the choice

    the choice : twenty six

    “เจมส์ ถ้าแกไม่ฆ่ามัน เราจะทำเอง” เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นมาเหมือนกับว่าอยู่ข้าง ๆ หู และมีเสียงฝีเท้าของคนที่กำลังวิ่งออกไปจากตรงนี้ ‘กลิ่นนี้มัน...เลือดนี่นา’ ชายหนุ่มคนหนึ่งทำจมูกฟุดฟิดเล็ก ๆ พยายามสูดดมกลิ่นโดยรอบ เขากำลังหลับตาข่มความเจ็บปวดทั่วร่างกายจากการถูกทำร้ายอย่างหนัก ร่างที่ไร้เรี่ยวแรงนอนขดตัวงออยู่บนพื้นที่แสนสกปรก ใบหน้าขาวใสบวมช้ำไปกว่าครึ่ง ชีพจรในตอนนี้เริ่มเต้นแผ่วลง ‘อา...นี่คงเป็นช่วงก่อนที่เราจะได้รับการรักษาสินะ’‘ในที่สุด เราก็จะได้เห็นหน้าของคนที่ช่วยชีวิตสักที ถึงฟรานส์จะเป็นคนปฐมพยาบาลให้ก็เถอะ แต่คนที่พาเราออกจากเหตุการณ์ที่เลวร้ายได้ ผู้มีพระคุณคนนั้น ยังไงก็ต้องเห็นหน้าให้ได้’ ชายหนุ่มที่นอนอยู่บนพื้นพยายามสูดลมหายใจเข้าให้เต็มปอด ก่อนจะดันทุรังขยับใบหน้าที่บวมตุ่ยเหมือนกับว่าโดนผึ้งต่อยค่อย ๆ ถ่างตาที่ลืมไม่ได้ออกมาทีละนิด แล้วเพ่งมองภาพที่พร่ามัวตรงหน้าจนชัดเจน “เจมส์? ควีน? ” เขาพึมพำออกมาด้วยเสียงที่แผ่วเบาด้วยแรงทั้งหมดที่มี ชายผิวขาวพยายามค้ำตัวยันขึ้นแต่ก็ไม่เป็นผล เขาหายใจเข้าลึก ๆ ใช้แรงทั้งหมดที่มีตะโกนออกไปเพื่อขอความช่วยเหลือจากคนที่อยู่ไม่ไกล “ขอน้ำยาหน่อย! ” พูดจนสุดเสียงก่อนจะนอนหลับตาลงอีกครั้งเพราะหมดแรง เจมส์และวินนี่ที่กำลังตกใจกับการฆ่าคนของมุก เมื่อได้ยินเสียงของชายคนนี้ก็ถูกดึงสติกลับมาทันที เสียงที่ไม่คุ้นเคย มันแหบพร่าจนคล้ายกับเสียงของสัตว์ร้องคำราม ฉุดทั้งสองให้หันกลับมามองอย่างรวดเร็ว เจ้าของเสียงนั้นคือชายนักศึกษาที่ถูกโอมซ้อมจนปางตาย เขานอนกองอยู่ที่พื้นเหมือนกับเป็นศพนอนราบแน่นิ่ง ไม่มีคนสนใจ เจมส์กับวินนี่ต่างพากันมองหน้ากันและกันด้วยความสงสัยว่าเขาพูดถึงยาอะไรกันแน่ เพราะทั้งคู่ต่างรู้ดีว่าสำหรับคนที่มีเลเวลหนึ่งคงไม่รู้เรื่องที่ซอมบี้สามารถดรอปน้ำยาเพิ่มพลังชีวิตระดับต่ำได้แน่ ๆ “เจมส์ ช่วยเขาหน่อย” มุกหันหลังกลับมามองที่เจมส์แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่มีนัยเล็ก ๆ ว่านี่ไม่ใช่คำขอร้อง “เขาเป็นคนที่ห้ามพวกผู้ชายไม่ให้ทำร้ายพี่เมย์” เธออธิบายให้เจมส์ได้เข้าใจ เจมส์ที่ได้ยินแบบนั้น ก็ได้พยักหน้ารับรู้ วางความสงสัยทั้งหมดลงไป และรีบนำยาออกมาหนึ่งขวดมุ่งหน้าเดินตรงไปยังเจ้าของเสียงที่นอนเป็นปลาใกล้ตายอยู่ไม่ไกล เจมส์นั่งลงที่ชายผิวขาวคนนี้ ก่อนจะนำยาลงไปป้อนที่ปาก ขณะที่เขากำลังช่วยเหลือผู้ชายคนนั้น มุกก็ค่อย ๆ ใช้พลังที่ได้รับมาใหม่ นำไปทรมานกลุ่มผู้ชายที่เคยทำเรื่องเลวร้ายเอาไว้ เธอทรมานพวกนั้นเหมือนกับพวกเขาไม่ใช่คน เธอค่อย ๆ ถามพวกนั้นทีละคนว่าทำอะไรกับพี่เมย์ลงไปบ้าง อย่างละเอียด แล้วทำการทรมานตามสมควรเป็นรายคน บางคนที่พยายามขัดขืนเธอ แต่ก็ไม่เป็นผล พวกนั้นสู้พละกำลังของมุกที่เพิ่มขึ้นมาพร้อมกับมีดพกนั้นไม่ได้เลย บางคนก็ยอมโดนทรมานโดยไม่ปริปากแย้ง เพราะกลัวตาย ไม่ว่าจะโดนตัดนิ้วมือนิ้วเท้าบางนิ้ว ชิ้นส่วนร่างกายบางอย่าง แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนต้องได้รับเหมือนกันก็คือ การถูกตัดน้องชายที่กลางลำตัวออกไปอย่างไม่ใยดี เสียงร้องของชายเหล่านั้นทำให้บรรยากาศโดยรอบตกอยู่ในความตึงเครียด มันเต็มไปด้วยเสียงโอดร้องครวญครางที่แสนเจ็บปวด แต่กลับกัน ด้านความรู้สึกของเหล่าสาว ๆ ที่เกือบถูกทารุณกรรม มุกคือคนที่เจิดจรัสที่สุดในตอนนี้ ชายในชุดนักศึกษาที่ได้รับยาเพิ่มพลังชีวิตระดับต่ำไปแล้ว ก็ค่อย ๆ ฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติ ตอนนี้เขาปกติทุกอย่างราวกับว่าไม่เคยโดนทำร้ายจนเกือบตาย “ขอบใจมากเจมส์” เขาพูดขึ้นพร้อมด้วยรอยยิ้มให้กับคนที่ช่วยชีวิต เจมส์ที่ได้ยินว่าเขาเรียกชื่อของตัวเองถึงกับชะงักเล็กน้อยด้วยความตกใจ ก่อนจะขมวดคิ้วขึ้นและถามออกไป “คุณรู้จักผม? ” “อ่า ก็คงแบบนั้นแหละ” นักศึกษาชายตรงหน้าตอบกลับด้วยท่าทีที่สบาย ๆ “เอ่อ ผมขอโทษนะ แต่คุณคือใครเหรอ? ” เจมส์พูดเสียงเรียบนิ่ง จ้องไปที่ใบหน้าของคนตรงหน้า พยายามนึกยังไงก็นึกไม่ออกว่าเขาเคยเจอกันมาก่อนที่ไหน ทำไมถึงรู้จักตัวเองได้ “สะ เอ่อไม่สิ เรียกฉันว่าไวท์แล้วกัน” คนผิวขาวตรงหน้าตอบด้วยรอยยิ้ม และพูดต่อ “นี่เจมส์ ฉันขออะไรอย่างนึงสิ” จากใบหน้าที่มีรอยยิ้ม เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาในพริบตา “ว่า? ” เจมส์ถามเสียงนิ่ง “นายพอจะมีคาตานะเขียวหรือฟ้าไหม” เจมส์ที่ฟังแบบนั้นก็ตกใจจนถลึงตาขึ้นมาเล็ก ๆ เขากะพริบตาถี่ ๆ ก่อนจะมองไปยังคนด้านหน้าด้วยสายตาที่น่ากลัว ในตอนแรกเขาคิดว่านักศึกษาชายผิวขาวคนนี้น่าสงสัยเล็กน้อย แต่ตอนนี้เจมส์ระแวงมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว ไม่ช้ากว่าความคิด ก็รีบเบนสายตาเพ่งไปที่คนตรงหน้าเพื่อดูสเตตัสทันที แต่เรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้นก็กลับทำให้ตกใจยิ่งกว่าเดิม เจมส์ทำหน้าเหวอออกมาจนคนตรงหน้าสังเกตได้ เขามองไม่เห็นสเตตัสของชายตรงหน้า ไม่ว่าจะพยายามมองเท่าไหร่ก็ไม่เห็นหน้าต่างใด ๆ ปรากฏขึ้นมา “ใจเย็น ๆ สิเจมส์” เสียงพูดหัวเราะในลำคอของผู้ชายผิวขาวสูงเอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นว่าเจมส์นั้นตกใจขนาดไหน เขายิ้มและพูดขึ้นพร้อมกับจ้องเข้าไปที่ตาคมตรงข้าม “ฉันไม่ใช่ศัตรูของนายหรอกนะ” [คุณได้รับสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลของ ไวท์] [ไวท์ เลเวล 1][อาชีพ ผู้ถูกขับไล่] “พอใจนายแล้วใช่ไหม” ไวท์พูดขึ้น พร้อมยิ้มมุมปากเล็ก ๆ “นะ...นายทำแบบนั้นได้ยังไง” เจมส์รีบถามด้วยเสียงที่ตะกุกตะกัก เพราะตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ในหัวของเขาตอนนี้สงสัยอยากหาคำตอบจนแทบบ้าคลั่ง “นายก็แค่ต้องปิดกั้นข้อมูลน่ะ” ไวท์พูดเสียงเรียบ พร้อมขยับเข้ามาใกล้กับเจมส์มากขึ้น เขามองไปยังใบหน้าของคนตรงหน้าก่อนจะยิ้มและพูดต่อ “แต่มันจะปิดกั้นจากพวกที่เลเวลสูงกว่าเราไม่ได้ ยกเว้นก็แต่…” ไวท์เว้นช่วงจนทำให้เจมส์ทำหน้าตาไม่พอใจ “ฮ่า ๆ ใจเย็นสิ จะยกเว้นก็แต่จิตใจของนายเข้มแข็งกว่าพวกนั้น” “จิตใจ? นายหมายความว่ายังไง” คำตอบที่ได้มากลับทำให้เจมส์สงสัยมากกว่าเดิม “จะเรียกว่าจิตใจหรือจิตสังหารก็ได้ การที่จะเพิ่มมันได้ก็แค่เอ่อ...ฉันว่าฉันพูดมากเกินไปแล้ว ไปล่ะ” ไวท์พูดพร้อมกับหันหลังออกไปทันที เขาหยุดฝีเท้าลงและเอียงคอยิ้มมุมปากพูดต่ออย่างเจ้าเล่ห์ “เอาคาตานะฟ้ามาสิ เดี๋ยวฉันจะบอกให้” เจมส์มองไวท์ครู่หนึ่ง สูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วรีบหาของในแหวนให้ทันที เขาตัดสินใจนำคาตานะฟ้าชิ้นเดียวที่มีมอบให้ชายตรงหน้า “เอาไป” เจมส์พูดเสียงเข้มข่มความโกรธที่กำลังกรุ่นขึ้นมา “ดีล” ไวท์คว้าดาบที่เจมส์ยื่นมาให้ยกยิ้มอย่างพอใจ “จิตสังหาร มันก็นับจากจำนวนศัตรูที่นายฆ่ายังไงล่ะ” “ไม่จริง...แล้วคุณจะฆ่ามากกว่าผมได้ยังไง ดูจากเลเวลคงไม่ใช่” เจมส์ขมวดคิ้วด้วยความสงสัยกับคำตอบที่ได้มา “ความลับ” ไวท์ตอบขึ้นทันควัน“ขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือครั้งนี้ของนายมาก แต่นายรออยู่นี่เดี๋ยวสิฉันมีอะไรจะให้” ไวท์พูดจบก็เดินออกไปจากตัวอาคารพร้อมคาตานะในมือ ไม่นานเขาก็กลับมา ระหว่างทางที่เดินเข้าไปหาเจมส์ ไวท์ชำเลืองมองเหล่าผู้ชายที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือดต่างพากันกุมมือไว้กลางลำตัว บิดเร้าไปมาด้วยความเจ็บปวด เขารับรู้ได้ทันทีว่าส่วนที่พวกนั้นกุมเอาไว้มันมีแต่ความว่างเปล่า ก่อนจะหัวเราะแห้ง ๆ ให้กับสิ่งที่เห็น ‘ตัดไปขนาดนี้ ใช้น้ำยาเพิ่มพลังชีวิตมันก็ไม่งอกออกมาหรอกนะ’ เขาเดินผ่านคนเหล่านั้นพร้อมกับส่ายหัว และมาหยุดที่ตรงหน้าเจมส์ “เอาบัตรคัดลอกสกิลออกมา” ไม่รอช้า ไวท์ทำการสั่งคนตรงหน้าทันทีด้วยเสียงที่จริงจังกว่าเก่า “ทำไม” เจมส์ขมวดคิ้วหนักกว่าทุกที เพราะไวท์ที่บอกให้เขารอ หายตัวออกไปด้านนอกแล้วกลับเข้ามาพร้อมกับสั่งให้เอาบัตรคัดลอกสกิลออกไปให้ มันไม่น่าไว้ใจเลยแม้แต่น้อย “เอามาเถอะน่า นายได้ประโยชน์จากมันแน่ ๆ เดี๋ยวฉันก็ไปแล้ว” ไวท์พูดขึ้นและยื่นมือออกไปด้านหน้าเพื่อขอบัตรจากเขา เจมส์พยักหน้าเบา ๆ และทำตามที่ชายคนนี้บอกโดยไม่ขัดอะไรเพราะคิดว่าคงไม่เป็นอะไร ผู้ชายคนนี้ต้องมีอะไรสักอย่างแน่ ๆ บัตรคัดลอกสกิลจากหนึ่งในสี่ที่เขามี ถูกหยิบออกมายื่นให้กับคนตรงหน้า ไวท์มองไปที่การ์ดนั้น พร้อมกับรับมาไว้ในมือ และมองมันอย่างจริงจัง แล้วพูดว่า “คัดลอก” บัตรคัดลอกสกิลถูกโยนกลับมาทันทีเพียงเสี้ยวนาที บัตรนั้นของเจมส์ได้กลายเป็นสมุดสกิลเป็นที่เรียบร้อย เจมส์มองมันด้วยความตกใจกับสิ่งที่ปรากฏตรงหน้า [สมุดสกิล ความสามารถสกิล +5] ‘บ้าไปแล้ว จะมีใครใช้แต้มจากการขึ้นเลเวลสอง ใช้อัพไปที่ความสามารถสกิลอย่างเดียวกัน หรือว่า..หมอนั่นจะรู้อะไรบางอย่าง’ เจมส์คิ้วผูกเป็นปมอย่างเห็นได้ชัด “โอเค ฉันไปละ ถือว่าเราหายกัน ค่าน้ำยาน่ะ” ไวท์ยิ้มให้พร้อมหันหลังกลับเดินออกไป แต่ก็ชะงักฝีเท้าลงเพราะอีกฝ่ายเรียกไว้ “เดี๋ยวก่อน! ” “คุณไม่คิดจะเดินทางไปกับพวกเราบ้างเหรอ” เจมส์จ้องไปที่ไวท์ด้วยสายตาที่เฝ้ารอคำตอบ “ฮ่า ๆ ๆ ๆ ” ไวท์หัวเราะขึ้นทันทีหลังจากได้ยินเจมส์ชวนเขาร่วมเดินทาง“นี่นายกำลังจีบฉันหรือคิดจะใช้ประโยชน์จากฉันกันแน่เจมส์ นายไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวเราได้เจอกันอีก”“ถ้านายดูแลฟรานส์เป็นอย่างดีน่ะนะ” เขายิ้มมุกปากขึ้น “ใครคือฟรานส์? ” เจมส์ที่ได้ยินแบบนั้นก็ต้องงงกับสิ่งที่อีกคนบอกอีกครั้ง “ก็ผู้หญิงที่เพื่อนของนายช่วยไว้ไงล่ะ” ไวท์เอียงคอไปทางที่มุกอยู่ “ลองไปถามดูนะว่าใครคือฟรานส์ บาย” เขาเดินออกไปโดยไม่หันหลังกลับมามองอีก -tbc- หยาง หยางรับบท : ไวท์error loaded
    พิมพ์คำอธิบายที่นี่