ข่าวลือแพร่สพัดทันทีคุณหนูตระกูลเป๋ยทั้ง2 ที่ตกน้ำหายดีเเล้ว เเละเป็จริงดังข่าวลือ เมือเป๋ยลี่จูและเป๋ยลี่มี่กับสาวใช้ประจำกาย2คน รวมถึงบุตรชายทั้งสอง ต่างพากันมาเดินเที่ยวชมตลาด เป็ที่ดึงดูดสายตาผู้คนอย่างมาก สตรีผู้โฉมงามรามนาง์ เพียงเเค่สบตาพาเอาหนุ่มเคลิ้ม สร้างความไม่พอใจต่อจิ้นอ้าน ผู้พี่ที่เกิดอาการห่วงน้องได้แต่เดินตามหลังผู้น้องโดยส่งสายตาปานจะเชือดคอแก่ชายหนุ่มที่จ้องมองอย่างหื่นกระหาย ทำเอาบรรดาคุณชายก้มหน้างุด เป๋ยลี่มี่เองก็ซุกซนยิ้มล่าไปทั่ว บรรดาชายจะเด็กเล็กหรือคนแก่ต่างล่ะสายตามิได้ ฮุ่ยเจิน เองเเหม่จะนิ่งๆ พอเห็นน้องสาวตนถูกแทะโลมด้วยสายตา ก็แผ่รังสีอำมหิต ไปทั่ว ลี่จูและลี่มี่ แวะดูบรรดาเครื่องประดับพวกนางทั้งสองต่างนึกถึงความหลัง ลี่มี่เองก็คิดถึงตา ผู้ทำเครื่องประดับให้นางขาย ทั้งสองที่กำลังหยิบของชมอยู่นั้น บรรดาพี่ชาย เลยถอยมายืนข้างๆ ห่างจากพวกนางหน่อย นั้นทำให้บรรดาชายหนุ่มที่เล็งจังหวะ อยู่ รีบสาวเท้าเดินไปหานางทั้งสอง
"แม่นางเป๋ยทั้งสอง ข้ากับเพื่อนของข้าช่วยซื้อของให้หรือไหม"
"พวกท่านเป็ผู้ใด ข้ามิรู้จัก!?" เป๋ยลี่มี่ทำหน้าบึงตึงใส่ชายหน้าม่อทั้งสอง ลี่จูเองนางเพียงชายตามองแล้วทำเป็ไม่สนใจ นางเบื่อหน่ายผู้ชายเ้าชู้นัก!
"ข้าคือบุตรชายนายอิน มหาเศรษฐีใหญ่แทบนี้ ข้าชื่ออินต่งเทียน"ชายตัวสูงโปร่งแต่ดูอ่อนแอผอมแห้ง ใบหน้าจัดเป็บุรุษหน้าตาดีเค้าเอาแต่จ้องมองลี่จูหลาวกับจะกลืนกิน
"ส่วนข้าหลานจงซิ่ว บุตรชายเ้าของหอเดือนดับ" ว่าพลางยืดอกเบ่งใส่นางลี่มี่ด้านหน้าอย่างภาคภูมิ
"แหม่พี่ชายพวกท่านนี้ใหญ่โตร่ำรวย บารมีล้นเหลือจริ๊งจริง " เมื่อได้ยินคุณหนูเป๋ยลี่มี่พูดพลางเหลิงยืดอกกว่าเดิม ลี่จูที่ยังมิสนใจเลือกเครื่องประดับต่อปล่อยให้น้องสาวตนจัดการ นางเหลือบมองเห็นบรรดาพี่ชายที่บัดนี้อยู่โรงน้ำชากับบุรุษชายอีกสามคน นางจำบุรุษพวกนั้นได้ องค์ชาย14 และอ๋อง3 ส่วนอีกคนนางมิเคยพบ
"งั้นให้พวกพี่ชาย คอยดูแลน้องทั้งสองในวันนี้เถอะนะ" หลานจงซิ่วที่พูดพลางยื่นมือเตรียมจับลี่มี่ ลี่จูเห็นดังนั้นใช้พัดที่ตนถือสบัดบัดแขนคุณชายทันที
"อี้ สกปรกพวกเ้ากล้าดีอย่างไรถูกตัวข้า!" ลี่มี่พูดอย่างมีน้ำโห
"นี้!แม่นางเมื่อประเดี๋ยวเ้ายังชมเชยพวกข้าดิบดี อ๋อยพวกข้าใช่ไหมล่ะ"อินต่งเทียนพูดต่อ บ่าวใช้ทั้งสองที่ดูเหตุการ์ณตรงหน้า รีบยืนด้านหน้งบังตัวคุณหนูไว้ บุรุษด้านหน้านี้ช่างกล้า ทำตัวลามปามยิ่งนัก
"หึ ที่ข้าพูดเพียงประชด เหล่าคุณชายที่รวยยศศักดิ์จากบิดาเท่านั้น ตัวเองดีเเต่เป็แมงดาเกาะคนอื่นกิน!!" ลี่มี่พูดตอบโต้กล้าว่านางอ๋อยงั้นรึ มิยอมหรอก
"คุณชายทั้งสองพวกข้ามิ้าความดูแลจากพวกท่านไหม ขอตัวลา เเค่นี้ก็เสียเวลาหาสาระมิได้มากพอเเล้ว" ลี่จูที่นิ่งเงียบพูดพลางดึงมือลี่มี่ไปทางโรงเตี๊ยมพี่ชายตน ดูเหมือนพวกเขาจะสังเกตุเหตุการ์ณก่อนเเล้วจึงพากันลุกขึ้น ลี่จูที่ยังก้าวเพียงไม่กี่ก้าวต้องหยุดชะงักทันที
"นี้!พวกท่านอย่าได้บังอาจปล่อยมือคุณหนูเดี๋ยวนี้!!"บ่าวพูดเสียงดังอย่างมิพอใจ เมื่อเห็นลี่จู โดนคุณชายอินดึงมือเอาไว้ สร้างความฮือฮาแก่ผู้คนลี่จูเองก็หงุดหงิดยิ่งนักนางพยายามแกะมือชายออกแต่มิเป็ผล
"แหม่ ปากดีนักนิ เป็แค่คุณหนูลูกขุนนางกระจอกๆ อย่าได้ถือดี!!!" ลี่จูเมื่อได้ยินชายผู้นั้นนางโกรธเป็ฟื้นเป็ไฟ มันจักมากไปเเล้วกล้าลามปามท่านพ่อเชียว !
"ปล่อยมือพี่ข้าน่ะ!!" ลี่มี่พยายามช่วยดึงอีกแรงแต่มิเป็ผลเมื่อจู่ชายสามหาวกล้ากระชากตัวลี่มี่เข้าไปชนกับเเพงอก ก่อนจะกอดอย่างเสียมารยาท
"ลี่มี่! คุณหนู!!" ลี่จูกับบ่าวอีกขึ้นะโด้วยความใ ดูท่าคูณชายเ้าของเดือนดับ จะอยากดับสมชื่อ!!
"ปล่อยข้านะ พวกโรคจิต !!" ลี่มี่ทั้งดิ้นทั้งทุบตี นางขยะแขยงเหลือเกิน นางกลัวชายตรงหน้ายิ่งนัก พลันน้ำตานางเริ่มไหล หมดกันชื่อเสียงของข้า!
ลี่จูที่เอาเเต่มองน้องสาวตน จนได้สติเมื่อบ่าวของตนกัดเอาชายที่จับนางไว้
"อ๊ากก นางทาส!!" ต่งเทียนโมโหเหวี้ยงมือเตรียมตบสั่งสอนนางชั้นต่ำ ลี่จูเมื่อเห็นดังนั้นรีบเอาตัวเข้าบัง ใครจะมาทำร้ายคนของนางมิได้!!
"เพี้ยย!"เสียงฝ่ามือฟาดลงบนหน้าหญิงสาวลี่จู ต่งเทียนเมื่อเห็นดังนั้นก็สีหน้าซีดลงทั้งที
"เจียเจ้ย! " ลี่มี่ใสุดขีด พี่สาวของนางบัดนี้ใบหน้าแดงตามรอยมือ มุมปากปรากฎเืไหล
"คุณหนู เป็อย่างไรเ้าค่ะ " บ่าวใช้ตอบก่อนหยิบผ้าเช็ดเื จู่ๆชายด้านหน้าตนกระเด็นล้มลงพื้น รวมถึงชายอินเองก็ถูกเตะกระเด็น ลี่จูหันมองก็พบพี่ชายใหญ่ ที่พึ่งเหวี่ยงหมัดใส่ชายชั่วที่บังอาจทำร้ายน้องสาวตน และพี่รองแม้ไม่เก่งด้านบู๊ ก็ถีบนอกอกชายอิน ก่อนดึงเอาลี่มี่ที่น้ำตาไหลพรากมาสวมกอดปลอบ
"เป็อันใดบ้าง!? ลีลี่ " จิ่งอ้านถามพลางสำรวญน้องสาว เค้าเห็นมุมปากมีเืออก ใบหน้าแดงตามรอยมือ ทำเอาเค้าคลั่ง คุมตนไม่อยู่ พุ่งไปประเคนหมัดแก่ต่งเทียนที่บัดนี้ยังนอนมึนงงอยู่ จนองค์ชาย14 รีบเค้าไปห้ามปรามก่อนจักเกิดเื่ใหญ่ ท่านอ๋องเองเมื่อพบว่าลี่มี่ต้องโดนชายอื่นสวมกอด ก็ลงไปประเคนหมัดให้สาสมแก่ชายหลานจงซิ่ว
"พอเถิด พี่ใหญ่ ท่านอ๋องหยุดกันได้เเล้ว!!"ลี่จูรีบะโห้ามปราม บัดนี้ชาวบ้านต่างมามองที่พวกตนเป็ตาเดียว เเต่ไม่เป็ผลแม่องค์ชายจะช่วยห้าม ก็ยังทุลักทุเล
"หยุดเดี๋ยวนี้!!" ชายผู้หนึ่งพูดด้วยเสียงทรงพลัง ใบหน้าที่แคร่งขรึม คิ้วขมวดกลับมิทำให้ชายผู้นี้ดูหล่อน้อยลงแม้แต่น้อย หลังเสียงบุรุษผู้นี้ เป็ผลทั้งคู่หยุดทันที ก่อนที่องค์ชาย14 สั่งให้ชายผู้เป็เงาคอยรักษาพระองค์ มาจัดการพาไปคุกหลวง ใบหน้าคุณชายทั้งสองมีแต่เืเเละบวมบูด
ก่อนพี่ใหญ่จะพาพวกเรารวมทั้งบุรุษอีกสามท่านกลับจวน
เมื่อกลับมาที่จวนท่าพ่อโมโห แทบอยากลากตัวดีทั้งสองมาลงโทษเองเสีย ก่อนที่พี่ร้องและฮูหยินคอยบอกให้ใจเย็น แม้นางจะเเค้นเคืองที่บังอาจมาล่วงเกินลูกสาวทั้งสอง ลี่มี่ขอตัวเข้าห้องไปพักผ่อนกับฮูหยินรอง ก่อนบรรดาบุรุษชายทั้ง5 รวมทั้งลี่จูพากันไปนั่งศาลาสวนไม้ เพื่อพูดคุยกัน
" น้องจู เ้าดีขึ้นแล้วรึ กลับไปพักก่อนได้หนา" พี่รองพูดพลางทายามุมปากเบามือ แม้พี่รองจะไม่ค่อยเเสดงออกมากนัก แต่นางรู้ว่าเค้าห่วงใย
"น้องดีขึ้นแล้วเ้าค่ะ มิต้องห่วง"
" แล้วแม่นางเป๋ยลี่มี่เล่า นางเป็เยี่ยงไร" ท่านอ๋อง3 ถามอย่างร้อนรน ลี่จูมองหน้าอ๋อง3พลางคิดทบทวนเื่ราวอดีต แม่นางลี่จูผู้นี้เลยชอบท่านอ๋องมากจนเป็เหตุให้ทะเลาะกับน้องสาวบ่อยๆ แต่นางมิใช่ ข้าผู้นี้จะเปลี่ยนตนใหม่ ! ก่อนจะฉีกยิ้มหวานเพียงเท่านั้น บุรุษถึงกับเคลิ้ม
"น้องลี่มี่เพียงใเท่านั้น มิเป็อันใดเ้าค่ะ ท่านอ๋อง3!" สร้างความแปลกใจแก่ทุกคน พวกเขารู้ดีแม่นางลี่จูผู้นี้หลงรักท่านอ๋องมาเนินนานถึงคขั้นตบตีน้องสาวเพื่อให้ได้ความรักมา แต่นี้!นางกลับฉีบยิ้มสายตานิ่งมิหวั่นไหว ราวกลับไม่เคยชอบท่านอ๋องเลย ทำให้เกิดรอยยิ้มบนหน้าท่านแม่ทัพ หรือองค์ชาย14 ที่แอบหัวเราะเบาๆ และพี่ชายตนที่บัดนี้ยิ้มลาวกับภูมิใจในน้องสาวที่ตัดใจจากอ๋องได้เเล้ว! แลเปลี่ยนเป็คนใหม่จริงๆ
"ท่านพี่ใหญ่เ้าค่ะ บุรุษทั้งสองคือใครเ้าค่ะ น้องมิเคยพบ?" ลี่จูถามต่อ มิสนท่านอ๋อง ถึงแม้นางจะรู้จักแม่ทัพ แต่พบเพียงครั้งเดียวจงเเกล้งไม่รู้
"อ่อ เพื่อนพี่เอง คนนี้คือองค์ชาย14 หรือเเม่ทัพ ส่วนคนต่อไป คือองไทจื่อ" องค์ไทจื่อ องรัชทายาทนะหรือ!? ลี่จูที่รู้สึกเสียมารายาทรีบลุกถวายบังคมแก่องค์ไทจื่อ และองค์ชาย14
"หม่อมฉันถวายพระพรองค์ไทจื่อ และองค์ชาย เ้าค่ะ" ทั้งสองรีบรับการเคารพ
"มิต้องมากพิธีหรอก แม่นางเป๋ย เ้าเป็น้องสาวเพื่อนสนิทเสมือนน้องสาวข้าอีกคน
" ขอบพระคุณเ้าค่ะ ไทจื่อ"
"ต่อไปเราคงจะสนิดกันมากขึ้น ทำตัวตามสบายเถอะ เป๋ยลี่"
"เ้าค่ะ องค์ชาย " องค์ชายสิบสี่พยักหน้าพลางชิบชา แต่สายตายังคงจับจ้องเป๋ยลี่ไม่วางเค้าตื่นตาตื่นใจราวกับเจอของเล่นชิ้นใหม่
"ที่พวกข้ามาเพียงแค่จะมาเชิญพี่น้องตระกูลเป๋ยไปร่วมงานเลี้ยงสำนักศึกษาในวัง องค์หญิงฟางเหนียงจัดงานเลี้ยงฉลองขึ้น แน่นอนฮุ่ยเจินตรงไปในฐานะอาจารย์ขององค์หญิงอยู่แล้ว เราเลยมาช่วนเป๋ยจิ่นหลงเพื่อนสนิดไปในฐานะเเขก รวมถึงน้องสาวเ้าทั้งสองด้วย" องค์ไทจื่อพูดด้วยท่าทางนิ่งๆ
"จัดวันไหนหรือ ' หวานหลง'" พี่ใหญ่เอ่ยชื่อองค์ไทจื่ออย่างสนิดสนม องค์ไทจื่อเองก็มิมีกิริยาท่าทีไม่พอใจ พวกเค้าคงสนิดกันจริงๆ
"มะรืนนี้แหละ ยามโหย่ว(17.00-18.59) จิ่นหลง" ไทจื่อเอ่ยตอบ
"เ้ากับน้องสาวจะมาใช่หรือไหม?" องค์ชาย14 หันมาถามเป๋ยลี่จู
"เื่นั้นต้องขออนุญาติท่านพ่อเสียก่อนเ้าค่ะ" จริงๆนางมิอยากไปนักนางสังหรใจยังไงไม่รู้
"ท่านพ่ออนุญาติอยู่เเล้วหากมีพี่ไปด้วยมิต้องกังวล" พี่รองรีบพูดขึ้นเมื่อเห็นหน้าน้องสาวมีกังวล หารู้ไหมนางกังวลกว่าเดิมเสียอีก!
"เ้าค่ะ ถ้างั้นน้องจะไปบอกแก่เหนเหน่เสียก่อน ขอตัวลา" ลี่จูย่อตัวก่อนเดินจากไป ปล่ยให้หนุ่มได้คุยกัน
"แหม่ น้องสามเ้านี้งดงาทยิ่งนัก แค่นางสบตาทำเอาใจข้าละลาย!" องค์ชาย14พูดพลางเอามือทาบอก
"หยุดคิดเสีย เจิ้นช่าง !ข้ามิยอมให้เ้าคนโลเลคลุกคลี่น้องข้าแน่ เ้าเองก็มีหญิงเยอะอยู่เเล้วนี้" เป๋ยจิ่นอ้านพูดทีจริงทีเล่น เเบบคนสนิด
"5555 เ้าหลานคนนี้มันเ้าชู้เห็นหญิงสวยๆมิได้หรอก เว้นเเต่ข้า ที่คอยตามเกี้ยวแม่นางลี่มี่มาเสียนาน: ท่านอ๋องพูดพลางทำทีเเสดงความจริงใจ
"ท่านเองก็มีอนุถึง6คนเชียวนะ" ฮุ่ยเจินพูดขึ้น ทำเอาท่านอ๋องพูดไม่ออก
"พวกเ้าทำตัวเยี่ยง หลวนหลง เสียบ้าง"จิ่นอ้านพูดพลางแตะไหล่หลวนหลง
"ก็มิมีอะไรให้สนใจ" หลวนหลงหรือไทจื่อพูดขึ้นทำเอาจิ่งหลง โมโหทันที
"เ้า เ้า!จะบอกน้องสาวข้ามิงามสดุดตาพอให้เ้าสนใจรึ " จิ่งหลงหยิบดาบขึ้นเตรียวตีคนตรงหน้า
"เ้ากล้ารึ!" เไทจื่อพูดเพียงแค่นั้น จิ่นอ้านจึงวางดาบลง ด้วยท่าทางฟึดฟัด แต่กลับสร้างเสียงหัวเราะสะใจแก่องค์ชาย14
"5555555 เ้ามันตลกชมัดจิ่นอ้าน"
"หน่อยช่างลี่ งั้นเ้ากับข้ามาประลองสักตั้ง!"ว่าพลางทั้งสองบรรเลงเพลงดาบทีเล่นทีจริงใส่กัน
"พวกเ้าเนี่ยกัดกันเสียทุกวัน" อ๋องพูดพลางมองเพื่อนรุ่นหลานทั้งสอง
"เฮ้อ.." ไทจือและฮุ่ยเจินถอนหายใจหน่ายกับความเป็เด็กเล่นซนของเพื่อตัวเอง พวกเขาเติบใหญ่เป็บุรุษที่หมายปองของสาวๆ เหตุใดจึงทำตัวเด็กเยี่ยงนี้...
เวลายามเฉิน(07.00-8.59)วันต่อมา..
คุณหนูเล็กอย่างลี่มี่กำลังตื่นเต็นกับการเลือกเสื้อผ้าใส่ไปงานพรุ่งนี้ นางจักต้องดูโดดเด่น ลี่มี่เอาทั้งเครื่องผัดหน้า กำไล ปิ่นปักผม มาเรียงกัน
"ข้าเลือกชุดสีแดงเข้ม ด้านในสีส้มตัวนี้ ตามด้วยผ้าคลุ้มสีชมพูบาง อ่ะ เอาดอกโบตั๋นมาประดับผม เอามงกุฏดอกไม้สีทองชุดนั้นด้วย ต้มหูคู่ยาวสีทอง กำไลเส้นเล็กสีทองด้วย เสียวสี" ลี่มี่ชี้นู้นนี้อย่างตื่นเต้นทำเอาหญิงรับใช้เสียวสีถึงกับหัวหมุ่น แต่นางก็ดีใจนายตนคงจะเบื่อห้องเมื่อก่อนไม่เคยไปไหนบัดนี้แข็งแรงดีแล้วคงตื่นเต้นหน้าดู
"เจียเจี่ย ใยท่านยังนั่งเฉยเหล่า มิเตรียมตัว"ลี่มี่เห็นพี่สาวตนเอาเเต่อ่านหนังสือตำราเเพทย์ไม่สนใจสิ่งใด
"เ้าจะรีบไปใยงายมีพรุ่งนี้! มิใช่วันนี้เสียหน่อย"ลี่จูพูดพลางอ่านตำราตรงหน้าที่ตนที่ขอจากพี่รองมา นางเองในภพก่อนก็เรียนเเพทย์ทั้งแผนปัจุบันและโบราณ จึงสนใจอ่านตำราเเพทย์สมุนไพรเป็ธรรมดา
"งั้น เหนเหน่ขอเลือกให้นะเ้าค่ะ"ลี่มี่พูดพลางร้บเดินสำรวญชุดอีกคลา ลี่จูเองก็มิสนใจปล่อยนางให้เลือกไป
ผ่านไปหลายเค่อ
ลี่มี่ที่เสียพลังไปกับการเลือกชุด นั่งจิบน้ำชาให้หายเหนื่อย
"ลี่มี่ พี่จักไปซื้อพวกสมุรไพรลองทำยาเสียหน่อย เ้าจะไปด้วยไหม"
"เชิญๆ ข้างนอกร้อนข้าขอหลบแต่ในจวนดีกว่า"ลี่มี่พูดพลางวีพัดให้หายร้อน ลี้จูเห็นท่าน้องสาวก็ได้เเต่สายหน้า ก่อนเดินไปพร้อนบ่าวประจำกายอีกคน ครั้งนี้นางใส่ผ้าสีขาวผืนบางปัดลายดอกฉา ฮวา ที่นางชอบเป็ดอกที่สวยงาม คล้ายกุหลาบแต่ดอกใหญ่บานกว่าเป็เอกลักษณ์มากกว่าดอกนั้นแข็งแรงและกลิ่นที่ติดทนนาน สวมใส่ปิดปังหน้า นางกับไป๋จูเดินตามทางตลาดเรื่อยก็พบร้านขายสมุนไพร นางเดินไปยื่นกระดาษที่จดรายชื่อสมุนไพรยื่นแก่เถ้าแก่
"รอสักครูขอรับแม่นาง "เถ้าแก่รีบหยินจับสมุรไพรให้ครบ วันนี้ที่ร้านคนเยอะเสียงจริงเค้าวิ่งวุ่นแต่เช้า ก่อนจะหยิบสมุนไพรครบแล้วยื่นแก่แม่นาง
"เอ่อ สมุนไพรครบหมดขอรับเพียงแต่ขาดที่บดพืชสมุนไพร หมดเมื่อกี้เองขอรับ"
"เหตุใดหมดเร็วล่ะเถ้าแก่ "ลี่จูพูดใต้ผ้าที่ปิดปังหน้าไปเสียครึ้ง นางว่านางก็มาเร็วเเล้วนะ
"คงเพราะงานเลี้ยงพรุ่งนี้สิขอรับ บรรดาคุณหนูบ้านต่างๆส่งบ่าวใช้มาซื้อที่บดกับดอกไม้ชนิดหอมต่างๆไป" ลี่จูพูดพลงนึกคิดนางเองก็พึ่งอ่านเจอคนสมัยนี้คงนิยมนำดอกไม้มาบดย้อมใส่ผ้าเผื่อให้เกิดกลิ่นหอม นางเองก็เริ่มสนใจหากลี่มี่รู้คงชอบแน่
"งั้นเอาเเค่นี้."ลี่จูดพูดเเละยื่นเงินให้ พร้อมหันมาคุยกับไป๋ซู
"เราไปหาร้านอื่นเถิด "
"เ้าค่ะ!"
ลี่จูกับไป๋ซูเดินหาตัวบดสมุนไพรได้เเล้วเพียงเเต่นางยังหาดอกไม้ที่้ามิได้ นี้ก็ผ่านไปกี่ชั่วยามก็มิรู้ อากาศก็ร้อนเสียจริง นางจึงเดินไปพักที่ร้านน้ำชาเล็กๆ เมื่อทั้งสองมาถึงก็สั่งชามาดับกระหาย ที่ร้านเองก็มีบรรเลงดนตรีช่างฟังเเล้วผ่อนคลายเสียจริง เเละยังมีกลิ่นหอมๆ จางๆทั่วร้านลี่จูรีบสูดดมก่อนจะรู้นี้คือดอกไม้ที่นาง้า!
"นี้ท่านหญิงๆ ข้าขอถามหน่อย" หญิงร่างอรชรผอมบางใบหน้าเกลี้ยงเกาแลดูงดงามมิน้อย
"มีอะไรให้รับใช้เ้าค่ะ คุณหนู"
"กลิ่นนี้คือดอกคาร์มีเลีย เอ้ย ฉาฮวาใช่หรือไหม"ลี่จูเผลอพูดชื่อสากลที่ใช้เลือกในภพ นู้นเสียเเล้วทำเาหญิงตรงน่าแปลกใจไม่น้อย
"ใช่เ้าค่ะ คุณหนู้าหรือเ้าค่ะ" ลี่จูพยักหน้าฉับพลัน หญิงตรงหน้าจึงเรียกเด็กในร้านไปหยิบมา เด็กในร้านถือตระกร้าใบเล็กที่มีฉาฮวาสีแดง ชมพู สีขาวอยู่เต็มตระกร้า
"ข้า้าทั้งหมด เ้าจักคิดเท่าใด" ลี่จูพูดพลางมองดอกไม้ในตระกร้าอย่างเชยชม
"ข้ามิคิด ดอกไม้พวกนี้ข้าเก็บมาบนเขานู้น มิเสียเงิน"
"แต่ข้าจักเอาของเ้าไปโดยไม่เสียเงินมิได้ หรอกเ้าอุสาขึ้นเขาเก็บมา"
"หากเป็เช่นนั้นคุณหนูท่านช่วยมาเป็ลูกค้าประจำที่ร้านบ่อยๆสิ"
"5555เป็เช่นนั้นย่อมได้ข้าเองก็รู้สึกถูกคอกับท่านนัก " ลี่จูพูดตรงๆกับความรู้สึกก่อนพูดคุยนางเสียหลายเค่อจนรู้ว่านางชื่อรั่วซี ก่อนจะขอตัวกลับ ไป๋ซีหยิบตระกร้ามาถืออย่างรู้งาน
"อ่อ!..จริงสิ ท่านป้าทำอย่างไรให้มีกลินหอมแม้อยู่ห่างไกลจากตัวดอกล่ะ"ลี่จูที่เกือบลืมถามสิ่งสำคัญ
"คุณหนูลี่หากท่านอยากมีกลิ่นหอมติดกายก็นำมันมาทำน้ำอบ อาบแช่น้ำเสีย"
"จริงด้วยแบบนี้กลิ่นคงติดทน ขอบใจท่านป้ามาก ข้าขอตัวลา "ลี่จูลาก่อนเดินออกจากจวนเเละเดินเล่นรอบๆก่อนจะซื้อของไปฝากที่จวนบ้างซื้อดอกไม้ซู่ซินหรือลีลาวดี ที่มีกลิ่นกอมละมุลให้แก่น้องสาว ซื้อขนมให้แก่ไป๋ซู ก่อนจะพากลับจวนโดยมีของเต็มไม้เต็มมือทั้งสอง เมื่อถึงชวนก็พระอาทิตย์ตกเเล้วนางจนให้บ่าวนำของไปเก็นก่อนนำดอกไม้ทั้งมาบดทำน้ำอบทเเละมอบมันให้แก่ลี่มี่ไว้อาบอบตัวในพรุ่งนี้ นางเองก็มายดสมุดไพรที่ซื้อมาทำยา นางทำยาห้ามเื ยาแก้พิษพื้นฐานตามหนังสือ ก่อนจะอาบน้ำและเข้านอน
ตัดมาวันรุ่งขึ้นย่ามเโหย่ว บรรดาพี่ชายแต่งตัวเสร็จเเล้วก็รอน้องสาวทั้งสองที่ยังไม่ออกจากห้อง ก่อนประตูจะเปิดออกเผยเห็นร่างสาวทั้งสองที่รอคอย
ทำเอาพี่ชายทั้งสองตกตะลึ่ง แค่พวกนางเเต่ตัวธรรมดาเรียบๆก็งามแล้ว นี้ทั้งเเต่งทินโฉมขับหน้าให้ดูสดใสสว่างขึ้น เครื่องประดับมามาย ทำให้เสริมความงามขึ้นอีก ลี่มี่ที่เเต่งด้วยชุดแดงขับผิวขาวสมพูดกับใบหน้าจิ่มลิ่ม ที่ดูงามอย่างนางฟ้านาง์ ลี่จูเองก็แต่งกายชุดสีฟ้าแถบน้ำเงินเข้มทำให้นางดูเเข็งแรง ดูฉูดฉาด ดึงเสน่ห์ออกมาอย่างล้นหลาม แต่ที่ดึงดูดที่สุด คือกลิ่นกายแม่ทั้งคู่อยู่ห่างไปกลัวมีกลิ่นที่หอดดึงดูด ลี่จูที่มีกลิ่นหอกดอกไม้ทำให้นางดูยั่วยวน ลี่มี่เองก็กลิ่นละมุด สูดดมเท่าใดก็มิเบื่อ
"พวกพี่จ้องน้องเยี่ยงนี้ พวกน้องก็เขินอายนะเ้าค่ะ"ลี่จูพูดพลางยื่นหน้าทำหน้าทะเล้น
"แหม่วันนี้ดูท่าพวกพี่คงจักไม่ควรปล่อยให้เ้าทั้งคู่ห่างกายเสียเเล้ว"จิ่งอ้านพูดพลางทำหน้าดุน้อง เค้าคงต้องคอยกันผู้ชายจนปวดหัวเป็แน่
"ช่วยมิได้ คนมันสวย" ลี่มี่พูดพร้อมสบัดผม สร้างเสียงหัวเราะแก่พี่ๆ
"เ้าเเสบ!" พี่รองพูดพลางยีหัวลี่มี่เล็กน้อยก่อนเดินนำไป
"โถ่ ลูกสาวทั้งสองของเเม่งดงามยิ่งนัก!" ฮูหยินที่ออกมารอส่งลูกๆหน้าจวนเอ่ยขึ้น
"ส่งสัยจบงานนี้คงมีบรรดาหนุ่มพาเเม่สือมาที่จวนให้วุ่นเป็แน่555" แม่รองพูดอย่างอารมณ์ดี
"เ้าฮุ่ย เ้าจิ่น !! ดูน้องด้วย" ใต้เท้าหยางลี่พูดอย่างหวงลูกสาวก่อนส่งขึ้นรถม้าไป
เวลาไม่กี่เค่อ ก็ถึงวังหลวง สถานที่ถูกจัดตกแต่งอย่างเรียบหรู ผู้คนแต่งกายสีสดสันเดินทั่วงาน พี่น้องทั้งสี่เดินเข้าไปในการก่อนจะทักทายผู้หลักผู้ใหญ่ ท่วงท่าสตรีทั้งสองเป็ที่สนใจแก่คนอื่นๆ ทั้งความงามใบหน้าและกลิ่นหอมที่ดึงดูดนี้ สร้างความอิษฉาริษยาแก่สตรีอื่น อย่างมาก ทั้งสีเดินไปโต๊ะอาหารที่มีที่นอ๋อง3 องค์ชาย14 ที่เอาแต่เหล่สาวงามอย่างมิปิดบัง องค์ไทจื่อที่แต่งตัวดูธรรมดาเหมือนเป็เพียงคุณชายท่านหนึ่งและบุรุษ ที่ดูสูงศักดิ์อีกคนท่าทางสุขุมแลดูมือมนต์เหมือนชุดที่ใส่
"อ้าวมากันเเล้วรึ" ไทจื่อรีบพูดทักทาย
"ถวายพรเพคะ/ขอรับ" พี่น้องตระกูลเป๋ยพูดพร้อมกัน
"เป๋ยมี่หายดีเเล้วหรือ" ท่านองค์ถามทันที ลี่มี่ได้แต่พยักหน้าตอบรับ วันนี้เป๋ยมี่ช่างงดงามยิ่งนัก แต่คงไม่ใช่แค่เค้าที่คิดเยี่ยงนั้นบรรดาหนุ่มเองก็มองไม่หยุดทำให้เกิดการกินน้ำสมสายชูขึ้น(หึงหวง) องค์ไทจื่อเองก็แปลกไปเค้ามองลี่มี่เหมือนคิดถึงบ้างอย่างฉับพลันองค์ไทจื่อนึกออกก็เกิดรอยยิ้มชั่วครู่มิทันมีใครเห็น
"ถวายบังคมองค์ชายอู่หยางเจิ้น"พี่รองและพี่ใหญ่พูดพลางหันมองชายผู้ดูมืดมนต์ ก่อนจะหันมาแนะนำแก่น้องสาวทั้งสอง
"ถวายบังคมองค์ชายอู่หยางเจิ้นเ้าค่ะ " องค์ชายอู่เพียงพยักหน้ารับ แต่สายตายังมองลี่จูไม่วาง
"อ่อจริงสิ เ้ามิเคยเจอสินะมี่มี่ ท่านนี้คือ.."พี่ใหญ่กำลังแนะนำองค์ไทจื่อแก่ลี่มี่ก็หยุดชงักเมื่อเ้าตัวรีบพูดแทรก
"ข้า! ข้าคือคุณชายมี่เค่อ! มี่เค่อสหายคนสนิดพี่ชายเ้า" จู่ๆไทจื่อก็กลายเป็มี่เค่อสร้างความงุนงง แต่ทุกคนยิ่ง ท่านอ๋องเองก็กินน้ำส้มอีกคราอย่างบอกนะหลานชายตัวดีเกิดสนใจนาง ลี่จูรู้สึกถึงน้ำส้มของท่านอ๋องที่หล่นใส่ลี่มี่ แม้น้องสาวตัวดีจะไมรู้สึกรู้สา ยิ้มล่าแก่มี่เค่อหรือองค์ไทจือ
"เอ่อ ให้บรรดาสาวๆ นั่งตรงกลางดีกว่า" องค์ชาย14พูดอย่างร่าเริงพร้อมดันตัวองค์ไทจื่อขยับออก เว้นให้ทั้งสองได้นั่ง ท่านอ๋องเองก็ขยับไปซ้ายเว้นให้นางนั่ง "เหตุใดข้าจึงต้องลุกมานั่งริมสุดเหล่า" องค์ไทจื่อ หรือมี่เค่อพูดพลางกลอกตาใส่น้องชายตน
"เอ้าก็เ้าเป็เพียง 'คุณชายท่านหนึ่งยศต่ำสุดมิใช่รึ มี่เค่อ!' "ชาย14พูดเน็บพี่ชายอย่างสะใจ ไทจื่อกำมือเเน่นเขาโดนน้องชายตัวดีเล่นงานเสียเเล้ว
"มิยักรู้งานเลี้ยงต้องนั่งลำดับยศด้วย หากเช่นนั้นข้ากับเจียเจี่ยไปนั่งริมดีรึไหม" ลี่มี่ถามพลางทำหน้ากังวล นางมิสมควรนั่งตรงนี้
"มิต้องหรอกเเม่นาง นั่งนั้นเสียเถิด" พูดพลางมองน้องชายตัวเเสบ อย่างให้ถึงทีข้าล่ะองค์ชาย14! งานเลี้ยงเริ่มขึ้น
"ว่าแต่องค์หญิงฟางเหนียงล่ะเ้าค่ะ" ลี่จูพูดขึ้นงานเรื่มเเล้วเหตุใดประธานพิธีมิมาให้เห็น แต่ก่อนใครจะตอบก็มีนางรำดาบร่ายรำหน้ากลุ่มพวกนางอย่างงดงามแต่แฝงความเเข็งแรง
"นี้ไง องค์หญิง" พี่ร้องพูดขึ้นกับรอยยิ้มที่ปรากฎบนหน้า เมือการเเสดงจบลงทุกคนก็ตบมือ องค์หญิงยิ้มล่า ไปเปลี่ยนชุดก่อนมานั่งคุยกับกับนาง เรียงลำดับการนั่งจากซ้ายฮุ่ยเจินนั่งริมถัดมาจิ่นอ้าน อ๋อง3 ลี่มี่ องค์หญิงฟางเหนียง ลี่จู องค์ชายอู่องค์ชาย14และไทจื่อ
"เหตุใดพี่จึงนั่งห่างไกลนัก" องค์หญิงพูดพลางมองไปยังไทจื่อ
"5555 เ้าพูดอันใดนี้'มี่เค่อ' คุณชายธรรมดาๆต่างหาก" องค์ชาย14พูดพลางหัวเราะสะใจ องค์แม้งงๆแต่ก็นิ่งเฉยก่อนหันคุยเเม่นางสตรีทั้งสอง อย่างสนุกสนาน ทั้งสามกลายเป็เพื่อนกันทันที ขณะงานเลี้ยงดำเนินเรื่อยก็จะมีบรรดาหนุ่มเข้ามาคุยแต่ก็ถูกสายตาและน้ำส้มสายชูโชมตีจนต้องถอยกลับ บรรดาสาวเองก็เข้ามาคุยเสียเยอะ โดนเฉพาะ องค์ชาย14 ทำเอาลี่จูสายหน้าเบาๆ แต่สาวๆก็ต้องผิดหวังเมื่อหนุ่มเอาเเค่สนใจสตรีทั้งสามมิสนใจตนแม้แต่ชาย14 แม่นางซงหมินฮวาที่แอบหมายปององค์ชาย14 ก็เกิดโทสะ อิจฉายิ่ง แม่นางลี่จูหญิงงามอันดับ1! คู่เเค้นตลอดกาลของข้า! แม่นางอวิ้นเหมยเพื่อนของซงิฮวาเองก็ริษยาลี่มี่ ทั้งสองจึงหาทางฉีกหน้าสตรีทั้งสอง
"อะเเหม่ม! แม่นางเป๋ยทั้งสองข้ามีนามว่าซงิฮวาและเพื่อนข้าอวิ้นเหมย เ้าค่ะ" ลี่จูที่ใเพราะนางไม่รู้ตัวเลยว่ามีสตรีทั้งสองยืนอยู่ คิดว่าธาตุอากาศเสียอีก แถมยังเเนะนำตัวเสร็จสับ
"ยินดีที่รู้จักเเม่นางทั่งสอง" ลี่มี่พูดพลางยิ้มหวาน
"เอ่อ องค์หญิงข้าว่างานเลี้ยงมันจะเงียบเสียหน่อย ขาดดนตรีที่ไพเราะนัก"อวิ้นเหมยพูดกับองค์หญิงก่อนหันมองลี่มี่
"ใช่ๆ หากมีดนตรีกับ นางรำเสียหน่อยคงดีไม่น้อย"ซงหนิงฮวาพูดต่อ ลี่จูแทบกลั้นหัวเราะไม่อยู่แม่นางพวกนี้เเค่เอ๋ยปากก็เห็นเล่นไก่ จะหักหน้านางกับน้องโดยจักให้นางและลี่มี่เเสดงทำไมจะดูไม่ออก !บรรดาชายต่างรู้สึกอดอัดกับหญิงมาใหม่ตรงหน้าทั้งสอง พวกเค้าเองก็มองออก หากแแต่ลี่มี่ที่เอาเเต่นอนซมเพราะป่วยมิเคยเรียนดนตรี หรือร่ำ แม่นางลี่จูเเม้เป็เสียทุกอย่างแต่การรำนางกลับไม่เคยรำให้ใครดู คนอื่นๆคงคิดว่านางรำไม่เป็แน่
"อย่างนั้น ข้าให้นักดนตรีวังหลวงบรรเลงให้หรือไหม" องค์หญิงพูดตอบ
"มิต้องเ้าค่ะ ข้าเล่นกู่เจิงเป็เพื่อนข้าก็ร่ายรำงดงาม หากแต่ยังขาดคน.." แม่นางซงิพูดพลางเว้นวรรคให้ไปยิ้มกุ่มกลิมกับเพื่อนก่อนจะพูดต่อ
"เช่นนั้นแล้ว แม่นางเป๋ยทั้งสอง ช่วยมาร่ายรำเเละเล่นดนตรีกับพวกข้าได้หรือไหม..." ลี่จูยิ้มมุมปากเพียงนิดเดียวยัยจิ้งจอก2ตัวนี้
"นี้ๆ ิฮวา เ้าลืมเเล้วรึ แม่นางเป๋ยลี่จู ร่ายรำมิเป็ แถมน้องสาวยังป่วยเเต่เด็กคงไม่เคยจับดนตรีหรอก"
"อุ๊ย..! ข้าขอโทษข้าลืม!"ซงิตอบเพื่อนสาวพลางมองจิกหญิงทั้งสอง จู่บรุรุษทั้งหลายก็รู้สึกขนลุกขึ้นชันขึ้นเสียวหลังวาบๆก่อนจะมองไปยังต้นเหตุคือเป๋ยลี่จูเเละลี่มี่ที่บัดนี้แผ่รังสีออกมา พี่ชายทั้งสองไม่เคยเห็นน้องสาวเขาโกรธเยี่ยงนี้
"ได้พวกข้ารับคำ!" ลี่จูพูดเสียงกดต่ำ!
....................................................
ไว้แค่นี้ก่อน พี่น้องเป๋ยทั้ง2จะทำอย่างไรต่อ..
ปล.นิยายนี้เป็เื่เเรกที่เเต่งนะคะอาจมีผิดพลาดบ้างพิมผิดบ้างต้องขออภัย
-เเนวนิยายโรเเมนติกปนดราม่านิดนึง ติดตามกันเยอะๆนะ ^^