หลังจากเขาพูดประโยคนั้นออกไปบรรยากาศชวนเย้ายวนใจที่ทำให้หายใจไม่ทั่วท้องก็หยุดชะงักลงทันที ร่างโปร่งที่ขยับเข้ามาจนเกือบแนบชิดกันหยุดนิ่งอยู่กับที่ ดวงตาอันงดงามที่จ้องวาววับมายังเขาเมื่อครูหลุบต่ำจนเขาไม่สามารถมองเห็นคาดเดาความคิดของอีกฝ่ายในยามนี้ได้ แต่นั่นกลับทำให้เขารู้สึกร้อนใจขึ้นมาเสียดื้อๆ ว่าการที่เขาเอ่ยปฏิเสธออกไปเมื่อครู่ทำให้คนงามตรงหน้าอารมณ์เสียรึเปล่า
"กระ กระหม่อมจะไปตามบ่าวมาช่วยพระองค์ผลัดเปลี่ยนฉลองพระองค์นะพ่ะย่ะค่ะ"
เพื่อหลีกเลี่ยนสถานการณ์อันกระอักกระอ่วนนี้หรงเยว่ซีจึงตัดสินใจหนีออกไปรอด้านหลังฉากกั้น แต่เมื่อเขาก้าวเท้าออกไปได้เพียงก้าวเดียว ประโยคตัดพ้อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือก็ดังมาจากคนสูงศักดิ์ที่ก้มหน้าลงต่ำ
"คุณชายสามรังเกียจที่ข้ามีร่างกายอ่อนแอเช่นนี้ใช่หรือไม่ จึงได้ไม่อยากใกล้ชิดข้านัก"
หรงเยว่ซีเต็มไปด้วยความมึนงง เขาเนี่ยนะจะรังเกียจร่างกายที่งดงามหัวจรดเท้าไม่มีที่ติของอีกฝ่าย ตรงกันข้ามเสียด้วยซ้ำ หัวใจของเขามีแต่ความอิจฉาจนล้นทะลักออกมาต่างหาก
"ฝ่าาทรงเข้าใจผิดแล้วพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่เคยมีความคิดเช่นนั้นเลยสักนิด" หรงเยว่ซีเอ่ยปฏิเสธอย่างจริงจัง
"ถ้าคุณชายสามไม่ได้รังเกียจ เช่นนั้นท่านช่วยข้าแต่งตัวได้เหรอไม่"
ท่าทางยืนกรานของฮ่องเต้ที่ดึงดันอยากให้เขาช่วยแต่งตัวให้ทำให้ร่างสูงนึกสงสัยในใจ หรือเพราะการให้บ่าวของเขาคุณชายอย่างเขาช่วยแต่งตัวมันจะเป็การหยามเกียรติของอีกฝ่ายรึเปล่านะ
ด้วยเพราะไม่อยากใช้เวลากับอีกฝ่ายมากไปกว่านี้ เขาจึงยอมตกลงช่วยอีกฝ่ายเปลี่ยนเสื้อผ้าให้มันเสร็จไปเสียที แม้ข้างในจะเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าห้ามพ่ายแพ้และมัวเมาไปกับร่างกายที่แสนงดงามแต่ก็ดูยั่วยวนไม่ต่างจากปีศาจจิ้งจอกที่้าล่อลวงมนุษย์ให้ตบะแตกหมกมุ่นอยู่แต่ในเื่กามอารมณ์
ร่างสูงของเกอตระกูลหรงเขยิบกายเข้าไปใกล้ฮ่องเต้และใช้มือหนาที่แอบสั่นอย่างประหม่าดึงสายคาดเอวสีเขียวเข้มออกจากเอวบอบบาง
ทันทีที่สายคาดเอวถูกดึงออกสาบเสื้อที่ทบกันไว้อย่างไม่เรียบร้อยก็ทิ้งตัวลงแยกจากกันจนเห็น่อกขาวและหน้าท้องแบนราบที่มีร่องรอยของกล้ามเนื้อขึ้นจางๆ เท่านั้นแต่ในเวลานี้กลับดูเซ็กซี่ในสายตาเขามากกว่าก้อนขนมปังแปดแพคของแม่ทัพไป๋เสียอีก
อึก เสียงกลืนน้ำลายของหรงเยว่ซีดังขึ้นในความเงียบระหว่างคนสองคน จนทำให้เขารู้สึกอับอายต่ออีกฝ่ายยิ่งนัก ความร้อนแล่นริ้วขึ้นบนใบหน้าและลำคอ เขาทำได้เพียงตีสีหน้านิ่งเรียบทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วดึงรั้งเสื้อตัวบนกับเสื้อตัวในออกจากไหล่บอบบางน่าัั
ยังดีที่อีกฝ่ายไม่ได้เล่นแง่หรือโปรยเสน่ห์อะไรใส่เขาอีก และยอมยืนนิ่งๆ ปล่อยให้เขาดึงเสื้อตัวบนออกแต่โดยดี
ทว่ายังไม่ทันที่สาบเสื้อจะหลุดออกจากหัวไหล่มน ดวงตาคู่คมของหรงเยว่ซีก็ต้องเบิกกว้าง แววตาของเขาเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อนเมื่อเห็นรอยแผลนูนยาวที่น่าจะเกิดจากของมีคมอยู่บริเวณแผ่นอกด้านซ้ายที่อยู่ใต้ตำแหน่งหัวใจลงมาเล็กน้อยเท่านั้น
ให้ตายเถอะ อีกนิดเดียวไม่ดาบหรือกระบี่คงแทงทะลุหัวใจของอีกฝ่ายไปแล้ว!
การทำาในปีนั้นคนตรงหน้าเขาาเ็ร้ายแรงถึงเพียงนี้เชียวเหรอ นี่รึเปล่าสาเหตุที่ฮ่องเต้ไม่อยากให้บ่าวของเขาเป็คนช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะอีกฝ่ายไม่อยากให้ใครเห็นาแนี้
ความขุ่นมัวที่เคยมีต่อศัตรูหัวใจคนนี้ถูกสลายหายไปทั้งหมดทันที เขาไม่อยากนึกเลยว่าในเวลานั้นอีกฝ่ายจะรู้สึกเ็ปมากขนาดไหน มันต้องเจ็บมากแน่ๆ แถมในยุคนี้ยังไม่มีการรักษาที่ทันสมัย ในจะยาลดปวดแบบฉีดอย่างมอร์ฟีน ยาห้ามเืต่างๆ แล้วยังการเย็บแผลอะไรพวกนี้อีก
หัวใจของหรงเยว่ซีรู้สึกปวดหนึบจนอึดอัดเพราะรู้สึกสงสารอีกฝ่าย
ฮ่องเต้คงรู้สึกไม่ดีที่ร่างกายของตัวเองมีาแขนาดใหญ่เช่นนี้ประดับบนร่างกายของตัวเองแน่นอน มันคงไม่ต่างจากตำหนิบนร่างกายที่เ้าของไม่พึงประสงค์
"ฝ่าา แผลนี่..."
ซีฉินมู่หยางมองหรงเยว่ซีที่จ้องแผลเป็บนอกซ้ายของเขาด้วยสีหน้าเ็ปก็อดเอ็นดูขึ้นมาไม่ได้ ความจริงแผลนี้ยามแรกไม่ได้ใหญ่ขนาดนี้หรอกเพราะแม่ทัพของศัตรูแทงทะลุเกราะของเขาได้เข้ามาได้เพียงนิดเดียวก็ถูกเขาตวัดดาบฟันคอของอีกฝ่ายจนขาดร่วงไปกับพื้นเสียก่อน
แต่ที่กลายเป็แผลนูนขนาดนี้เพราะเขาไม่ได้รักษาแผลอย่างใส่ใจมากพอ เนื่องจากายังไม่จบ หลังจากกลับมาพักผ่อนที่ค่ายทหารทุกวัน เมื่อถอดชุดเกราะกับเสื้อผ้าออกก็จะมีเืซึมอยู่ตลอด รู้ตัวอีกทีก็หายเจ็บแล้วพร้อมกับมีรอยแผลนูนยาวประมาณเกือบสามนิ้วเนื่องจากปากแผลเกิดฉีกขาดจนกว้างกว่าเดิม
จะว่าไปใช้แผลนี่เรียกร้องความน่าสงสารก็ดีไม่น้อย
ซีฉินมู่หยางทำทีเป็สะดุ้งแล้วเบี่ยงตัวหันหลังให้อีกฝ่าย แล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง
"ข้าเกือบไม่มีชีวิตรอดเพราะแผลนี่ มันน่าเกลียดมาก ข้าต้องขอโทษด้วยที่ทำให้คุณชายสามต้องมาเห็นสิ่งนี้"
หรงเยว่ซีเห็นอีกฝ่ายดูมีท่าทีเ็ปชวนน่าสงสารเช่นนี้ก็ร้อนรนทันที เขาเดินอ้อมเข้าไปเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายที่หันหลังหนี มือหนาถือวิสาสะรวบมือเรียวขึ้นมากุมไว้อย่างปลอบโยน
"แผลเป็นี่ไม่น่าเกลียดเลยสักนิด มันคือาแของวีรบุรุษที่แสดงถึงความกล้าหาญของท่านต่างหากพ่ะย่ะค่ะ ที่ต่อสู้ปกป้องบ้านเมืองและประชาชนในแคว้นอย่างสุดกำลัง กระหม่อมภูมิใจในตัวฝ่าามากนะพ่ะย่ะค่ะ และรู้สึกดีใจอย่างยิ่งที่ได้เป็ประชาชนในแคว้นของพระองค์"
"ท่านพูดจริงนะ ไม่ได้เพียงแค่ปลอบใจข้าใช่หรือไม่"
ดวงตาแสนงดงามเปล่งประกายสดใสมองสบกับหรงเยว่ซีที่ตกหลุมพรางของเขาเข้าเสียแล้ว เมื่ออีกคนพยักหน้าอย่างหนักแน่นเขาก็ถือโอกาสทำเป็ลืมตัวโผเข้ากอดอีกฝ่ายอย่างเต็มรัก จนคนถูกกอดตัวแข็งค้าง
"ขอบคุณคุณชายสามมาก ท่านใจดีกับข้ามากจริงๆ"
หรงเยว่ซีที่ถูกคนงามเข้ามากอดอย่างไม่ทันตั้งตัว ััได้ถึงผิวเนียนนุ่มของอีกฝ่าย พร้อมกับกลิ่นกายหอมๆ ก็ถึงกับมึนงงไปชั่วขณะ เขารีบถอนตัวออกจากอ้อมกอด แล้วรีบดันร่างงามออกห่างจากตัวเองเล็กน้อย สองมือรีบดึงเสื้อที่ยังถอดอยู่ครึ่งๆ กลางๆ ให้หลุดออกจากท่อนบนพร้อมทั้งเอื้อมมือหยิบเสื้อที่เขาแขวนไว้มาห่มปิดบังความขาวเนียนกระจ่างใสและจุดสีชมพูสองจุดแสนดึงดูดใจนั่นซะ
กางเกงท่อนล่างนั้นเขาก็หาผ้ามาพันเอวของอีกฝ่ายแล้วใช้สกิลการถอดเสื้อผ้าอย่างรวดเร็วตามประสาคนี้เีรีบดึงออก ก่อนจะสวมของใหม่เข้าไปให้ หัวใจของเขาแทบกระโจนออกมาจากอกเมื่อยามฮ่องเต้ยกขาขาวของตัวเองขึ้นเพื่อสอดเข้าขากางเกงมันชวนให้เขาระทึกใจเสียเหลือเกิน
หลังจากจัดการจัดเสื้อผ้าและความเรียบร้อยของฮ่องเต้ได้ในเวลาไม่กี่นาที เขาก็ลอบหันหลังมาลูบอกของตัวเองพร้อมเอ่ยชมเชยที่เมื่อกี้ทำเวลาได้ดีมากและไม่หวั่นไหวไปกับร่างกายที่ชวนคิดไม่ดีนี่
ยามเขาทั้งสองเดินออกมาจากฉากกั้นก็เจอกับบ่าวที่นั่งคุกเข่าก้มหน้ารออยู่ด้วยใบหน้าแดงก่ำทั้งยังลอบมองมายังเขาด้วยสีหน้าเขินอาย จนเขารู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่ในอก
พวกเ้าคิดกันไปถึงไหนแล้ว ข้าแค่ช่วยฮ่องเต้เปลี่ยนเสื้อผ้าเท่านั้น!
ไม่มีอะไรให้ชวนคิดลึกเกิดขึ้นทั้งสิ้น นี่พวกเ้าลืมไปแล้วหรืออย่างไรว่าพวกเ้าอยู่เรือแม่ทัพไป๋กับฮ่องเต้น่ะฮะ แถมนี่ยังไม่ใช่แค่คู่จริงแต่เป็คู่จริงอีกต่างหาก
หลังจากวันที่เขาช่วยเปลี่ยนชุดให้กับฮ่องเต้ในวันนั้น อีกฝ่ายก็ยังคงแวะเวียนมาที่จวนหรงอย่างสม่ำเสมอ ไม่รู้ว่าเพราะเขาได้เห็นความลับอย่างาแบนตัวของฝ่ายนั้นแล้วได้ปลอบโยนไปหรือเปล่า ความใกล้ชิดระหว่างพวกเขาจึงดูสนิทสนมกันมากขึ้นถึงขั้นที่อีกฝ่ายขอเรียกเขาว่าซีเอ๋อร์ ซึ่งเขาก็ยอมอนุญาตไปแบบงงๆ เพราะถูกรอยยิ้มออดอ้อนบนใบหน้าหวานเข้าจู่โจมทีเผลอ
ให้ตายเถอะ เมื่อไหร่ซีฉินมู่หยางจะรู้ตัวเสียทีว่าอย่าใช้ความงามของตัวเองเรี่ยราดไปทั่วแบบนี้เพราะมันทำให้คนอื่นหวั่นไหว!
เป็เวลากว่าหนึ่งเดือนที่เขาได้พูดคุยกับอีกฝ่ายในฐานะสหายคนหนึ่ง ที่เหมือนจะมีหนึ่งคนที่เผลอหวั่นไหวไปเสียแล้ว และนั่นก็คือตัวเขานั่นเอง
หรงเยว่ซียอมรับเลยว่าหัวใจของเขาในเวลานี้ถูกคนงามเข้ามายึดครองอย่างช้าๆ แต่เขาก็พยายามปฏิเสธตัวเองอยู่เสมอว่านี่เป็เพียงแค่อาการหัวใจเต้นชั่วขณะเท่านั้น เขาอาจจะไม่ได้ชอบอีกฝ่ายเชิงชู้สาว แต่เป็การหลงรักแบบไอดอลอะไรพวกนั้น เพราะเขาชอบรูปร่างหน้าตาและอยากมีรูปร่างแบบนี้บ้าง
จนทุกอย่างเริ่มชัดเจนมากขึ้นเมื่อเขามองแม่ทัพไป๋ที่เปลือยร่างกายฝึกซ้อมต่อสู้กับพี่ใหญ่ด้วยสายตาเฉยเมย ความรู้สึกตื่นเต้น เืลมไหลเวียนพลุ่งพล่านไม่มีอีกต่อ ความรู้สึกตายด้านต่อรูปลักษณ์ของชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่กำยำไปด้วยกล้ามเนื้อได้เกิดขึ้นกับเขา
หรงเยว่ซีที่ตระหนักได้ถึงความอันตรายนี้พยายามดึงตัวเองถอยห่างมาจากฮ่องเต้ และหลบหน้าอีกฝ่ายอยู่หลายวันด้วยรู้สึกผิดที่เขาคิดเกินเลยกับอีกฝ่ายเข้า แล้วยังนึกสับสนกับตัวเองที่จากตอนแรกหลงรักแม่ทัพไป๋ แต่แล้วก็ดันอกหักเพราะแม่ทัพไป๋เป็สามีของฮ่องเต้ พอตัดใจจากแม่ทัพไป๋ได้ เขาก็ดันมาหลงรักฮ่องเต้ที่เป็ภรรยาของแม่ทัพไป๋เข้าอีกที
ให้ตายเถอะ นี่มันชวนมึนงงและสับสนเสียยิ่งกว่าทฤษฎีสัมพันธภาพของไอนส์ไตน์เสียอีก!
หรงเยว่ซีคิดว่ากำลังอยู่ใน่วิกฤติกับสิ่งที่เขาเชื่อมั่นมาตลอดชีวิตซึ่งก็คือ สถานะบนเตียงที่เขา้าเป็เป็ฝ่ายรับไม่ใช่ฝ่ายรุก
แต่เมื่อได้อยู่กับฮ่องเต้ มีหลายครั้งที่เขาลอบมองใบหน้าของอีกฝ่ายแล้วใจเต้นรัว บางครั้งก็รู้สึกเร้าอารมณ์เพียงแค่เห็นไหปลาร้าขาวนั่น หรือยามที่อีกฝ่ายดื่มน้ำแล้วมีหยดน้ำไหลซึมออกมาจากมุมปาก ไหนจะความไม่ระมัดระวังตัวของอีกฝ่ายที่คงเห็นว่าเขาเป็ฝ่ายรับด้วยกันถึงได้ไว้วางใจมากจนบางครั้งก็ขยับตัวเข้ามาเบียดชิดเขาเมื่อ้าอ่านตำราที่เขาถืออยู่
มีอยู่ครั้งหนึ่งที่อีกฝ่ายหยิบขนมป้อนเขาแล้วมีเศษขนมติดปลายนิ้วเรียว อีกฝ่ายก็นำเข้าปากแล้วเลียมันอย่างไม่คิดอะไร แต่คนที่คิดอย่างเขาดันตัวร้อนผ่าวไปหมดทั้งตัว!
วันนี้แหละ! เขาจะพิสูจน์ตัวเองว่าเขายังเป็ฝ่ายรับอยู่หรือไม่ หรือว่าตัวเขาได้เปลี่ยนรสนิยมของตัวเองไปเสียแล้ว!
เมื่อถึงเวลาอาบน้ำหลังทานอาหารมื้อเย็นหรงเยว่ซีก็ไล่บ่าวไพร่ทุกคนให้ไปพักผ่อน เพียงแค่ช่วยเติมน้ำอุ่นไว้ครึ่งถังกับเตรียมชุดนอนไว้ให้เขาก็พอ
เสื้อผ้าถูกถอดออกจนเหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่า ขายาวก้าวลงไปในถังอาบน้ำ เขาเอนแผ่นหลังพิงถังด้วยท่าทางกังวลเล็กน้อยก่อนพยายามปล่อยใจตัวเองให้ผ่อนคลาย
มือใหญ่เลื่อนลงและขยับลูบไล้บนแท่งหยกของตัวเองขึ้นลงเรื่อยๆ จนในที่สุดก็แข็งตัวขึ้น เขาพยายามนึกถึงภาพของวิดีโอโป๊ที่เคยดูในอดีตที่มีผู้ชายใบหน้าหล่อเหลารูปร่างสูงใหญ่เต็มไปด้วยมัดกล้ามพอดีตัวแต่กลับมีัขนาดใหญ่สีสวยกำลังชูชันพร้อมรบ และคู่ต่อสู้ของอีกฝ่ายก็เป็ฝ่ายรับสูงโปร่งเอวบางก้นอวบน่ากระแทก
เปลือกตาของหรงเยว่ซีปิดลงเขาพยายามดื่มด่ำไปกับจินตนาการในหัว มือที่จับอยู่บนกลางกายของตัวเองเลื่อนลงไปอีกจนถึงปากทางรักที่เคยไม่ถูกล่วงล้ำสักครั้ง
ในขณะที่ภาพของพระเอกหนังโป๊กำลังโรมรันพันตูนายเอกในเื่อย่างร้อนแรง หรงเยว่ซีก็จินตนาการภาพตัวเองเข้าไปแทนที่นายเอกที่กำลังถูกกระแทกกระทั้นจากแก่นกายขนาดใหญ่
นิ้วเรียวที่ถูกเคลือบไปด้วยขี้ผึ้งก่อนหน้าขยับสอดเข้าไปภายในช่องทางคับแคบ แม้จะรู้สึกฝืดเคืองเล็กน้อยแต่ก็ยังพอขยับให้เข้าไปด้านลึกขึ้นได้อยู่
เขาพยายามปล่อยอารมณ์ให้เพลิดเพลินไปกับภาพของตัวเองที่ถูกตอกเอวอย่างเมามันและขยับเคลื่อนนิ้วเข้าออกตามจังหวะในหัว แต่สิ่งที่เขารู้สึกกับไม่ใช่ความเสียดเสียวและรู้สึกดีในสิ่งที่ทำอยู่เลยสักนิดจนอดขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ
หรือว่าเขาจะไม่เหมาะกับการเป็ฝ่ายรับจริงๆ?
หรงเยว่ซีเปลี่ยนจินตนาการหัวใหม่เป็เขาที่เป็ฝ่ายรุกและเป็ฝ่ายขยับกายปรนเปรอคนใต้ร่างแทน เขาถอนนิ้วออกจากด้านล่างเปลี่ยนเป็ชักสาวลำกายของตัวเอง ความเสียวค่อยๆ ไต่ระดับมาอย่างช้าๆ แต่เขาก็ยังรู้สึกไม่มีความสุขเท่าที่ควรจนกระทั่งภาพของคนใต้ร่างของเขาถูกเปลี่ยนเป็ร่างกายที่แสนงดงามยั่วยวนของซีฉินมู่หยางกำลังร้องครวญครางเอ่ยขอให้เขาเร่งจังหวะมากขึ้น ทั้งยังขยับกายจับปลีน่องของตัวเองอ้าออกกว้างให้เขาได้ขยับกายถาโถมได้ลึกซึ้งมากขึ้นกว่าเดิม
แก่นกายของเขาปวดหนึบไปด้วยความ้า ความรู้สึกกระสันพุ่งพรวดขึ้นอย่างฉุดไม่อยู่จนเพียงแค่เขาขยับมืออีกไม่กี่ครั้งก็แตะถึงขอบ์ทันที น้ำสีขาวขุ่นพุ่งออกจากส่วนปลายละลายไปกับน้ำในอ่าง ในขณะที่หรงเยว่ซีหอบหายใจน้อยๆ
แผ่นอกกว้างที่ขยับขึ้นลงอย่างรุนแรงจากการปลดปล่อยเมื่อครู่ค่อยๆ ผ่อนลง พร้อมกับหรงเยว่ซีที่น้ำตาซึมไหลที่ขอบตาอย่างต้องยอมรับความจริง
เขาคงเป็ภรรยาของใครไม่ได้อีกต่อไป เพราะตอนนี้ดูเหมือนเขาจะกลายเป็ฝ่ายรุกเสียแล้ว!
Talk : ซีซีลูกกกกกกก