ทานอาหารมื้อ
เย็นเสร็จแล้วภานุวัฒน์ก็พาลูกชายกลับบ้านเพิงข้างวัดอันมืดมิด
ลูกพลับพอกลับมาที่บ้านหลังนี้แล้วก็ให้นึกถึงว่าป๊ะป๋าได้บ้านหลังใหม่ที่ใหญ่โตกว่าเดิมแถมยังจะมีแสงสว่างในตอนกลางคืนเหมือนกับบ้านของคนอื่นก็ดีใจมาก
แต่เรื่องสำคัญคือเด็กชายไม่รู้ว่าบ้านหลังใหม่ที่ป๊ะป๋าได้มาด้วยบุญบารมี(ตามที่เฮียฮั้วบอก)นั้นเป็นบ้านผีสิงหลังที่เขาเคยไปดูแล้วก็เจอกับผีหน้าเละที่น่ากลัวสุดๆ หลังนั้น
เรื่องนี้ไตเติ้ลไม่อยากให้ลูกพลับเกิดภาพจำที่ไม่ดีกับบ้านที่จะต้องอยู่อาศัยต่อไปจนโตแล้วก็นั่นแหละ มันเป็นบ้านที่อย่างไรเสียก็จะต้องย้ายเข้าไปอยู่จะมัดมือชกไม่บอกไม่กล่าวแอบไปจัดการผีแล้วพาเด็กเข้าไปอยู่เลยก็ไม่ได้เพราะในความทรงจำของลูกพลับก็คือบ้านหลังนั้นมีผีต่อให้ไปอีกครั้งแล้วไม่เจอผีแต่จินตนาการของเด็กก็ยังจะสร้างมันขึ้นมาได้เองอยู่ดี
โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกพลับมีไอ้จิตมารตัวเสี้ยมแฝงอยู่ด้วยแล้วมันจะเสี้ยมอะไรให้เด็กน่ารัก ๆ กลายเป็นวิญญาณร้ายขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ในจุดนี้จำเป็นต้องระวังให้ดี เขาจึงตั้งใจว่าจะคุยกับลูกให้ชัดเจน รวมถึง...
จากที่วันนี้เขาเห็นลูกพลับเผลอปล่อยจิตมารออกมาโดยไม่ได้เจตนาอย่างนั้นแล้วชายหนุ่มก็รู้สึกถึงวิกฤตว่าไอ้ดวงจิตสีแดงมีไอสีดำที่แฝงอยู่ในร่างลูกชายของเขานั้นมันรุนแรงกว่าที่คิด
เผลอคลาดสายตาแป๊บเดียวถ้าลูกพลับปล่อยพลัง...เอ๊ย!ปล่อยอารมณ์โกรธของตัวเองให้ไปเกรี้ยวกราดที่ไหนโดยที่เขาไม่ได้อยู่ควบคุมด้วยแล้วไอ้จิตมารดวงนั้นก็พร้อมจะผุดขึ้นมากลืนกินลูกชายที่น่ารักของเขาให้หายไปได้ในทันควัน
ลูกพลับยังเป็นเด็กตัวเล็กแค่นี้ไม่มีทางที่จะมานั่งประคองสติควบคุมอารมณ์โกรธเข้าจุดเยือกแข็งขัดขวางการทำงานของเจ้าตัวเสี้ยมนั้นได้อย่างแน่นอนแต่ถ้าปล่อยเอาไว้แบบนี้ก็จะยิ่งอันตราย
เหมือนกับที่พ่อและปู่เคยสอนให้เขาควบคุมพลังจิตของตัวเองต่อกรกับพวกผีและสิ่งต่างๆ ไตเติ้ลคิดว่าคงน่าจะถึงเวลาแล้วล่ะมั้ง ที่เขาควรจะต้องสอนลูกพลับให้รู้ถึงพลังของตนเองและฝึกควบคุมมันเอาไว้ให้ได้
หากถึงวันในกาลข้างหน้าเมื่อเขาต้องตายจากไปหรือหากมีเรื่องไม่สู้ดีอะไรเกิดขึ้นในอนาคตลูกพลับจะได้รู้วิธีรับมือกับทั้งอารมณ์โกรธเกลียดและทั้งพวกผีสาง จิตไม่ดีต่าง ๆ ที่คืบคลานเข้ามาหมายจะทำร้ายตนเองได้และถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะให้เจ้าตัวเล็กมีจิตที่แข็งกล้ามากพอจนสามารถทำลายจิตมารนั้นลงได้ด้วยตนเองหากเป็นแบบนั้นได้ก็จะดีที่สุดเลย
“พรุ่งนี้ป๊ะป๋าจะต้องไปดูบ้านใหม่ลูกพลับอยากจะไปกับป๊ะป๋าไหมครับ”
“อยากสิครับ เฮียฮั้วบอกว่าบ้านใหม่ของพวกเรากว้างมากๆ ราคาแพงมาก ๆ เลยด้วย แต่เพราะว่าป๊ะป๋าของลูกพลับมีบุญก็เลยซื้อบ้านหลังใหญ่ได้ในราคาถูกมากๆ” ลูกพลับเสียงร่าเริงในตอนที่บอกว่าบ้านกว้างมาก
หือ…?
เฮียฮั้วมาสอนอะไรผิด ๆ ให้ลูกชายเขาวะเนี่ย!?
ที่บ้านถูกน่ะเป็นเพราะว่าคุณสุกัญญาไม่ได้ขายตามราคาตลาดตั้งแต่ต้นแล้วต่างหากไม่อย่างนั้นก็คงจะสักสี่ห้าล้านแล้วส่วนที่ได้ย้ายเข้าไปอยู่เร็วก็เพราะว่าคุณสุกัญญามีน้ำใจลดค่าแรกเข้าให้ต่างหากวันนี้ก็คุยกันอยู่ว่าเพราะอีกฝ่ายมีฐานะไม่ได้รีบร้อนต้องการเงินก้อนอะไรจึงยอมขายบ้านแบบเช่าซื้อ ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องบุญบารมีอะไรเลยสักหน่อยแล้วอีท่าไหนเฮียฮั้วถึงกลายเป็นมาสอนลูกพลับให้เข้าใจไปถึงโลกพระจันทร์กันได้ล่ะเนี่ย
“คือลูกพลับครับ ที่ป๊ะป๋าซื้อได้ถูกน่ะเป็นเพราะว่าคุณพี่เจ้าของบ้านเขาใจดีมากเลยล่ะครับไม่ได้เกี่ยวกับบุญบารมีอะไรของป๊ะป๋าเลยเวลาที่คนใจดีเขามีน้ำใจกับเราลูกพลับต้องจำเอาไว้แล้วก็คอยช่วยเหลือตอบแทนเขาในเวลาที่เรามีโอกาสจะตอบแทนได้นะครับ”
“เราต้องคิดว่าเวลาที่เราลำบากคนอื่นยังคอยมาช่วยเหลือเพราะฉะนั้นถ้าคนอื่นเขาลำบากเราช่วยอะไรเขาได้ต้องช่วยตอบแทนเขาแม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้คิดหวังเป็นบุญเป็นคุณก็ตาม”
ภานุวัฒน์สอนลูกชายแต่ก็แอบคิดว่ามันอาจจะยากเกินไปจนเด็กฟังไม่เข้าใจหรือเปล่าก็ไม่รู้
“ครับพ้ม! เหมือนกับที่เฮียฮั้วช่วยป๊ะป๋าให้เพลทป๊ะป๋ามาขาย ป๊ะป๋าก็เลยตอบแทนด้วยการใบ้หวยให้เฮียฮั้วใช่ไหมครับ”
ลูกพลับรับคำท่าทีแข็งขันหากภานุวัฒน์ที่ได้ยินลูกชายตอบมาอย่างนั้นก็แทบจะหน้าคะมำตกเก้าอี้
โชคดีว่าบ้านเพิงที่เขานั่งอยู่ตอนนี้ไม่มีเก้าอี้ใช้แล้วก็ต้องนั่งกับพื้น ไม่อย่างนั้นก็คงจะตกเก้าอี้ไปจริง ๆ แล้วเนี่ย!
“คือป๊ะป๋าไม่ได้ใบ้หวยให้เฮียฮั้วนะครับนั่นเฮียแกบังเอิญถูกหวยเองจริงจริ๊งงงง”
ไตเติ้ลตอบเด็กชายทั้งที่ลอบหลั่งน้ำตาอยู่ในใจ
“แต่เฮียฮั้วบอกว่าป๊ะป๋าเป็นคนดี มีตาทิพย์มองเห็นเลขได้ก็เลยบอกหวยเฮียฮั้วแค่คนเดียวเพราะว่าเฮียฮั้วเป็นพ่อตาของลูกพลับป๊ะป๋าก็เลยอยากให้เฮียฮั้วถูกหวย น้องพลับพลึงจะได้อยู่ดีกินดีครับ”
ลูกพลับบอกกับป๊ะป๋าตาแป๋ว
ว้อยยยย!!
เฮียฮั้วนะเฮียฮั้วหลงฝากลูกพลับเอาไว้ให้ดูแลแค่ครึ่งวัน นี่ล้างสมองอะไรลูกชายเขาผิด ๆ ไปซะขนาดนี้ได้เนี่ย!
“เอ่อ…เอาเป็นว่าลูกพลับไม่ต้องไปสนใจเรื่องที่เฮียฮั้วพูดมากนักก็ได้ครับจำเอาไว้ว่าป๊ะป๋าของลูกพลับเป็นคนปกติธรรมดาที่ธรรมดามาก ๆ เลยนะครับป๊ะป๋าแค่มองเห็นผีได้ ซึ่งก็ลูกพลับก็มองเห็นผีเหมือนกันเห็นไหมครับว่ามันเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ว่าจะมีตาทิพย์หรืออะไรเลย” ไตเติ้ลพยายามอธิบาย
“มองเห็นผีได้นี่ปกติเหรอครับ?”
ลูกพลับซัก แล้วอยู่ ๆ เด็กชายก็ทำหน้าเบะขึ้นมาเหมือนกับจะร้องไห้
“พวกนั้นหน้าตาน่ากลัวจะตายลูกพลับไม่ได้อยากเห็นสักหน่อย ป๊ะป๋าเคยบอกว่าคนอื่น ๆ ปกติเขามองไม่เห็นผีกันลูกพลับอยากเป็นปกติเหมือนคนอื่น ๆ ไม่ได้อยากเป็นปกติเหมือนป๊ะป๋านี่”
ป๊ะป๋าเป็นคนดี เป็นฮีโร่ของลูกพลับเด็กชายอยากจะเก่งแล้วก็เป็นคนดีให้ได้เหมือนอย่างป๊ะป๋าในหลาย ๆ เรื่องแต่ว่าไม่เอาเรื่องที่มองเห็นผีได้ไหมอ่า...
เฉพาะเรื่องนี้ลูกพลับยอมขอไม่เป็นเหมือนป๊ะป๋าสักเรื่องก็ได้
“ง่า…บางทีชีวิตคนเรามันก็เลือกไม่ได้นี่ครับป๊ะป๋าเองเลือกได้ก็ไม่ได้อยากจะมองเห็นพวกนั้นเหมือนกัน” ปลอบลูกแล้วกลายเป็นว่าทำท่าคอตกท้อแท้ในชะตาชีวิตของตนเอง
“ลูกพลับเข้าใจครับ”
เด็กน้อยขยับตัวลุกขึ้นยืนเข่า[1] แล้วเอื้อมมือเล็ก ๆ ไปตบบ่าป๊ะป๋าเบาๆ อย่างเห็นอกเห็นใจ
‘ว้อยยย มีปลอบใจกันด้วย ทำไมมันน่ารักขนาดนี้เลยฟะเจ้ากระปุกออมสินหมูน้อยนี่!’
ภานุวัฒน์คิดในใจแล้วอยู่ ๆ ก็คว้าลูกชายมากอดจุ๊บหัว หอมแก้ม ฟัดไปมาอย่างมันเขี้ยว ลูกพลับที่อยู่ ๆ ก็ถูกกอดโดยไม่ทันตั้งตัวก็ดิ้นไปหัวเราะคิกคักไปอยู่ในอ้อมกอดของพ่อ
“จริง ๆ แล้วป๊ะป๋าสอนให้ลูกพลับสู้กับพวกผีได้นะครับถ้าลูกพลับฝึกสู้กับผีจนเก่งแล้วต่อไปพวกผีนั่นแหละ ที่จะเป็นฝ่ายกลัวลูกพลับแทนสนใจจะเรียนไหมเอ่ย?”
ไตเติ้ลนึกขึ้นได้รีบลากสติตัวเองกลับเข้าเรื่องคุยกับลูกพลับทีไรเจ้าเด็กนี่ชอบปล่อยเสน่ห์ ทำตัวน่ารักจนเขาลืมประเด็นที่จะสื่อสารไปได้ทุกทีเลย
“ลูกพลับอยากเรียน ลูกพลับอยากไม่กลัวผี” เด็กชายเบิกตากว้าง เป็นประกายวิบวับขึ้นมาทันที
ในทีแรกเด็กน้อยเคยคิดสงสัยอยู่ว่าทำไมป๊ะป๋าถึงไม่ยอมให้เขาเรียนในโรงเรียนเหมือนกับเด็กคนอื่นๆ ซึ่งหากเป็นแต่ก่อนนี้ลูกพลับรู้ดีว่าที่เขาไม่ได้ไปโรงเรียนนั้นเป็นเพราะว่าพ่อมีเงินพอแค่ซื้อเหล้าแต่ไม่มีเงินที่จะจ่ายค่าเรียนหนังสือให้กับเขา
หากต่อมาหลังจากที่พ่อเลิกเหล้าได้แล้วทำงานมีรายได้ พอมีเงินเก็บบ้างแล้วก็ยังไม่พาเขาไปสมัครเรียนในโรงเรียนอยู่ดีบางทีค่าเรียนในโรงเรียนคงจะแพงมากจนป๊ะป๋าจ่ายไม่ไหวลูกพลับเคยเข้าใจว่าอย่างนั้น หากแต่ตอนนี้...
ลูกพลับรู้แล้วล่ะว่าทำไมป๊ะป๋าถึงได้ไม่ส่งลูกพลับให้เข้าเรียนในโรงเรียนทั่วไปก็ในเมื่อป๊ะป๋าของลูกพลับน่ะ เก่งที่สุดในโลกไปเลยนี่น่านอกจากจะสอนหนังสือให้ลูกพลับจนลูกพลับมีความรู้ฉลาดกว่าพี่โปเต้ที่เข้าเรียนในโรงเรียนแล้วป๊ะป๋าก็ยังสอนลูกพลับให้สู้กับผีได้อีกด้วย
ถึงลูกพลับจะไม่ได้เรียนในโรงเรียนแต่ลูกพลับก็รู้นะว่าที่โรงเรียนน่ะไม่มีครูคนไหนสอนวิธีสู้กับผี
ให้กับลูกพลับได้อย่างที่ป๊ะป๋าทำแน่ๆ
[1]ยืนเข่า ท่านั่งคุกเข่าแบบยกก้นสูงขึ้นมีเพียงเข่าและขาท่อนลางเท่านั้นที่สัมผัสพื้นถ้าคลานเข่าไปข้างหน้าด้วยท่านั่งแบบนี้จะเรียกว่าการเดินเข่า