ซูลั่วดูผลข้อมูลการฝึกแล้วพูดกับวอลเลซ “เขายิงนัดเดียวโดนแหล่งพลังงานของนายพอดี”
พูดจบเธอก็มองไปที่หน้าจออีกครั้ง
สมกับเป็นคนเดียวที่ทำคะแนนยิงเมคคาได้แม่นยำเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ในปีนั้นจริง ๆ!
วอลเลซอึ้งไปเลย เขาพึมพำ “นี่มันเก่งเกินไปแล้ว เดี๋ยวนี้เขาฮิตให้พวกภาควิชาการบัญชาการยิงปืนแม่นกว่าหน่วยรบเดี่ยวกันแล้วเหรอ?”
พอนึกถึงความแม่นยำในการยิงปืนของซูลั่วที่สูงถึงเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ เขาก็ยิ่งรู้สึกแย่เข้าไปใหญ่
ดูสิ ขนาดความแม่นยำของนักบินเมคคายังสูงกว่าหน่วยรบเดี่ยวเลย
หน่วยรบเดี่ยวอย่างเขา กลับไปกินมันฝรั่งทอดสักถุงปลอบใจตัวเองดีกว่า
ในขณะเดียวกันในสนามรบเสมือนจริง จินแอนนี่ขับเมคคาไปหาเจียงชูหลี “วอลเลซตกรอบไปแล้วเหรอ?”
เจียงชูหลีพยักหน้า “คงเป็นเพราะเจ้านั่นมันขี้เกียจเกินไป นั่งนิ่งอยู่กับที่ เลยโดนสอยร่วงไปแล้ว”
จินแอนนี่เตือน “วอลเลซตกรอบไปเร็วขนาดนี้ แสดงว่าฝีมือการยิงของสือจิ่วต้องแม่นยำมาก พวกเราสองคนต้องระวังตัวหน่อยนะ”
“จะกลัวอะไร เขาก็แค่สายบัญชาการ แถมยังเป็นเด็กใหม่อีก ถ้าเธอกลัว ก็มาหลบอยู่ข้างหลังฉันนี่”
มุมปากของจินแอนนี่กระตุก “นายอย่าดูถูกสือจิ่วนะ ตอนนั้นเขาขับเมคคาแค่ไม่กี่ท่าก็ซัดเจียงเฉินจนร่วงไปแล้ว”
“เจียงเฉินมันเป็นใครกัน? ฉันเองก็ซัดมันร่วงได้ในไม่กี่ท่าเหมือนกัน”
จินแอนนี่ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ แต่ก็รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี
เจียงชูหลีเคลื่อนไหวเร็วมาก เดิมทีทั้งสองคนเคลื่อนที่ไปด้วยกัน แต่จู่ ๆ เขาก็เห็นเงาเมคคาแวบผ่านไปข้างหน้า
เขารีบเร่งความเร็วตามไปทันที!
ผลคือไม่กี่นาทีต่อมา จินแอนนี่ก็พลัดหลงกับเขา เธอเลยต้องคอยระวังภัยรอบด้านด้วยตัวเอง
แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าว เสียงปืนก็ดังขึ้น *ปัง!* จินแอนนี่เห็นพลังชีวิตของตัวเองกลายเป็นศูนย์ทันที จากนั้นร่างก็ถูกดีดออกมาจากห้องฝึกจำลอง
เธอตกรอบแบบเดียวกับวอลเลซ ออกมาแล้วถึงได้เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
จินแอนนี่ไปยืนดูการต่อสู้กับซูลั่ว เธอตกใจมาก “หมายความว่า สือจิ่วประเมินจุดอ่อนจุดแข็งของพวกเรา แล้วแยกกันจัดการทีละคนเหรอ? แถมยัง...นัดเดียวจอดหมดเลย?”
“สือจิ่วเองก็กำลังสังเกตพวกเธออยู่เหมือนกัน แผนที่นี้ก็ไม่ได้ใหญ่มาก ถ้าตั้งแต่แรกพวกเธอสามคนรวมกลุ่มกันไว้ เขาคงไม่จัดการได้ง่าย ๆ แบบนี้ แต่ตอนนี้ ก็เหลือแค่เจียงชูหลีแล้ว พวกเธอแพ้แล้วล่ะ”
จินแอนนี่พึมพำ “นี่สินะ...ภาควิชาการบัญชาการ? ทั้งที่เขายังไม่รู้จักพวกเราดีเลย แต่กลับรู้วิธีจัดการพวกเราได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด”
ซูลั่วเหลือบตามองต่ำ
ไม่...นี่ยังไม่ใช่ความสามารถทั้งหมดของฉู่ซิงหลานเลยด้วยซ้ำ ในฐานะผู้บัญชาการที่แข็งแกร่งที่สุดของดาวอัลฟ่าตั้งแต่อายุยังน้อย การต่อสู้ฝึกซ้อมเสมือนจริงแค่นี้ สำหรับเขาแล้วมันเด็กเล่นเกินไป
ในตอนนั้นเอง เจียงชูหลีก็ตกรอบไปอีกคน เขาเป็นคนที่ทนได้นานที่สุด และถูกสือจิ่วจัดการด้วยกระสุนสองนัด
หลังจากสือจิ่วออกมาจากห้องฝึกจำลอง เขาก็พูดกับเจียงชูหลี “นายเก่งกว่าสองคนนั้นนิดหน่อย แต่มีจุดอ่อนร้ายแรงอยู่อย่างหนึ่ง คือไม่ยอมทำงานเป็นทีม”
“ทำไมนายถึงยิงปืนแม่นขนาดนั้น?”
“คำเดียว...ฝึก”
ความสามารถของสือจิ่วได้รับการพิสูจน์แล้ว แม้แต่เจียงชูหลีที่ติสต์แตกขนาดนั้นก็ยังไม่โต้แย้งอะไรอีก แต่กลับไปฝึกยิงปืนเงียบ ๆ
อาจจะเป็นเพราะทั้งสายบัญชาการและนักบินเมคคาในทีมต่างก็ยิงปืนแม่นกว่าเขา เรื่องนี้คงทำให้เขาหงุดหงิดน่าดู
วอลเลซยังคิดจะกลับไปกินขนม แต่กลับถูกจินแอนนี่ลากไปฝึกซ้อมต่อสู้แบบคู่ด้วยกัน
ภายในห้องฝึก ซูลั่วก็หันหลังกลับ เตรียมจะเข้าไปในห้องฝึกจำลองเพื่อรวบรวมข้อมูลเมคคาของเพื่อนร่วมทีม แต่กลับถูกใครบางคนสวมกอดจากด้านหลัง
สือจิ่วถอดหน้ากากออก แล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้ “พี่สาว ผมชนะแล้ว จุ๊บ ๆ”
ซูลั่ว “...”
นี่มันเหมือนเป็นคนละคนกับไอ้คนที่ยิงนัดเดียวจอดในสนามรบเสมือนจริงเมื่อกี้นี้เลย!
ซูลั่วจูบที่มุมปากของสือจิ่วแบบส่ง ๆ แล้วก็หันหลังกลับเข้าห้องฝึกจำลองไป
เธอรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย ที่ตัวเองใจร้ายกับองค์ชายเก้าในร่างช่วงอ่อนไหวไม่ลงเลยสักนิด
แบบนี้มันไม่ดีเลย
ซูลั่วนอนลงในห้องฝึกจำลอง เธอแตะที่มุมปากของตัวเองเบา ๆ
รอให้การแข่งทีมครั้งสุดท้ายนี้จบลงก่อน แล้วค่อยฉวยโอกาสตอนที่องค์ชายเก้ายังไม่พ้นช่วงอ่อนไหว กล่อมให้เขายอมหย่าดีกว่า
จะได้ไม่เกิดเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ขึ้นอีกในอนาคต
.
.
วันต่อมา การแข่งขันแบบทีมก็เริ่มต้นขึ้น โดยจะทยอยเข้าสู่สนามสอบตามคะแนนรวมของสมาชิกในแต่ละทีม
คณะสวรรค์ขององค์รัชทายาทได้เข้าไปในสนามสอบเป็นกลุ่มแรกแน่นอนอยู่แล้ว แต่ก่อนที่จะเข้าไป มู่หรงซ่งฉือก็หันกลับมามอง แล้วเห็นซูลั่วและสมาชิกทีมของเธอยืนอยู่ในกลุ่มคน
ยังอุตส่าห์หาสมาชิกจนครบทีมได้อีกเหรอ?
สายตาของเขามองตรงไปที่สือจิ่ว “เด็กหนุ่มที่สวมหน้ากากนั่นเป็นใคร?”
เหมิงซานพูดอย่างดูถูก “ได้ยินมาว่าเป็นสามีของซูลั่วน่ะครับ คงจะหาคนไม่ได้แล้ว เลยลากมาให้ครบทีมนั่นแหละ”
“ซูลั่วมีสามีแล้ว?”
“ครับ”
มู่หรงซ่งฉือขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วถาม “ทำไมตอนฝึกทหารก่อนหน้านี้ถึงไม่เคยเห็นคนคนนี้?”
“ใครจะไปรู้ล่ะครับ ก็คงจะเป็นพวกไม่เอาไหนเหมือนกันนั่นแหละ ไม่งั้นทำไมถึงไม่มาเข้ารับการฝึกทหารด้วย ไม่ต้องกังวลหรอกครับ ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยปรากฏตัว คะแนนก็ต้องเป็นศูนย์แน่นอน ทีมของพวกนั้นนอกจากซูลั่วที่คะแนนสูงแล้ว ก็มีแค่จินแอนนี่ที่สูงหน่อย แต่ก็แค่ระดับกลาง ๆ ส่วนหน่วยรบเดี่ยวอีกสองคน คะแนนก็ไม่สูงทั้งคู่”
พอคำนวณแบบนี้แล้ว คะแนนรวมของทีมซูลั่วก็น่าจะอยู่รั้งท้ายตาราง
มู่หรงซ่งฉือไม่ได้มองคนอื่น เขาย้ายสายตากลับมาที่ซูลั่ว แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ประมาทซูลั่วไม่ได้เด็ดขาด ถ้าเจอ ก็จัดการให้เธอตกรอบไปก่อนเลย”
“แต่พวกเราได้ออกตัวก่อนนี่ครับ ทีมของพวกนั้นอยู่ตั้งท้าย ๆ พวกเราต้องย้อนกลับไปหาพวกเขาด้วยเหรอ?”
มู่หรงซ่งฉือย้ำเสียงหนักแน่น “ซูลั่วจะตามขึ้นมาเอง”
สมาชิกในทีมมองหน้ากันไปมา ทุกคนต่างก็รู้สึกว่ามู่หรงจะใส่ใจซูลั่วคนนั้นมากเกินไปหน่อยหรือเปล่า?
แต่มู่หรงคือผู้บัญชาการทีม ทุกคนจึงพยักหน้ารับคำ
แต่ในความเป็นจริงแล้ว พวกเขาไม่คิดว่าทีมซูลั่วที่มีอันดับต่ำขนาดนั้นจะไล่ตามพวกเขาทัน
ไม่แน่ว่า อาจจะโดนทีมอื่นสอยร่วงไประหว่างทางแล้วก็ได้
พวกเขาคำนวณได้ไม่ผิด คะแนนรวมของทีมซูลั่ว อยู่ในอันดับกลางค่อนไปทางล่าง จากทั้งหมดห้าสิบแปดทีม พวกเขาอยู่อันดับที่สี่สิบหก
วอลเลซบ่นอุบ “พวกเราได้เข้าสนามทีหลังแบบนี้ ทีมที่เข้าไปก่อนหน้าจะไม่ฆ่าอสูรดวงดาวไปจนหมดแล้วเหรอ? งี๊พวกเราก็จะไม่เจออสูรดวงดาวเลยน่ะสิ?”
ถ้าอยากได้คะแนนสะสม ก็ต้องไปล่าอสูรดวงดาว ซึ่งแต่ละระดับก็จะมีคะแนนไม่เท่ากัน ยิ่งระดับสูง คะแนนที่ได้ก็จะยิ่งสูง
และถ้าเจอกับทีมอื่น แค่ทำให้สมาชิกทีมของอีกฝ่ายตกรอบ ก็จะได้คะแนนสะสมเช่นกัน แถมยังได้คะแนนสูงกว่าการล่าอสูรดวงดาวเสียอีก!
ยิ่งไปกว่านั้น คะแนนอสูรดวงดาวที่ทีมนั้นล่ามาได้ ก็จะถูกโอนไปให้ทีมที่กำจัดพวกเขาโดยอัตโนมัติ!
แปลว่า ทางมหาวิทยาลัยกำลังส่งเสริมให้พวกเขาต่อสู้กันเอง!
แบบนี้ การประเมินครั้งสุดท้ายก็คือการล่าครั้งใหญ่ดี ๆ นี่เอง!
ซูลั่วส่ายหน้า “ไม่หรอก ตอนที่เราเพิ่งเข้าไป สิ่งที่เราน่าจะเจอไม่ใช่พวกอสูรดวงดาวแต่เป็นสมาชิกทีมอื่นมากกว่า”
วอลเลซตกใจจนมันฝรั่งทอดในมือร่วง “ทำไมล่ะ?”