หม่าอวิ๋นเซียงรวบรวมความกล้าถามความออกไป ใจของนางร้อนรนยิ่งนัก ภาวนาว่าขออย่าให้เป็อย่างที่คิดเลย “แมวตัวนั้นที่ถูกตามจับสีอะไร มีลักษณะอย่างไร แล้วเ้ารู้หรือไม่ว่าตอนนี้มันอยู่ที่ไหน”
“สีขาวตัวอ้วนๆ ขนฟูๆ ไม่คล้ายเป็แมวจรจัด” เสี่ยวเจี้ยตอบด้วยน้ำเสียงกึ่งรำคาญ “ป่านนี้เ้าแมวเคราะห์ร้ายตัวนั้นคงถูกคนจับไปให้คุณหนูแล้วกระมัง ว่าแต่เ้าถามเื่นี้ไปทำไม”
หม่าอวิ๋นเซียงไม่ตอบคำถามนั้น ทำเพียงเอ่ยคำขอบคุณแ่เบาแล้ววิ่งออกจากบริเวณนั้นไปอย่างรวดเร็ว
“อะไรของนางกัน วิ่งหนีเฉยเลย” เสี่ยวเจี้ยมองตามหลังร่างเล็กไปอย่างมึนงง
“เสี่ยวเจี้ย ข้าให้เ้าไปเอาตะกร้าไฉนจึงได้ไปนานนัก” อาเจียวเอ็ดทันทีที่เห็นคน
“โธ่พี่อาเจียว ข้าก็รีบอยู่นี่อย่างไรเล่า เพียงแต่เมื่อครู่ถูกเด็กที่ไหนก็ไม่รู้มาขวางทางไว้เ้าค่ะ” นางไม่ยอมบอกความจริงว่าตนมัวแต่ไปฟังเื่ซุบซิบจากบรรดาสาวใช้ในเรือนใหญ่มา
“เด็กที่ไหน สาวใช้ในจวนนี้ก็มีเ้านี่แหละที่เด็กสุด” อาเจียวหรี่ตามองอย่างจับผิด “เ้าอย่ามาอ้าง แอบหนีไปนอนกลางวันมาอีกแล้วละสิท่า เพราะี้เีแบบนี้อย่างไรเล่าพ่อบ้านหลิวถึงได้ส่งเ้ามาทำงานที่โรงครัว ดีเท่าไหร่แล้วที่ไม่ส่งไปโรงซักล้าง”
“เฮอะ! ถึงข้าจะขยันกว่านี้อีกสิบเท่า ตาแก่ใจั์นั่นก็ไม่ยอมให้ข้าทำงานสบายๆ หรอก”
พ่อบ้านหลิวที่บ่าวรับใช้ในจวนต่างเกรงกลัวนั้นแท้จริงแล้วมีศักดิ์เป็ถึงท่านตาของนาง แต่เพราะมารดาท้องกับใครก็ไม่รู้ พอคลอดนางออกมาก็เอามาทิ้งไว้ให้ท่านตาเลี้ยงส่วนตัวเองก็หนีไป เขาจึงโมโหบุตรสาวมากจนเผื่อแผ่ความเกลียดชังนั้นมาถึงนาง ครั้นนางอายุครบสิบสองเขาก็ให้มาทำงานที่จวนสกุลหม่า เพื่อจะได้หักเงินเดือนของนางมาชดเชยเงินของเขาที่เสียไปใน่หลายปีมานี้ ท่านตาผู้นั้นบอกว่านางต้องหาเงินมาชดใช้ให้ครบทุกอีแปะที่หมดไปกับการเลี้ยงดูนางมาจนบัดนี้ หากมันลำบากถึงเพียงนั้นไยเขาไม่สังหารนางทิ้งั้แ่ยังแบเบาะไปเลยเล่าคิดเื่นี้ทีไรก็พาให้หงุดหงิดใจทุกที
“มีเด็กผู้หญิงมาขวางทางข้าไว้จริงๆ นะ นางยังถามถึงแมวอีกด้วย ดูแล้วอายุน่าจะประมาณเจ็ดแปดขวบเห็นจะได้” เสี่ยวเจี้ยกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังอย่าง้าบอกว่าตนไม่ได้โกหก
“เด็กผู้หญิงตัวผอมบาง หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู อาภรณ์ของนางคล้ายกับบ่าวรับใช้ในจวนแต่จะดูดีกว่าใช่หรือไม่” เมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้าก็ถามต่อด้วยความร้อนใจ “เ้าบอกอะไรนางไปบ้าง”
เสี่ยวเจี้ยให้แปลกใจไม่น้อยยามเห็นท่าทางร้อนรนของสาวใช้รุ่นพี่ “ข้าบอกว่าลูกแมวสีขาวตัวนั้นอาจจะถูกจับไปยังเรือนสุ่ยเหลียนแล้ว จากนั้นนางก็วิ่งหนีไปเฉยเลย”
“เ้านี่นะ ไว้ข้าจะกลับมาจัดการกับเ้าทีหลัง” กล่าวจบอาเจียวก็ตรงไปยังเรือนจื่อเถิงเพื่อแจ้งข่าวแก่ถางรั่วเหวย นางได้ยินมาบ้างว่าคุณหนูรองถูกแมวข่วน แต่คงไม่บังเอิญเป็เสี่ยวเมาของคุณหนูใหญ่กระมัง หากเป็เช่นนั้นจริงเซี่ยอี๋เหนียงคงไม่เอาเสี่ยวเมาไว้แน่
ทางด้านหม่าอวิ๋นเซียงเองครั้นได้ยินดังนั้นก็เร่งรุดไปยังเรือนสุ่ยเหลียนเท้าเล็กก้าวย่างอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยจากโรงครัวไปยังเรือนของเซี่ยอี๋เหนียงนับว่าไกลไม่น้อยใช้เวลาราวครึ่งเค่อจึงสามารถไปถึงได้ แม้จะใจร้อนปานใดกระนั้นขาสั้นๆของนางก็วิ่งไปไม่ได้อย่างใจคิดด้วยความรีบร้อนหม่าอวิ๋นเซียงสะดุดล้มไปถึงสองครั้งถึงฝ่ามือจะถลอกเืซึมก็หาได้สนใจไม่นางคิดเพียงแค่ว่าขออย่าให้แมวตัวนั้นเป็เสี่ยวเมา จนลืมสิ้นกระทั่งคำสั่งของบิดาที่มิให้มาป้วนเปี้ยนบริเวณหลังเรือนของเขา
ทว่าในขณะที่กำลังวิ่งผ่านสวนไปนั่นเองสายตาพลันเหลือบไปเห็นเด็กผู้หญิงกับลูกแมวสีขาวตัวหนึ่งเข้าเสียก่อนหม่าอวิ๋นเซียงเปลี่ยนเป้าหมายทันใดนางปรี่เข้าไปหาหม่าซูเหยายามเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังใช้ไม้ตีเสี่ยวเมาคอของมันถูกผูกไว้ด้วยเชือกโดยปลายเชือกนั้นมีสาวใช้นางหนึ่งถือไว้ป้องกันไม่ให้เสี่ยวเมาวิ่งหนี
“หยุดนะ! อย่ารังแกเสี่ยวเมา”หม่าอวิ๋นเซียงวิ่งเข้าไปผลักหม่าซูเหยาหมายจะให้ถอยออกห่างจากลูกแมวแต่เพราะแรงผลักจากการที่วิ่งมาอย่างรวดเร็วนั้น ส่งผลให้เด็กหญิงเสียหลักล้มลงไปหัวโขกเข้ากับก้อนหิน
“ว้าย! คุณหนู”บรรดาสาวใช้ของหม่าซูเหยาต่างร้องออกมาอย่างตื่นตระหนกยามเห็นหน้าผากเล็กอาบไปด้วยเืเหตุการณ์เมื่อครู่เกิดขึ้นเร็วมากพวกนางไม่คิดว่าจะมีใครขวัญกล้าเทียมฟ้าวิ่งมาผลักหลานรักของฮูหยินผู้เฒ่าเช่นนี้จึงไม่ได้ระวังตัว
หม่าซูเหยากรีดร้องลั่นสวนเมื่อรับรู้ได้ถึงความเ็ปบริเวณหน้าผากสาวใช้กรูกันเข้าไปดูก่อนจะรีบอุ้มเด็กน้อยกลับไปยังเรือนสุ่ยเหลียนสาวใช้อีกคนไปรายงานเื่ที่เกิดขึ้นแก่หม่าจิ้งซิ่นและหลี่หลิงฟาง
หม่าอวิ๋นเซียงหาได้สนใจความวุ่นวายตรงหน้าแต่อย่างใดนางเข้าไปช้อนอุ้มเสี่ยวเมาเข้ามาไว้ในอ้อมแขนมือเล็กสั่นเทาบรรจงแกะเชือกที่ผูกคอลูกแมวออกอย่างแ่เบาด้วยเกรงว่าจะทำให้มันเจ็บขนสีขาวบริสุทธิ์ที่เคยงดงามบัดนี้ย้อมไปด้วยสีแดงฉานของโลหิตดวงตาดุจอัญมณีที่ชอบส่งสายตาออดอ้อนยามขออาหารปิดสนิททั้งสองข้างมีเพียงลมหายใจรวยรินเท่านั้นที่บ่งบอกว่ามันยังมีชีวิตอยู่
“เสี่ยวเมาเจ็บมากหรือไม่” นางลูบหลังลูกแมวเบาๆ คล้ายกับกำลังปลอบประโลมั์ตาหงส์เปียกปอนไปด้วยหยาดน้ำตาแผลที่มือของนางไม่เจ็บเท่ากับหัวใจยามเห็นร่างอาบไปด้วยเืของเสี่ยวเมา
“เพี้ยงไม่เจ็บนะ เซียงเซียงเป่าให้แล้ว”
“เรากลับเรือนกันนะเซียงเซียงจะพาไปหาหมอ เสี่ยวเมาจะต้องไม่เป็ไร อดทนไว้นะ”หม่าอวิ๋นเซียงอุ้มลูกแมวเตรียมจะจากไปทว่านางยังไม่ทันได้ก้าวเท้าไปที่ใดเลยด้วยซ้ำกลับถูกสาวใช้สองคนหิ้วปีกไปยังเรือนสุ่ยเหลียน
“ปล่อยนะ! ข้าจะพาเสี่ยวเมาไปหาหมอ ปล่อยเดี๋ยวนี้ พวกเ้าจะพาข้าไปไหน ข้าไม่ไป”นางกอดเสี่ยวเมาไว้แน่นไม่ยอมให้ใครแย่งไป แม้จะถูกลากไปราวกับผ้าขี้ริ้วก็พยายามขัดขืนอย่างสุดกำลังแต่แรงของเด็กน้อยไหนเลยจะสู้แรงของผู้ใหญ่สองคนได้เล่า
หม่าอวิ๋นเซียงถูกสาวใช้สองนางนั้นหิ้วปีกไปทิ้งไว้หน้าเรือนสุ่ยเหลียนนางถูกบังคับให้คุกเข่าอยู่บนพื้นดินที่มีทั้งเศษหินเศษกิ่งไม้โดยมีสาวใช้ร่างใหญ่ยืนคุมภายในเรือนดูวุ่นวายไม่น้อย เสียงเกรี้ยวกราดของฮูหยินผู้เฒ่าดังลอดออกมาให้ได้ยินเป็ระยะเสียงกรีดร้องของหม่าซูเหยาก็ดังไม่หยุดเช่นกัน
ถางรั่วเหวยกระวีกระวาดเข้าไปหาผู้เป็นายทันทีที่เห็นอีกฝ่ายนั่งคุกเข่าอยู่เช่นนั้น“คุณหนู เป็อย่างไรบ้างเ้าคะ เจ็บตรงไหนหรือไม่”กล่าวพลางใช้ผ้าเช็ดหน้ารองเข่าให้เด็กน้อยพร้อมกับสำรวจหาาแบนร่างกาย
หม่าอวิ๋นเซียงส่ายหน้าเอ่ยทั้งน้ำตา “แม่นม พาเสี่ยวเมาไปหาหมอที เซียงเซียงไม่เป็ไรแม่นมพาเสี่ยวเมาไปที”
“เ้าค่ะบ่าวจะให้อาเจียวพาเสี่ยวเมาไปหาหมอ ส่งเสี่ยวเมามาให้บ่าวนะเ้าคะ”ความจริงนางอยากจะพาคุณหนูไปจากตรงนี้เสียบัดเดี๋ยวนี้เลยด้วยซ้ำแต่ผู้คุมมากมายเช่นนี้เกรงว่าคุณหนูของนางคงรอดยากเสียแล้วผู้ใดบ้างจะไม่รู้ว่าฮูหยินผู้เฒ่านั้นเืเย็นเพียงใด
อาเจียวที่ยืนอยู่ไม่ไกลเข้าไปหาเด็กน้อย“ส่งเสี่ยวเมามาให้บ่าวนะเ้าคะ เดี๋ยวบ่าวพาไปหาหมอเอง”
หม่าอวิ๋นเซียงลังเลใจเล็กน้อยก่อนตัดสินใจส่งลูกแมวไปให้หญิงสาวอย่างน้อยอาเจียวก็ดีกับนาง อีกฝ่ายคงไม่หลอกลวงกันกระมัง“ฝากเสี่ยวเมาด้วยนะพี่อาเจียว”
“เ้าค่ะคุณหนูไม่ต้องหวงนะเ้าคะ บ่าวจะดูแลเสี่ยวเมาเป็อย่างดี”แม้ไม่รู้ว่าลูกแมวตัวนี้จะรอดหรือไม่ กระนั้นนางก็ไม่อยากเห็นน้ำตาของเด็กน้อยที่น่าสงสารผู้นี้จึงจำต้องเอ่ยถ้อยคำที่ทำให้ร่างเล็กสบายใจถึงจะรู้อยู่แก่ใจว่านี่อาจจะเป็การโกหกก็ตาม
หม่าอวิ๋นเซียงมองตามหลังอาเจียวไปจนลับสายตาในใจได้แต่ภาวนาขอให้เพื่อนตัวน้อยอย่าเป็อะไรไปนางคิดเป็ห่วงเสี่ยวเมาจนไม่มีใจไปคิดถึงเื่ของตัวเองเลยด้วยซ้ำ
ถางรั่วเหวยหวาดหวั่นใจเหลือแสนนางไม่รู้ว่าหลี่หลิงฟางจะทำอย่างไรกับคุณหนูของนางอีกฝ่าย้าสังหารเด็กน้อยั้แ่แรกอยู่แล้วนางมองสบสายตากับแววตากระจ่างใสแวววาวไปด้วยหยาดน้ำตาของร่างเล็กด้วยใจที่หนักอึ้งมาดหมายในใจไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นตนก็พร้อมจะเอาชีวิตเข้าแลกกับความปลอดภัยของคุณหนู