะมีอาชีพและเป็อาชีพที่ไม่มีวันเกษียณเพราะเขาสามารถทำมันได้จนกว่าเขาจะไม่มีเรี่ยวแรง อีกทั้งลูกชายทั้งสี่คนของเขาก็จะมีงานทำ สิ่งที่หลินเฉียงเสนอมาล้วนน่าสนใจ เพียงแต่เขาก็มีความเห็นแก่ตัว ในเมื่อจะทำเงินแล้วทำไมต้องมีหุ้นส่วน ลำพังแค่ลูกชายทั้งสี่คนเขาก็คงจะยุ่งกับการแบ่งผลกำไรให้ลงตัวแล้ว
หลินเฉียงก็เหมือนจะเข้าใจ ยังไงเขาก็ไม่ได้อยากจะเป็หุ้นส่วนของใครอยู่แล้ว แต่ที่เขามาเสนอแนวทางเพราะเขา้าความช่วยเหลือจากหัวหน้าหวังในเื่อื่นมากกว่า
“ที่ผมเสนอไปก็เพราะเห็นว่าหัวหน้าหวังเป็คนดี และก็เป็เพราะคุณที่ไม่เคยกดราคาโสมและเห็ดหลินจือที่ผมเอามาขาย ทำให้ผมพอจะมีเงินไว้สร้างบ้านสร้างตัว แต่ถ้าคุณไม่สะดวกที่จะมาเป็หุ้นส่วน คุณจะเปิดฟาร์มเป็ของคุณเองก็ได้นะครับ เพราะถึงยังไงตอนนี้ผมก็มีฟาร์มเลี้ยงไก่ของผมอยู่แล้ว”
“ถ้าฉันเปิดฟาร์มเลี้ยงกระต่ายหรือฟาร์มเลี้ยงนกแล้วรายได้ดีขึ้นมา นายจะไม่เสียดายหรือไม่นายก็คงจะไม่มาด่าฉันทีหลังหรอกนะว่าฉันเอาความคิดของนายไปใช้”
หลินเฉียงได้ยินอย่างนั้นก็หัวเราะ “ผมจะไปคิดอย่างนั้นได้ยังไงล่ะครับ เพราะถ้าผมอยากรวยคนเดียว ผมจะเอาความคิดของผมมาบอกคุณทำไม”
“เอาล่ะ ในเมื่อนายพูดออกมาถึงขนาดนี้ ฉันก็ไม่อายที่จะพูดความคิดของฉันเหมือนกัน” หัวหน้าหวังถอนหายใจ “ฉันเคยได้ยินเื่ที่ทางการอาจมีการออกกฎหมายควบคุมเื่การรับซื้อของป่ามาสักระยะแล้ว บอกตามตรงว่าฉันก็กำลังกลุ้มใจว่าฉันจะตกงานเหมือนกัน เพราะไม่ใช่มีแค่ฉัน แต่ลูกชายทั้งสี่คนของฉันก็คงจะตกงานด้วย เพราะพวกเขาก็เป็คนงานในสถานีรับซื้อของป่ากันทุกคน ดังนั้นที่นายบอกเื่การเปิดฟาร์มเลี้ยงสัตว์ป่าเชิงพาณิชย์ ฉันก็สนใจมันขึ้นมาจริงๆ แต่ฉันมีลูกชายหลายคนขนาดนั้น ฉันก็เลยไม่อยากที่จะมีคนนอกมาเป็หุ้นส่วน ฉันหวังว่านายจะเข้าใจในจุดนี้”
“ผมเข้าใจครับ การมีหุ้นส่วนหลายคนอาจทำให้เกิดปัญหาได้จริงๆ” หลินเฉียงคล้อยตาม
“เอาเป็ว่าแิของนายน่าสนใจมาก และฉันก็คิดว่าฉันอาจจะเอาแินี้ไปใช้” หัวหน้าหวังจ้องหลินเฉียงแล้วยิ้ม “ในเมื่อตอนนี้นายกับหวงเจ๋อมีเื่ผิดใจกัน ในอนาคตเ้าคนแซ่หวงนั่นคงมาสร้างปัญหาให้นายไม่น้อย เพื่อเป็การตอบแทน ไม่ว่าจะเป็หวงเจ๋อหรือหวงเต๋อโห้ หากสองพ่อลูกคู่นี้มาสร้างปัญหาให้นายก็ให้นายมาบอกฉัน ฉันจะใช้เส้นสายที่มีช่วยนายจัดการกับพวกเขาเอง”
‘พูดกับคนฉลาดนี่มันง่ายจริงๆ ฉันพูดไปแค่ไม่กี่ประโยคหัวหน้าหวังก็เข้าใจแล้วว่าฉันให้เขามาช่วยรับมือกับสองพ่อลูกคู่นั้น’ หลินเฉียงยิ้มกว้าง “ขอบคุณครับหัวหน้าหวัง”