“ท่านพี่ มันยากเกินไปแล้วนะ”
อัลมอนด์ชะงักกับคำถามนั้นก่อนที่จะเกาหัว
“คำถามนี้ตบนักวิชาการอีโก้สูงไปหลายคนแล้วล่ะ”
“เป็ไปไม่ได้ ฉันไม่ยอม!”
ทันใดนั้นเอง ทูน่าก็เริ่มไม่พอใจกับคำถามที่ตนเองไม่สามารถตอบได้ จึงใช้เวทไฟสร้างลูกบอลเพลิงขนาดใหญ่พุ่งเข้าใส่นารุคามิที่อุ้มทารกน้อยไว้อยู่
“ไปตายซะ!”
“ท่านพี่!”
ลูกไฟนั้นพุ่งออกมาอย่างรวดเร็วด้วยความร้อนที่มากถึงหนึ่งล้านองศา แม้ว่าอัลมอนด์จะพยายามเข้ามาช่วย แต่ไม่ทันการณ์ ลูกบอลไฟนั้นพุ่งเข้าใส่ตัวนารุคามิอย่างจังจนะเิเสียงดังลั่น!
“ตู้มมมมมม!!”
ควันจากการะเิกระจายตัวออกรอบทิศทาง ทำให้ทัศนวิสัยโดยรอบมีแต่ฝุ่นสีเทาลอยฟุ้ง
"อะแฮก ๆ ท่านพี่"
อัลมอนด์พยายามเข้าใกล้นารุคามิ แต่เมื่อควันจางลง ก็พบกับเกราะป้องกันสีฟ้าใสเรืองแสงอันหนึ่งที่โอบล้อมร่างกายของนารุคามิและทารกน้อยเอาไว้
"ไม่เลวนี่ เป็เวทที่รุนแรงจริง ๆ "
นารุคามิยิ้มอ่อน ๆ ในเกราะป้องกันก่อนจะปัดมือเบา ๆ จนฝุ่นรอบ ๆ หายไป
"บ้าจริง ทำไมถึงไม่เป็อะไร...."
ทูน่าทำสีหน้าใพลางตาเปิกโพลน
"ทำเกินไปแล้วนะ ! "
อัลมอนด์โกรธจนเืขึ้นหน้าแล้วตรงไปหาทูน่า
"ถ้าปรับความร้อนและลูกเล็กกว่านี้คงจะแรงน่าดู"
นารุคามิชูนิ้วขวาขึ้นปรากฏลูกบอลไฟสีฟ้าดวงหนึ่งที่เล็ก แต่หากปล่อยออกไปคงจะสามารถะเิคฤหาสน์ทั้งหลังได้เลย
ทันใดนั้นคิราเอลในอ้อมแขนก็เริ่มร้อง "อุแง ๆ" เพราะเสียงะเิที่ดังสนั่นเมื่อครู่
"โอ๋ ๆ ไม่ร้องนะเด็กดี ๆ "
นารุคามิพยายามกล่อมทารกน้อยด้วยสองมือราวกับสิ่งมีชีวิตตัวน้อยที่น่ารักน่าชััง แต่ทารกกลับไม่หยุด แต่เสียงร้องดันเพิ่มทวีคูณ
''แง๊ แง๊ แง๊"
"โอ๋ ๆ ทำไงดีล่ะ คงจะหิวแน่เลย...."
อัลมอนด์ยกมือขึ้นและเสนอไอเดีย
"ท่านพี่ใช้ห้องครัวของฉันก่อนก็ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันเทศนาทูน่าก่อน ! "
อัลมอนด์ชี้นิ้วไปทางขวา ก่อนที่นารุคามิจะอุ้มทารกน้อยและเดินไป ทิ้งเสียงบ่นของอัลมอนด์ที่กำลังเทศนาทูน่าไว้ข้างหลัง
"ห้องครัวใหญ่ดีนี่ ! "
ทันทีที่นารุคามิก้าวเท้ามายังห้องครัวก็พบกับห้องครัวสุดหรู ประดับด้วยโต๊ะทำอาหารลายหินอ่อนสีขาวสะอาดตา เครื่องปรุงรสที่วางเรียงเป็ระเบียบ กับจานชามที่สะอาดราวกับดูแลมันอย่างดี
แต่อัลมอนด์เคยบอกว่าไม่มีคนใช้ ทูน่าคงจะใช้เวทมนตร์ทำความสะอาดล่ะมั้ง
นารุคามิวางคิราเอลไว้บนโต๊ะ แม้เธอจะเดินได้แล้วแต่ก็ยังรักในการนอน จึงนอนในผ้าอ้อมทั้งวัน
คิราเอลลืมตาสีเขียวมิ้นต์ราวกับมรกตขึ้นช้า ๆ ดวงตากลมโตนั่นใครเห็นก็ใจละลาย !
เธอจ้องมองมาทางนารุคามิด้วยสายตาแป๋ว~ พลางส่งเสียงใส ๆ น่ารักน่าเอ็นดู
"มะ มะ มะ..."
"จ้า จ้า รอแป๊บหนึ่งนะ"
นารุคามิหยิบฝักข้าวโพดที่อยู่ในหลุมดำออกมา แม้จะผ่านมานาน แต่ข้าวโพดก็ไม่เน่าเสีย ด้วยพลังของนารุคามิ มันจึงสามารถเก็บได้หลายสิบปี แม้จะดูไม่สมเหตุสมผลก็เถอะนะ....
พอนารุคามิทำซุปข้าวโพดร้อน ๆ เสร็จก็ใส่ถ้วยและค่อย ๆ ใช้ช้อนตักเข้าปากคิราเอล
"อะอ้าม~~"
คิราเอลค่อย ๆ เปิดปากและดูดซุปข้าวโพดนั่น
"เก่งมาก !"
นารุคามิยิ้มอ่อน ๆ ก่อนที่ซุปข้าวโพดค่อย ๆ ลดลงจนหมด
"ห...หมด แย้ว แอะ ๆ "
คิราเอลพยายามเปล่งเสียงแต่ทำได้แค่คำสั้น ๆ เท่านั้น
เมื่อคิราเอลอิ่มแล้วนารุคามิจึงอุ้มเธอออกมา ก็พบกับทูน่าที่ทำสีหน้ารู้สึกผิด กับอัลมอนด์ที่ทำมือเท้าเอว
"ค...คือว่า...หนูขอโทษนะคะ"
อยู่ ๆ ทูน่าก็เอ่ยคำขอโทษออกมา นารุคามิที่ไม่ได้ใส่ใจอะไรจึงยิ้มอย่างเอ็นดู
"ไม่เป็อะไรหรอก หุหุ"
เวลาผ่านไปหลายวันทูน่าก็เริ่มสนิทกับนารุคามิมากขึ้น และช่วยเลี้ยงดูคิราเอลตัวน้อย อัลมอนด์เองก็พยายามดุเวลาทูน่าทำอะไรไม่ดีกับนารุคามิ
'อยากรู้จังว่าตอนนั้นอัลมอนด์เทศนาว่าอะไร ทูน่าจึงเปลี่ยนเป็คนละคนขนาดนี้' นารุคามิคิดในใจ
และห้องที่นารุคามิและคิราเอลอยู่นั้นอยู่ชั้นสองของคฤหาสน์ เป็ห้องขนาดใหญ่สองเตียงนอน ทางซ้ายเป็เตียงของนารุคามิ ทางขวาเป็เตียงของคิราเอลตัวน้อย
ห้องนอนนั้นเป็พื้นปูนที่ทับด้วยไม้ ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเหยียบบ้านไม้อย่างไงอย่างงั้น อีกทั้งมีห้องน้ำในตัวซึ่งอยู่ใกล้ประตูห้อง
เมื่อมองลอดออกไปจากหน้าต่างทรงโค้ง ก็พบกับวิวด้านนอกที่มีทุ่งหญ้าและบ้านหลังอื่นของขุนนางที่กระจายเป็หย่อม ๆ
นารุคามิใช้ชีวิตในคฤหาสน์ของอัลมอนด์จนเวลาล่วงเลยไปหลายปี ราวกับเวลาไหลไปข้างหน้าไม่หยุด จนบัดนี้คิราเอลอายุสิบเอ็ดขวบ
เธอเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และตัวสูงขึ้นจนใกล้กับนารุคามิ เผ่าอานิมาเรียนนี่โตไวจริง ๆ
คิราเอลเรียนรู้การนับเลขกับอัลมอนด์ในทุก ๆ วัน เรียนรู้ศิลปะการต่อสู้กับทูน่า รวมถึงเรียนรู้การใช้เวทมนตร์กับนารุคามิ
'เป้าหมายต่อไป...คงเป็โรงเรียนเวทมนตร์สินะ'
เธอสนิทกับทูน่าราวกับพี่น้องสายเืเดียวกัน และยังฉลาดหลักแหลม
แต่แล้ววันหนึ่งเธอก็ถามเื่พ่อแม่ที่แท้จริงของเธอ
"ท่านแม่คะ พ่อแม่ที่แท้จริงของหนู เป็ใครเหรอคะ"