หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป เช้าวันจันทร์
สิ่งที่อมเรศกำลังทำคือเดินตามหลังพ่อและแม่--อาจารย์กณิศและอาจารน์ยูมิ
อาจารย์กณิศบิดาของเขามาสอนแล้วหลังลาหยุดไปสองวันพฤหัสบดีและศุกร์ที่แล้วซึ่งเปิดเทอมสองวันแรกและวันนี้ก็เข้าสู่สัปดาห์ใหม่แบบเต็มสัปดาห์
พ่อของเขามาโรงเรียนด้วยสภาพโทรม ๆสีหน้าของพ่อเหมือนอดนอนอีกครั้งเพราะเมื่อคืนฝนตกหนักและที่บ้านก็มีปัญหาเรื่องรางน้ำฝนพ่อถูกแม่บังคับให้ปีนบันไดไปซ่อมอีกตามเคย
"สวัสดีครับอาจารย์กณิศสวัสดีครับอาจารย์ยูมิ"
เสียงเรียกมาแต่ไกลไม่ใช่ใครภูวนาทเพื่อนของเขา รีบเดินปรี่เข้ามาทัก
"หวัดดีเว้ยอำ"
"หวัดดี"
เขาตอบในขณะที่พ่อแม่ของเขารับไหว้ "สวัสดีครับ/สวัสดีจ้า"
เขาเดินตามพ่อกับแม่มาแบบไม่เจตนาพร้อมๆ กับภูวนาทที่ชวนเขาคุยเรื่องงานวิชาภาษาไทยว่าเรียนเหมือนกันหรือเปล่า จะขอลอกเอ๊ยไม่ใช่ จะขอให้ช่วยแต่งคำประพันธ์สักหน่อย
"แล้วกระต่ายยังไม่มาเหรอ"อมเรศถาม ปกติแฟนหนุ่มแฟนสาวคู่นี้ตัวติดกันแจ
"กระต่ายโดนครูเวรเรียก"
"จริงดิ"
"มึงมาไม่สังเกตเลยเนอะอำ"
"โทษ ๆ"
"ทำไมวะ"
"กระโปรงสั้น"
"อ้อ"
อาจารย์กณิศและอาจารย์ยูมิกำลังเดินขึ้นบันไดไปยังตึกอำนวยการ "เอาล่ะแยกกันตรงนี้พ่อจะไปสแกนนิ้ว เออเย็นนี้ผมคงกลับช้าหน่อยนะยูมิพอดีหยุดไปเนี่ยไม่รู้เรื่องเลยเกิดอะไรขึ้นในหมวดบ้าง"
อาจารย์กณิศพูด สีหน้าท่าทางใจดีใจเย็นตามเคย
"ครูเก่าย้ายกลับมาน่ะซี่เอ้อ คุณคงไม่รู้จักหรอกย้ายมาหมวดคุณนั่นแหละ"
"เอ้าเหรอผู้หญิงหรือผู้ชายล่ะ"
"ผู้ชาย เขาเคยสอนที่นี่ตั้งแต่สมัยฉันบรรจุใหม่ๆ โน่น ตอนนั้นคุณยังอยู่ที่เบญจมาภรณ์วิทย์"
"เหรอหนุ่มหรือแก่ล่ะเนี่ย"
"อ่อนกว่าเรานิดหน่อยเฮ่อะ พูดแล้วรู้สึกตัวเองแก๊แก่"
ภูวนาทซึ่งยืนอยู่ตรงนั้นกับอมเรศหัวเราะและพยายามปิดปาก
"นี่ภูวนาทถ้าไม่ใช่ว่าเธอกับตรีนุชช่วยเป็นเพื่อนกับลูกชายครูล่ะก็ครูจะให้อาจารย์กณิศตัดคะแนนซะเลยนะแหม"
"ขอโทษครับอาจารย์ยูมิ"
"จ้า ๆพูดเล่นหรอก"
ในความเป็นจริงคือทั้งพ่อและแม่ของเขาดีกับคนที่เป็นเพื่อนสนิทกับลูกชายสุด ๆคงเพราะรู้สึกขอบคุณที่เป็นเพื่อนด้วยเพราะเขาน่ะตั้งแต่อยู่มาก็แทบไม่มีเพื่อนสักคน เขามันคนเข้ากับคนอื่นยากและเพราะเป็นลูกของครูทั้งพ่อและแม่เลยคนก็เกร็งบางส่วนหมั่นไส้ไม่อยากเข้าใกล้เท่าไหร่เพราะอาจจะเหม็นหน้าแม่ของเขามากหน่อยเหอะ ๆ
หลังเดินแยกจากกันอมเรศก็เดินมุ่งหน้าขึ้นไปบนห้องเรียนที่ชั้นสามของตึก 4
ภูวนาทนั้นต้องรอตรีนุชก่อน ห้อง ม.2/H ของสองคนนั้นอยู่ชั้นสองตึกเดียวกัน
พอพูดถึงสิ่งที่จะต้องทำวันนี้เด็กหนุ่มนึกขึ้นมาได้เรื่องการเลือกชุมนุมที่จะมีขึ้นในวันพฤหัสที่จะถึง และตอนนี้คงจะเตรียมมีประกาศมาติดในห้องแล้ว
พ่อกับแม่อยู่คนละสังกัดชุมนุมกันและเขาก็ไม่คิดว่าเขาจะไปอยู่กับพ่อหรือแม่ เขาไม่อยากให้คนอื่นมาโจมตีหาว่าเขาต้องเอาแต่เกาะติดกับพวกท่าน
อมเรศคิดไม่ออกจะอยู่กับครูคนไหนถึงจะดี ครูคนไหนที่เหม็นหน้าเขาและแม่เขาน้อย ๆหน่อยยังพอมีไหมนะ
เด็กหนุ่มเดินเอื่อย ๆ ไปตามทางเดินเขาไปลงบันไดอีกฝั่งซึ่งเป็นฝั่งของหมวดภาษาต่างประเทศขี้เกียจลงฝั่งหมวดสังคมของแม่ เพราะขี้เกียจถูกเพ่งเล็งเขาเดินไป--ระหว่างนั้นเขาก็ได้ยินเสียงคนเดินขึ้นมา อมเรศยังคงเดินต่อไปคิดว่าคงเป็นครูคนไหนสักคนที่มาเข้าห้องน้ำครูซึ่งอยู่ที่ชานพักบันได
ใช่ ๆเขาคงจะรอให้ฝ่ายนั้นเข้าห้องน้ำไปแล้วเขาค่อยเดินลงเพราะขี้เกียจทักแต่พอเห็นว่าเป็นใคร
“เอ่อ… สวัสดีครับ”แม่งเอ๊ย จะเอ่อทำไม เขารู้สึกตื่นเต้นและคาดไม่ถึง คนตรงหน้าของเขาคือครูหนุ่มคนนั้น…กฤตธีรา
“...”
ปฏิกิริยาตอบกลับที่นิ่งอมเรศเริ่มใจฝ่อ คิดผิดหรือเปล่าวะที่ทัก เอ้อเขารู้แล้ว โอเคเขาเข้าใจบางทีกฤตธีราก็คงจะไม่ชอบทั้งเขาทั้งแม่นักเหมือนกับครูคนอื่น ๆ ในโรงเรียน
อ้อแล้วดันอยู่หมวดเดียวกับพ่อด้วย...
“หืมลูกอาจารย์ยูมิกับอาจารย์กณิศซะด้วยสิ”
“...”
ฝ่ายนั้นมองหน้าเขา อมเรศมองตอบไม่รู้จะทำยังไง งั้นจะยิ้ม ๆ ไปก่อนก็ผิดวิสัย แต่จะไม่อะไรเลยก็ดูจะไปจากตรงนี้ลำบาก
“กำลังจะไปเข้าแถวเหรอ”
“ผม… ครับ”
เอาวะรับคำไปก่อน
สายตาของเด็กหนุ่มมองพื้น ไม่กล้ามองหน้าของฝ่ายนั้นมากนัก
พอเข้ามาอยู่ใกล้ขนาดนี้เขาก็รู้เลยว่ากฤตธีรามีใบหน้าที่สวยมากสวยในแบบของผู้ชาย แต่งตัวตัดผมสะอาดสะอ้านเรียบร้อย แถมยังได้กลิ่นหอมอ่อน ๆอีกด้วย ไม่รู้ว่าเป็นโคโลญจน์หรือน้ำยาปรับผ้านุ่มยี่ห้ออะไร
“เหรอถ้าอย่างนั้นก็รีบไปเถอะ”
รอยยิ้มบางเบาและคำไม่กี่คำทำให้อมเรศใจเต้นแปลกเขารีบเดินลงบันไดไปแต่ก่อนหน้านั้นก็ยังแอบมองตามหลังครูหนุ่มผมของอาจารย์กฤตธีราตัดสั้นเรียบร้อยแต่ดูเหมือนข้างหน้าจะค่อนข้างยาวเพราะเจ้าตัวเสยปัดไปด้านหลังสายตาซุกซนของอมเรศนั้นมองผมที่ท้ายทอยซึ่งค่อนข้างยาวระต้นคอรากไทรซอยไล่ระดับเป็นรูปคล้ายตัววี
เขาเผลอมองต้นคอขาว ๆ ของครูรวมทั้งแผ่นหลังเพรียวซึ่งดูจะกว้างกว่าเขาในตอนนี้นิดหน่อยนั่นด้วย
‘เชี่ย กูจะบ้าเป็นงี้ได้ไงวะ นั่นผู้ชายนะ’
แน่นอนว่าอมเรศไม่คิดว่าตัวเองสับสนทางเพศเขาไม่เคยมีแฟน สนใจเด็กผู้หญิงบ้างแต่ผู้หญิงไม่สนใจกลับเพราะเขาไม่ได้หล่อลากไส้
เขารีบซอยเท้าออกจากตรงนั้นไม่ได้อยากเจอพ่อด้วยล่ะ อยู่ดี ๆ ก็เกิดกลัวขึ้นมาไม่รู้ว่าพ่อจะเคยคุยกับอาจารย์กฤตธีราหรือยัง แล้วชายหนุ่มเป็นยังไงโอเคหรือไม่โอเค ? เขาอยากถามพ่อจัง
เมื่อหมดคาบโฮมรูมและกำลังจะไปเรียนวิชาแรกอมเรศเพิ่งได้มีโอกาสสนใจตารางเรียนชัด ๆเพราะตอนนี้หัวหน้าห้องถ่ายเอกสารแจกครบทุกคนแล้ว
วิชาภาษาอังกฤษเขียนว่าครูใหม่ไม่ได้ใส่ชื่อของครู จะว่าไปเมื่อวันพฤหัสกับศุกร์ที่ผ่านมาก็ยังไม่ได้เรียนวิชานี้เลย
อมเรศแอบคาดหวังเล็กน้อยจะใช่กฤตธีราไหมนะแต่ก็ไม่ได้คิดอย่างนั้นเพราะอันที่จริงวันที่ครูพิธีกรหน้าเสาธงแนะนำครูใหม่น่ะมีครูผู้หญิงอีกคนที่เป็นครูนักศึกษาฝึกสอนก็มาสังกัดอยู่กับกลุ่มสาระภาษาต่างประเทศเช่นกัน
ม.2 คงให้ครูนักศึกษาแน่เลยเขาเลิกคิดเรื่องนี้และเดินตามเพื่อนในห้อง 2/D ไปเรียนวิชาแรกพยายามตั้งใจเรียนอย่างมีสมาธิไม่ให้เสียชื่อห้องคิง จนกระทั่งวิชาที่สาม…
ร่างสูงโปร่งของครูผู้ชายที่เดินเข้ามาในห้องทำให้อมเรศเกือบจะตาค้างไม่น่าเชื่อ แต่เขาก็เชื่อ เขาอาจจะขยี้ตาแล้วแต่เก็บอาการไว้ได้
บุตรชายของอาจารย์กณิศซึ่งสอนวิชาเดียวกับครูหนุ่มคนดังกล่าวนั่งอยู่หลังสุดของห้องริมฝั่งประตูอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเหมือนสมหวังนิดหน่อยหึ ๆ มันช่วยไม่ได้เขาไม่อยากพูดว่าเขาคาดหวังอะไรหรอกนะแต่ก็ต้องยอมรับมีเขาเองที่รู้อยู่แก่ใจ
เขาคิดอะไร… เขารู้…
แต่แม่ของเขาไม่รู้พ่อของเขาก็ไม่รู้
“อาจารย์หล่อจัง”
ดูเหมือนว่าจะไม่ต้องรอให้เขาเป็นคนพูดอะไรประมาณนี้เพื่อนร่วมห้องของเขาคนที่ปากกล้า ๆ ก็พูดขึ้นมาเสียก่อน นักเรียนหญิงกลุ่มที่แซ่บๆ พูดง่าย ๆ ก็สิบเอ็ดร.ด.หน่อยๆ พูดแบบนั้นแล้วก็กิ๊วก๊าวกันใหญ่
สายตาสีดำสนิทของอมเรศหันไปมองเพื่อนกลุ่มนั้นนำทีมโดยหัวหน้าห้องเลย ตัวโคตรแซ่บอะนะ แล้วเขาจะคอมเมนต์ว่าอย่างไรได้ตามมาด้วยกลุ่มเด็กเนิร์ดประจำห้อง ซึ่งก็มีตัวแซ่บ ๆ ไม่แพ้กันแรดแต่เรียนเก่งประมาณนั้น
เขาทำได้แค่เบนสายตามองสีหน้าของกฤตธีราดูเหมือนครูจะไม่พูดว่าอย่างไรแค่ยิ้มน้อย ๆชายหนุ่มหยิบสมุดประเมินผลซึ่งมีรายชื่อออกมาและเริ่มขาน ก็นะน่าจะเป็นวิธีทำความรู้จักนักเรียนที่ดี แต่เมื่อมีเหตุการณ์นี้ครูทุกคนที่ไม่ชอบอาจารย์ยูมิแม่ของเขาก็มักมาสะดุดตรงชื่อของเขาทุกที
อมเรศพรูลมหายใจชื่อเขาคงไม่เป็นปัญหาอีกนะ
เขาไม่รู้ว่ากฤตธีรามีมุมมองต่อพ่อของเขาซึ่งอยู่หมวดเดียวกันอย่างไรแต่ตัวการสำคัญน่าจะไม่ใช่พ่อแต่เป็นแม่
พ่อน่ะเพิ่งย้ายเข้ามาไม่กี่ปี แต่แม่น่ะบรรจุและสอนที่นี่มาพร้อมๆ กับเจ้าตัวเลย เพราะฉะนั้น อาจารย์กฤตธีราจะไม่รู้จักอาจารย์ยูมิย่อมไม่ได้แถมในตอนนั้น--เมื่อสิบปีที่แล้วนั่นตอนที่เข้าไปในห้องหมวดภาษาต่างประเทศกับแม่เพื่อไปหาครูผู้หญิงที่ชื่อจรัสรัสกฤตธีรา… ใช่ ๆ… ชายหนุ่มก็อยู่ ณ ที่นั่น
“อมเรศ”
“Present”
เขารีบขานรับตอนที่ได้ยินชื่อตัวเองยกแขนแบบไม่สุดมือนัก บรรยากาศเหมือนจะเงียบแปลก ๆ อมเรศรู้สึกว่ามันนานจัง มันกดดันแบบยังไงก็ไม่รู้ตอนที่คนในห้องเริ่มหันรีหันขวางมาทางเขาซึ่งนั่งเรียนคู่กับพิธานที่มุมหลังสุด
...สาเหตุที่นักเรียนมองมาก็เพราะครูผู้สอนมองมานั่นแหละอมเรศสบสายตาผู้เป็นครูสอนวิชาภาษาอังกฤษเต็ม ๆ เขารู้สึกแปลก ๆ อย่างไรก็ไม่รู้แววตาที่กฤตธีรามองเขาดูมีความลึกไม่ได้มองแบบครูคนอื่นที่ไม่ชอบทั้งแม่ของเขาเลยพาลมาไม่ชอบเขาด้วยเขาเห็นร่องรอยบางอย่างในตาของครู และรอยยิ้มน้อย ๆ ที่มุมริมฝีปากบางนั่น…
‘...’
เขาแทบจะเดินออกมาจากห้องด้วยมือเย็นเฉียบมองไม่ออกเลยว่าชีวิตของตนในสหัสปัญจะอุทิศจะดำเนินเช่นไรไปต่อจากนี้เขาเอามือจับสายกระเป๋านักเรียนขึ้นสะพายเดินไปด้วยและมือก็บีบสายเป้จนแน่นด้วยความเครียดตรงไปยังโรงอาหารเมื่อถึงเวลาพักกลางวัน
…
..
.
พอตกเย็น พ่อกลับมาบ้านปุ๊บเขาลองเลียบ ๆ เคียง ๆ ถามพ่อ แต่ก็ไม่กล้าถามให้ตรงประเด็นนัก
“อ้อออาจารย์กฤตธีราเหรอ ลูกเรียนกับเขาใช่ไหมอำ”
“ครับพ่อ”
“เหมือนแม่จะเคยบอกว่าเขาเคยสอนที่นี่มาก่อนตั้งแต่ตอนบรรจุแต่ย้ายออกไปโรงเรียนอื่น--”
“...”
“แล้วเป็นไงล่ะสอนเป็นไงบ้าง”
“ก็ดีครับ”
“อาจารย์ให้การบ้านหรือเปล่า”
“ฮ่ะ ๆ ยังหรอกครับโห่พ่อ ก็แค่เปิดเทอมวันที่สามเองนะ”
“จ้า”
พ่อของเขาจัดเรียงกองทัพโมเดลในตู้ต่อเหมือนกับว่าพ่อจะกำลังปัดฝุ่นทำความสะอาดพวกมันอยู่ตอนที่เขาเข้าไปถาม
แม่ของเขาเดินเข้ามาในครัวซึ่งอยู่ติดกับห้องของพ่อพอดี “อ้าวข้าวน่ะกินพอแล้วเหรอรีบๆ กินให้เสร็จจะได้เก็บล้างนะอำ”
เจตนาของแม่คือจะมาบ่นที่เขากินข้าวค้างไว้นั่นแหละแต่เขาสงสัยจริง ๆ เลยไม่ค่อยหิวหรือสนใจเรื่องข้าวปลาอาหารแม่เอาจานชามของตัวเองมาล้าง เหมือนจะได้ยินที่เขาพูดกับพ่อ
“ลูกนี่ดูสนใจอาจารย์กฤตธีราจังนะเขาออกไปสอนที่อื่นตั้งหลายปีเพิ่งย้ายกลับมาแท้ ๆ ลูกรู้จักเขาได้ยังไง”
อาจารย์ยูมิหันมาถามคิ้วของหล่อนขมวดเป็นปม สงสัยลูกชายจริง ๆ เพราะปกติอมเรศไม่เคยถามถึงใครมาก่อน
“ตอนที่แม่พาผมไปที่โรงเรียนตอนผมอยู่อนุบาลที่แม่เข้าไปในห้องหมวดอังกฤษ ผมเห็นเขาน่ะซี่”
“เห ?” ม่านตาของอาจารย์ยูมิขยายเล็กน้อยด้วยความสนใจ “ตอนไหนหว่าปกติแม่ไม่ค่อยเข้าไปหมวดอังกฤษเท่าไหร่นะยกเว้นเปลี่ยนชั่วโมง--”
“ใช่ ๆแม่เปลี่ยนชั่วโมงกับครูที่ชื่อจรัสรัส”
“อ๋ออาจารย์จรัสรัสน่ะเหรอ”
“ชื่อเขาเป็นเอกลักษณ์มากผมเลยจำแม่นน่ะ”
“ก็จริงนะแต่แม่ไม่ได้สนิทกับอาจารย์กฤตธีราสักหน่อย ไม่ค่อยพูดกันมากกว่าเขาเป็นผู้ชายประเภทที่--อืมยังไงล่ะ--ต่างจากพ่อลิบลับ”
“อ่า--”
“บางทีแม่ก็คิดว่าเขาดูสวยมากกว่าหล่อแม่ไม่ค่อยชอบผู้ชายแบบนี้นะ ดูลึก ๆ ยังไงไม่รู้อาจารย์กฤตธีราดูไว้ตัวเข้าถึงยากน่ะ เราไม่เคยทักทายกัน”
“อ้อครับ--”
“แต่เขาตั้งใจสอนดีนะถ้าพูดเรื่องการสอนเขาเก่งสุด ๆ เลย เวลาสอบประเมินอะไรของกลุ่มสาระภาษาต่างประเทศเขาน่ะได้คะแนนเยอะที่สุดตลอดเลย แต่ดูเหมือนจะไม่ถนัดเรื่องการพูดสักเท่าไหร่ที่จริงแล้วเขาน่ะเคยมีภรรยาเป็นครูในโรงเรียนนี่แหละ”
“เคยมี ?”
อมเรศฉงน แม่กำลังจะเล่าอะไรแต่พ่อกลับขัดขึ้นมา
“ยูมิ”
อาจารย์ยูมิหันไปมองอาจารย์กณิศสามีของหล่อนสั่นศีรษะปราม อมเรศเห็นท่าทีของพ่อเดาออกได้ว่ามันคงเป็นเรื่องที่ไม่สมควร ว่าแต่พ่อรู้ได้ยังไงพ่อก็เพิ่งย้ายมาสอนที่นี่ คาดว่าตอนที่พ่อย้ายมาคงมีครูคนอื่นในหมวดที่ชอบเรื่องซอกแซกเล่าอะไรบางอย่างเกี่ยวกับครูเก่าที่ออกไปให้ฟัง
อมเรศไม่ถามต่อและอาจารย์ยูมิก็เปลี่ยนเรื่องสนทนามาถามเขาถึงครูประจำชั้น ม.2/D มากกว่า
“แล้วอาจารย์ศรุตาล่ะไหนเมาท์มาหน่อยซิลูก”
พูดแบบนั้นแต่ริมฝีปากซึ่งเคลือบด้วยลิปสติกสีสดที่ตอนนี้จางแล้วของแม่กลับยกขึ้นเป็นรอยยิ้มแบบร้ายๆ ตามสไตล์แม่เวลาพูดถึงคนไม่ค่อยลงรอย
“ผม…ไม่อยากพูดเลยครับ”
“หึ ยัยศรุตาเรียนมากับฉันนี่แหละ ฉันน่ะเอกสังคม ส่วนศรุตาน่ะเอกไทย”
“...”
อมเรศหันมองหน้าพ่อ พ่อได้แต่ยิ้ม ๆ