
ปรีดิ์รติไม่เคยโกรธและอายเท่านี้มาก่อน!
คืนนี้มันเป็ความเฮงซวยอย่างที่สุดนอกจากหล่อนถูกใครก็ไม่รู้ปองร้าย หวังจะให้เสียโฉมด้วยน้ำกรดชนิดรุนแรงยังต้องมาอับอาย เพราะถูกผู้ชายที่ไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้าอ้างตัวว่าหวังดีแต่กลับแทะโลมด้วยสายตา ฉวยโอกาสแตะเนื้อต้องตัวในส่วนที่พึงสงวนไว้แถมยังถือวิสาสะ ‘ขโมย’ จูบแรกในชีวิตของหล่อนอย่างหน้าตาเฉย
เป็จูบที่ประจานต่อหน้าธารกำนัลทำให้โกรธหน้าดำหน้าแดง!
หล่อนสะบัดอย่างแรงจนหลุดจากวงแขนอีกฝ่ายเงื้อมือขึ้นสูงฟาดเข้าซีกแก้มอีกข้างจนหน้าหัน เป็ตบครั้งที่สองในรอบสิบห้านาทีและมันก็ไม่หนำใจ หล่อนจึงหมายมาดจะตบให้หายแค้นอีกสักฉาด แต่ดูเหมือนเขาจะรู้ทันจึงตั้งรับจับข้อมือหล่อนเอาไว้
“ถ้าคุณตบผมอีกครั้งผมก็จะจูบคุณอีก”
เขาพูดหน้าตาย...เป็ใบหน้าจืดอันนิ่งขรึมซึ่งหล่อนเกลียดผู้ชายตาตี่ประเภทนี้นัก เมื่อใช้แรงตบตีในการล้างอายไม่ได้หล่อนก็ส่งเสียงขู่อาฆาต “ฉันจะแจ้งตำรวจแน่ว่าแกมันเป็พวกไอ้โรคจิตวิตถาร”
“ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ” ชายหนุ่มคู่ปรับบ่นงึมงำ
ตอนนี้บรรดาขามุงเริ่มประกบติดจนกลายเป็วงล้อมขนาดใหญ่ผู้คนที่เต้นรำอยู่ด้านในเริ่มทยอยกันออกมาดูลาดเลาเมื่อปากที่หนึ่งซุบซิบไปยังปากที่สองเพียงแค่ปราดตาทั่ว หล่อนก็เดาความคิดของคนพวกนั้นได้จนได้ยินเสียงซอกแซกซุบซิบของผู้หญิงผู้มุงเหตุการณ์เอ่ยขึ้นกระทบหู
“ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นน่ะเธอฉันได้ยินว่ามีคนร้ายสาดน้ำกรดด้านนอก ใแทบแย่...แต่มาดู ไม่เห็นมีอะไรเลยเห็นแต่ละครตบจูบ”
ปรีดิ์รติกำลังเดือดปุดๆเมื่อได้ยินคำระคายหู ก็แว้ดขึ้น เหมือนพลุที่ถูกจุดชนวน “ไม่เคยเห็นคนเขาทะเลาะกันหรือยังไง...ถ้าคิดว่าไม่ใช่ธุระกงการอะไรของพวกคุณไม่อยากยุ่งเื่ของชาวบ้าน ก็ช่วยสงบปากสงบคำหน่อย”
ผู้หญิงคนนั้นหน้าจ๋อยกระตุกมือคู่นินทา ชวนกันเดินหลบลี้ไปจากบริเวณนั้นทันควันผู้เป็พี่ชายเห็นทีท่าว่าเื่ราวคงจะบานปลาย จึงหันมาปรามน้อง “ปูจ๋าใจเย็นๆก่อนนะเดี๋ยวเ้าหน้าที่ตำรวจมาถึง เราค่อยให้ปากคำว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนกรณีของผู้ชายคนนี้” เขาปรายตามองไปยังชายผู้หวังดี มีสีหน้ากระอักกระอ่วนเล็กน้อย “พี่ว่าเรามาคุยตกลงกันนอกรอบดีกว่าอย่าเอามาปะปนให้มันเป็เื่ราวใหญ่โตเลย”
“ได้ยังไงล่ะคะป๋าเป็ดก็เห็นอยู่ว่ามันลวนลาม...อ้อ นี่ยังไม่นับรวมกับเื่เมื่อเช้าอีกด้วยนะ” ครานี้ปรีดิ์รติจึงจับเื่เสื้อผ้าถูกทำลายเมื่อเช้า นำเข้ามาโยงใยกัน “ดีเหมือนกัน ฉันจะได้สะสางมันพร้อมๆกันทั้งสองสามคดี”
หนุ่มตาตี่เลิกคิ้วเป็เชิงถาม “เื่เมื่อเช้ามีอะไรเหรอครับแล้วผมไปเกี่ยวอะไรด้วย”
“แกอย่ามาทำไขสือหน่อยเลยกะอีแค่แต่งตัวดี ทำตัวมีรสนิยม เพื่อปลอมตัวเข้ามาในงานของฉัน...นึกว่าฉันจะโง่ดูไม่ออกอย่างนั้นเหรอ เผลอๆไอ้เื่ที่มีคนมาสาดน้ำกรดใส่ฉันอาจจะเป็ฝีมือพวกของแกที่รวมหัวกันมาจะทำร้ายฉันก็ได้”
หล่อนเริ่มจับแพะชนแกะจนปริญญาโทส่ายหัวแทบไม่ทัน ไม่คิดว่าเื่มันจะโอละพ่อแบบนี้ จึงยกมือห้าม หวังยุติความยืดเยื้อ
“พี่ว่าเื่มันชักจะไปกันใหญ่ผู้ชายคนนี้เป็...”
ปริญญาโทตั้งใจจะเปิดเผยความจริงเพื่อตัดไฟเสียแต่ต้นลมว่าชายหนุ่มผู้ถูกโยงใยใส่ความจนยุ่งเหยิงแท้จริงแล้วเป็เพื่อนสนิทของเขา ที่เพิ่งบินมาจากฮ่องกงไม่กี่วันมานี้แต่ดูเหมือนน้องสาวตัวดีจะไม่ฟังคำใดทั้งสิ้น
“ปูจ๋าเป็คนเสียหายป๋าเป็ดต้องอยู่ข้างน้องสิ ถึงจะถูก...พวกพี่ๆนักข่าวก็เห็นกันทุกคนใช่ไหมคะว่าไอ้หมอนี่มันล่วงเกินปูจ๋า”
หล่อนชี้นิ้วไปยังชายหนุ่มตาตี่ไม่ต่างจากตอนที่ผู้ต้องหาชี้ตัวคนร้ายตามหน้าข่าวหนังสือพิมพ์ พลางพยักพเยิดหาพวกและดูเหมือนนักข่าวทุกคนต่างก็พยักหน้ารับ พร้อมกับส่งเสียงเอออออย่างเห็นด้วย
เสียงช่างภาพคนหนึ่งะโขึ้นมาว่า“คุณปูจ๋าไม่ต้องกลัว พวกเราเก็บภาพไว้ทุกช็อตเดี๋ยวเราจะลงข่าวให้อย่างที่้าครับ”
หล่อนมัวแต่นึกถึงความสะใจที่มีคนยืนกระต่ายข้างเดียวกันเป็พวกนับสิบคิดจะใช้สื่อเป็เครื่องมือสร้างความอับอายให้ชายหนุ่มตรงหน้าบ้างอย่างน้อยจะจริงหรือเท็จ หล่อนก็ไม่สนหรอก แต่นายนั่นจะต้องถูกสังคมตราหน้าว่า ‘ไอ้โรคจิต’
แต่หล่อนกลับลืมคิดไปว่า...หล่อนเองก็อยู่ในภาพนั้นด้วยแถมยังเป็ภาพชวนสยิว ฉากรักประกบริมฝีปากกลางวงล้อมคนหมู่มาก!
เมื่อมีพวกพ้องในมือสมใจแล้วก่อนที่จะกลับไปเอาเื่กับหนุ่มตาตี่ต่อหล่อนไม่ลืมที่จะชำระความกับบอดีการ์ดหน้าฝรั่งที่ไม่เห็นตัวทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุ
“ป๋าเป็ดเห็นไอ้บอดีการ์ดเฮงซวยที่พ่อจ้างมาไหมคะ...มันไปมุดหัวอยู่ที่ไหน”
เมื่อมองฝ่าวงล้อมฝูงคนจนเห็นว่าหนุ่มร่างกำยำสูงใหญ่ซึ่งมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยชนิดมดไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมกำลังยืนเจ๊าะแจ๊ะกับนางแบบสาวที่คั่วกันมาั้แ่บ่ายไม่ได้สนใจภารกิจหน้าที่ของตนเอง หล่อนก็ปรี่ไปถึงตัวฝ่ายนั้นโดยพี่ชายเดินตามแทบไม่ทัน
“ฉันเกือบจะเสียโฉมแกไม่เห็นหรือยังไง...นี่แกเป็บอดีการ์ดภาษาอะไรยะถึงเห็นนางแบบสำคัญกว่าเ้านายแก ถ้าทำงานแบบนี้ ฉันไล่-แก-ออก”
หล่อนเน้นคำตอนท้ายชัดเจนสะบัดหน้าพรืด หมุนตัวกลับ...จนปริญญาโทเป่าปากพรูลมหายใจทิ้งอย่างโล่งอกไม่นึกว่าแผนการบางอย่างที่ล้มไม่เป็ท่าในหัวจะกลับตาลปัตรมาเข้าทางเหมือนปูพรมแดงรอไว้เสียได้
นับว่าเหตุการณ์ที่มีคนปองร้ายต่อน้องสาวเขาจะช่วยให้การเปลี่ยนตัวบอดีการ์ดจากลีโอเป็คนใหม่ จะมาถึงไวโดยไม่ต้องลงมือทำอะไรเลยตามแผน แต่ดูเหมือนอะไรๆมันก็คงไม่ราบรื่นเท่าไหร่นักที่จะขจัดความคิดฝังหัวของน้องสาวตัวแสบให้เลิกอคติว่าเพื่อนเขาคนนั้นไม่ใช่ผู้ประสงค์ร้ายเสียแล้ว
กว่าเ้าหน้าที่ตำรวจจะมาถึง...ฉากหนึ่งจากละครกลางแจ้งในฉาก‘เลิฟซีน’ ของชายหนุ่มตาตี่รูปงามกับคุณหนูไฮโซชื่อดังก็ถูกช่างภาพบันทึกไว้ เตรียมพร้อมจะนำเสนอข่าวในหนังสือพิมพ์วันรุ่งขึ้นโดยกลบข่าวเื่ที่หล่อนถูกปองร้ายไปจนหมดสิ้น
หล่อนไม่รู้หรอกว่าหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์หัวเขียวพร้อมจะเข้าแท่นพิมพ์ในอีกไม่ถึงชั่วโมงนี้แล้ว!
.....................................................จบตอนที่ 3