หลี่อวิ๋นยังไม่ล่วงรู้ความคิดของมารดาสายตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง รอคำตอบจากหมิงเป่าจู
“จริงหรือ เช่นนั้นพรุ่งนี้ข้าจะมาอย่างแน่นอน!”หมิงเป่าจูรู้สึกตื่นเต้นอยู่บ้าง
เรื่องวุ่นวายตลอดหลายวันที่ผ่านมาทำให้นางเหนื่อยล้าเต็มทีนี่เป็นโอกาสดีที่นางจะได้ผ่อนคลายความเครียด จึงตอบตกลงโดยไม่ลังเล
“เดี๋ยวก่อนนะ...” พอหลุดปากออกไปแล้ว ก็เหมือนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้
นางปากไวไปชั่วขณะบัดนี้เพิ่งนึกได้ว่าพรุ่งนี้ยังต้องนำสมุนไพรไปประมูลที่หอหมื่นสมบัติการประมูลจะเริ่มช่วงบ่าย ไม่รู้ว่าจะยุ่งไปจนถึงเมื่อไร...
“เกิดอะไรขึ้น ไม่สะดวกหรือ”
ดรุณีน้อยประคองแก้มทั้งสองข้างจดจ้องนางด้วยสีหน้าวิตกกังวล ทำเอาหมิงเป่าจูรู้สึกกระดากใจที่จะเอ่ยปฏิเสธ
“เดิมทีมีธุระนิดหน่อย แต่ข้าลองคิดดูแล้ว ไม่มีปัญหา”หลังจากลังเลอยู่ครู่ใหญ่ หมิงเป่าจูก็ให้คำตอบที่แน่นอน
“ถ้าเช่นนั้นก็ตกลง เทศกาลจงหยวนจะเริ่มคึกคักในตอนกลางคืน พอถึงยามซวี [1]ตอนงานเริ่ม เจ้าก็มาหาข้าได้เลย!”
ใบหน้าของหลี่อวิ๋นเต็มไปด้วยรอยยิ้มหมิงเป่าจูก็พลอยรู้สึกเฝ้ารอตามไปด้วย ที่แท้งานก็เริ่มตอนยามซวีเช่นนั้นนางก็หมดห่วงได้
“จริงสิ เจ้าเคยบอกว่ามีน้องชายด้วยมิใช่หรือพรุ่งนี้พาเขามาเที่ยวด้วยกันสิ” อุตส่าห์ลงทุนลงแรงทั้งทีสุดท้ายจะให้ความพยายามสูญเปล่าไม่ได้
“แน่นอนอยู่แล้ว หากข้าทิ้งพวกเขาสองคนไว้ที่บ้านแล้วออกมาเที่ยวคนเดียวเกิดพวกเขารู้เข้า ข้าคงกลับเข้าบ้านไม่ได้แล้ว!”
นางไม่ได้พูดเล่นที่บ้านมีบุรุษอยู่สองคน คนโตเป็นจอมอหังการ คนเล็กก็น่าเวทนาสงสารถ้าก่อเรื่องขึ้นมาจริงๆ นางคงรับมือไม่ไหว
ถ้อยคำติดตลกของหมิงเป่าจูทำเอาหลี่อวิ๋นหัวเราะลั่นรู้สึกว่านิสัยของทั้งสองเข้ากันได้ดียิ่ง น่าจะเป็นสหายที่ดีต่อกันได้
“ข้าขอเลี้ยงเต้าฮวยเจ้าสักถ้วยเถอะ เจ้าอาจยังไม่รู้เต้าฮวยร้านข้ามีชื่อเสียงโด่งดังในรัศมีสิบลี้เชียวนะ! เจ้ารอก่อน”
ยังไม่ทันที่หมิงเป่าจูจะพยักหน้าหลี่อวิ๋นก็กระวีกระวาดไปตักเต้าฮวยให้เสียแล้ว
หมิงเป่าจูไม่เคยรู้มาก่อนเลยจริงๆปกติแล้วนางแค่มาซื้อเต้าหู้ที่แผงลอย ที่แท้ร้านของนางยังขายอย่างอื่นเสริมอีกด้วย
ทั้งสองสนทนากันพลางกินเต้าฮวยอุ่นๆหอมละมุนนุ่มลิ้น แทบจะละลายในปาก หลังจากเต้าฮวยถ้วยหนึ่งลงไปอยู่ในท้องร่างกายก็อบอุ่นขึ้นมาทันที
“พรุ่งนี้อย่าลืมมาล่ะ!” ก่อนจากกัน หลี่อวิ๋นยังคงกำชับหมิงเป่าจูบอกให้นางวางใจ
…
แม้จะประชาสัมพันธ์เพียงครึ่งวันแต่ที่หอหมื่นสมบัติก็ยังมีผู้คนมากมายมารวมตัวกันอิทธิพลของหอหมื่นสมบัตินี้ไม่อาจดูแคลนได้จริงๆ
แต่สิ่งที่หมิงเป่าจูไม่รู้ก็คือแม้ความน่าเชื่อถือของหอหมื่นสมบัติจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนแห่แหนกันมาก็จริงแต่เหตุผลส่วนใหญ่แล้วกลับมาจากสรรพคุณของสมุนไพรที่นางจะนำมาขายต่างหาก
ผู้คนได้รับข่าวจากเสี่ยวเอ้อร์ของหอหมื่นสมบัติว่าบ่ายวันนี้จะมีการนำสือจือเฉ่าชั้นเลิศออกประมูลทันใดนั้นก็เกิดกระแสฮือฮาขึ้นมาในชั่วพริบตา
ทั้งพ่อค้าคหบดี เถ้าแก่ร้านยาสมุนไพร และเหล่าคุณชายจากตระกูลชนชั้นสูงต่างมาเฝ้ารออยู่ในหอหมื่นสมบัติกันล่วงหน้าเต็มไปหมดราวกับว่าการกระทำเช่นนี้จะช่วยให้พวกเขาสามารถประมูลมันมาได้
เสียงผู้คนภายในร้านเริ่มอื้ออึงขึ้นเรื่อยๆขณะนั้นหมิงเป่าจูอยู่ที่เรือนด้านหลังกำลังให้โจวเหล่าตรวจสอบสือจือเฉ่าที่นางนำมา
ดอกเห็ดมีลักษณะเป็นรูปครึ่งวงกลมขนาดใหญ่เนื้อหนา ผิวเป็นมันเงาสีดำสนิท ส่งกลิ่นหอมอบอวลเพียงแค่สูดกลิ่นก็รู้สึกได้ถึงกระแสลมปราณที่ไหลเวียนภายในร่างกายราวกับมีพลังงานไร้ขีดจำกัดรอคอยการปลดปล่อยออกมา
ซ่งอี้รู้สึกถึงความผิดปกติจึงยกแขนเสื้อขึ้นมาปิดปากและจมูก
แม้แต่โจวเหล่าก็ยังแอบเลื่อนสือจือเฉ่าให้ห่างออกไปเล็กน้อยเพื่อมิให้เสียกิริยาต่อหน้านาง แต่ก็อดชื่นชมไม่ได้“ช่างเป็นของวิเศษที่หาได้ยากยิ่ง!”
ส่วนหมิงเป่าจูกลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆนางเห็นท่าทีชอบกลของทั้งสองคนอย่างชัดเจนก็ลอบหัวเราะในใจ แต่มิได้พูดกระเซ้าเย้าแหย่ออกไป
“ราคาข้าเองก็ไม่อาจประเมินได้ รอดูผลการประมูลก็แล้วกัน”บรรยากาศค่อนข้างกระอักกระอ่วน โจวเหล่ากระแอมไออย่างตกประหม่า
“หืม? ท่านโจว ข้าไม่เข้าใจความหมายของท่าน”หมิงเป่าจูทำตาปริบๆ ถามด้วยความงุนงง
เหตุใดจึงประเมินราคาไม่ได้ของทุกอย่างล้วนมีมูลค่าในตัวเอง นางมั่นใจในสรรพคุณทางยาของสมุนไพรที่ตนเองปลูกแต่ก็ไม่ถึงขั้นอวดดีคิดว่ามีมูลค่าสูงล้ำจนประเมินไม่ได้
“เอ่อ...” โจวเหล่ามองหมิงเป่าจูซึ่งมีความกระหายใคร่รู้อย่างแรงกล้าด้วยความลำบากใจแต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มอธิบายตรงที่ใดดี
จะให้เขาอธิบายเรื่องเหล่านี้กับเด็กหญิงตัวน้อยที่ยังไม่ถึงวัยปักปิ่นและยังไม่ได้รับการศึกษาเล่าเรียนอย่างไร หรือต่อให้ต้องอธิบายก็ไม่ควรให้ชายชราอย่างเขาคุยเรื่องเหล่านี้กับดรุณีน้อยกระมัง!
มันจะพาให้ตนเองกลายเป็นตาเฒ่าตัณหากลับหลอกเกี้ยวพาบุตรสาวของผู้อื่น!
“ท่านโจวหมายความว่าความต้องการของผู้คนที่มีต่อสรรพคุณของมันนั้นสูงกว่ามูลค่าที่แท้จริงของมันมาก”ซ่งอี้เห็นเช่นนั้น ก็ครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ แล้วช่วยพูดกู้หน้าให้
หมิงเป่าจูหันไปมองโจวเหล่าด้วยแววตาใคร่ของคำยืนยันโจวเหล่าพยักหน้า นางถึงเข้าใจขึ้นมาบ้าง
นับตั้งแต่โบราณมาบุรุษล้วนใฝ่ฝันในเรื่องบนเตียงอย่างไม่อาจหักห้ามใจได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนร่ำรวยพวกเขาไม่เคยใส่ใจกับค่าใช้จ่ายในเรื่องนี้มากนักใช้เงินฟุ่มเฟือยเหมือนดินเหมือนกระแสน้ำก็ไม่ปาน
ตามหลักแล้วสรรพคุณทางยาของสือจือเฉ่าเทียบกับต้นเกล็ดมังกรไม่ได้แต่สรรพคุณของมันกลับเป็นที่ต้องการของคนส่วนใหญ่ ผู้คนจึงยินดีที่จะจ่าย
ดวงตาของหมิงเป่าจูเป็นประกายนี่ไม่ใช่สิ่งที่นางต้องการหรอกหรือ เงินทองใครจะไม่ชอบ!
“ถ้าอย่างนั้น ถือว่าผ่านแล้วสินะเจ้าคะ” ถ้าผ่านแล้วนางก็นั่งรอนับเงินได้เลย!
โจวเหล่าเบิกตากว้างนี่ยังไม่ผ่านอีกหรือ! การประเมินราคาไม่ได้ มิได้หมายความว่าขายไม่ออก!
การประมูลในช่วงบ่ายเริ่มขึ้นตามปกติผู้คนที่ได้รับข่าวสารล่วงหน้าต่างมารวมตัวกันที่ห้องโถงใหญ่รอที่จะประเคนเงินให้หมิงเป่าจู
หมิงเป่าจูยืนอยู่ตรงหัวมุมชั้นสองมองลงไปยังเบื้องล่างอย่างตะลึงพรึงเพริด ผู้คนมากมายมหาศาลจริงๆ!
มากกว่าจำนวนคนที่มาร่วมประมูลต้นตี้สือครั้งก่อนถึงเท่าตัว!
ที่หน้าประตูยังคงมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสายห้องโถงใหญ่ที่กว้างขวางแทบจะไม่เหลือที่ว่าง!
“อ้าว เถ้าแก่ลู่ มาอีกแล้วหรือขอรับ”
“เถ้าแก่จ้าว ย่อมเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว นี่คือสือจือเฉ่าเชียวนะพลาดไปแล้วไม่รู้ว่าจะมีมาอีกทีเมื่อไร!”
สือจือเฉ่าจัดว่าเป็นหลิงจือประเภทหนึ่งซึ่งแท้จริงแล้วหลิงจือแบ่งออกเป็นห้าชนิด ได้แก่ สือจือ มู่จือ เฉ่าจือ โร่วจือและจวินจือ
ในตำราบันทึกไว้ว่าสือจือสีดำขลับ มู่จือสีแดงดั่งปะการัง เฉ่าจือสีเขียวดุจขนนกยูงโร่วจือมีสีขาวราวกับไขมันส่วนที่ขาวที่สุด ส่วนจวินจือมีสีเหลืองประดุจทองคำหลิงจือทั้งห้าชนิดนี้เรียกรวมกันว่า เห็ดวิเศษห้าสี
หลิงจือแต่ละสีล้วนมีสรรพคุณที่แตกต่างกันในบรรดาหลิงจือทั้งห้าสือจือนั้นเป็นที่นิยมสูงสุดมาตั้งแต่โบราณกาลแต่ก็หายากที่สุดเช่นกัน
สาเหตุหลักเป็นเพราะสรรพคุณของมันบำรุงไต เสริมสร้างพลังหยาง บำรุงโลหิตบำรุงไขกระดูกและเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถฟื้นฟูพลังชีวิต ฟื้นฟูความแข็งแกร่งของบุรุษเพศ เป็นสิ่งล้ำค่าที่กษัตริย์ขุนนาง และชนชั้นสูงต่างใฝ่หา
ถึงแม้จะไม่ได้ใช้เองเพียงใส่ลงไปในโอสถ แบ่งขายออกไป ไม่ว่าจะราคาเท่าไรก็มีคนซื้อ!
“เช่นนั้น เชิญท่านก่อนเลย”
“เชิญท่าน”
ทั้งสองต่างให้เกียรติกันให้อีกฝ่ายเข้าไปก่อน
“ขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงานประมูลในวันนี้ เนื่องจากเป็นการแจ้งให้ทราบที่ค่อนข้างฉุกละหุกดังนั้นจึงไม่พูดพร่ำทำเพลง ขอเชิญทุกท่านพบกับสินค้าที่จะนำมาประมูลได้บัดเดี๋ยวนี้!”ซ่งอี้กล่าวเปิดงานอย่างกระชับและทรงพลังตามธรรมเนียม
สือจือเฉ่าถูกบรรจุอยู่ในโหลแก้วมีฝาปิดก่อนนำขึ้นมาบนเวที สาเหตุหลักก็เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้คนรอบข้างสูดดมกลิ่นหอมเข้มข้นมากเกินไปจนก่อให้เกิดผลกระทบในทางที่ไม่ดี
โถแก้วใสแจ๋วสะท้อนให้เห็นสือจือเฉ่าสีดำขลับ ดุจดังความปรารถนาอันไร้ก้นบึ้งที่อยู่ภายในอย่างชัดเจน
“สินค้าชิ้นนี้คือสือจือเฉ่าคุณภาพเยี่ยม เชื่อว่าทุกท่านคงเคยได้ยินสรรพคุณอันเลื่องลือมาบ้างแล้วเช่นนั้น ขอเริ่มการประมูล ราคาเริ่มต้นที่เจ็ดสิบตำลึง!”
ผู้คนด้านล่างเวทีต่างรอคอยจนแทบจะอดใจไม่ไหวอยู่แล้วผู้ที่มาอยู่ที่นี่ได้ล้วนแต่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องสือจือเฉ่าเป็นอย่างดี
เชิงอรรถ
[1] ยามซวี หมายถึงช่วงเวลาระหว่าง 19.00 - 21.00 น.