ณ โรงงานเก่าแห่งหนึ่ง
สภาพภายในเรียกว่าเก่าจนสามารถจะพังลงมาได้แทบจะทุกเวลา เศษเหล็กจำนวนมากถูกวงกองละเกะละกะไปหมด ท่อขนาดใหญ่ที่ทำหน้าที่ลำเลียงน้ำได้ผุกร่อนจนมีน้ำหยดลงมาไม่หยุด ฝ้าเพดานที่หลุดจนมองเห็นท้องฟ้ายามกลางคืนได้อย่างชัดเจน
อือ อือ อือ
ลูเทียร์ที่ในตอนนี้กำลังถูกมัดและปิดปากอยู่กับเก้าอี้เหล็ก พร้อมกับโซ่มัดซ้ำอีกรอบที่จะไม่สามารถทำให้หลุดออกมาได้ง่ายๆ โดยที่รอบๆตัวก็ได้มีอาวุธมากมายที่เธอไม่เคยเห็นว่างอยู่เป็จำนวนมาก และสามพี่น้องดอยที่กำลังทำการยืนคุยกันถึงเื่บางอย่าง
“ทำให้มันเงียบซิเดม่อน” เท็ด ผู้เป็พี่ชายคนโตได้สั่งให้เดม่อนน้องเล็กสุดไปทำให้ลูเทียร์เงียบ
เดม่อน น้องคนเล็กสุดที่มีนิสัยขี้คลาดแถมยังติดพี่ชายได้เดินไปหาลูเทียร์ ก่อนจะใช้มือตบเข้าที่หน้าเต็มแรงจนลูเทียร์ถึงกับต้องหยุดร้อง แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังคงจ้องมองอีกฝ่ายอย่างไม่ละสายตา
‘ทำไมใช้เวทย์ไม่ได้เนี่ย’ ลูเทียร์คิดในใจพร้อมกับพยายามใช้เวทย์วาร์ปเพื่อทำให้ตัวเองหลุดออกจากโซ่ แต่ไม่ว่าจะลองยังไงเวทย์ก็ไม่แสดงผล
“เมื่อไหร่มันจะมาวะ ฉันทนแทบไม่ไหวที่จะฆ่ามันให้ตายคามือฉันแล้วเนี่ย” เท็ดพูดขึ้น ก่อนจะเดินไปดูที่หน้าต่างพร้อมกับสลับเดินไปมาอย่างร้อนรน
“รีบไปไหนล่ะ ยังไงมันก็ต้องมาอยู่แล้ว ถ้าว่างก็ไปเล่นกับยัยนั้นก่อนก็ได้” โทนี่ พี่ชายคนรองได้พูดขึ้นขณะที่ตัวเองกำลังเช็ดปืนอยู่
“เป็ความคิดที่ดี”
เมื่อนั้นเท็ดก็ได้เดินไปซ้อมลูเทียร์อย่างมันมือเพื่อฆ่าเวลารอลุคมา ทั้งการต่อยเข้าที่ท้องและกระทืบซ้ำ ก่อนจะใช้ไฟแช็คลนที่นิ้วมือพร้อมกับที่เสียงกรีดร้องในลำคอที่ดังออกมา ซึ่งภายในเวลาไม่กี่นาทีลูเทียร์ในตอนนี้ได้มีสภาพสะบักสะบอมต่างจากเมื่อครู่ลิบลับ ทั้งตาและแขนขาต่างเขียวช้ำไปหมดรวมถึงนิ้วบางส่วนที่ไหม้จนดำสนิท
“วู้ว รู้สึกดีขึ้นหน่อย” เท็ดพูดก่อนจะเดินไปจุดบุหรี่
“มันมาพอดีเลยว่ะ ทำให้ยัยนั้นสลบซะ แล้วปิดนาฬิกานั้นด้วย” โทนี่กล่าวก่อนจะเดินไปหยิบปืนขนาดใหญ่ขึ้นมา พร้อมกับส่งปืนขนาดอื่นๆให้เท็ดและเดม่อน
“ได้เวลาปาร์ตี้แล้วสิ”
ทั้งสามได้ลากลูเทียร์ที่ติดอยู่กับเก้าอี้ไปไว้ที่โล่งจุดหนึ่งภายในโรงงาน พร้อมกับตั้งป้อมปืนและอาวุธมากมายเพื่อรอต้อนรับลุค ซึ่งในตอนนี้เ้าตัวก็กำลังยืนอยู่ห่างจากหน้าทางเข้าไม่มากนัก เหมือนกับรู้ว่าภายในโรงงานมีคลังแสงที่รอเขาอยู่
“มันไม่เข้ามาว่ะ สงสัยต้องออกไปต้อนรับซะหน่อย”
เพ็ง
พูดจบเท็ดก็ได้ะโทะลุหน้าต่างชั้นสองลงมาพร้อมกับปืนขนาดกลางที่ถืออยู่ โดยไม่ฟังคำห้ามของโทนี่ที่กำลังซุ้มโจมตีอยู่
“โว้วๆๆ ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างนักสืบลุคจะมาจริงๆนะเนี่ย ครั้งล่าสุดที่เราเจอกันน่าจะเป็ตอนที่แกไปศาลซินะ ตอนนั้นเป็ยังไงบ้างช่วยเล่ามาให้ฟังหน่อยสิ เพื่อนเก่าอยากรู้จังเลยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง พอดีฉันได้ยินว่ามีหมาสามตัวหลุดเข้าไปเห่าในศาล แกโดนกัดรึเปล่า ฉันกลัวว่าแกจะมาแพร่เชื้อใส่ฉันนะเนี่ย ” เ้าตัวพูดไปก่อนจะดีดบุหรี่ใส่ลุค “ หือ ทำไมเงียบจังล่ะ ไม่มีอะไรจะพูดกับฉันหน่อย หรืออยากให้ฉันทวนความจำซักหน่อยว่าครั้งนู้นที่เราเจอกัน มีใครตายบ้าง ฉันจำได้คนนึงนะว่าเป็เด็กสาวตัวเท่าเอวฉันเนี่ย ฉันจำเสียงของยัยเด็กนั้นตอนร้องได้อย่างดีเลยล่ะ มันร้องแบบนี่นะ ไม่ ไม่ อย่าทำหนู อย่าทำหนู แกจำได้รึเปล่า หรืออยากให้ฉันทวนความจำอีกดี” ขณะที่พูดก็ได้ยกกระบอกปืนหันไปทางลุค
“เลิกเห่าสักที ครั้งก่อนที่รอดไปได้เพราะมีไอ้พวกทหารปัญญาอ่อนนั้นมาขวางไว้ แต่ครั้งนี้มันจะไม่เหมือนครั้งที่แล้ว เพราะครั้งนี้พวกแกจะต้องตายที่นี่” ทางด้านลุคก็ได้ชักดาบออกมาเล่มหนึ่ง ส่วนอีกเล่มก็ได้ลอยอยู่ข้างๆเตรียมโจมตี
“อย่างนั้นเอง งั้นก็…ใครเปิดก่อนได้เปรียบ” พูดจบปืนที่เท็ดถืออยู่ก็ได้ยิงะุสีฟ้าก้อนใหญ่เท่ากำปั้นใส่ลุคทันที
ตู้ม
ะุสีฟ้านั้นได้ชนเข้ากับกำแพงเหล็กหลังจากที่ลุคหลบได้ พร้อมกับแสดงให้เห็นอานุภาพของมันที่เจาะทะลุกำแพงเหล็กหนาได้อย่างสบาย
“โว้ว ของโคตรเจ๋ง”
ทางด้านลุคที่หลบได้ก็ได้บังคับดาบให้พุ่งไปหวังจะฆ่าให้ตายทันที แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ง่ายอย่างนั้น เมื่อเท็ดได้ใช้ปืนกระบอกนั้นยิงดาบที่พุ่งมาจนดาบแตกกระจายเป็เสี่ยง ซึ่งมันก็เป็เพียงตัวล่อเพื่อให้ลุคนั้นเข้าถึงตัวได้อย่างง่ายขึ้น
“แกนี่มันเล่นทีเผลอนี่หว่า” เท็ดกล่าวพร้อมกับหันไปมองข้างหลัง ที่ในตอนนี้ลุคกำลังแทงดาบเข้าไปมิดด้าม
“อ้า!”
ลุคดึงดาบออกมาก่อนจะถีบให้มันกระเด็นลงไปนอนกับพื้น พร้อมกับแทงมือทั้งสองข้างเพื่อระบายอารมณ์ ซึ่งแม้ว่าจะทำไปถึงขนาดนี้แล้วแต่มันก็ยังมีทีท่าไม่ทุกข์ร้อนอะไร ขณะที่เืกำลังไหลออกมาเต็มพื้น
‘ถึงไหนแล้ว’ ลุคส่งข้อความหาโลเวล
‘อยู่ด้านในแล้ว กำลังจะช่วยลูเทียร์’ โลเวลตอบกลับมา ส่วนลุคที่คลาดสายตาจากเท็ดไปครู่เดียวก็ต้องแปลกใจ เพราะอยู่ๆมันก็ได้ลุคขึ้นยืนได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งๆที่เืไหลขนาดนั้นน่าจะนอนตายไปแล้ว
“ยานี่มันรสชาติแย่จริงๆว่ะ” เ้าตัวพูดไปพร้อมกับยกซดน้ำยาสีแดงในขวดแก้วใสจนหมด
แผลขนาดใหญ่จากดาบสมานตัวอย่างรวดเร็วรวมถึงแผลที่มือ โดยขณะนั้นเองที่ลุคก็ได้ยืนตะลึงอยู่เขาก็รู้ได้ทันทีว่าเ้าน้ำยาสีแดงนั้นมันคืออะไร แต่ก่อนที่จะได้วาร์ปไปฆ่าอีกรอบเท็ดก็ได้มีท่าทีที่แปลกไป ร่างกายของมันนั้นเริ่มขยายตัวจนน่ากลัว
“อะไรวะเนี่ย!” เท็ดร้องออกมาด้วยสีน่าหวาดกลัว เพราะมันไม่รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของตัวเอง
แขนขาเริ่มบิดเบี้ยวไปมาก่อนที่ในเวลาต่อมามันจะรักษาตัวเอง และก็เป็อย่างนี้ไปอยู่อีกหลายนาทีพร้อมกับเสียงโหยหวนที่เกิดจากความเ็ป ส่วนลุคที่กำลังยืนมองภาพตรงหน้าที่แปลกประหลาดก็ได้เรียกสติตัวเองกลับมาได้ ก่อนจะเดินตรงไปหวังจะฆ่ามันให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก่อนที่จะได้แทงดาบลงไปปักที่หัวใจ มือของเท็ดก็ได้พุ่งมาจับดาบที่กำลังจะปลิดชีพตัวเอง พร้อมกับพยายามออกแรงเต็มที่เพื่อสู้แรงลุค แต่ท้ายที่สุดดาบเล่มนั้นก็ได้ปักลงไปที่หัวใจ ก่อนที่สุดท้ายเสียงร้องจากความเ็ปก็ได้เงียบลง พร้อมกับเสียงการต่อสู้ข้างในโรงงานที่ดังขึ้นตามมาติดๆ
“จบเื่สักที” ลุคดึงดาบออกมาก่อนจะหันไปมองหาทางเข้า ซึ่งขณะที่กำลังสับสนว่าทางเข้ามันอยู่ตรงไหน เสียงบางอย่างจากข้างหลังก็ได้ดังขึ้น
“จะรีบไปไหนล่ะ ฉันยังไม่ตายซักหน่อย” เท็ดลุกขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับร่างกายที่ขยายใหญ่ต่างจากตอนแรก แต่ครั้งนี้ไม่มีการบิดงอของแขนขา มันทำให้ลุคสับสนเข้าไปใหญ่ว่าน้ำยาสีแดงนั้นมีความสามารถรักษาได้ถึงขนาดนั้นไหนกันแน่
โลเวลในตอนนี้หลังจากที่แอบเข้ามาในโรงงานได้สำเร็จโดยการล่องหน ก็ได้ตรงไปหาลูเทียร์ที่กำลังถูกมัดและวางอยู่ตรงกลางลานที่รายล้อมไปด้วยอาวุธมากมาย ซึ่งพอไปถึงตัวก็ถึงกับใกับสภาพของหญิงสาวที่มีแผลเต็มตัว แต่ก็ใได้ไม่นานเขาจึงรีบทำการแก้มัดก่อน แต่มันก็เป็อะไรที่ไม่ง่ายเลยที่จะจัดการโซ่หนาขนาดนี้ โลเวลจึงทำการย้ายที่โดยการวาร์ปต่อเนื่องจากจุดตรงนั้นเข้าไปห้องห้องหนึ่ง ซึ่งดูเหมือนว่าโทนี่และเดม่อนจะไม่ทันสังเกตเห็น
“มันจะยากอะไรขนาดนี้เนี่ย” โลเวลบ่นออกมาเพราะโซ่ที่มัดอยู่มีกุญแจที่ล็อคเอาไว้อีกชั้น ก่อนที่ท้ายที่สุดจะจำใจใช้ดาบตัดโซ่ออก ซึ่งสาเหตุที่ไม่อยากทำก็เพราะว่ากลัวดาบที่ใช้นั้นจะบิ่น ซึ่งมันก็เป็อย่างนั้นจริงๆหลังจากที่ตัดโซ่ได้สำเร็จ
โลเวลอุ้มร่างของลูเทียร์ไปวางลงกับพื้นก่อนจะรีบรักษาในทันที เพราะดูจากแผลที่เต็มร่างกายถ้าปล่อยเอาไว้นานกว่านี้อาจจะแย่หนักกว่าเดิม
“ยัยหัวทองนั้นไปไหน แกไปหามันซิเดม่อน” เสียงโทนี่ดังขึ้นจากที่ไกลๆแต่ก็ดังพอที่จะทำให้โลเวลที่อยู่ห่างไปจากจุดนั้นพอจะได้ยิน ซึ่งดูจากเวลาในการรักษาและระยะห่างนั้นโลเวลได้ตัดสินใจเร่งการรักษาให้เร็วขึ้น เพื่อให้ทันก่อนที่พวกมันจะมาถึงตัวทัน
เสียงโครมครามจากการเหล็กกระทบกันดังขึ้นไม่หยุด ก่อนที่เสียงฝีเท้าจะวิ่งมาจะหยุดที่หน้าห้องที่โลเวลกำลังอยู่ แล้วประตูเหล็กที่กั้นห้องก็ได้กระเด็นเข้ามาด้านในจากปืนมานา ปรากฎเป็เดม่อนที่เดินเข้ามาพร้อมกับปืนที่ชี้มายังโลเวลที่กำลังประคองลูเทียร์อยู่
“ยก…ยกมือขึ้นและวางผู้หญิงลง” เดม่อนชี้ปืนมาพร้อมกับท่าทางลุกลน
โลเวลที่ได้ยินอย่างนั้นก็ได้วางลูเทียร์ลงกับพื้นอย่างช้าๆ ก่อนที่ตัวเขาจะวาร์ปเข้าไปต่อยเดม่อนอย่างเต็มแรง จนชายที่มีรูปร่างท้วมต้องลอยไปชนเข้ากับกองเหล็กจนเกิดเสียงดัง โทนี่ที่ได้ยินเสียงดังขึ้นจึงได้ะโถามเดม่อน แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับเพราะตอนนี้คนที่ต้องตอบกำลังนอนกองอยู่กับกองเหล็ก
โลเวลที่เห็นว่าอีกฝ่ายคงจะลุกขึ้นไม่ได้อีกนานจึงได้วิ่งไปอุ้มลูเทียร์ ก่อนที่จะเริ่มร่ายเวทย์เทเลพอร์ตที่ใช้มานาจำนวนมาก พาตัวเองไปโผล่บริเวณใกล้อาคารกิลด์
“นั้นลูเทียร์หนิ!” เสียงชายคนหนึ่งะโขึ้นพร้อมกับชี้ไปยังจุดที่ว่า
ภาพที่ทุกคนเห็นก็คือโลเวลที่กำลังอุ้มร่างของลูเทียร์วิ่งมาอยู่ และเมื่อมาถึงจุดรวมตัวก็ได้หยุดวิ่งพร้อมกับะโหาคนที่ใช้เวทย์รักษาได้ ทุกคนที่ยืนล้อมหันมองหน้าก่อนจะะโถามกันไปมา
“หลบไป” ออสตินะโเสียงดังเพื่อให้คนที่มุงอยู่เปิดทาง
ออสตินที่แหวกฝูงชนมาถึงก็ได้ใกับสภาพของลูเทียร์ในตอนนี้ แม้ว่าโลเวลจะรักษาไปเยอะแล้วแต่แผลที่นิ้วมือและรอยฟกช้ำก็ยังเห็นเป็ลางๆอยู่ดี ออสตินรีบเข้าไปอุ้มร่างขึ้นมาแล้ววิ่งเข้าไปด้านในอาคารกิลด์ทันที ส่วนโลเวลที่เห็นว่าคงจะไม่ต้องห่วงเื่นี้แล้วจึงหันหลังเตรียมตัววิ่ง แต่ก็ได้ถูกเกรซมารั้งเอาไว้พร้อมกับถามคำถาม
“แล้วลุคล่ะ”
“ตอนนี้กำลังสู้อยู่ ข้าต้องรีบไปช่วยหมอนั้น” หลังพูดจบเ้าตัวก็ได้เตรียมออกวิ่งอีกครั้ง แต่ก็ได้ถูกเสียงใครขัดขึ้นอีกครั้ง
“พวกเราขอไปด้วย” คนะโคือฟารัสกับปาร์ตี้ของเขาเอง
“งั้นก็ตามมาให้ทัน” พูดจบคราวนี้โลเวลก็ได้ออกวิ่งเต็มที่ พร้อมกับใช้เวทย์วาร์ปเป็ระยะๆ
ทางด้านฟารัส ร็อค และจูเลียร์ก็ได้วิ่งตามไปทันที แต่เหมือนว่าทั้งสามคนจะวิ่งตามคนนำไม่ทัน เนื่องจากโลเวลได้ใช้เวทย์วาร์ปต่อเนื่องแบบที่ว่าใช้ติดต่อกันไม่หยุดพัก จนกระทั่งได้มาถึงจุดที่โรงงานตั้งอยู่พร้อมกับทั้งสามที่ได้มาถึงในเวลาไล่หลังไม่นาน พร้อมกับท่าทีหอบเป็อย่างมาก ก่อนที่ทั้งสี่จะหันไปเห็นลุคที่กำลังสู้กับใครอยู่
ลุคในตอนนี้กำลังสู้กับเท็ดแบบที่เรียกว่าลำบากสุดๆ เนื่องจากไม่ว่าจะโจมตีไปยังไงแผลก็รักษาได้ทันที แถมกล้ามเนื้อที่เพิ่งจะถูกสร้างขึ้นมาใหม่ ก็ดูจะแข็งแรงพอที่จะจับท่อนเหล็กหนักสิบกิโลกรัมเหวี่ยงได้สบาย โดยที่ไม่จำเป็จะต้องใช้เวทย์เสริมกำลังในการช่วย
“จะหนีไปไหนล่ะ มาเล่นกันดีกว่า” เท็ดยังคงวิ่งไล่ลุคอย่างไม่ลดละ
ส่วนลุคตอนนี้ก็ต้องหลบบ้างโจมตีบ้างเพื่อไม่ให้ตัวเองาเ็ จนกระทั่งวิ่งหนีมาถึงจุดหนึ่งซึ่งเป็ทางตัน เ้าตัวหันไปมองเท็ดที่กำลังวิ่งตามมาติดๆ เขาล้วงมือเข้าไปหยิบยันต์ที่เลน่าให้มาก่อนจะเลือกว่าจะใช้ใบไหนดี ซึ่งเมื่อไม่มีเวลามากใบที่ได้จึงเป็ยันต์คำสาปคัน ก่อนจะทำการวาร์ปเพื่อหลบหมัดที่โจมตีเข้ามาและกระโจนเข้าไปแปะยันต์บนตัวอีกฝ่าย เท็ดที่โดนคำสาปคันเข้าไปก็ได้เกาตามตัวไปทั่วพร้อมกับร้องะโโวยวาย
“คัน ทำไมมันไม่หายคันวะ แกทำอะไรอะไรลงไป ทำอะไรลงไป” เท็ดเกาจนเืเริ่มไหลออกมาแต่แผลก็รักษาตัวในทันที
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายสมาธิไม่ได้อยู่กับตัวเองลุคจึงได้เตรียมเข้าไปหวังจะฟันคอให้ขาด ซึ่งมันเป็วิธีเดียวที่เขาคิดได้ในตอนนี้ เพราะว่าถ้าทำอย่างนี้แล้วไม่ตายอีกก็คงต้องจับโยนลงไปในบ่อเตาหลอมเหล็กอย่างเดียว และเมื่อตัดสินใจได้แล้วก็ได้ออกวิ่งอีกครั้ง พร้อมกับดาบเล่มเดียวและเหล็กแหลมอีกแท่ง
เมื่อมาถึงตัวเท็ดที่กำลังดิ้นด้วยอาการคันจากคำสาป ลุคใช้ดาบที่ถืออยู่ฟันลงที่คอในทันทีขณะที่มันกำลังนอนดิ้นอยู่กับพื้น แต่ก็ไม่สำเร็จอีกครั้งเพราะมันสามารถจับดาบได้อีกครั้ง เมื่อเล่มแรกไม่สำเร็จเหล็กแหลมที่ลอยอยู่ก็ได้พุ่งเสียบทะลุคอจากซ้ายไปขวา
“ตายๆไปซะ! จะได้หมดเื่สักที” ลุคะโใส่หน้าเท็ดที่กำลังกระอักเืออกจากปาก พร้อมๆกับในเวลาเดียวกันก็ได้ควบคุมเหล็กแหลมให้ดันเนื้อออกมาด้านนอก หวังจะตัดคอให้ขาดขณะที่มันกำลังเสียเปรียบสุดๆ
“อย่า…หวัง” เท็ดออกแรงผลักลุคจนกระเด็น ก่อนจะรีบลุกขึ้นมาดึงเหล้กแหลมออกจากคอ พร้อมๆกับที่เืได้ไหลออกมากองใหญ่ ขณะที่ศีรษะกำลังห้อยเหมือนจะขาดอยู่แล้ว
ลุคถูกผลักกระเด็นได้วาร์ปมากลับมาจุดเดิมหวังจะจบเื่ แต่เท็ดที่เหมือนจะไม่สามารถทำอะไรได้แล้วกลับหลบได้และวิ่งหนีไป เ้าตัวอยากจะวิ่งตามไปแต่ติดที่ว่าตัวเองาเ็พอสมควร จึงต้องจำใจปล่อยไปทั้งๆที่จะจัดการได้อยู่แล้ว แต่ครู่ต่อมานั้นเองเสียงของเท็ดก็ได้ดังขึ้น พร้อมกับร่างของมันลอยผ่านหน้าลุคไป
“เ้านั้นใช่ไหมที่ทำลูเทียร์” โลเวลเดินออกมาจากหลังกำแพงพร้อมกับดาบในมือ ขณะที่เ้าตัวได้มีสีหน้าที่ดูท่าจะโกรธสุดๆ
“บังอาจมาทำสาวสวย ข้าจะฆ่ามันให้ทรมาณที่สุด” พูดจบเ้าตัวก็ได้พุ่งไปกระหน่ำแทงใส่เท็ดที่กำลังกองอยู่กับพื้น ทางด้านลุคที่ยืนมองอยู่ก็ได้ยิ้มออกมาอย่างดีใจ ก่อนจะะโถามบางอย่าง
“แล้วอีกสองคนล่ะ”
“มีคนมาช่วยสู้แทนแล้ว ตอนนี้น่าจะสู้กันอยู่ด้านใน” โลเวลหันมาตอบก่อนจะกระหน่ำแทงต่อ
ทางด้านในโรงงาน
ในตอนนี้ฟารัสกำลังสู้กับโทนี่อย่างเต็มที่ แม้ว่าร่างกายของโทนี่จะดูเหมือนว่าจะไม่มีกล้ามเนื้อมากมายอะไรนัก แต่กลับมีแรงมากพอกับฟารัสที่ฝึกดาบทุกวัน ส่วนทางด้านร็อคและจูเลียร์ในตอนนี้ก็ต้องหลบการโจมตีของเดม่อนที่เหมือนจะคลั่งอยู่
“สงสัยงานนี้จะไม่ง่าย” โทนี่พูดขึ้นก่อนจะยกซดน้ำยาสีแดงจนหมดขวด
ฟารัสที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่ก็พยายามเข้าไปขัดขวางแต่ก็ไม่ทัน ก่อนที่อยู่ๆโทนี่จะเริ่มะโแหกปากเสียงดังพร้อมกับแขนขาที่บิดไปมา ส่วนฟารัสที่อยู่ใกล้ๆก็ใกับภาพตรงหน้าที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ก็ไม่ปล่อยให้โอกาสที่จะฆ่าหลุดลอยไปได้ เขาวิ่งตรงหวังจะฟันคอให้ขาดแต่ก็ได้ถูกปืนมานายิงเข้าใส่จังๆ จนได้กระเด็นไปกระแทกเข้ากับกองเหล็กพร้อมกับเืไหลออกมาจำนวนมาก
จูเลียร์ที่ตอนแรกหลบอยู่พอเห็นฟารัสถูกโจมตีก็ได้ออกจากที่กำบังทันที ก่อนจะพุ่งตรงเข้าหาเดม่อนที่กำลังวิ่งเข้าไปดูโทนี่ เธอได้ะโถีบอีกฝ่ายกระเด็นก่อนจะยิงธนูซ้ำไปอีกหลายดอก จนตอนนี้ร่างของเดม่อนเต็มไปด้วยลูกธนูที่ปักอยู่ พร้อมๆกับที่มันได้ร้องออกมาจากความเ็ป
“อย่าให้มันกินน้ำยาสีแดง!” ฟารัสะโเสียงดังบอกจูเลียร์ เพราะเขาเห็นว่าเดม่อนกำลังหยิบน้ำยาสีแดงขึ้นมากิน
เมื่อได้ยินคำเตือนเธอก็ไม่รอช้าพุ่งเข้าไปเตะน้ำยาสีแดงจากมือเดม่อนทันที ก่อนจะต่อยซ้ำเข้าที่หน้าไปอีกหลายหมัดจนมันสลบไป ส่วนทางด้านของโทนี่ในตอนนี้ความเ็ปก็ได้หายไปแล้ว และพร้อมที่จะฆ่าทุกคนที่ขวางหน้า
ร็อคเป็คนแรกที่เข้าไปสู้กับโทนี่หลังจากที่มันหายเจ็บ เขาได้ใช้เวทย์คงกระพันเข้าสู้เพื่อป้องกันมีดสั้นที่อีกฝ่ายใช้ แต่ดูเหมือนว่ามันจะแรงเยอะขึ้นมากหลายเท่า รวมๆกับใช้เวทย์เสริมกำลังและปลดขีดจำกัดอีก มีดสั้นจึงได้แทงทะลุเข้าิัที่ใช้เวทย์คงกระพัน แต่เขาก็สลัดหลุดได้ด้วยขวานที่ฟันเข้าสีข้างจนมันกระเด็น
ฟารัสและจูเลียร์เข้าไปพยุงร็อคขึ้นมา ก่อนที่จะพาไปหลบและปล่อยให้เขารักษาตัวเองไปก่อน ส่วนเื่ต่อสู้จะเป็หน้าที่ของทั้งสองคน ที่ในตอนนี้ดูท่าจะเดือดกันพอสมควรที่เห็นเพื่อนตัวเองโดนทำร้าย
โทนี่ที่กลับมายืนขึ้นได้ก็ชี้มีดสั้นไปหาทั้งคู่ “เข้ามาทั้งคู่นั้นแหละ จะได้ฆ่าให้หมดทีเดียว”
ฟารัสไม่รอช้ารีบพุ่งตัวไปหา ส่วนจูเลียร์ก็ได้วิ่งไปอีกทางพร้อมกับยิงธนู และการโจมตีประสานของทั้งคู่ก็ทำให้โทนี่ลำบากอยู่พอสมควร โดยฟารัสที่เป็ตัวสู้ระยะประชิดได้สร้างดาบจากเวทย์สรรค์สร้างขึ้นมาเรื่อยๆ ก่อนจะพยายามแทงตัวโทนี่และปล่อยดาบคาไว้ เพื่อไม่ให้การรักษาทำงานได้
“น่ารำคาญโว้ย” โทนี่ะโพร้อมกับถอยหนีเพื่อดึงดาบออก แต่ฟารัสก็ไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายมีจังหวะะพัก
ทางด้านจูเลียร์ก็ได้ยิงธนูขัดขวางอีกแรง จนฟารัสได้เข้าถึงตัวอีกครั้งพร้อมกับค้อนขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้น ก่อนจะวาร์ปไปหวดเข้าที่หลังหัวของโทนี่จนมันได้ล้มลงไปกระแทกกับพื้นเสียงดัง และเพื่อความแน่ใจก็ไม่รอช้าหวดซ้ำไปอีกหลายทีจนภาพตรงหน้าไม่ค่อยน่ามองเท่าไหร่
“พวกแกต้องตายให้หมด!” เสียงะโดังขึ้นพร้อมกับะุมานาได้ยิงไปทั่วโรงงาน ซึ่งคนยิงก็คือเดม่อนเองที่ฟื้นขึ้นมาเห็นโทนี่โดนจัดการ เ้าตัวจึงได้สติหลุดและโจมตีมั่วโดยไม่สนว่าจะโดนอะไร พร้อมๆกับโยนะเิบางอย่างที่เมื่อมันะเิออกก็ได้ส่งแสงสีฟ้าจ้า พร้อมกับละอองจำนวนมากที่มองเห็นด้วยตาชัดเจน โดยที่รัศมีแรงกระแทกของมันก็ได้กระทบเข้ากับร่างของทั้งคู่พอดีจนทำให้พวกเขาล้มลง
ทัั้งสองต้องรีบลุกขึ้นหนีหลังจากโดนแรงะเิ ก่อนวิ่งเข้าหาที่กำบังเพื่อหลบะุมานา แต่ก็ดูเหมือนว่าจูเลียร์จะโชคร้ายนิดหน่อยเพราะเหล็กที่โดนะุมานายิงเข้าได้กระเด็นไปแทงขาเธอ ฟารัสเห็นอย่างนั้นจึงได้รีบออกไปช่วยทันทีและกลับเข้าที่กำบัง แต่ดูเหมือนว่าเขาจะใช้เวทย์วาร์ปไม่ได้อย่างไร้สาเหตุ
‘บ้าจริง’ เขาต้องวิ่งพร้อมกับอุ้มจูเลียร์เพื่อเข้าหาที่กำบัง ก่อนที่จะลองใช้เวทย์รักษาแต่ก็ใช้ไม่ได้อีก
“พอแล้วเดม่อน! ฉันยังไม่ตายโว้ย” โทนี่ลุกขึ้นมาพร้อมกับแผลที่หัวเริ่มสมานตัวกันเหมือนกับไม่เคยมีมาก่อน และการที่โทนี่ทำอย่างนั้นเดม่อนจึงได้เริ่มมีสติอีกครั้ง
ฟารัสทำสีหน้าใทันทีที่เห็นโทนี่ลุกขึ้นมาได้แม้จะโดนทุบไปขนาดนั้น เ้าตัวได้มองโทนี่สลับกับจูเลียร์ว่าเขาควรจะทำอะไรก่อนกันแน่ ระหว่างฆ่าโทนี่ตอนที่มันยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่กับรักษาแผลของจูเลียร์ แต่การตัดสินใจนั้นก็ได้ร็อคเป็คนช่วยตัดสินใจให้อีกที
“พูดมากว่ะ เมื่อกี้ฉันประมาทไปหน่อย” ร็อคเดินเข้าหาพร้อมกับขวานในมือ กับดินจำนวนหนึ่งที่ติดอยู่ที่มือขวา
“จัดให้เลยลุง คราวนี้ได้ตายแน่นอน ไม่ต้องห่วง” โทนี่พูดไปก่อนจะพุ่งเข้าโจมตี
ทั้งสองพุ่งเข้าสู้กันอีกครั้ง โดยคราวนี้ร็อคได้ใช้เวทย์ดินเป็ตัวเสริมการโจมตีด้วยอีกแรง ส่วนโทนี่ก็ได้วาร์ปหลบการโจมตีบ้างบางครั้ง แต่เหมือนมันจะไม่ช่วยสักเท่าไหร่เมื่อดินบนมือขวาของร็อคได้เกาะตัวของโทนี่ไว้ และสิ่งที่มันทำก็คือการดึงตัวเข้าหาร็อคให้เขาจามขวานใส่ไม่ยั้ง จนสภาพในตอนนี้แขนและขาได้ขาดออกจนเ้าของร่างยืนแทบไม่ไหว
“จบเื่กันดีกว่า” ร็อคเตรียมตัวจามขวานครั้งสุดท้ายแต่ก็ได้ถูกบางคนขวางเอาไว้
“หยุดนะ!” เดม่อนที่เหมือนจะเพิ่งรู้ตัวว่าพี่ตัวเองกำลังจะตายก็ได้เตรียมยิงปืนอีกครั้ง แต่ฟารัสก็ได้เข้าไปจัดการได้ทัน จึงทำให้ไกปืนไม่ได้ถูกเหนี่ยวไก
“ลาก่อน” พูดจบขวานก็ได้ถูกจาม ก่อนจะฟันหัวให้ขาดซ้ำเพื่อความแน่ใจ ซึ่งคราวนี้ก็จะตายจริงๆ
ทางด้านเดม่อนที่เห็นพี่ตัวเองตายก็ได้ะโโวยวายเสียงดังยกใหญ่ ก่อนจะถูกจูเลียร์ที่แผลหายแล้วเดินมาเตะซ้ำหลายทีจนได้สลบไป
“หมดเื่ซักที แล้วข้างนอกเป็ยังไงบ้างเนี่ย” จูเลียร์ลากเดม่อนไปกองรวมกับศพโทนี่ ก่อนจะเดินไปดูอาวุธมากมายที่กองอยู่แต่ไม่ได้ใช้
“แปลกจัง ไอ้พวกนี้มันเอาอาวุธมากจากไหนนักหนา”
“งานนี้สงสัยเื่ใหญ่แน่ๆ” ฟารัสที่เดินตามมาก็ได้หยิบปืนขึ้นมาดู บางอันก็เหมือนจะพัฒนายังไม่เสร็จ บางอันก็เป็ที่เหมือนจะยังไม่มีวางขาย
เสียงกระจกแตกดังขึ้นปรากฎเป็โลเวลที่ทะลุกระจกเข้ามา ก่อนจะะโถามไป “ข้างในเป็ยังไงบ้าง”
“เรียบร้อย” จูเลียร์ะโบอกก่อนจะถามบ้าง “แล้วข้างนอกล่ะ?”
“เรียบร้อยเหมือนกัน แล้วมีใครรอดบ้างล่ะ” โลเวลตอบกลับพร้อมกับถาม
“รอดคนนึง ตัวท่วมๆชื่อเดม่อนอะไรไม่รู้”
“เสร็จเื่แล้วก็ตามออกมาข้างนอกได้เลย เดี่ยวพวกของหัวหน้ากิลด์น่าจะมาถึงอีกไม่นาน”
เมื่อไม่มีอะไรให้ทำแล้ว ทุกคนก็ได้ช่วยกันขนของทุกอย่างออกไปข้างนอก ทั้งศพของโทนี่ เดม่อนที่ยังสลบอยู่ และสิ่งสุดท้ายก็คืออาวุธจำนวนมาก มากองเอาไว้หน้าโรงงานที่สภาพภายนอกเละไม่ต่างจากข้างใน พร้อมๆกับร่างของเท็ดที่หัวขาดและสภาพศพเละไม่มีชิ้นดี
“วันนี้น่าจะไม่มีอะไรแล้ว ขอบคุณพวกนายมากๆ” ลุคที่นั่งพักอยู่ได้หันมาขอบคุณพวกของฟารัส ก่อนจะเดินเข้าไปตบหน้าของเดม่อนให้ตื่น เพื่อถามอะไรบางอย่าง
เพลี้ย เพลี้ย เพลี้ย
สุดท้ายเดม่อนก็ตื่นขึ้นมาด้วยสภาพเืกลบปาก ก่อนจะร้องโวยวายเมื่อหันไปเห็นศพพี่ๆของตน
“มองที่ฉันนี่! ถ้ายังไม่อยากตายเหมือนพี่ของแก บอกมาว่าเอาน้ำยาสีแดงนั้นมาจากไหน” ลุคบีบปากของเดม่อนขณะที่มันกำลังร้องไห้ไม่หยุด ท่ามกลางคนอื่นๆที่ใกับความรุนแรงของลุค
“ชาย….ชายสวมแว่น…ชื่อ ไอแซค”
เมื่อลุคได้ยินชื่อ ก็ถึงกับสติหลุดก่อนจะเดินไประบายอารมณ์กับศพของเท็ดด้วยการกระทืบซ้ำ จนโลเวลได้เดินมาห้ามและบอกให้ไปนั่งพัก
“เอาล่ะ ข้าต้องขอบคุณมากๆที่พวกเ้าอาสามาช่วย แม้ว่าข้าจะไม่มีของตอบแทนอะไรเลยสักอย่าง”
“ไม่เป็อะไรหรอกครับ พวกเราแค่อยากมาช่วยจริงๆ” ฟารัสตอบกลับ
โลเวลกล่าวขอบคุณทั้งสามอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะเดินไปนั่งคุยกับลุคต่อ ส่วนพวกของฟารัสก็ได้นั่งพักเหมือนกันและรอให้ทีมของออสตินมาถึง
ณ ห้องทดลองลับ
“นี่คุณแมดด็อกครับ ดูเหมือนว่าเวทย์หลอมรวมจะได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจมากๆเลยล่ะครับ” ไอแซคเดินไปหาแมดด็อกที่กำลังนั่งปรับแต่งมนุษย์ทดลองของเขาอยู่
“งั้นหรอ ขอดูหน่อยซิว่ามันไปถึงไหนแล้ว เดี่ยวท่านเ้าเมืองขี้โมโหจะโวยวายอีกว่างานไม่เดิน” พูดจบก็ได้วางประแจและเดินตามไอแซคไปที่ห้องทดลองหนึ่ง
ภาพตรงหน้าคือก็อบลินตัวสีเขียว ที่สภาพในตอนนี้เรียกว่าน่าเวทนาก็ว่าได้ เพราะแขนขวาของมันได้หายไปแต่แทนที่ด้วยกรงเล็บ ก่อนที่ไอแซคจะอธิบายว่ามันเกิดอะไรขึ้น โดยแขนขวาที่หายไปนั้นมันไม่ได้หายไปไหน แต่มันได้หลอมรวมเข้าไปกับกรงเล็บจากเวทย์หลอมรวม
“ปฎิกริยาของก็อบลินเริ่มมีอาการก้าวร้าวมากกว่าเดิม ผมลองส่งก็อบลินตัวอื่นเข้าไปในห้องทดลองแล้ว ผลก็คือเ้าตัวทดลองหมายเลข 8 ได้ฆ่าก็อบลินที่ถูกส่งเข้าไป แสดงให้เห็นว่านิสัยก้าวร้าวของมันทวีความรุนแรงขึ้น รวมถึงพละกำลัง แม้ว่าจะเป็พวกเดียวกันพวกมันก็ฆ่ากันเองได้ ซึ่งขัดกับหลักเหตุผลที่พวกมันมักจะรักเผ่าพันธ์ุเดียวกัน และจะไม่ทำร้ายกัน” ไอแซคอธิบายให้แมดด็อกฟัง
“ดี ใช้ได้ ใช้ได้เลย เยี่ยมสุดๆไปเลย พวกเราจะประติวัตวงการด้วยเวทย์นี้นี่แหละ” แมดด็อกเงียบลงก่อนจะก้มหน้าคิดอะไรบางอย่าง “ฉันขอไปนั่งคิดอะไรบางอย่างหน่อย นายก็พัฒนาต่อไปละกัน แล้วเื่น้ำยาสีแดงไปถึงไหนแล้วล่ะ ได้ยินว่านายลองเอาไปให้ใครทดลองดู ผลมันเป็ยังไงบ้าง” แมดด็อกถาม
“พรุ่งนี้ข่าวน่าจะมาถึงพวกเราแล้วล่ะครับ รอดูผลลัพธ์ได้เลย”
“อย่างนั้นหรอ งั้นก็รีบๆทำงานกันดีกว่า จะได้ไปนอนสักที ฉันเหนื่อยจะตายอยู่แล้วเนี่ย” พูดจบเ้าตัวก็หาวและเดินกลับไปที่ห้องเดิม ทิ้งให้ไอแซคจัดการโปรเจคนี้ต่อไป
“อือ งั้นขั้นตอนไป เรามาลองใส่แขนที่สามให้กับแกกันดีกว่า”