"ตอนผมถูกบอกเลิก ริวทิ้งผมไปอย่างไม่ใยดีเลยจริง ๆ"
คัมภีร์เงียบ เขาไม่มีอะไรจะพูดต่อ เขารู้เื่นี้ั้แ่แรกแล้ว เพราะธีรัชเองก็คงไม่ต่างจากเขา เขาไม่ได้ตั้งใจจะปิด เพียงแต่เขาไม่ได้บอกความจริง เขา้าจะปล่อยทุกอย่างให้เป็ไปตามที่มันควรจะเป็ ซึ่งตัวของเขาเองก็ไม่คิดว่าจะมีวันนี้ด้วยซ้ำ
"ผมเจ็บเหมือนจะบ้า แต่พอเวลามันผ่านไป มันก็ดีขึ้นบ้างนิดหน่อย ผมเขียนหนังสือไม่ได้ แต่ยังโชคดีที่ยังพอมีเงินเก็บให้ใช้อยูู่บ้าง ผมใช้ชีวิตได้เละเทะมาก ผมเมาทุกที่ที่เขาอนุญาติให้เมาได้ กลับคอนโดดึกดื่น เอาเปรียบสุขภาพร่างกายอย่างที่สุด"
ธีรัชถอนหายใจยาวก่อนที่จะเล่าต่อ
"วันที่ผมตัดสินใจได้ว่าจะเลิกเมาคือวันที่ผมตื่นขึ้นมาแล้วพบว่า ตัวเองนอนอยู่หน้าประตูห้องคอนโดจนเที่ยง ผมไปไม่ถึงเตียงตัวเอง ผมหมดสภาพ ทุเรศตัวเองในวันนั้นแล้วตั้งใจว่าจะเลิกเมา แต่ยังไม่เลิกเหล้าหรอกนะ แต่ริวเขาก็ไม่เห็นจะกลับมาสนใจใยดีอะไรผมเลย เพราะเขามีคนใหม่แล้ว ั้แ่นั้นมาผมก็เริ่มดูแลตัวเองมากขึ้น แต่ผมก็ยังเสียใจและเริ่มเขียนหนังสือไม่ได้ ผมหาสาเหตุที่ผมยังไม่เลิกทรมานใจกับเื่นี้ แล้วผมก็พบว่า..."
คัมภีร์แทบจะหยุดหายใจฟัง ราวกับจะรู้ว่า ประโยคต่อไปเป็สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ธีรัชอยากจะบอกเขา
"ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมคิดถึงคนที่ริวทิ้งเขามา เพื่อมาอยู่กับผม คนนั้น เขาจะเป็ยังไง เพราะเห็นว่าคบกันมาตั้งสี่ปี ผมไปทุกที่ที่ผมกับริวเคยไปด้วยกัน ที่ที่ริวบอกว่าริวชอบ ผมถามริวมาตลอด ผมไม่ได้อะไรหรอกนะ แค่อยากจะถามว่า คนเก่าคนนั้นของริวคือใคร...ผมอยากจะเจอเขาสักครั้ง"
คัมภีร์ตัวชา ไม่คิดว่าธีรัชจะคิดอะไรอย่างนี้
"ริวอยู่กับผมมาสามปีก็จริง ซึ่งมันก็ไม่ใช่น้อย ๆ เลย สำหรับการทุ่มเทจริงจัง แต่คุณเชื่อไหมว่า พอบทเขาจะไป มันแทบจะไม่เหลือเยื่อใยอะไรให้กันเลยด้วยซ้ำ ผมเจ็บแค่ไหนผมรู้ ผมเชื่อว่าคนนั้นที่ริวทิ้งเขามา ก็คงพังไม่ต่างจากผม ดีไม่ดี เขาน่าจะเจอหนักกว่าผม เพราะคบกันนานกว่า ผมก็แค่อยากจะรู้ว่า เขายังมีหัวใจอยู่หรือเปล่า เพราะผมอยากจะดูแลหัวใจของเขา ผมรู้สึกผิดบาปต่อเขามาก แม้ว่าจะไม่รู้ตัวในตอนนั้น แต่หัวใจที่แตกสลายของผมนั้น มันพอจะบอกได้ว่า เขาคนนั้นเ็ปแค่ไหน"
"ธีร์...ผม...เข้าใจคุณนะ แต่นี่คุณกำลังบอกผมเื่...ภารกิจของคุณหรือ"
คัมภีร์กลืนก้อนแข็ง ๆ ลงคออย่างยากลำบาก เพราะคนที่ธีรัชกำลังพูดก็คือ...เขานี่แหละ
"ใช่ ผมอยากตามหาคน ๆ นั้น แม้ว่าผมจะไม่รู้จักเขาเลย ผมเพียงแค่อยากจะเยียวยาจิตใจของเขา ในฐานะเพื่อนร่วมโลก เพราะผมรู้ดีว่า มันโหดร้ายแค่ไหนที่เราถูกปล่อยให้อยู่คนเดียว ผมจะสื่อสารกับเขาได้เพราะเราเจอเหตุการณ์เดียวกัน ผมเชื่อว่าเขาอยากจะเป็เพื่อนกับผม อยากรู้จักผม"
"เขาอาจจะเกลียดคุณก็ได้นะ"
คัมภีร์พูด เพราะในตอนนั้น เขาก็ยอมรับว่าเขาเกลียดธีรัช แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็รู้ว่า ธีรัชไม่ได้รู้เห็นอะไรด้วยเลย กับสิ่งที่ริวตัดสินใจทำลงไป
เขาจะบอกธีรัชว่ายังไงดี ที่อยู่ ๆ เื่มันกลับวกเข้ามาที่ตัวของเขาเอง
"ผมอยากรู้จักเขา ผมจะแนะนำให้เขารู้จักกับคุณ ผมเขียนหนังสือไม่ออกอยู่เกือบสองปี แต่พอผมเจอคุณ ผมก็เริ่มเขียนหนังสือได้ ใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างไม่ทรมาน ผมจะบอกเขาว่า เราทุกคนเริ่มใหม่กันได้ทั้งนั้น"
"แล้วคุณจะทำยังไงถ้าคุณเจอคน ๆ นั้นจริง ๆ แล้วคุณจะได้อะไร"
"เราจะเป็เพื่อนกัน ผมจะดูแลเขาเท่าที่จะทำได้ ถ้าเขายังไม่มีใครดูแลนะ เพราะริวบอกว่า เขาเป็คนเซนซิทีฟมาก ผมก็เลยคิดว่า เขาน่าจะเฮิร์ทไม่น้อย เพราะผมดูจากที่ผมถูกริวทิ้ง ผมไม่อายหรอกนะ ที่จะบอกว่า ผมถูกทิ้งน่ะ แล้วอีกอย่าง ผมคิดว่า มันคือการเยียวยาจิตใจของผม"
ธีรัชหยุดเพื่อถอนหายใจ
"ริวน่ะ บทจะทิ้งก็ทิ้งกันไปไม่มีเยื่อใยไม่มีเหตุผล พอเลิกไปแล้วกลับทำเหมือนเป็ศัตรูกัน บางทีผมก็ไม่เข้าใจ ผมกับริวเคยเจอกันบ้างพอเจอกันก็คอยจะพูดเสียดสี คอยแต่จะเอาชนะ"
เื่นั้นคงไม่ต้องบอก คัมภีร์เองก็รู้อยู่เต็มอก
"ผมรู้ว่าความคิดผมมันแปลก ๆ นะ แต่ผมก็อยากจะเล่าให้คุณฟัง เพราะคุณเปิดใจฟังผม"
"ผมรับฟังคุณได้ทุกเื่แหละ คุณเล่ามาเถอะ"
"ผมพยายามถามริว เพราะเป็ทางเดียวที่ผมจะได้รู้ว่าเขาเป็ใคร ผมบอกความ้าของผม ผมรู้สึกว่าถ้าผมได้ทำสิ่งนี้แล้วแผลในใจของตัวเองก็จะถูกเยียวยาไปด้วย แต่ริวกลับหัวเราะเยาะแล้วไม่เคยบอกอะไร"
"..."
"แต่เมื่อสัปดาห์ก่อน ริวส่งข้อความหาผม ให้ผมไปหา แล้วเขาจะบอกผมเื่ของคนนั้น ที่ผมอยากเจอ"
"ริว เอ้อ...เขาว่าอย่างนั้นเหรอ"
"ใช่ แต่ผมต้องไปหาเขาที่กรุงเทพฯ ผมรู้ว่าเขาเป็พวกชอบเอาชนะ เขารู้ว่าผมไม่ได้อยู่ในกรุงเทพฯแล้ว ถ้าผมยอมไปหาเขา เขาก็จะรู้สึกว่าเขาชนะ"
"คุณก็เลยจะไป"
"ผมจะไป นี่ไง ผมถึงอยากให้คุณไปด้วย ผมอยากจะพาคุณทุกที่ที่ผมเคยใช้ชีวิต"
"ที่ไหนบ้างล่ะ"
"ก็ หลายที่ ทุกที่ พาไปกินของอร่อย ๆ ไปร้านกาแฟประจำที่ผมชอบไปนั่ง ร้านก๋วยเตี๋ยวที่ผมชอบ คอนโดที่ปล่อยเช่ายังไม่มีใครมาเช่า เรายังไปอยู่ที่นั่นได้ มีอีกตั้งหลายร้านที่ผมอยากจะพาคุณไป อย่างน้อย ก็เหมือนไปดูงานไง พวกร้านโฮมเมดทำของอร่อย ๆ หลายอย่างเลย คุณจะได้ไอเดียในการทำอาหารเช้าให้แขกของบ้านใจพัก แล้วเราก็ไปหาริวด้วยกัน...น่าเสียดายที่คุณไปไม่ได้ เพราะบ้านใจพักจะมีแขก"
คัมภีร์ยิ้ม
"ผมไปได้ทุกที่แหละ..."
"...ที่มีผมใช่ไหม"
ธีรัชพูดต่อแล้วมองคัมภีร์ในความมืด สองคนประสานสายตากัน ต่างมองเห็นกันและกันแม้ในความมืด สายตาของธีรัชไม่ได้มีแววล้อเล่นแต่อย่างใด เขาพูดเพราะรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ
"ใช่ ผมจะไปทุกที่ที่มีคุณ แต่เอาไว้รอบหน้านะ ผมสัญญา ว่าจะไปทุกที่กับคุณ"
ธีรัชกำลังขับรถขึ้นกรุงเทพ เขาส่งข้อความมาทางไลน์เป็ระยะ ๆ บอกให้คัมภีร์รู้ว่าเขาเดินทางถึงตรงไหนแล้ว คัมภีร์ส่งเพียงสติกเกอร์ตอบมาทุกครั้ง
แค่นี้เขาก็อุ่นใจแล้ว
ธีรัชแวะพักที่ร้านกาแฟในปั๊มน้ำมัน หลังจากที่เขาขับรถมาประมาณเกือบสี่ชั่วโมง ระหว่างนั่งพัก เขาจึงโทรหาคัมภีร์
คัมภีร์_{คุณเป็ยังไงบ้าง ง่วงหรือเปล่า}
ธีรัช_{ไม่ง่วงเลย ตอนนี้นั่งพักอยู่ที่ร้านกาแฟ นี่คุณภีร์ ทางที่ผ่านมาสวยมากเลยนะ คุณขับรถผ่านทางนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่}
คัมภีร์_{ผมก็เคยไปเส้นทางนั้น สวยอย่างที่คุณว่านั่นแหละ แต่นั่นมันสิบปีแล้วนะ}
ธีรัช_{แต่อยากให้มาเห็นด้วยกันไง มันน่าจะมีอะไรเปลี่ยนไปบ้างนะ แต่มันก็น่าจะยังสวยเหมือนเดิม}
คัมภีร์_{ถ่ายรูปมาให้ดูหน่อยสิ}
ธีรัช_{ผมถ่ายลงไอจีนะ จะได้เก็บไว้ดูด้วย ว่าเป็ครั้งสุดท้าย ที่ผมจะขึ้นกรุงเทพคนเดียวโดยไม่มีคุณ ส่วนคุณ ลงรูปให้ผมดูด้วยนะ ที่ผ่านมา คุณแทบจะไม่เล่นโซเชียลเลย ทั้ง ๆ ที่มีแอคเคาท์อยู่}
คัมภีร์_{ได้สิ ผมจะลงทุกวันจนคุณกลับเลย}
ธีรัช_{คิดถึงคุณจัง คุณทำอะไรอยู่น่ะ ลงรูปในไอจีเลยนะ ผมจะได้ดู ผมภาวนาให้ภารกิจของผมสำเร็จ ผมจะได้กลับไปอยู่ที่บ้านใจพักยาว ๆ เลยคราวนี้}
คัมภีร์_{อยากให้คุณกลับมาเร็ว ๆ }
ธีรัช_{เราคุยเื่นี้กันหลายครั้งแล้ว และผมก็จะไม่เปลี่ยนใจ...รักคุณนะ}
คัมภีร์_{ขอบคุณมาก คุณขับรถดี ๆ ล่ะ ผมกำลังเตรียมตัวจะไปตลาด}
ธีรัช_{ได้ครับ อย่าลืมลงรูปให้นะ}
คัมภีร์_{เดี๋ยวลงรูปทะเลหลังบ้านให้นะ}
คัมภีร์วางสายจากธีรัชไปแล้ว เขายังนั่งอยู่ที่เดิม ที่โต๊ะไม้ริมหน้าต่าง วันนี้แดดแรง ฟ้าสดใส เขาไม่อยากให้วันดี ๆ ต้องเสียไปเลยจริง ๆ แต่เขาก็ไม่อยากจะให้ธีรัชได้รับรู้เื่ราวที่ธีรัชอยากรู้จากปากของริว
ธีรัชควรจะได้รู้จากเขา นั่นเป็ความ้าของคัมภีร์ ส่วนเื่ที่เขากังวลนั้น เป็เื่ที่อยู่เหนือการควบคุมจริง ๆ
คัมภีร์ถ่ายภาพโต๊ะไม้ริมหน้าต่างที่มีแจกันเล็ก ๆ อยู่ตรงกลาง ด้านนอกคือทะเลในวันที่แดดจ้าฟ้าใส แล้วโพสรูปที่ตัวเอง้าจะ โพสทันที
ธีรัชหยิบโทรศัพท์และกุญแจรถ เตรียมจะออกเดินทางอีกครั้ง
ติ๊ง!
เสียงเตือนจากโทรศัพท์ทำให้เขาต้องก้มลงไปมองที่โทรศัพท์แล้วยิ้ม
"โพสเร็วทันใจดีจัง"
ธีรัชพึมพำแล้วรีบเปิดโทรศัพท์ดูเพราะอยากเห็นรูปที่คัมภีร์โพสลงโซเชียล
แอคเคาท์ Kampee_Jaiphak โพสรูปเมื่อไม่กี่วินาทีที่ผ่านมา ธีรัชรีบเปิดเข้าไปดู แล้วยิ้มกับภาพที่โพสเป็ภาพแรก
ภาพโต๊ะไม้ในครัวที่มีแจกันดอกไม้ นอกหน้าต่างที่ห่างออกไปนั่นคือทะเลที่คลื่นกำลังล้อรับแดดจ้าฟ้าใส เกลียวคลื่นระยิบระยับล้อแสงแดดแรงยามเช้าราวกับภาพนั้นเคลื่อนไหวได้
"โพสหลายรูปจัง"
ธีรัชพูด นิ้วเรียวยาวค่อย ๆ ปัดไปด้านซ้ายเพื่อดูภาพต่อไป คัมภีร์โพสภาพไว้อีกเก้าภาพ ธีรัชนิ่งอึ้งกับภาพเก้าภาพที่คัมภีร์โพสอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
คัมภีร์กับคนรักเก่าที่ทำให้คัมภีร์จมอยู่กับอดีตอยู่ถึงห้าปี ไม่อยากจะพบเจอกับใคร
ธีรัชคิดถึงคัมภีร์ คนที่เขาประทับใจั้แ่แรกพบ คนที่เขาเคยคิดว่า 'น่าจะอยู่ที่นี่นานจนเสียงเหมือนทะเล'
ธีรัชดูรูปเก้ารูปที่โพสอย่างพินิจพิจารณา ทำให้เขารู้ว่า ทำไม เมื่อคืนคัมภีร์ถึงได้ดูว้าวุ่นใจนัก
ในวันที่แดดจ้าฟ้าใส รถยนต์คู่ใจของธีรัชขับออกมาจากปั๊มน้ำมัน เลี้ยวกลับไปยังถนนเส้นเดิม ที่ทอดยาวกลับไปสู่บ้านไม้ริมทะเล
THE END