เจียงอีเฉินที่กำลังต่อสู้อยู่ จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงเล็ก ๆ ที่คุ้นเคย จึงรีบแผ่ััศักดิ์สิทธิ์ออกไปสำรวจ เมื่อเห็นลูกสาวนอนอยู่บนหลังของสัตว์ประหลาดเงาสีดำตัวหนึ่ง เขาก็ใจนิญญาแทบหลุดออกจากร่าง
"ซินซิน!" เจียงอีเฉินทะยานร่างพุ่งไปหานาง แต่กลับถูกสัตว์ประหลาดขั้นผสานกายาสองตัวขวางไว้
จินกวางช่านเคยพบเจียงซินมาครั้งหนึ่งก่อนหน้านี้ ตอนนั้นเจียงซินกำลังหลับอยู่ เขาเกรงว่าจะทำเด็กตื่น จึงทิ้งของขวัญแรกพบไว้แล้วจากไป เมื่อมาเห็นภาพนี้เข้า เขาก็ใไม่น้อยเช่นกัน
"หลานชิงเล่า? เหตุใดนางจึงปล่อยให้เด็กออกมาเพียงลำพัง?"
เจียงอีเฉินยิ่งร้อนรนกว่าเขาเสียอีก ทั้งกังวลว่าสัตว์ประหลาดเหล่านี้จะทำร้ายเจียงซิน และเกรงว่าหากฉีหลานชิงเกิดเื่ขึ้น จนทำให้เจียงซินถูกสัตว์ประหลาดลักพาตัวมา
เจียงซินไม่รู้เลยว่าคุณพ่อวัยหนุ่มกำลังร้อนใจดั่งไฟเผา ทันทีที่มาถึง นางก็ถูกพู่กันขนหมาป่าจันทราหิมะที่ลอยเอียง ๆ อยู่เหนือจุดศูนย์กลางค่ายกลดึงดูดความสนใจ
[พู่กันสวยจังเลย... อยากได้จัง... ท่านพ่อ ข้าอยากได้สิ่งนั้นเ้าค่ะ]
เจียงซินมองไปยังเจียงอีเฉินด้วยสายตาละห้อย รอคอยให้ท่านพ่ออนุญาตอย่างว่าง่าย ทว่าหัวใจของเจียงอีเฉินเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมาจากอก ในเวลานี้เขาจะไปสนใจพู่กันขนหมาป่าจันทราหิมะได้อย่างไร ในเมื่อเขากลัวว่าเจียงซินจะเป็อันตราย
เขาไม่รู้ว่าเหตุใดสัตว์ประหลาดตัวนั้นถึงไม่ทำร้ายเจียงซิน เมื่อเห็นดวงตาที่ใสราวกับนิลของลูกสาวจ้องมองตนเองอย่างเป็ประกาย เจียงอีเฉินก็ร้อนใจจนแทบคลั่ง เขาไม่กล้าส่งเสียงเตือนให้เจียงซินระวังตัว เพราะเด็กคนนี้เพิ่งเกิด ยังไม่มีกำลังในการปกป้องตนเองเลย
หากะโเสียงดังจะยิ่งทำให้สัตว์ประหลาดตัวนั้นตื่นตระหนก และอาจหันมาโจมตีเจียงซินได้ เจียงอีเฉินจึงทำได้เพียงต่อสู้พลางขยับเข้าไปใกล้เจียงซิน เพื่อหาโอกาสช่วยลูกสาวออกมา
เมื่อไม่เห็นท่านพ่อส่งเสียงห้าม เจียงซินจึงคิดว่าท่านพ่ออนุญาต นางจึงส่งเสียงอ้อแอ้สั่งให้ลูกหมาปีศาจพาไปเอาพู่กันสวย ๆ
แม้จะฟังไม่รู้เื่ แต่เ้าสัตว์ประหลาดตัวน้อยตั้งใจแน่วแน่ที่จะมุดกลับเข้าไปในจุดศูนย์กลางค่ายกล เพื่อแสร้งทำเป็ว่าตนเองไม่เคยเกิดมาเลย เมื่อได้ยินเสียงของเจียงซิน มันจึงรีบวิ่งสี่เท้าพุ่งไปยังจุดศูนย์กลางค่ายกลทันที
จุดศูนย์กลางค่ายกลคือแหล่งกำเนิดของปราณมาร เมื่อปราณมารผสานเข้ากับหมอกภายในแดนิญญาปีศาจ ก็จะกลายสภาพเป็สัตว์ประหลาด ดังนั้นบริเวณจุดศูนย์กลางค่ายกลจึงเป็ที่ที่มีสัตว์ประหลาดอยู่มากที่สุด
เมื่อเห็นลูกสาวตกลงไปในฝูงสัตว์ประหลาด เจียงอีเฉินก็โกรธจนตาแทบถลน ทว่าสัตว์ประหลาดเ่าั้กลับไม่ได้โจมตีนาง ในทางตรงกันข้าม พวกมันกลับรีบหนีออกไปอย่างรวดเร็วเมื่อเจียงซินเข้าใกล้ ราวกับว่าเกรงกลัวเจียงซินเป็อย่างยิ่ง
ขณะที่ค่อย ๆ เข้าใกล้พู่กันขนหมาป่าจันทราหิมะ ในใจของเจียงซินก็เกิดความรู้สึกคุ้นเคยที่ห่างหายไปนาน ยังไม่ทันที่นางจะได้ััให้ละเอียด ความรู้สึกคุ้นเคยนั้นก็หายไป แทนที่ด้วยการโจมตีจุดศูนย์กลางค่ายกลที่รุนแรงยิ่งขึ้นจากเผ่ามารที่อยู่อีกฟากหนึ่งของผนึก
จุดศูนย์กลางค่ายกลขนาดใหญ่ถูกปกคลุมด้วยปราณมารที่พลุ่งพล่านจนมองไม่เห็นรูปลักษณ์เดิม มีเพียงพู่กันขนหมาป่าจันทราหิมะที่ตั้งเอียงอยู่เหนือจุดศูนย์กลางค่ายกล ซึ่งเปล่งแสงบริสุทธิ์ราวกับหิมะและดวงจันทร์ คอยขับไล่ปราณมารที่พยายามเข้าใกล้ด้วยความบ้าคลั่ง
หลังจากการโจมตีอย่างรุนแรงอีกครั้ง ปราณมารเหล่านี้ไม่ได้แยกตัวออกเป็สัตว์ประหลาดที่มีตบะต่างกัน แต่กลับควบแน่นกลายเป็ร่างสูงโปร่งร่างหนึ่ง เงาร่างนี้มีความเลือนลาง มองเห็นเพียงโครงร่างคร่าว ๆ แต่มีร่างกายกำยำ บนศีรษะมีเขาสองข้าง ซึ่งเป็ลักษณะเด่นของเผ่ามาร
เมื่อจำได้ว่าสิ่งนี้คืออะไร จินกวางช่านก็ใอย่างยิ่ง "ร่างแยกเผ่ามาร! เขามาที่นี่ได้อย่างไร?"
ไม่มีใครตอบคำถามของเขา เจียงอีเฉินฉีกร่างสัตว์ประหลาดขั้นผสานกายาสองตัวที่ขวางหน้าจนขาดสะบั้น แล้วพุ่งตรงไปยังเจียงซิน ส่วนร่างแยกเผ่ามารก็โน้มตัวลงเพื่อจะคว้าพู่กันขนหมาป่าจันทราหิมะ แต่ทว่ามือน้อย ๆ ขาวนวลอวบอิ่มกลับคว้าด้ามพู่กันที่แกะสลักจากหยกขาวไว้ได้ก่อน ปราณมารที่ประกอบเป็ร่างแยกนี้สลายตัวเล็กน้อยและกระจายออกไปรอบ ๆ แสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจในใจ
"ส่งมาให้ข้า" เสียงที่ทรงพลังและซ้อนทับกันดังขึ้น โลกทั้งใบสั่นะเืเล็กน้อยเพราะประโยคนี้ สัตว์ประหลาดโดยรอบไม่สามารถทนต่อพลังนี้ได้ จึงสลายกลายเป็ควันดำทันที มีเพียงลูกหมาปีศาจที่แบกเจียงซินอยู่เท่านั้นที่ปลอดภัย มันหมอบตัวสั่นเทาอยู่ที่เดิม ไม่กล้าขยับเขยื้อน
ฮือ ๆ ๆ มันแค่้าจะไปเกิดใหม่เท่านั้น เหตุใดจึงยากเย็นเช่นนี้?
เจียงอีเฉินและจินกวางช่านก็ได้รับผลกระทบจากพลังนี้ ทั้งคู่ต่างกระอักเืออกมาคำหนึ่ง เพียงแค่ร่างแยกยังมีพลังถึงเพียงนี้ ร่างจริงของเผ่ามารผู้นี้ต้องอยู่ขั้นข้ามทัณฑ์ขั้นปลายเป็อย่างน้อย
เจียงซินใช้สองมือกอดพู่กันขนหมาป่าจันทราหิมะไว้แน่น เงยหน้าเล็ก ๆ มองอีกฝ่ายอย่างดื้อรั้น ราวกับจะบอกว่า ข้าหยิบได้ก่อน สิ่งนี้ต้องเป็ของข้า
เจียงอีเฉินถูกพลังที่แผ่ออกมาจากร่างแยกเผ่ามารขวางไว้ ไม่สามารถเข้าใกล้ลูกสาวได้ จึงได้แต่ะโว่า "ซินซิน ส่งของสิ่งนั้นให้เขาไป!"
สัตว์ประหลาดเหล่านี้มีสติปัญญาน้อย ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวตามสัญชาตญาณ นอกจากฆ่ายากแล้ว ภัยคุกคามยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ แต่เผ่ามารมีนิสัยเ้าเล่ห์เพทุบาย เจียงซินที่เป็เพียงเด็กเพิ่งเกิด จะมีกำลังไปต่อต้านได้อย่างไร? เจียงอีเฉินไม่รู้ว่าเผ่ามารผู้นี้เมื่อได้ของแล้วจะจากไปหรือไม่ แต่เพื่อรักษาชีวิตลูกสาว เขาจึงต้องยอมถอย
เมื่อได้ยินเสียงท่านพ่อ เจียงซินก็พองลมที่แก้มด้วยความน้อยใจ
เห็น ๆ อยู่ว่านางหยิบได้ก่อน เหตุใดต้องให้ผู้อื่น? พู่กันสวย ๆ ไม่ใช่ของคนตัวดำ ๆ คนนี้เสียหน่อย
เ้าตัวเล็กส่ายหัวอย่างดื้อรั้น
"รนหาที่ตายนัก!" เผ่ามารตวาดลั่น เสียงที่ทรงพลังทำให้แผ่นดินปริแตก เขาคว้าตัวเจียงซินขึ้นมา ตั้งใจจะชิงพู่กันขนหมาป่าจันทราหิมะไปแล้วบีบนางให้แหลกคามือ ทว่ามือน้อย ๆ ขาวนวลอวบอิ่มกลับฟาดลงบนใบหน้าของเขาเสียก่อน
มือน้อย ๆ แต่ตบฉาดใหญ่เข้าเต็มรัก
เป็การโดนตบหน้าครั้งแรกในชีวิต ทำให้เผ่ามารตรงหน้าถึงกับอึ้งไป ร่างกายที่ใหญ่โตราวกับูเาย่อมสลายตัวลงทันที พลังที่วนเวียนอยู่รอบ ๆ หายวับไป ร่างของเจียงซินจึงร่วงหล่นลงสู่พื้นตรง ๆ แต่เจียงอีเฉินพุ่งเข้าไปเป็คนแรก และรับตัวลูกสาวไว้ได้ก่อนที่นางจะตกถึงพื้น
เมื่อเห็นท่านพ่อ เจียงซินก็หัวเราะอย่างมีความสุข ชูพู่กันขนหมาป่าจันทราหิมะในมือขึ้นสูงเพื่อรอคำชม
เจียงอีเฉินรีบตรวจดูร่างกายลูกสาว เมื่อแน่ใจว่านางไม่ได้รับาเ็จึงถอนหายใจอย่างโล่งอก "ยังจะหัวเราะอีก? เ้าทำพ่อใแทบตาย"
ที่นี่ไม่ได้น่ากลัวเลย ลูกหมาก็เชื่อฟังขนาดนี้ เจียงซินไม่เข้าใจว่าท่านพ่อจะรีบร้อนไปทำไม
จินกวางช่านทานโอสถลูกกลอน หลังจากฟื้นฟูอาการาเ็ได้เล็กน้อยก็เดินเข้ามา "เหตุใดร่างแยกของเผ่ามารผู้นั้นถึงสลายตัวไปกะทันหัน?"
เจียงอีเฉินเองก็ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น จึงคาดเดาอย่างกล้า ๆ ว่า "บางทีพลังที่อีกฝ่ายสามารถแทรกซึมผ่านค่ายกลผนึกมารมายังโลกมนุษย์อาจจะมีเพียงเท่านี้ เมื่อใช้จนหมด ร่างแยกจึงต้องสลายไป"
[เป็เพราะเขาอ่อนแอต่างหากล่ะ ลา ลา ลา...]
เจียงซินกอดพู่กันขนหมาป่าสีขาวสะอาดไว้แน่น ฮัมเพลงเบา ๆ ในใจด้วยความดีใจ ส่วนเจียงอีเฉินมองลูกสาวด้วยสายตาที่บรรยายไม่ถูก
เด็กคนนี้ช่างมีจิตใจที่ปล่อยวางจนน่ากังวลจริง ๆ
จินกวางช่านเห็นว่าข้อสันนิษฐานของเจียงอีเฉินมีเหตุผล จึงไม่ได้ถามอะไรต่อ ในเมื่อรอดพ้นจากวิกฤตมาได้ สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือต้องรีบซ่อมแซมจุดศูนย์กลางค่ายกลให้เร็วที่สุด เขามองไปยังจุดศูนย์กลางค่ายกลที่ไม่มีปราณมารพุ่งออกมาอีก แล้วพูดกับเจียงอีเฉินว่า "พลังที่ต่อต้านพู่กันขนหมาป่าจันทราหิมะหายไปแล้ว ตอนนี้เป็เวลาที่ดีที่สุดในการซ่อมแซมจุดศูนย์กลางค่ายกล"
"ซินซิน ส่งพู่กันขนหมาป่าจันทราหิมะให้ท่านพ่อเถิด" เจียงอีเฉินเจรจากับลูกสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
เจียงซินกอดไว้แน่นด้วยความเสียดายอย่างยิ่ง ใบหน้ากลมมนยับยู่ยี่
[ซินซินชอบ... ซินซินอยากได้...]
หากเป็เวลาปกติ ถ้าลูกสาวชอบ เจียงอีเฉินย่อมต้องให้ แต่ตอนนี้สถานการณ์พิเศษ เจียงอีเฉินจึงได้แต่ใช้คำพูดหว่านล้อมลูกสาว "เดี๋ยวพ่อจะขอให้ท่านอาจินทำอันที่สวยกว่านี้ให้เ้า สิ่งนี้ท่านพ่อมีความจำเป็ต้องใช้มาก"
จินกวางช่านช่วยปลอบเด็กด้วย "ใช่ ๆ เดี๋ยวอาจะทำอันที่สวยกว่านี้ให้เ้า ทำสิบอันเลย!"
[ไชโย! จะมีพู่กันสวย ๆ อันใหม่ตั้งสิบอันแน่ะ!]
ดวงตาของเจียงซินเป็ประกาย นางดีใจจนเต้นระบำ รีบส่งพู่กันขนหมาป่าจันทราหิมะออกไปทันที และเฝ้ารอพู่กันด้ามใหม่ของตนด้วยความคาดหวัง
เด็กคนนี้ช่างหลอกล่อได้ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ
เจียงอีเฉินยิ้มบาง ๆ แล้วปักพู่กันขนหมาป่าจันทราหิมะลงตรงกลางจุดศูนย์กลางค่ายกล พลังิญญาไหลออกมาจากพู่กันขนหมาป่าจันทราหิมะอย่างไม่ขาดสาย ค่อย ๆ ซ่อมแซมค่ายกลจนสมบูรณ์ ส่วนลูกหมาปีศาจมองดูจุดศูนย์กลางค่ายกลที่ถูกซ่อมแซมด้วยความเศร้าโศกถึงขีดสุด
บ้านเกิดถูกปิดตาย แล้วมันจะไปเกิดใหม่ได้อย่างไร?
รีบหนีดีกว่า
อาศัยจังหวะที่ไม่มีใครสังเกตเห็น มันจึงหดหางเตรียมจะแอบหนี ทันใดนั้น ก็มีเสียงครางเบา ๆ ของทารกดังขึ้นจากด้านหลัง ลูกหมาปีศาจชะงักกึก ค่อย ๆ หันกลับไปมอง ก็เห็นเจียงซินกำลังชูมือน้อย ๆ กวักเรียกมัน
ลูกหมาปีศาจใจนแทบจะสลายกลายเป็ควันดำตรงนั้น
ไม่กล้าหนีแล้ว ไม่กล้าหนีแล้ว...
ลูกหมาปีศาจขดตัวเป็ก้อนสั่นเทา พยายามลดตัวตนให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่าเจียงซินคว้ามือไปในอากาศ ลูกหมาปีศาจก็หายวับไป เมื่อเ้าตัวเล็กแบมือออกอีกครั้ง ในฝ่ามือก็มีตราประทับสีดำขนาดเท่าเล็บมือปรากฏขึ้น ซึ่งมีรูปร่างเหมือนกับลูกหมาปีศาจตัวนั้นไม่มีผิดเพี้ยน
ฮิฮิ มีลูกหมาแล้ว! มีความสุขจัง!