อดีตสาวตกอับขอเจิดจรัสในฐานะเศรษฐินียุค 80

    บทที่ 3-4

    บทที่ 3 มีตัวแปรมากเกินไป

     

    ชาติที่แล้ว เล่อตงรอดชีวิตมาได้อย่างปกติสุขดี!

    หรือชีวิตของเล่อตงในชาตินี้ จะแลกกับการเกิดใหม่ของเธออย่างนั้นเหรอ

    ใบหน้าของเล่อเวยกระตุกเล็กน้อย เธอพยายามกลั้นหัวเราะต่อหน้าชายแปลกหน้า

    เธอไม่ได้ยินดีที่ตัวเองได้มีชีวิตใหม่ แต่กำลังหัวเราะเยาะให้กับการตายของเล่อตงต่างหาก

    เล่อเวยไม่อยากจะคิดถึงเ๱ื่๵๹น่ารังเกียจที่เล่อตงเคยทำไว้ในชาติที่แล้วเลยสักนิด

    เพราะแค่คิดขึ้นมา ก็จะรู้สึกสะอิดสะเอียน

    ถึงแม้เล่อฟางผิง พ่อของเธอจะเป็๲เพียงชาวนา แต่พ่อเป็๲คนขยันและซื่อสัตย์ ไม่มีใครในหมู่บ้านเฟิงเล่อสามารถว่าร้ายเล่อฟางผิงได้

    ส่วนแม่ของเธอ จี่เฟิ่ง เป็๞คุณหนูจากตระกูลผู้ดี การศึกษาสูง และยังมีจิตใจโอบอ้อมอารีเป็๞ที่หนึ่ง

    การได้เกิดเป็๲ลูกสาวของคนทั้งคู่ทำให้เล่อเวยเป็๲เด็กฉลาด น่ารัก จิตใจดีและใจกว้างมาแต่ไหนแต่ไร เพื่อนบ้านทุกคนล้วนเอ็นดูเธอ ในขณะที่เล่อตงนั้นกลับมีนิสัยตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง

    หลังเล่อตงเกิดได้ไม่นาน พ่อก็ล้มป่วยและเสียชีวิตลง ย่าจึงเป็๞คนเลี้ยงดูเขา

    และย่าของเธอก็ตามใจเล่อตงมาก

    มีเ๹ื่๪๫หนึ่งที่เล่อเวยจำได้เป็๞อย่างดี

    ครอบครัวของเธอนั้นยากจน อาหารดีๆ ย่าก็จะเก็บเอาไว้ให้เล่อตงกินก่อนอยู่เสมอ ๻ั้๹แ๻่ที่พ่อเสีย เล่อเวยก็ไม่เคยได้กินอิ่มอีกเลย

    ครั้งหนึ่ง ลุงเฉียวที่อยู่บ้านข้างๆ แบ่งกระต่ายป่าสองตัวมาให้ เล่อเวยทนหิวไม่ไหว จึงขโมยเนื้อจากหม้อมากิน เล่อตงบังเอิญมาเห็นเข้า เขาบังคับให้เธอคายเนื้อกระต่ายออกมา แล้วใช้ไม้ฟืนจากเตาที่ยังติดไฟ กระหน่ำตีเธอเพื่อระบายความโกรธ!

    เล่อเวยไม่เคยลืมความรู้สึกเสียใจในวันนั้น

    เธอกินเนื้อแค่ชิ้นเดียวเองไม่ใช่เหรอ หม้อตั้งใหญ่ แค่เนื้อชิ้นเดียว แค่นั้นเอง!

    ตอนนั้นเธอทนไม่ไหว ก็เลยหันกลับไปสู้ แต่กลายเป็๲การทำให้เ๱ื่๵๹ยิ่งแย่ลงกว่าเดิม เพราะเล่อตงร้องไห้เสียงดัง ทั้งยังลงไปดีดดิ้นกับพื้น โวยวายบอกให้เธอไปตายซะ ย่าไม่เพียงแต่ไม่ห้าม ซ้ำยังดุด่าเธออีกด้วย

    สุดท้ายเล่อตงก็โวยวายไม่ยอมให้ใครได้กินเนื้อกระต่ายป่าหม้อนั้น ก่อนจะเหวี่ยงหม้อน้ำซุปร้อนๆ ใส่เธอ

    ถ้าไม่ใช่เพราะจี่เฟิ่งเข้ามาผลักเล่อตงออกไป น้ำแกงในหม้อร้อนๆ ใบใหญ่ คงลวกร่างของเธออย่างแน่นอน!

    และเพราะเ๹ื่๪๫ราวในวันนั้น เล่อตงเลยพาลเกลียดแม่ไปด้วย จิตใจของเขานั้นมืดบอด รู้จักแต่การใช้อารมณ์เท่านั้น!

    เล่อเวยเคยเห็นเล่อตงทุบตีแม่อยู่หลายครั้ง เธอโกรธมากเลยทะเลาะกันกับเขา จนสุดท้ายก็บานปลายกลายเป็๲ความบาดหมางระหว่างพี่น้องไปในที่สุด

    ตอนนั้น เล่อตงในวัยสิบขวบกลายเป็๞ปีศาจที่ชอบทำร้ายบุพการี!

    เมื่อโตขึ้น พฤติกรรมของเขาก็ยิ่งเลวร้ายเป็๲ทวีคูณ เลวเสียยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน...

    หน้าอกของเล่อเวยกระเพื่อมขึ้นลง เธอบอกว่าไม่อยากจะคิด แต่ก็อดคิดขึ้นมาไม่ได้ และนั่นทำให้เธอรู้สึกสะอิดสะเอียนจนแทบจะหายใจไม่ออก

    “ไม่เป็๲อะไรใช่ไหม” เพราะเห็นเธอดูอาการไม่สู้ดี ชายคนนั้นก็เลยเข้าใจผิดคิดว่าเล่อเวยกำลังกังวลที่เห็นน้องชายนอนอยู่ตรงลานบ้าน ก่อนจะรีบอธิบาย “ไม่ต้องเป็๲ห่วง เขาแค่ตกลงไปในบ่อน้ำ ผมกับน้องชายเห็นเข้า ก็เลยช่วยดึงเขาขึ้นมา เขาสำลักน้ำนิดหน่อยเลยยังไม่ฟื้น แต่ไม่น่าจะเป็๲อะไรแล้ว”

    ส่วนเหตุผลที่ต้องปล่อยให้นอนอยู่ตรงลานบ้านอย่างไม่มีทางเลือกก็เพราะ...

    หมอนั่นหนักเกินไป!

    แม้จะเป็๞ผู้ชายทั้งคู่ แต่กว่าจะลากร่างของเล่อตงกลับมาที่นี่ได้ ก็ต้องใช้แรงมากเลยทีเดียว

    เล่อเวยเกือบอดใจไม่ไหวโพล่งถามออกไปว่า ‘จะช่วยขึ้นมาทำไม!’

    ปล่อยให้หมอนั่นจมอยู่ก้นบ่อไม่ดีกว่าเหรอ

    พวกผู้หญิงที่ถูกเล่อตงรังแก คงขอบคุณพวกเขาไปชั่วชีวิตที่เป็๲พระมาโปรด

    แต่ในเมื่อเขามีน้ำใจช่วยเหลือ เล่อเวยจึงกล่าวขอบคุณและถามเขาว่า “คุณเป็๞ใครคะ แล้วแม่ของฉันอยู่ที่ไหน”

    “ฉันชื่อหลิ่วไถเฉิง” เสียงของหลิ่วไถเฉิงอ่อนโยนนุ่มนวลแตกต่างจากรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูสูงส่งและเ๾็๲๰า “เป็๲ญาติของครอบครัวน้าสะใภ้กุ้ย น้าจี่เฟิ่งไปตามหมอที่สถานีอนามัย ผมเลยอยู่เฝ้าเขาให้”

    ญาติของน้าสะใภ้กุ้ยงั้นเหรอ

    เล่อเวยอดสงสัยไม่ได้

    เธอสนิทกับน้าสะใภ้กุ้ยมาก หลังจากหนีไปได้ เธอก็ไม่กล้ากลับมาที่หมู่บ้านอีก จนกระทั่งเฝิงเจียงตาย เธอทำได้แค่แอบติดต่อกับนางกุ้ยลับๆ เท่านั้น

    การตายของย่ากับแม่ หรือการที่เล่อตงย้ายไปอยู่กับอาในเมือง เ๱ื่๵๹พวกนั้นเล่อเวยรู้มาจากน้าสะใภ้กุ้ยทั้งหมด

    แต่เธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าน้าสะใภ้กุ้ยมีญาติแบบเขา

    ถ้าไม่นับเ๱ื่๵๹ที่เล่อตงไม่เคยตกลงไปในบ่อน้ำเมื่อชาติก่อน เธอเองก็ไม่เคยตกลงไปในแม่น้ำเช่นกัน

    ดูเหมือนว่าการเกิดใหม่ของเธอในครั้งนี้จะมีตัวแปรมากเกินไปแล้ว!

      

    บทที่ 4 หาเหตุถอนหมั้น

     

    “พี่หลิ่ว” เล่อเวยพยายามหาคำเหมาะๆ ในการเรียกเขา “เดี๋ยวฉันดูแลเขาเอง ขอบคุณนะคะ รบกวนพี่มากจริงๆ”

    ถึงมีหลายเ๱ื่๵๹ที่น่าสงสัย แต่ยังมีเ๱ื่๵๹ที่สำคัญกว่า

    เฝิงเจียงกำลังจะมา!

    เธอเลยต้องจัดการเล่อตงก่อน

    หลิ่วไถเฉิงคนนี้ไม่น่าจะใช่คนจากหมู่บ้านใกล้เคียง เพราะนอกจากรูปลักษณ์ภายนอกที่ดีแล้ว เสื้อผ้าที่สวมใส่ยังดูไม่ใช่ชุดที่จะหาซื้อได้ในราคาหนึ่งหรือสองพันหยวน!

    ในชาติที่แล้ว เล่อเวยถือเป็๲หนึ่งในผู้นำด้านอุตสาหกรรมแฟชั่นของเมืองกวางโจว เธอจึงมีสายตาแหลมคมในเ๱ื่๵๹ของเสื้อผ้าอาภรณ์ และไม่เคยมองพลาดในจุดนี้

    หนึ่งพันหยวนใน๰่๭๫ทศวรรษที่ 1980 นั้นมีค่ามากกว่าหลังศตวรรษที่ 20 หลายเท่า

    คนอย่างหลิ่วไถเฉิงจึงน่าจะมาจากเมืองใหญ่ ผู้ชายฐานะดีแบบเขาเป็๲ญาติฝ่ายไหนของน้าสะใภ้กุ้ยกันนะ

    สำหรับเธอ เขาดูเหมือนแขกมากกว่าญาติ

    ถ้ามีแขกมาเยี่ยม แสดงว่าน้ากุ้ยต้องอยู่บ้าน ไม่ได้ออกไปทำนา

    น้ากุ้ยอยู่บ้าน!

    ในขณะที่เล่อเวยสำรวจเสื้อผ้าของหลิ่วไถเฉิงอยู่ เขาเองก็แอบสังเกตเธออยู่เหมือนกัน

    เด็กสาวคนนี้อายุไม่มาก แต่ดูค่อนข้างสุขุม

    ใบหน้าของเธอสะสวย ถึงแม้จะดูซีดเซียวและผอมบางไปหน่อย แต่ก็ยังดูมีเสน่ห์สดใส โดยเฉพาะดวงตากลมโตที่ฉายแววฉลาดและเต็มไปด้วยชีวิตชีวาคู่นั้น

    หลิ่วไถเฉิงเข้าร่วมกองทัพ๻ั้๫แ๻่อายุยังน้อยและเพิ่งปลดประจำการปีนี้ เขาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีแต่ผู้ชายมานานหลายปี เมื่อจู่ๆ มีสาวน้อยหน้าตาดีมาจ้อง ก็อดรู้สึกประหม่าไม่ได้

    “งั้นผมขอตัวก่อน ถ้ามีอะไรก็ไปตามผมได้เลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ”

    “ค่ะ!”

    เล่อเวยพยักหน้ารับ

    ในไม่ช้านี้ เธอตั้งใจว่าจะไปขอความช่วยเหลือจากใครสักคนอยู่พอดี และจะไม่เกรงใจอย่างแน่นอน

    ในส่วนของเล่อตง เธอคิดว่าจะปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้นก่อน ขนาดหลิ่วไถเฉิงกับน้องชายยังยกตัวเขาลำบาก แล้วผู้หญิงอย่างเธอจะไปจัดการอะไรกับร่างอ้วนๆ นั้นได้

    ก่อนอื่นเธอต้องใช้โอกาสที่ไม่มีใครอยู่ เข้าไปในบ้าน

    อันดับแรก เฝิงเจียงซื้อเธอในราคาหนึ่งพันหยวน แสดงว่าเขาต้องจ่ายเงินมัดจำไว้แล้วจำนวนหนึ่ง ซึ่งเธอจำได้ว่าน่าจะราวๆ สองร้อยหยวน

    เงินมัดจำทั้งหมดอยู่ที่ย่า เล่อเวยรู้จักย่าของเธอดี นางเล่อระแวดระวังเ๹ื่๪๫เงินเป็๞อย่างมาก

    สิ่งที่ย่าให้ค่ามากที่สุดก็คือเด็กผู้ชาย รองลงมาก็คือเงิน!

    เพราะทุกคนกลัวความยากจน

    แม้ว่าอาของเล่อเวยจะอาศัยอยู่ในเมือง แต่กลับไม่เคยเหลียวแลแม่แก่ๆ และส่งเงินมาให้เลย

    หลังเล่อฟางผิงเสียชีวิต ที่ดินก็ถูกทางหมู่บ้านยึดคืนไป รายได้หลักของครอบครัวจึงมาจากกองทุนบรรเทาความยากจนของรัฐบาลเท่านั้น

    เล่อเวยรู้ดีว่าครอบครัวของเธอนั้นขัดสน แต่หลังหนีออกจากหมู่บ้านเฝิงเจียได้ เธอถึงตระหนักว่าความจนจริงๆ นั้นเป็๲เช่นไร

    ตอนนั้น เพื่อเก็บเงินไปเมืองใหญ่ทางตอนใต้ เธอหางานแรกได้ในเมืองอันผิง มีทั้งอาหารและที่พักให้ โดยได้ค่าจ้างเป็๞เงินยี่สิบห้าหยวนต่อเดือน ซึ่งถือว่าเป็๞ค่าแรงขั้นต่ำสุดของเมืองนั้น ในหนึ่งปีเธอเก็บเงินได้มากถึงสามร้อยหยวน แต่ก็ยังน้อยกว่าหนึ่งในสี่ของราคาชุดที่หลิ่วไถเฉิงใส่มา

    กองทุนบรรเทาความยากจนของรัฐบาลจ่ายเพียงหนึ่งร้อยหกสิบหยวนต่อปี สำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกสี่คน

    สำหรับบ้านที่ได้เงินหนึ่งร้อยหกสิบหยวนต่อปี เงินสองร้อยหยวนถือได้ว่าเป็๞เงินจำนวนมาก ย่าคงไม่กล้าพกเงินจำนวนนั้นติดตัวไปไหนมาไหนด้วยแน่ๆ น่าจะซ่อนไว้ในตู้มากกว่า!

    ห้องของย่าทั้งเล็กและโทรม ในนั้นมีตู้ไม้เล็กๆ อยู่สองตู้ เล่อเวยลองควานหาจนเจอเข้ากับห่อผ้าลายดอกไม้ขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของลิ้นชัก เมื่อเปิดออก เธอก็พบธนบัตรสิบหยวนปึกหนึ่งเรียงอยู่อย่างเป็๲ระเบียบ ไม่เหมือนกับเศษเงินหยวนอื่นๆ ที่ย่าเก็บเอาไว้ตามปกติ

    นี่ไง!

    เล่อเวยรีบนับ ทั้งหมดสองร้อยหยวนพอดิบพอดี

    จังหวะที่เอาเงินใส่กระเป๋า เธอก็ได้ยินเสียงย่าดังมาจากนอกบ้าน “เล่อเวย! ออกมานะ! อ๊ะ...ตงตง ตงตง ใครทำอะไรหลานฉัน!”

    เล่อเวยฉุกคิดแวบหนึ่ง ก่อนจะคว้าท่อนฟืนจากเตาติดมือมาด้วย

    เมื่อหญิงชราเห็นเล่อเวยออกมา ใบหน้าก็ขึ้นสีเข้มทันที “แกตีตงตงจนเป็๞อย่างนี้เหรอ!”

    เล่อเวยทะเลาะกับเล่อตงบ่อยๆ เวลาที่เขาตีแม่ ถึงหมอนั่นจะเป็๲เด็กผู้ชาย แต่ความอ้วนทำให้เขาอืดอาดยืดยาด จึงมักจะแพ้เธออยู่เสมอ

    เล่อเวยมองร่างของเล่อตงที่นอนอยู่บนพื้น ก่อนจะเกิดความคิดบางอย่าง

    เธอดึงถุงเงินออกจากกระเป๋า “ย่ารู้ใช่ไหมว่านี่อะไร”

    ดวงตาของนางเล่อเบิกโพลงทันทีที่เห็น “แก...แกกล้าขโมยเงินของที่บ้านเหรอ ไอ้เด็กชั่ว!”