หลี่เจี้ยนชิงฟื้นคืนสติอีกครั้ง ความปวดร้าวรุมเร้าศีรษะ ไม่ทราบเวลาผ่านพ้นไปเนิ่นนานเท่าใด ทั้งไม่อาจจดจำได้ว่าเหตุใดร่างของตนจึงมาทอดอยู่ระหว่างทางแคบของร่องผาสูง
ร่างสูงโปร่งฝืนหยัดกายลุกขึ้น ก้าวเดินออกไปไม่นานก็พบป่าเขียวชอุ่มด้านหน้า เช่นนั้นแล้ว บางทีทางร่องบริเวณนี้ อาจเป็ทางออกจากหุบเหวพอดี
เมื่อก้าวเดินต่อถึงปลายทาง กลับพบเข้ากับคมศัสตรวุธนานาชนิด ที่ยกขึ้นจ่อรอรับการปรากฏตัวของเขา
เทพกระบี่นิ่งงันประหนึ่งรูปสลัก สายตาว่างเปล่า ริมฝีปากไม่เอื้อนเอ่ยถ้อยคำใด
“ท่าน… ต้องได้พบกับมหาวิชาลับแล้วเป็แน่ ชะ ใช่หรือไม่?”
วาจาสั่นพร่าเอ่ยอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ต่อหน้าผู้เป็ยอดบุรุษ ก่อนเ้าของเสียงจะถอยรั้งอย่างเสียกิริยา ตาเบิกกว้างจ้องมองเส้นโลหิตสีแดงฉานที่ปูดโปน ชอนไชไปตามผิวพรรณใต้อาภรณ์ขาวเปรอะฝุ่น ซึ่งเ้าของร่างหาได้ใส่ใจรักษามาดอันสูงส่งดังเดิม “นี่ท่าน… ท่าน ท่านโดนคำสาปของจอมมาร!”
สายตาหลายคู่จดจ้องไปยังเส้นโลหิตที่ถักทอประดุจพรรณไม้เบ่งบาน
“หมื่นบุปผาทะลวงโลหิต! เขาจะต้องตายอนาถในอีกไม่ช้า!”
บรรยากาศรอบกายพลันเปลี่ยนไป ความยำเกรงที่เคยมีมลายสิ้น ไร้ซึ่งการให้เกียรติเยี่ยงอดีต
“สภาพของเ้าในตอนนี้ ต่อให้ยอดวิชาไปก็เปล่าประโยชน์ ไม่สู้ส่งคัมภีร์มาเสียดี ๆ !”
...สายตาที่ดูแคลนและละโมบเหล่านี้มันอะไรกัน?
ยามผ่านพ้นธรณีความตายมา ทั้งได้ช่วยชีวิตทุกคนในที่แห่งนี้ไว้โดยแท้ นอกจากไม่มีผู้ใดยินดีที่เขารอดชีวิตกลับมา ยังกลับเฝ้ารอดัก่ชิงผลประโยชน์จากซากชีวิตที่เหลืออยู่ของเขาเท่านั้นอีก...
“ส่งให้ข้า!”
“ผู้ที่จะได้ครองสุดยอดวิชาต้องเป็ข้าต่างหาก!”
ความโกลาหลบังเกิดขึ้นในพริบตา ทุกฝ่ายเผยธาตุแท้ออกมาและลงมือเข่นฆ่ากันเอง เืสาดกระเซ็นเจิ่งนอง ภาพตรงหน้าช่างน่าอดสูหดหู่ใจจนถึงที่สุด
ก่อนหน้า ค่ายกลดับดาราก็เคยเกือบพรากทุกชีวิตไปหมดสิ้น ทว่ามิได้ทำให้พวกเขาตระหนักถึงความล้ำค่าของชีวิตมากขึ้นแต่อย่างใด
น่าขัน เหตุใดไม่มองบ้างว่าเขาที่โดนหมื่นบุปผาทะลวงโลหิตยังเอาตัวไม่รอด จักไปครองสุดยอดวิชาอันใดอีก…
ที่แท้ ความจริงไม่สำคัญว่าเป็เช่นไร ในเมื่อทุกคนล้วนเชื่อว่าเป็เช่นนั้นไปแล้ว
นี่น่ะหรือ... กลุ่มคนที่ข้ายอมสละชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้อง
นี่น่ะหรือ… ยุทธภพที่ข้าทุ่มเทค้ำจุนมาทั้งชีวิต
ร่างโปร่งในอาภรณ์ขาวก้าวย่างตัดสุญญะ เลือนหายกลับไปในม่านหมอกของร่องเขา
ต่อให้วาดกระบี่ล้างบางพวกเขาเหล่านี้จนหมดสิ้น ยุทธภพก็หาได้เปลี่ยนแปลงไม่
อีกทั้ง เกรงว่าแม้แต่อานุภาพกระบี่พลิกฟ้าก็ไร้ความหมาย
อาจหาญพลิกฟ้า แต่มิอาจพลิกผันใจคน
สังหารชีวิต แต่มิอาจสังหารความโลภที่ฝังรากลึกอยู่ในจิตสำนึกได้
นับแต่นั้น ยุทธภพก็ปราศจากหลี่เจี้ยนชิงอีก…
อีกห้วงกาลเวลา ณ โลกยุคปัจจุบัน
ั์ตาคู่หนึ่งเอ่อล้นหยาดน้ำตา เ้าของร่างกำลังนอนหลับใหล ในอ้อมอกกอดหนังสือตำนานปกรณ์กระบี่แแ่ สันหนังสือผูกเชือกเก่าไว้ ปลายเชือกห้อยพู่กระบี่ประดับศิลาเทียนเหออันส่องประกายเรืองรองแ่เบา
“มันไม่ควรเป็แบบนี้สิ” หญิงสาวพึมพำต่อ “เขาไม่ควรตายอย่างโดดเดี่ยวแบบนี้… ”
ภาพเหตุการณ์ยามเมื่อเทพกระบี่ร่วงหล่นจากหน้าผา สร้างความกระทบกระเทือนจิตใจอย่างหนักหน่วง แปรเปลี่ยนเป็นิมิตในห้วงฝัน ราวกับได้ร่วมชะตาและประสบเห็นทุกฉากทุกตอนด้วยสายตาของตนเอง
วีรบุรุษผู้ยอมสละตนเพื่อผู้อื่น แบกรับความคาดหวังและคุณธรรมแห่งยุทธภพ กลับต้องพบจุดจบอย่างเดียวดาย ร่วงหล่นสู่หุบเหวมืดมิดถึงสองครั้งสองครา ข้างกายไร้ผู้เคียงข้าง นั่นมิใช่ผลตอบแทนที่เขาควรได้รับมิใช่หรือ
“อย่างน้อย หากมีใครสักคนอยู่ข้างกายเขาเงียบ ๆ ก็ยังดี…”
ประโยคสุดท้าย พลันถูกกลบด้วยเสียงของการต่อสู้ที่ดังขึ้นรอบ ๆ
ไม่ทันทำความเข้าใจว่ากำลังประสบกับสิ่งใดอยู่ แต่ด้วยสัญชาตญาณในกายส่งสัญญาณเตือน นางจึงะโหลบบางสิ่งโดยไม่รู้ตัว
วัตถุแหลมคมพุ่งเฉียดผ่าน ปักลงบนพื้นดิน
เมื่อเข้าไปสำรวจดูใกล้ ๆ จึงพบว่าเป็อาวุธลับ ลักษณะคล้ายมีดบินเล่มน้อย คาดว่าคงเป็ลูกหลงจากการต่อสู้ที่กำลังดำเนินอยู่อย่างดุเดือด
‘ที่นี่คือที่ไหนกัน…’
มู่ไป๋หลิงพึมพำในใจ หากความรู้สึกกลับประหลาดยิ่งนัก มือทั้งสองข้าง ไม่สิ…เท้าเปล่าทั้งสี่ััผืนหญ้าโดยไม่คุ้นชินเอาเสียเลย
ระยะก้าวะโอันแสนสั้นเมื่อครู่ ผิดแผกจากร่างมนุษย์โดยสิ้นเชิง อีกทั้งยามนั้นเอง นางเหลือบเห็นบางสิ่งแว่บเข้ามาในทัศนวิสัย
ขาของตนเอง ไม่ใช่ขา… หากแต่เป็ อุ้งเท้า!?
และอีกหนึ่งความลับของมู่ไป๋หลิง ประการที่สอง นางมิใช่คนของโลกยุคนี้
หากมีใครสักคนอยู่ข้างกายเขาเงียบ ๆ ก็ยังดี ย้อนความนึกดูแล้ว นี่คงไม่ใช่์รับฟังคำวิงวอนเลื่อนลอย และเกิดตอบสนองอย่างพิสดารเกินคาด ถึงกับส่งนางมาอยู่ข้างกายเขาผู้นั้นจริง ๆ และยังเงียบสมคำขอ เงียบเสียจนเอ่ยวาจามิได้แม้เพียงครึ่งคำ ต่อให้พยายามเปล่งเสียงใดออกมา กลับมีเพียง เหมียว เหมียว ที่ไร้ผู้ใดเข้าใจ
ในสนามรบซึ่งอาวุธไร้ตา ชายผู้หนึ่งสวมปลอกคอเหล็ก โซ่ตรวนพาดรั้งทั่วร่าง ล่ามตามมือเท้าแขนขา บ่งบอกสถานะทาส ใบหน้ายังไร้วี่แววอารมณ์ใดหลงเหลือ แต่ครั้นพอขยับก็ทรงพลังยิ่ง เขาตวัดโซ่ที่ติดกับตรวนข้อมือฟาดใส่คู่ต่อสู้ ปลายโซ่เหล็กนั้นตวัดฉีกอากาศสะเปะสะปะไร้ทิศทางแน่วแน่ จนเกือบจะฟาดโดนมู่ไป๋หลิงไปด้วย ซึ่งยามนี้นางอยู่ในร่างของแมวและไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งแต่อย่างใด
แม้นางจะเป็เพียงสัตว์ตัวหนึ่ง โดยเฉพาะในสนามรบยิ่งไม่เป็ที่สังเกตเห็น กระนั้น ชายหนุ่มอีกผู้หนึ่งในอาภรณ์ขาว และเป็เป้าหมายแท้จริงของการโจมตี กลับไม่ลังเลจะช่วยนาง แม้ในยามที่ชีวิตของตนเองยังวิกฤต
เขาเลือกไม่หลบและคว้ารับโซ่ของศัตรูไว้ พลางกระชากดึงอย่างรุนแรง จากนั้น ค่อยพลิกข้อมือเหวี่ยงกลับ ฟาดคืนสู่ต้นทางอย่างแม่นยำ
ปลายโซ่เหล็กยังได้กวาดร่างมือสังหารคนอื่น ๆ ที่พุ่งเข้ามาร่วมวง ถลากกระแทกใส่ลำต้นไม้ใหญ่พร้อมกัน เสียงเหล็กปะทะเนื้อดังสนั่น
จากมุมมองต่ำเตี้ยประชิดพื้นดินจึงเห็นได้มิถนัดตา แต่ทุกท่วงท่าอันบริสุทธิ์ สง่างาม ราวเทพเซียนของเขา ต่อให้สะบักสะบอมเท่าใดก็ยังคงความสง่างามเหนือผู้ใดไม่เปลี่ยน
บุรุษอาภรณ์ขาว แน่นอนย่อมต้องเป็เทพกระบี่หลี่เจี้ยนชิง
ดังนั้น ที่นี่ก็คือโลกยุทธภพในตำนานปกรณ์กระบี่ โลกที่กำลังภายใน และวิชาต่าง ๆ ล้วนเป็ของจริง…
ในใจกลับนึกขันขื่น บางครั้งความปรารถนาที่กำเนิดขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล กลับกลายเป็ความยึดติด แต่ก็ไม่คิดว่าโชคชะตาจะเล่นตลกเพียงนี้ได้ ถึงขั้นที่ว่านางเกิดไหลตายโดยบังเอิญ และในชั่วขณะนั้นเอง จิติญญากลับถูกดึงย้อนเวลา หวนคืนสู่่เวลาแห่งตำนานในอดีตที่เคยอ่านผ่านตัวอักษร
เหนือสิ่งอื่นใด ยังได้ััประสบการณ์อันแปลกประหลาด อย่างการกลายเป็สัตว์สี่ขาไปเสียได้
ตามเชิงอรรถในตำนานปกรณ์กระบี่ เหตุการณ์นี้ก็คือโศกนากฏกรรมหลังศึกแปดดาราร่วงหล่น ศึกซึ่งสร้างความเสียหายใหญ่หลวงแก่ยุทธจักรฝ่ายคุณธรรม
เทพกระบี่หลี่เจี้ยนชิงยอมพลีชีพเพียงผู้เดียว เพื่อหยุดยั้งค่ายกลดับดาราที่คร่าชีวิตทุกสรรพสิ่ง ก่อนจะร่วงหล่นลงสู่ก้นหุบเหวลึก ทว่าหลังรอดชีวิตมาได้ในสภาพร่อแร่ นอกจากไม่มีผู้ใดซาบซึ้งในคุณความดี กลับรังแต่เฝ้ารอตามล่าไม่รู้จบ เพื่อ่ชิง “มหาวิชา” ที่เชื่อว่าอยู่ในการของเขา
คน ๆ หนึ่ง ต้องรับมือผู้ประสงค์ร้ายทั้งฝ่ายพรรคใต้ดิน และฝ่ายคุณธรรมที่หักหลังทรยศ
เหตุการณ์หลังจากนั้น ในบันทึกมิได้จารึกไว้ และจากนี้เป็ต้นไป ทั้งหมดทั้งมวลล้วนมีเพียงมู่ไป๋หลิงเท่านั้นที่รับรู้ความจริง
นอกจากทาสโซ่เหล็ก มือสังหารที่รายล้อมคนอื่นล้วนเป็สตรี มีทั้งที่เปิดเผยตัวตนและซ่อนเร้นอยู่ใต้เงามืดพร้อมลงมือ แต่มือสังหารเหล่านี้ล้วนมิใช่ผู้ที่อยู่บนยอดผาเสวียนเทียน หรือแท้จริงแล้วมีผู้บงการเื้ั คอยสั่งไล่ล่าเขาสุดหล้าฟ้าเขียวไม่สิ้นสุดเพื่อแย่งชิงมหาวิชาอีกกันแน่
เดิมหลี่เจี้ยนชิงาเ็ถึงแก่น ยากจะรับมือศัตรูได้อย่างไม่คณามือดังเดิม
กระบี่ของมือสังหารคนหนึ่งผลุบพรวดตรงเข้าใส่ หลี่เจี้ยนชิงเพียงยกฝ่ามือคีบนิ้วก็หยุดคมกระบี่ไว้ได้ แม้ไร้กระบี่ในมือ แต่หากสู้หนึ่งต่อหนึ่ง มือสังหารทั่วไปก็ยังมิอาจเทียบชั้น
ทว่าเมื่อขึ้นชื่อว่าเป็มือสังหาร ย่อมใช้ทุกวิถีทางเพื่อบรรลุเป้าหมาย การโจมตีซึ่งหน้าเป็เพียงกลอุบาย
อาวุธลับถูกซัดออกมาจากมุมอับตามแผน
มู่ไป๋หลิงไม่ทันได้คิด ร่างเล็กในคราบแมวกระโจนเข้าไป ใช้กายตนเองรับอาวุธลับนั้นแทน
หลี่เจี้ยนชิงตะลึงพรึงเพริด อาวุธลับชิ้นนั้นปักใส่ร่างแมวตัวเล็กจนพรุน และการโจมตีจากมือสังหารคนอื่น ๆ ที่รอจังหวะอยู่ ก็ถาโถมตามมาไม่ขาดสาย
หลี่เจี้ยนชิงกระชากรั้งกระบี่ที่คีบไว้ เบนมารับกระบี่อีกหลายเล่มที่แทงเข้ามาพร้อมกัน ก่อนผลักฝ่ามือกลับคืนออกไป พร้อมถ่ายปราณสยบปฏิปักษ์โดยใช้กระบี่ของศัตรูเป็สื่อกลาง
ศัตรูรอบกายถูกพลังปราณปะทุสยบ หงายทึ้งลงในคราวเดียว
แต่ในทันทีที่ศัตรูหมดท่า ตัวเขาเองก็กระอั่กเื โลหิตฉีดพุ่งออกจากปาก เข่าทรุดกระแทกพื้นไม่ต่างกัน
‘รับกระบวนท่าแค่นี้ก็จะไม่ไหวซะแล้ว… ข้านี่มันน่าสมเพชจริง ๆ ’
เขาพยายามฝืนยื้อร่างกาย หมายจะก้าวเข้าไปดูอาการของแมวตัวนั้นให้ได้สักนิด แต่เรี่ยวแรงสุดท้ายกลับเหือดหาย สติดับวูบเสียก่อน
มู่ไป๋หลิงเป็ฝ่ายคลานร่างสี่ขาที่าเ็ไปหาเทพกระบี่หนุ่ม เอื้อมอุ้งเท้าออกไปแตะ ๆ แก้ม ก่อนที่จะใจร่วงวูบ เนื่องด้วยดวงตาของเขาปิดสนิทถาวร ไร้การตอบสนอง
มู่ไป๋หลิงแน่นิ่งไป ไม่จริง… นี่มันเกิดขึ้นได้อย่างไร!?
เขาควรต้องใช้ชีวิตต่อไปอีกแปดปี ก่อนจบชีวิตลงอย่างโดดเดี่ยวที่ยอดผาเสวียนเทียน เหนือหุบเหวิญญากระบี่ ไม่ใช่ที่นี่!
์…นี่ท่าน้าสิ่งใด ส่งข้ามาเพื่อช่วยเหลือเขาหรือพรากชีวิตเขาไปก่อนกาลอันควรกันแน่
จะไม่ยอมทุกสิ่งต้องจบลงเพียงเท่านี้เด็ดขาด ได้โปรด์ หากท่านรับฟังคำของฉันจริง ๆ ต่อให้ต้องตายแทนเขา ฉันก็ยอม…
‘ท่านฟื้นสิ!’
อุ้งเท้าเล็กตบข่วนอย่างร้อนรน ทำทุกวิถีทางเพื่อปลุกชายหนุ่ม
ขณะเดียวกัน ิญญาภายในร่างพลันร้อนระอุ ราวกับเปลวไฟกำลังแผดเผา และจุดประกายบางสิ่ง…ที่แม้แต่นางเองก็ยังไม่เข้าใจ
หลี่เจี้ยนชิง ท่านจงฟื้นขึ้นมา!