บทที่ 10 ข้ายังไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดเลย
เวินฉิงพาเซียวอวิ๋นไปยังกองหินรกร้างแห่งหนึ่งที่เชิงเขาด้านหลัง
"ศิษย์น้อง ยอดเขาไผ่รำพันของพวกเราไม่มีหินทดสอบิญญาที่ใช้ทดสอบระดับขอบเขตฝึกลมปราณ แต่มีวิธีอื่นที่สามารถทดสอบได้"
"ขอบเขตฝึกลมปราณคือการดูดซับพลังปราณเข้าสู่ร่างกายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของร่างกาย ความแข็งแกร่งของร่างกายสามารถพิสูจน์ระดับขอบเขตฝึกลมปราณได้"
"โดยทั่วไปแล้ว ศิษย์ที่อยู่ในขอบเขตฝึกลมปราณขั้นห้าจะมีพละกำลังพันชั่ง ก้อนหินใหญ่ด้านหน้านั้น ข้าประเมินว่าน่าจะหนักประมาณสามร้อยกว่าชั่ง เ้าลองเข้าไปดูซิว่าสามารถยกขึ้นได้หรือไม่"
"หากสามารถยกขึ้นได้ แสดงว่าเ้าได้ก้าวเข้าสู่ขอบเขตฝึกลมปราณขั้นสองแล้ว"
เซียวอวิ๋นพยักหน้าพลางกล่าวว่า "ที่แท้ก็เป็เช่นนี้ ถ้าเช่นนั้นข้าจะลองดู"
สามร้อยกว่าชั่งสำหรับเซียวอวิ๋นในชาติก่อนนั้นเป็เพียงตัวเลขที่สูงมาก อย่าว่าแต่สามร้อยชั่งเลย แม้แต่หนึ่งร้อยชั่งเขาก็ยกไม่ขึ้น
หลังจากข้ามมิติมาสู่โลกนี้ เซียวอวิ๋นได้ฝึกวรยุทธ์มาครึ่งปีพละกำลังก็เพิ่มขึ้นไม่น้อย
แต่ว่าจะสามารถยกก้อนหินั์หนักกี่ชั่งได้นั้น เขายังไม่เคยทดสอบมาก่อน
สามร้อยชั่งก็สามารถบรรลุถึงขอบเขตฝึกลมปราณขั้นสอง เขาประเมินว่าตนเองน่าจะทำได้
เซียวอวิ๋นมาถึงหน้าหินั์ ทำท่าขยายหน้าอกสองสามครั้ง หมุนคอไปมา เตรียมตัวยกหิน
หินั์ก้อนนี้ขนาดไม่เล็ก สูงเท่าครึ่งตัวคน เซียวอวิ๋นกางแขนออกก็สามารถโอบกอดได้พอดี
เมื่อเตรียมพร้อมแล้ว เซียวอวิ๋นใช้สองมือจับหินั์ กัดฟันออกแรง ในพริบตาเดียวก็ยกหินขึ้นมาได้
เนื่องจากออกแรงมากเกินไป ร่างกายของเซียวอวิ๋นจึงเสียสมดุลเซไปข้างหน้าเกือบล้ม
เวินฉิงร้องอุทานด้วยความใ คิดว่าเซียวอวิ๋นทนแรงกดของหินั์ไม่ไหว จะถูกหินทับ รีบวิ่งเข้ามาช่วยทันที
ในตอนนั้นเอง เซียวอวิ๋นยืดตัวขึ้น ยืนได้อย่างมั่นคง
เขายกหินั์ด้วยสองมือ ยิ้มพลางพูดกับเวินฉิงว่า "ศิษย์พี่ หินก้อนนี้เบาเกินไปแล้วกระมัง? หนักสามร้อยชั่งจริงหรือ? น่าเสียดายที่ข้าเพิ่งออกแรงเต็มที่เพื่อยกมัน เกือบทำให้ตัวเองเซล้มเสียแล้ว"
เวินฉิงใ ก่อนจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก ขณะเดียวกันก็รู้สึกประหลาดใจที่เซียวอวิ๋นสามารถยกหินั์หนักสามร้อยชั่งขึ้นมาได้
เกิดอะไรขึ้น? หินก้อนนี้กลวงหรือ? เหตุใดศิษย์น้องเซียวยกขึ้นมาได้ง่ายดายเช่นนี้?
"ข้าจะลองดู" เวินฉิงพูดพลางเดินเข้าไปรับหินั์จากมือของเซียวอวิ๋น
เวินฉิงยกก้อนหินั์ขึ้นมาอย่างสบาย ๆ ก้อนหินสูงครึ่งตัวคนในมือของเวินฉิงดูราวกับของเล่นชิ้นเล็ก
นางโยนก้อนหินขึ้นลงในมือราวกับกำลังเล่นลูกแก้ว
"ก็ไม่เบาเท่าไหร่นัก น่าจะหนักราวสามร้อยชั่งได้" นางพึมพำ
เวินฉิงโยนก้อนหินทิ้งไปอย่างไม่ใส่ใจแล้วขมวดคิ้วถาม "ศิษย์น้อง เ้าเคยฝึกวิชายุทธ์ของโลกปุถุชนมาก่อนหรือ?"
เซียวอวิ๋นจ้องมองเวินฉิงด้วยดวงตาเบิกกว้าง ที่นางโยนก้อนหินั์ราวกับลูกบอลเด็กเล่น
หัวใจของเขาสั่นสะท้านอย่างบอกไม่ถูก ภาพนี้ช่างขัดแย้งเหลือเกิน!
นี่คือพลังของผู้บรรลุขอบเขตจินตานหรือ?
แม้เขาจะยกก้อนหินนั้นได้ แต่ก็ไม่มีทางทำได้อย่างสบาย ๆ เช่นเวินฉิง
ตลอดมา เวินฉิงแสดงท่าทีเป็สตรีอ่อนแอนุ่มนวล
แม้จะรู้ว่านางบรรลุขอบเขตจินตานแล้ว แต่เซียวอวิ๋นก็ไม่เคยมองนางเป็ยอดฝีมือแต่อย่างใด
ในยามนี้ เวินฉิงเผยฝีมือโดยไม่ตั้งใจ ทำให้ภาพลักษณ์ของนางในใจของเซียวอวิ๋นพลิกผันไปโดยสิ้นเชิง
เขาจำต้องระวังตัวให้มากกว่านี้เสียแล้ว!
โลกแห่งการบำเพ็ญเซียนช่างน่าสะพรึงกลัวนัก!
แม้แต่ศิษย์พี่ผู้อ่อนโยนที่ดูไร้พิษภัยตรงหน้านี้ ก็สามารถตบเขาให้ตายได้ด้วยมือเดียว!
เมื่อได้ยินคำถามของเวินฉิง เซียวอวิ๋นรีบตอบทันที “ศิษย์พี่สังเกตเห็นแล้วหรือ? ก่อนเข้าสำนักกระบี่ิญญา ข้าเคยฝึกวิชายุทธ์มาบ้าง”
เวินฉิงเข้าใจทันที เช่นนี้ก็อธิบายได้
ไม่แปลกที่ศิษย์น้องสามารถยกหินหนักสามร้อยชั่งได้อย่างง่ายดาย
หากเคยฝึกวิชายุทธ์ของโลกมนุษย์มาก่อน เมื่อผ่านการนำลมปราณเข้าสู่ร่างกายและเสริมสร้างร่างกายแล้ว การบรรลุขอบเขตฝึกลมปราณขั้นสองก็ไม่ใช่เื่แปลก
"ขอแสดงความยินดีด้วยศิษย์น้อง ตอนนี้เ้าบรรลุถึงขอบเขตฝึกลมปราณขั้นสองแล้ว ตอนข้าบรรลุถึงขั้นนี้ต้องใช้เวลาตั้งสิบกว่าวันเชียวนะ"
"จากสิ่งนี้จะเห็นได้ว่า แม้ว่าศิษย์น้องจะมีรากฐานิญญาผสมก็ยังสามารถฝึกฝนได้เช่นกัน และอาจจะฝึกฝนได้เร็วกว่าอัจฉริยะบางคนด้วยซ้ำ"
"ศิษย์น้องอย่าได้ดูถูกตัวเอง ต่อไปต้องพยายามให้มากขึ้น!"
เขาไม่ใช่รากฐานิญญาผสมนะ... เขาคือรากฐานิญญาเทพห้าธาตุที่ไร้เทียมทานต่างหาก!
เซียวอวิ๋นยิ้มพลางกล่าว "ศิษย์พี่พูดถูกแล้ว ต่อไปข้าจะต้องพยายามฝึกฝนอย่างแน่นอน ข้าจะไม่ทำให้ศิษย์พี่ต้องผิดหวัง"
"ศิษย์พี่ ข้ารู้สึกว่าการยกหินั์ก้อนนั้นค่อนข้างง่ายสำหรับข้า ข้าขอลองอย่างอื่นได้หรือไม่"
เวินฉิงทำหน้าเคร่งขรึม เลียนแบบท่าทางที่อาจารย์สอนนาง แล้วกล่าวว่า "ศิษย์น้อง การฝึกฝนต้องเป็ไปตามลำดับขั้น อย่าได้หยิ่งผยอง อย่าได้ใจร้อน เ้าเพิ่งฝึกฝนมาแค่ครึ่งวันเท่านั้น การที่พลังบำเพ็ญถึงขอบเขตฝึกลมปราณขั้นสองก็นับว่าไม่ธรรมดาแล้ว"
"หรือเ้าคิดว่าเ้าฝึกฝนแค่ครึ่งวันก็จะสามารถทะลวงขั้นสามของขอบเขตฝึกลมปราณได้หรือ?"
"ข้าเองกว่าจะทะลวงสู่ของขอบเขตฝึกลมปราณขั้นสามก็ใช้เวลาถึงหนึ่งเดือนเต็ม ๆ ข้าไม่ได้โอ้อวดว่าความเร็วในการฝึกฝนของข้านั้นเร็วแค่ไหน"
"แต่กำลังบอกเ้าว่า การฝึกฝนไม่มีทางลัด จำเป็ต้องค่อย ๆ ก้าวไปทีละก้าว!"
"เ้าเข้าใจความปรารถนาดีของข้าหรือไม่?"
เมื่อเห็นเวินฉิงที่มีใบหน้าน่ารักอ่อนหวาน แต่กลับทำท่าทางขึงขังเคร่งขรึม เซียวอวิ๋นก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ
แต่เขายังคงอดทนไว้ แล้วพูดอย่างจริงจังว่า "ศิษย์พี่พูดถูกแล้ว ข้าคิดมากเกินไป ศิษย์พี่ใช้เวลาถึงหนึ่งเดือนกว่าจะบรรลุถึงขอบเขตฝึกลมปราณระดับสาม ข้าจะไปเทียบกับศิษย์พี่ได้อย่างไร พวกเรากลับกันเถิด"
เมื่อได้ยินเซียวอวิ๋นพูดเช่นนั้น เวินฉิงก็รู้สึกว่าคำพูดของนางเมื่อครู่อาจจะรุนแรงเกินไป ทำลายความมั่นใจของเซียวอวิ๋น
นางอยากจะปลอบใจเซียวอวิ๋นทันที แต่ก็ไม่อยากทำลายภาพลักษณ์ของศิษย์พี่ที่สร้างขึ้นมาอย่างยากลำบาก
จึงได้แต่ทำหน้าขรึมแล้วพูดว่า "ช่างเถิด ถ้าพวกเรากลับไปแบบนี้ เ้าคงจะไม่พอใจ"
"ในเมื่อเ้าอยากลองดู ข้าก็จะให้เ้าลอง รอให้เ้าได้เจออุปสรรคเข้าสักหน่อย เ้าถึงจะรู้ว่าข้าหวังดีกับเ้า"
"เมื่อครู่ข้าเห็นเ้ายกก้อนหินหนักสามร้อยชั่งนั้นแล้วดูเซไปเล็กน้อย คราวนี้ข้าจะอยู่ข้าง ๆ คอยดูแลเ้า หากเ้ายกไม่ขึ้น ข้าก็จะช่วยเ้าได้ทันท่วงที อย่างน้อยก็ไม่ถึงกับาเ็"
"ถ้าเช่นนั้นก็ต้องขอบคุณศิษย์พี่ล่วงหน้าแล้ว" เซียวอวิ๋นพูดพลางยิ้ม ในใจรู้สึกว่าศิษย์พี่คนนี้ช่างน่าสนใจยิ่งนัก
"อืม ไม่ต้องขอบคุณหรอก นี่เป็สิ่งที่ข้าควรทำในฐานะศิษย์พี่"
เวินฉิงชี้ไปที่ก้อนหินั์สูงกว่าเกือบหนึ่งจั้งอีกก้อนที่อยู่ไกลออกไปแล้วพูดว่า "เ้าลองยกก้อนนั้นดู!"
"ก้อนนั้นน่าจะหนักกว่าหกร้อยชั่ง หากศิษย์น้องยกขึ้นได้ ก็แสดงว่ามีพลังบำเพ็ญถึงขอบเขตฝึกลมปราณขั้นสามแล้ว"
"จำไว้นะ หากยกไม่ไหวก็อย่าฝืน อย่าให้ตัวเองาเ็"
เซียวอวิ๋นยิ้มพลางกล่าวว่า "ขอบคุณศิษย์พี่ที่เป็ห่วง ข้าจะระมัดระวังตัวอย่างแน่นอน"
ว่าแล้วเซียวอวิ๋นก็เดินไปยังหน้าก้อนหินั์นั้น
เวินฉิงเป็ห่วงว่าเซียวอวิ๋นจะาเ็ จึงเดินตามไปด้วย
ด้วยประสบการณ์จากครั้งก่อน คราวนี้เซียวอวิ๋นจึงไม่ได้ใช้แรงทั้งหมดั้แ่แรก
เซียวอวิ๋นโอบก้อนหินั์ไว้ แขนทั้งสองข้างออกแรงเล็กน้อย ก้อนหินั์ก็ค่อย ๆ ลอยขึ้นจากพื้น
เซียวอวิ๋นขมวดคิ้วเล็กน้อย
ทำไมยังรู้สึกเบาสบายอยู่เลย! หรือว่าเขาฝึกฝนเพียงชั่วครู่ก็บรรลุถึงขอบเขตฝึกลมปราณขั้นสี่แล้ว?
คงเป็ไปไม่ได้กระมัง? แม้แต่ศิษย์พี่ที่มีรากฐานิญญาธาตุน้ำแข็งชั้นยอด ยังต้องใช้เวลาถึงหนึ่งเดือนเพื่อบรรลุถึงขั้นสาม
เซียวอวิ๋นค่อย ๆ ยกก้อนหินั์ขึ้น
เวินฉิงที่อยู่ข้าง ๆ มองเขาด้วยความกังวลอย่างยิ่ง พร้อมจะยื่นมือช่วยเหลือได้ทุกเมื่อ เกรงว่าเซียวอวิ๋นจะหมดแรงและถูกหินั์ทับเอา
เมื่อเซียวอวิ๋นยกหินั์ขึ้นเหนือศีรษะ เวินฉิงรีบกล่าวว่า "ศิษย์น้อง รีบวางลงเถิด อย่าให้ตัวเองาเ็เลย"
เซียวอวิ๋นยิ้มพลางกล่าวว่า "ศิษย์พี่ไม่ต้องกังวลไปหรอก ข้ายังไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดเลย!"