อนาเธอร์รับฟังและก็ขมวดคิ้วอยู่เล็กน้อย เขารู้สึกถึงความกดดันที่อยู่รอบๆตัว เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างไร
ความโหดเหี้ยมที่เกิดขึ้นจากการสังหารหมู่โดยผู้เล่นลึกลับคนนั้น ยังคงทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง แม้แต่เขาเองก็ยังไม่ทันได้ตั้งตัว
หน่วยผู้พิทักษ์ยังคงยืนอย่างสงบ แต่บรรยากาศรอบตัวพวกเขากลับเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม ชายสูงวัยที่เป็นผู้นำของกลุ่มหน่วยผู้พิทักษ์กวาดสายตามองไปรอบๆ พลางฟังรายงานจากพยานต่างๆที่อยู่ในบริเวณนี้
ผู้เล่นระดับต่ำที่ยืนอยู่ห่างออกไปต่างเริ่มแสดงตัวออกมา
“คืองี้ท่านหน่วยผู้พิทักษ์”
“พวกเราได้เห็นเหตุการณ์..”
พวกเขาเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อหน้าทุกคน และพยานทั้งหมดก็พูดตรงกันว่ากิลด์หอคอยอูโรโบรอสเป็นฝ่ายที่ลงมือก่อน
ผู้เล่นหลายคนยืนยันว่า บารันและกลุ่มของเขาพุ่งเข้าโจมตีบอดี้การ์ดของอนาเธอร์อย่างไม่มีเหตุผล พวกเขาเล่าถึงการใช้ดาบและหมัดเพลิงที่พุ่งเข้าใส่บอดี้การ์ด ซึ่งเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรง
แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันคือ ความลึกลับที่เกิดขึ้นตามมา— การตัดหัวผู้เล่นทั้งหมดในพริบตาโดยไม่มีใครรู้ตัวว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร
พยานบางคนเองก็เล่าด้วยน้ำเสียงที่ความกลัว ในเวลาไม่กี่วินาทีศีรษะของผู้เล่นกิลด์ทั้งหมดก็ถูกปลิดขาด เลือดพุ่งกระจายไปทั่วลานกว้าง
ทุกคนต่างบรรยายความสยดสยองที่ได้เห็นอย่างตรงไปตรงมา แต่ไม่มีใครสามารถอธิบายได้ว่าคนลึกลับนั้นคือใคร
“นักฆ่าที่มีเลเวลสูงอย่างแน่นอน!”
หน่วยผู้พิทักษ์ฟังคำให้การทั้งหมดด้วยความเคร่งเครียด เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่เกินกว่าที่พวกเขาจะคาดคิด การตัดหัวผู้เล่นระดับสูงหลายสิบคนในเวลาอันสั้นโดยไม่มีใครสามารถอธิบายได้ ทำให้ทุกอย่างดูซับซ้อนมากขึ้น
“เดี๋ยวก่อนสิ.. เห็นว่าอนาเธอร์ผู้นี้เอ่ยนามของตนว่าเป็นทายาทของตระกูลนั่น?”
ขณะที่เขาพยายามประเมินสถานการณ์ใหม่ ความจริงที่ว่าอนาเธอร์เป็นทายาทของตระกูลซิกฟรีดทำให้เขาต้องสงสัยมากขึ้น
“ทายาทของตระกูลซิกฟรีดหรือ...”
ชายสูงวัยบ่นพึมพำเบาๆ ขณะที่ครุ่นคิดด้วยความตึงเครียดในใจ จากนั้นเขาก็กล่าวขึ้น
“ข้าไม่รู้ว่าเจ้าพูดความจริงหรือไม่”
“การที่มีส่วนร่วมในเหตุการณ์ครั้งนี้ก็ทำให้เจ้ากลายมาเป็นต้นเหตุ”
“ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร พวกเราจำเป็นต้องกุมตัวเจ้าไปยังสภาผู้ยิ่งใหญ่ เพื่อตรวจสอบเรื่องราวและเจ้าไม่อาจหลีกเลี่ยงได้!”
คำพูดของชายสูงวัยทำให้บรรยากาศในลานกว้างเงียบสงัดลง ผู้เล่นที่ยืนอยู่รอบๆต่างพากันพูดคุยด้วยความตื่นตระหนก
เพราะหน่วยผู้พิทักษ์ไม่ได้เป็นเพียงหน่วยงานธรรมดา พวกเขามีอำนาจมากพอที่จะบังคับใช้กฎหมายของโลกใหม่ และการที่พวกเขาต้องการนำตัวอนาเธอร์ไปยังสภาผู้ยิ่งใหญ่ นั้นหมายความว่าปัญหานี้ไม่ได้จบลงง่ายๆอย่างแน่นอน
พ่อบ้านชราที่ได้ยินคำสั่งของหน่วยผู้พิทักษ์ พยายามลุกขึ้นยืนอีกครั้งแม้บาดเจ็บอยู่ เขามองไปที่ชายสูงวัยด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แฝงความเคารพและความมั่นคง
“นายน้อยของข้าไม่ควรถูกกุมตัวในฐานะผู้ต้องสงสัย เขาเป็นผู้ที่ถูกโจมตีก่อน เรามีเพียงป้องกันตัวเท่านั้น”
“ข้าเชื่อว่าพวกคุณจะเข้าใจเรื่องนี้!”
แม้ว่าพ่อบ้านชราจะพยายามปกป้องอนาเธอร์ แต่ชายสูงวัยจากหน่วยผู้พิทักษ์ยังคงนิ่งเฉยและไม่แสดงท่าทีที่เปลี่ยนแปลง
“พวกเราจะเป็นผู้ตัดสินว่าใครถูกและใครผิด หน้าที่ของข้าคือการนำตัวพวกเจ้าไปยังสภาเพื่อให้ความจริงปรากฏ”
“ข้าเองก็ได้แจ้งเรื่องนี้ไปยังสำนักงานแล้วด้วย พวกเขาสงสัยหลายข้อมาก โดยเฉพาะเรื่องที่เจ้าอ้างตัวเองว่าเป็นบุคคลผู้นั้น”
ชายสูงวัยตอบ เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเข้มงวดและไร้ทางเลือก
“เข้าใจแล้วละ”
“ถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็จะปล่อยใช่ปะ?”
อนาเธอร์มองสถานการณ์เบื้องหน้าด้วยความใจเย็น เขารู้ดีว่าการต่อต้านหรือการขัดขืนคำสั่งในเวลานี้จะไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น
และที่สำคัญ เขาเองก็เชื่อมั่นว่าตนและพรรคพวกไม่ได้ทำผิด พวกเขาเพียงป้องกันตัวจากการโจมตีของกิลด์หอคอยอุโรโบรอส
ถึงแม้จะไม่รู้ที่มาที่ไปของผู้เล่นลึกลับที่ลงมือสังหารหมู่ แต่อนาเธอร์ก็ไม่กลัวผลการพิจารณาของสภาแห่งผู้ยิ่งใหญ่เลยซักนิด
เขาคือใคร เขาคือทายาทลำดับที่สี่แห่งตระกูลซิกฟรีด ถ้าเกิดทุกคนในตระกูลทราบเรื่องเข้าละก็ ไม่อยากไปนึกภาพเลยซักนิด
“ไปกันเถอะ เราทำสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ยังไงพวกเราก็ไม่ผิด”
“ให้พวกเขาพาเราไป ยังไงตระกูลผมก็ต้องจัดการให้เอง!”
พ่อบ้านชรามองอนาเธอร์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความภักดีและความเคารพ
เขาเข้าใจดีว่าอนาเธอร์มีความมั่นใจในตนเอง และในฐานะผู้คุ้มครอง เขาจะต้องเชื่อมั่นในคำสั่งของนายน้อยอย่างไม่มีข้อแม้
เช่นเดียวกับบอดี้การ์ดทั้งสี่คน พวกเขาล้วนเป็นนักรบที่ได้รับการฝึกฝนอย่างดีและมีประสบการณ์มากมายในโลกของการต่อสู้
การปฏิบัติตามคำสั่งของอนาเธอร์เป็นสิ่งที่พวกเขายึดมั่นอย่างไม่ต้องสงสัย
“เข้าใจแล้วนายน้อย”
พ่อบ้านชราพยักหน้า และบอดี้การ์ดทั้งสี่ก็ตอบรับอย่างพร้อมเพรียง
“อย่าว่ากันเลยละ พวกข้าต้องทำตามกฎระเบียบและขั้นตอน”
เมื่อเห็นว่าคนกลุ่มนี้ไม่ขัดขืน หน่วยผู้พิทักษ์ก็เริ่มปฏิบัติการต่อไป พวกเขาเตรียมอุปกรณ์ที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อล็อกพันธนาการของผู้ต้องสงสัยในกรณีที่เป็นผู้เล่นระดับสูง
ตรวนโลหะที่เปล่งแสงเรืองรองถูกนำออกมา มันเป็นอุปกรณ์ที่สร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีและทักษะเวทมนตร์ขั้นสูง ถูกออกแบบมาให้สามารถหยุดการเคลื่อนไหวและพลังของผู้เล่นได้แม้ว่าพวกเขาจะมีเลเวลสูงก็ตาม
“..............”
ตรวนโลหะได้ถูกสวมใส่ให้กับอนาเธอร์ พ่อบ้านชรา และบอดี้การ์ดทั้งสี่คนของเขา
ตราบใดที่ตรวนนี้ยังคงอยู่บนข้อมือของพวกเขา ทุกคนก็จะไม่สามารถถอดมันออกได้ ยกเว้นก็แต่คนที่สวมใส่ให้จะเป็นผู้ที่ถอดมันเอง สิ่งนี้ถือเป็นอุปกรณ์ที่แม้แต่ผู้เล่นที่มีเลเวลสูงก็ไม่อาจขัดขืนหรือหลบหนีจากพันธนาการได้เลยซักนิด
“ไปกันเถอะ”
เมื่อจัดการใส่ตรวนเรียบร้อย หน่วยผู้พิทักษ์ก็เริ่มเคลื่อนขบวน พวกเขานำตัวอนาเธอร์และกลุ่มออกจากลานกว้าง ท่ามกลางสายตาของผู้เล่นมากมายที่ยืนมองอยู่ด้วยความหวาดหวั่นและสงสัย ไม่มีใครกล้าเอ่ยคำพูดใดๆ แม้แต่ผู้ที่เคยยืนตะโกนใส่กิลด์หอคอยอุโรโบรอสยังคงนิ่งเงียบ
ไม่มีใครรู้ว่าชะตากรรมของอนาเธอร์จะเป็นอย่างไรเมื่อไปถึงสภาแห่งผู้ยิ่งใหญ่
ไม่นานรถยนต์ของหน่วยผู้พิทักษ์ได้เคลื่อนตัวผ่านถนนหลักของเมืองหรู่หมิง
เมืองที่เต็มไปด้วยผู้เล่นและเต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนที่สูงตระหง่าน มีเสียงคึกคักดังก้องอยู่ตลอดเวลา แต่ตอนนี้ทุกคนต่างเงียบลงเมื่อเห็นขบวนของหน่วยผู้พิทักษ์เคลื่อนผ่าน
ความเงียบสงัดปกคลุมบรรยากาศรอบตัว ไม่มีใครกล้าส่งเสียงขัดขืนหรือแสดงความเห็น
แม้ว่าผู้คนมากมายจะสงสัยเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่การเข้าไปข้องเกี่ยวกับสภาผู้ยิ่งใหญ่นั้นไม่ใช่เรื่องที่ใครจะทำได้ง่ายๆ
ผู้ที่ท้าทายอำนาจของสภามักจะพบกับจุดจบที่น่ากลัว และไม่มีใครต้องการจะเสี่ยงเช่นนั้น เพราะนั้นหมายถึงการเป็นศัตรูกับโลกทั้งใบ
ขณะที่ขบวนของหน่วยผู้พิทักษ์เคลื่อนผ่านเมืองหรู่หมิงอย่างสงบ
กลุ่มผู้เล่นซึ่งเคยเป็นพยานในการปะทะกันระหว่างอนาเธอร์กับกิลด์หอคอยอุโรโบรอสต่างก็เริ่มพูดคุยกันอีกครั้ง เสียงซุบซิบและการคาดเดาถูกแพร่กระจายไปทั่วอาณาเขตในเวลาอันรวดเร็ว
“พวกแกเห็นหรือไม่? คิดว่าอนาเธอร์คนนี้จะเป็นทายาทของตระกูลที่ยิ่งใหญ่นั่นจริงไหม?”
ผู้เล่นคนหนึ่งพูดกับเพื่อนของเขาด้วยความตื่นเต้นและหวาดกลัว
“ไม่รู้สิ ถ้าเป็นทายาทแห่งตระกูลที่ยิ่งใหญ่ป่านนั้น ทำไมเขาถึงมายังลานกว้างอาคาเดียละ”
“อย่าลืมนะว่าตระกูลซิกฟรีดเป็นหนึ่งในมหาอำนาจของโลกตอนนี้ พวกเขาย่อมมีเครือข่ายและดันเจี้ยนมากมายอยู่ในการครอบครอง”
“แล้วเรื่องผู้เล่นลึกลับที่ตัดหัวผู้คนจากกิลด์หอคอยอูโรโบรอสล่ะ?”
ผู้เล่นอีกคนหนึ่งตั้งคำถาม จากนั้นก็มีอีกคนได้ตอบกลับขึ้นมาทันที
“เหอะ? ไม่เห็นต้องถาม.. ”
“ข้าคิดว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นเป็นความจริง เขาไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องมาโกหก และผู้ที่ลงมือก็ไม่ใช่ใครอื่น.. อาจเป็นผู้ปกป้องทายาทที่ยิ่งใหญ่ของตระกูลซิกฟรีดคนนี้อย่างแน่นอน!”