‘หมอแผงลอย’ คำนี้… แวบเข้ามาในหัวเกาเหลียง อดีตหมอชื่อดังแห่งแคว้นยามนี้มีสีหน้าหม่นหมองเหมือนถูกบังคับ เขานั่งอยู่หลังโต๊ะไม้เตี้ยๆ ตัวหนึ่ง เก้าอี้ข้างกันมีเด็กสาวชุดขาวนั่งโปรยยิ้มสดใส ถัดไปมีป้ายผ้าเขียนตัวหนังสือ ‘หมอ/ยา’ ขนาดใหญ่ตั้งอยู่
เรียบง่ายและโดดเด่นอย่างยิ่ง!
‘หมอ’ นั้นมีแล้ว ส่วน ‘ยา’ ก็อยู่ในตู้ด้านหลัง ของที่นางนำมานั้นมีไม่มาก เพียงแค่บรรจุได้ในตู้เล็กๆ ตู้หนึ่งเท่านั้น นึกถึง ‘ยา’ ประหลาดของนาง เกาเหลียงได้แต่นึกเสียใจ …ตอนแรกไม่น่าบอกคุณหนูว่าตนเป็หมอเลย ให้เป็คนกวาดลานบ้านทดแทนนางอาจจะดีกว่า ทว่าในเมื่อผู้มีพระคุณ้า เขาก็ไม่มีทางเลือก
“คุณหนู .. ทำเช่นนี้จะได้ผลหรือขอรับ?” รอมาสามชั่วยาม นั่งตากแดดจนหน้าดำก็ยังไม่มีลูกค้า คนเดินผ่านมาส่งสายตาสงสัยแล้วก็เดินผ่านไปเท่านั้น ส่วนหญิงสาวข้างๆ น่ะหรือ นางเพิ่งซื้อเต้าฮวยจากแผงข้างเคียงมานั่งทานอย่างสบายใจ
“ลองดูก็ไม่เสียหายนี่นา…” หญิงสาวตอบด้วยท่าทางสดใส ป้ายนี้ก็ทำเอง โต๊ะเก้าอี้ก็ขนมาจากบ้าน ส่วนค่าเช่าแผง.. ก็แค่ห้าอีแปะต่อวันเท่านั้น นับว่าจ่ายได้สบายมาก
“พี่ชาย.. เต้าฮวยท่านอร่อยมากจริงๆ หากไม่ได้กินคงเสียชาติเกิดแล้ว!” ไป๋ซูเถียนไม่ท้อแถมยังมีแก่ใจะโเอ่ยชมแผงข้างๆ ทำเอาพ่อค้าเต้าฮวยยิ้มหน้าบาน
บรรยากาศครื้นเครงและเสียงหวานที่เอ่ยคล้ายโฆษณา ทำให้แผงเต้าฮวยได้รับความสนใจขึ้นทันที คำชมของลูกค้าด้วยกันย่อมน่าเชื่อถือกว่าเ้าของแผงกล่าวเอง..ที่สำคัญสาวน้อยที่นั่งกินเต้าฮวยอยู่นั้นยังงดงามสะดุดตาอีกด้วย
พ่อค้าขายดีมือเป็ระวิง เต้าฮวยหม้อใหญ่หมดในชั่วพริบตา หนุ่มร่างใหญ่ดีใจหันมายิ้มกว้างให้ไป๋ซูเถียน “สาวน้อยขอบคุณเ้ามาก”
“ขอบคุณอะไรกัน.. ข้าพูดความจริงนี่เ้าคะ ลูกค้าของท่านควรขอบคุณข้ามากกว่าที่ทำให้ได้กินของอร่อย”
พ่อค้าเต้าฮวยหัวเราะเสียงดังลั่น นึกชมชอบเด็กสาวปากหวานผู้นี้ยิ่งนัก “มาๆ พี่ซานให้ถ้วยนี้เ้า”
เต้าฮวยก้นหม้อข้นและหอมหวาน ทั้งพ่อค้ายังตั้งใจตักให้นางจนเกือบล้นชาม หญิงสาวรับมาด้วยรอยยิ้ม แต่เมื่อเห็นมือที่ยื่นถ้วยเต้าฮวยมานั้นมีรอยบวมแดง และพุพองปรากฏอยู่ เไป๋ซูเถียนก็ตาเป็ประกาย
“พี่ชาย มือท่านถูกลวกหรือ?”
“อืมม.. แต่ข้าชินเสียแล้วล่ะ ก็แค่แสบเวลาถูกไอร้อนเท่านั้น” พ่อค้าแซ่ซานสะบัดมือเบาๆ ไล่ความแสบร้อนน่ารำคาญ แผลถูกลวกแบบนี้เวลาถูกความร้อนจะยิ่งทรมาน ดูจากตุ่มพองบางส่วนที่เริ่มแตกออกแล้ว
หญิงสาวหันกลับไปเปิดตู้ หยิบยาตลับหนึ่งออกมาส่งให้ “ข้าให้ท่าน.. ช่วยบรรเทาความแสบร้อนได้เ้าค่ะ”
ในตลับบรรจุยาขี้ผึ้งสีใสดูธรรมดา.. ปาดลงบนผิวคราแรกไม่รู้สึกอะไร ทว่าเพียงไม่ถึงห้าลมหายใจชายร่างใหญ่ก็ััถึงความเย็นที่กระจายออกมา จากนั้นความทรมานก็บรรเทาลงรวดเร็วอย่างมาก ชั่วชีวิตของเขาไม่เคยพบยาที่ประสิทธิภาพดีเช่นนี้มาก่อนเลย
“แม่นาง.. ยาตลับนี้เยี่ยมมาก ข้าไม่เจ็บแล้ว” กับผู้มีความสามารถ เหล่าซานไม่กล้าเสียมารยาทจึงเปลี่ยนคำเรียกนางจากสาวน้อยเป็แม่นางแทน
“เฮอะ..เหล่าซานเ้าจะช่วยเพื่อนก็อย่าโม้เกินไป ยาที่ไหนวิเศษเยี่ยงนั้น?” พ่อค้าแผงก๋วยเตี๋ยวอีกด้านะโมา เขาริษยาว่าเหล่าซานมีมิตรที่แข็งแกร่งจึงขายดี ทั้งยังนึกไปว่าคำพูดเกินจริงของชายหนุ่มก็เพื่อตอบแทนความช่วยเหลือของหญิงสาวเท่านั้น
“ข้าพูดจริงนะ ข้าไม่เจ็บแล้วจริงๆ” สีหน้างุนงงและน้ำเสียงจริงจังของเหล่าซานทำให้คนรอบตัวเริ่มสนใจขึ้นมา
“ไหนๆ ข้าลองสิ ข้าก็เพิ่งถูกน้ำมันกระเด็นใส่มาเหมือนกัน” แม่ค้าเ้าของแผงของทอดเอ่ย นางทำงานกับกะทะทั้งวัน ทุกวันต้องถูกลวกสองสามครั้งเป็อย่างน้อย หากมียาวิเศษดังว่านางจะยอมตัดใจซื้อ
ไป๋ซูเถียนเห็นโอกาสหาเงินลอยมาตรงหน้า ใบหน้างดงามพลันปรากฏรอยยิ้มการค้า นางหันหลังไปหยิบตลับยาขนาดใหญ่กว่าปกติขึ้นมาวางบนโต๊ะ บนตลับเขียนคำว่า ‘สินค้าทดลอง’
“ใครมีแผลน้ำร้อนลวก สามารถใช้ยาในตลับนี้ทดลองทาได้เลยเ้าค่ะ.. ไม่ถูกใจก็ไม่ต้องซื้อ!”
“มีอย่างนี้ด้วยหรือ?” คำโฆษณาเชื้อเชิญเช่นนี้ดึงดูดใจอย่างมาก เพียงได้ยินว่ามีของให้ลองใช้โดยไม่เสียเงิน คนกลุ่มใหญ่ก็แห่มารุมล้อมไว้ ผู้ที่มีแผลพุพองบนตัวต่างก็เวียนกันเข้าไปทดลองใช้ยาของนาง และจากนั้นก็ออกปากชื่นชมเป็เสียงเดียวกัน
“โอ..หายแสบแล้วจริงๆ”
“นี่มันยาอะไรกัน ..บัวหิมะในตำนานหรือ?”
“เช่นนั้นก็ต้องแพงมากน่ะสิ”
หญิงสาวรับมือความวุ่นวายตรงหน้าด้วยอาการสงบ ใบหน้างดงามยังปรากฏรอยยิ้มเป็กันเองอยู่ตลอดเวลา “ยาของข้าไม่ใช่บัวหิมะ อีกทั้งราคาแค่ตลับละยี่สิบอีแปะเท่านั้น!”
“อะไรนะ?!” ราคาที่นางเอ่ยทำให้เกิดเสียงฮือฮาขึ้นวูบใหญ่ ในแคว้นสือหลงอันเจริญรุ่งเรือง มียาชนิดใดบ้างที่ไหนไม่ใช้เงินตำลึงซื้อ …ยาของนางคุณภาพดีเพียงนี้ กลับราคาแค่ยี่สิบอีแปะ!!
“ข้าซื้อ!”
“ข้าด้วย!”
“ข้าเอา 2 ตลับเลย!”
เมื่อผ่านการแย่งชิงพริบตาเดียวเท่านั้น ขี้ผึ้งแก้แผลไฟไหม้ของไป๋ซูเถียนก็ขายหมดเกลี้ยง “พี่ๆ ทุกท่าน ยานี้ข้าเอามาแค่ยี่สิบตลับเท่านั้น หากอยากได้คงต้องรอวันพรุ่งนี้นะเ้าคะ”
“เช่นนั้นเ้ายังมียาอะไรอีกบ้าง” ราคาและคุณภาพสินค้าทำให้แผงเล็กๆ ของหญิงสาวได้รับความนิยมขึ้นทันที
“ข้ามียาทุกอย่างเ้าค่ะ..!”
คำพูดนี้ฟังแล้วรู้สึกเกินจริงมาก ต่อให้เป็ร้านยาขนาดใหญ่ยังไม่กล้าพูดคำ ‘ทุกอย่าง’ นี้ออกมา ยิ่งเหลือบมองตู้ยาเล็กๆ ด้านหลังหญิงสาวก็ยิ่งไม่น่าเชื่อถือ
ไป๋ซูเถียนเข้าใจความหมายของสายตาเหล่านี้ ดวงตาสองสีหันมองรอบตัวเห็นบุรุษผู้หนึ่ง ใบหน้าแดงก่ำสูดจมูกฟึดฟัด จึงเอ่ยถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“พี่ชายท่านนี้ท่านรู้สึกคัดจมูก และมีไข้สินะ ไม่ทราบมียาทานแล้วหรือไม่?”
“แค่โรคไข้เปลี่ยนอากาศ ข้าเพียงต้มสมุนไพรสูดเอาเท่านั้นก็พอแล้ว” ชายผู้นั้นรีบส่ายหน้าปฏิเสธ ยาในแคว้นสือหลงล้วนราคาแพง หากไม่ถึงที่สุดแล้วคนธรรมดาเช่นพวกเขาย่อมไม่อยากเสียเงินซื้อ
ไป๋ซูเถียนเห็นแล้วก็รู้สึกสงสาร..คนป่วยกลับไม่มีเงินรักษา แคว้นที่เจริญรุ่งเรืองที่แท้บกพร่องในเื่สวัสดิการพื้นฐานเช่นนี้…
“พี่ชายพอมีเงินสักสี่สิบอีแปะหรือไม่?”
เมื่อเห็นชายหนุ่มผู้นั้นพยักหน้าหญิงสาวก็หันหลังไปค้นอะไรกุกกักก่อนจะหันมาพร้อมกับขวดเล็กๆ ขวดหนึ่ง ในนั้นบรรจุวัตถุสีเทาดำเม็ดเล็กๆ ดูอัปลักษณ์เม็ด …แผ่นดินนี้มีแต่ยาต้มย่อมไม่มีผู้ใดเคยเห็นยาเม็ดมาก่อน จึงไม่เข้าใจว่าของในมือนางคืออะไร
“ยานี้ทานครั้งละเม็ดวันละสองครั้ง เป็เวลาหนึ่งอาทิตย์ อ้อ..กลืนเลยนะเ้าคะ ห้ามเคี้ยวเพราะมันขมมาก”
ยามนี้ไม่มีผู้ใดสนใจเื่รสชาติ พวกเขากำลังตื่นตะลึงในสิ่งที่เรียกว่ายาของนาง มีด้วยหรือ? ยาที่ไม่ต้องเสียเวลาต้มหรือเคี่ยว ทั้งยังเม็ดเล็กมาก ที่สำคัญ ราคาของมันทั้งชุดยังแค่สี่สิบอีแปะเท่านั้น!
โรคไข้เปลี่ยนอากาศ เป็โรคที่เกิดบ่อยมาก หากซื้อยาติดบ้านไว้ย่อมได้ใช้
“ข้าเอา!”
“ข้าด้วย!”
“แม่นาง เ้ามียานี้กี่ชุด? อย่าเพิ่งหมดเสียล่ะ ข้าจะรีบกลับไปเอาเงินก่อน!!”
คงเพราะรูปลักษณ์แปลกใหม่ ทานง่าย ราคาไม่แพง และเมื่อครู่พวกเขาก็ได้รู้แล้วว่ายารักษาแผลไฟไหม้ของนางคุณภาพดีเกินราคา ดังนั้นพวกเขาจึงกล้าที่จะยอมเสียเงินซื้อ ….หากไม่ได้ผลอย่างมากก็แค่เสียเงินไม่กี่อีแปะเท่านั้น
ยาชุดไข้เปลี่ยนอากาศของนางจึงหมดลงอย่างรวดเร็วเป็อันดับถัดไป
หลังจากนั้น หญิงสาวยังนำเสนอยาชุดแก้ปวดท้อง ยาแก้เวียนศีรษะ ยาแก้เจ็บคอ ยาลดอาการคัน และยาอีกมากมายหลายอย่าง แม้กระทั่งยาบำรุงครรภ์นางก็ยังนำออกมา เรียกความสนใจจากผู้คนในตลาดเป็จำนวนมาก ….ยาตลับ และยาเม็ดสามร้อยกว่าเม็ดทุกขนาน ขายหมดเกลี้ยงในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยามเท่านั้น!
เกาเหลียงนั่งมองหญิงสาวนับเงินเกือบห้าสิบตำลึงอย่างสบายใจ สายตาของเขามีแต่ความละอายและสำนึกผิด “ขออภัยที่ข้าช่วยอะไรท่านไม่ได้เลย” .. แค่ช่วยคิดเงินกับจัดยาง่ายๆ เท่านั้น
“ก็แค่ยังไม่ถึงเวลาเท่านั้น โรคง่ายๆ เหล่านี้จะรบกวนท่านทำไมล่ะ อีกอย่าง.. ข้าขายยาเท่านั้นไม่สามารถวินิจฉัยโรคได้ หากเจอโรคร้ายเข้าจะทำอย่างไร? .. เพราะมีท่านอยู่หรอกนะ ข้าจึงขายยาได้อย่างสบายใจ” หญิงสาวเอ่ยปลอบใจเกาเหลียงอย่างมีศิลปะ ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาก
สำหรับนางผลตอบรับเช่นนี้ไม่นับว่าเกินคาด ไป๋ซูเถียนตั้งใจจะขายยาสำเร็จรูป ที่ใช้ง่าย ผลิตง่าย เก็บได้นาน ราคาถูกเพื่อให้คนทุกชนชั้นเข้าถึงได้ ย่อมต้องขายดีอยู่แล้ว
เพราะป่วยมานาน นางเคยศึกษาเื่เกี่ยวกับสมุนไพรพื้นบ้านจนถึงกับสอบได้ใบประกอบวิชาชีพผู้เชี่ยวชาญการใช้สมุนไพรแล้วด้วยซ้ำ สมองของนางมีสูตรยามากมายที่ใช้พืชราคาถูกมาใช้ประโยชน์ ส่วนยาเม็ดที่ว่าก็แค่เอาสมุนไพรที่ต้มจนข้นแล้วไปตากแดดให้แห้ง จากนั้นก็บดเป็ผง แล้วก็เอาเข้าแม่พิมพ์บีบออกมาเป็เม็ดเท่าปลายนิ้ว เท่านี้สามารถเก็บไว้ได้นานเป็ปีแล้ว
“คุณหนูเก่งเพียงนี้ สนใจอยากเรียนรักษาโรคหรือไม่ขอรับ?” เกาเหลียงตัดสินใจเอ่ยเมื่อได้ยินนางเอ่ยถึงเื่การวินิจฉัยที่นางไม่สามารถทำได้
“ท่านจะรับข้าเป็ศิษย์หรือ?” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยดวงตาเป็ประกาย นางอยากเรียนแพทย์มาั้แ่เด็ก… หากไม่ใช่เพราะพิการจนเสียโอกาส หมอหลี่ยังเคยบอกว่าสมองอย่างนางสามารถเรียนแพทย์ได้อย่างสบาย
หากเขาได้รู้ว่าวันนี้นางได้เรียนคงยินดีมากใช่หรือไม่…?
เกาเหลียงส่งตำราแพทย์สี่ห้าเล่มให้นาง และรับปากว่าจะสอนวิชาแพทย์ให้แต่กลับไม่ยอมรับคำว่าอาจารย์จากหญิงสาวผู้มีพระคุณ
ไป๋ซูเถีบนค้นพบว่าตนเองสามารถอ่านหนังสือเร็วมาก… ตำราแพทย์หนาเตอะสี่ห้าเล่มนั้น นางสามารถอ่านจบในวันเดียวเท่านั้น แถมยังจำและประมวลเนื้อหาทั้งหมดได้เป็อย่างดี… ถามอะไรก็ตอบได้เป็ฉาก จนเกาเหลียงได้แต่อ้าปากค้าง
“ดูเหมือนว่าแค่ฝึกปฏิบัติ ท่านก็สามารถรักษาคนได้แล้วขอรับ”
หญิงสาวพยักหน้ารับอย่างจริงจัง นางรู้ดีว่านั่นคือส่วนที่ยากที่สุดของการเรียนแพทย์… การวินิจฉัยและรักษาคนต้องใช้ประสบการณ์นางจะไม่รักษาคนเด็ดขาดหากยังไม่มั่นใจเพียงพอ
“ในเมื่อท่านไม่ยอมรับข้าเป็ศิษย์ เช่นนั้นเราก็มาแลกเปลี่ยนวิชากันดีหรือไม่?” หญิงสาวเอ่ยยิ้มๆ นางไม่อยากเอาเปรียบเกาเหลียง จึงตั้งใจมอบสูตรยาให้เขาเพื่อตอบแทน
“อะไรนะ ยารักษาแผลไฟไหม้นั่น ท่านใช้พริกเป็ส่วนประกอบหรือ?!” พริกมีฤทธิ์แสบร้อน จะเอามาทาแผลพุพองได้อย่างไร
“ท่านสามารถเรียกหลักการนี้ว่าพิษต้านพิษก็ได้ เพียงแต่พิษนั้นต้องเจือจางให้มากพอจนไม่เหลือแม้แต่สีหรือกลิ่น หลงเหลือเพียงแค่ฤทธิ์ของการต้านพิษเท่านั้น”
ประโยคคุ้นเคยที่ได้ยินมาหลายครั้งทำให้เกาเหลียงรู้สึกมีเหตุผล.. ไฟแห่งการเรียนรู้ที่มอดดับไปนานพลันลุกโชติ่อีกครั้ง สูตรยาของหญิงสาวได้เปิดโลกทัศน์ของเขาอย่างแท้จริง
ยางไม้ที่มีฤทธิ์กัดกร่อนสามารถรักษาแผลเปื่อยได้
พิษผึ้งสามารถลดบวมได้
หินบางชนิดสามารถแก้อาการเจ็บหัวใจ
พิษแมงมุมสามารถรักษาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
นอกจากนี้ไป๋ซูเถียนยังเอ่ยถึงการใส่เกลือลงในน้ำต้มสุกก่อนจะล้างแผล ช่วยทำความสะอาดและลดความเ็ป..
วัตถุดิบที่นางเอ่ยล้วนไร้ราคา แต่กลับผลิตได้ยาที่มีคุณภาพเลิศล้ำ…. ที่แท้นางคือหมอเทวดามาเกิดใช่หรือไม่?!