ทะลุมิติมาเป็นแพทย์หญิงตัวร้ายพร้อมลูกชายอัจฉริยะ【จบ】

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 62 นี่มันไร้เหตุผลสิ้นดี

            รุ่ยอ๋องและโม่อวี้เฉินสบประสานสายตากันสตรีผู้นี้ ไม่ทันไรก็เอ่ยปากขับไล่เสียแล้ว

            เมื่อเห็นเช่นนั้นรุ่ยอ๋องก็แสร้งกระแอมหลายครา "เจ้ามีวิชาแพทย์เป็นเลิศสมคำร่ำลือจริงๆตัวข้าเองรู้สึกดีขึ้นมากแล้ว" เขากล่าวอย่างเชื่องช้า

            "หม่อมฉันจะให้คนไปส่งท่านอ๋องเพคะ" กู้ชิงเฉิงหรี่ตาลงพร้อมคลี่ยิ้ม

            "ดีเลย" รุ่ยอ๋องพยักหน้า "แต่ทว่า...ยามนี้ข้ายังไม่อาจลุกเดินได้"

            "พระวรกายของท่านอ๋องต้องได้รับการฟื้นฟูแต่ไม่อาจฟื้นฟูได้ในชั่วพริบตาเพคะ อีกทั้งค่ารักษาพยาบาลที่นี่ค่อนข้างสูง"กู้ชิงเฉิงเอ่ยเสียงแผ่ว แววตากลับแฝงรอยยิ้มจางๆ

            "เจ้าคิดว่าข้าไม่มีปัญญาจ่ายค่ารักษารึ?" สีหน้าของรุ่ยอ๋องพลันมืดครึ้มลงทันที

            "ไม่ใช่เช่นนั้นเพคะ เพียงแต่ไม่คุ้มค่าเท่านั้น" กู้ชิงเฉิงโบกมือปฏิเสธนางย่อมไม่ใช้ถ้อยคำเช่นนี้เพื่อขับไล่รุ่ยอ๋องเป็นแน่เว้นเสียแต่นางจะไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้ว

            รุ่ยอ๋องผู้นี้มีเกียรติประวัติในสงครามยิ่งใหญ่ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเงินที่ฮ่องเต้ประทานให้ในช่วงหลายปีมานี้ คงมีมากกว่าเงินในท้องพระคลังเสียอีก

            "ไม่มีสิ่งใดไม่คุ้มค่า ข้าจะยังไม่ไปไหนทั้งนั้น" รุ่ยอ๋องยืนกรานหนักแน่น "เจ้าต้องรักษากระดูกขาของข้าให้หายขาดจนกว่าจะกลับคืนสู่สภาพเดิม!" ท่าทางของเขานั้นแสดงชัดว่าตัดสินใจแล้วว่าจะไม่จากไปสร้างความลำบากใจให้กู้ชิงเฉิงไม่น้อยนางไม่ได้เห็นอารมณ์อื่นใดบนใบหน้าของรุ่ยอ๋องเลย

            นางหยุดชะงักครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า "หากท่านอ๋องจะประทับอยู่ที่นี่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่อาจทำได้เพคะ เพียงแต่หม่อมฉันจะออกเดินทางในอีกไม่กี่วันข้างหน้าเกรงว่าคนของอันหยวนถังดูแลท่านอ๋องได้ไม่ดีพอ"

            "โอ้ แล้วเจ้าเตรียมจะไปที่ใดเล่า?" รุ่ยอ๋องเอ่ยถามอย่างสบายๆโม่อวี้เฉินที่อยู่ด้านข้างก็หรี่ตาลง ขิงยิ่งแก่ยิ่งเผ็ดร้อนนัก [1] นี่เป็นการวางแผนล่อลวงให้กู้ชิงเฉิงต้องตกลงไปในกับดักโดยตรง

            "ไป..." กู้ชิงเฉิงชะงักคำพูดที่เกือบจะหลุดปากไปเสียแล้วสีหน้าของนางแปรเปลี่ยนไปหลายครา

            ครั้นนางก้มหน้าลงเห็นรุ่ยอ๋องมีท่าทีเป็นมิตรนางก็รู้สึกว่าตนเองคิดมากเกินไป จึงเอ่ยปากว่า "งานประมูลของหอชิงอวี่ที่จัดขึ้นเดือนละครั้งกำลังจะเริ่มขึ้นหม่อมฉันตั้งใจจะไปหาสมบัติล้ำค่าสักชิ้นเพคะ"

            "ข้าก็จะไปด้วย" รุ่ยอ๋องพลันเอ่ยขึ้นมานั่นไม่ใช่การขอความเห็น แต่เป็นการตัดสินใจโดยเด็ดขาดแล้ว

            "ท่านอ๋องเชิญตามสบาย" กู้ชิงเฉิงพยักหน้าเพราะคิดว่าเขาแค่กำลังพูดคุยล้อเล่นกับนางเท่านั้น

            "ข้าจะไปพร้อมกับเจ้า" รุ่ยอ๋องเอ่ยอย่างร้อนรน"เมื่อครู่ข้าก็ได้บอกไปแล้วว่าเจ้าต้องรักษาขาของข้าให้หายขาดดังนั้นหากเจ้าจะไปที่ใด ข้าก็จะไปที่นั่น"

            นี่มันไร้เหตุผลสิ้นดีทำเอาโม่อวี้เฉินถึงกับชะงักไปในโลกนี้คงมีเพียงรุ่ยอ๋องเท่านั้นที่ไร้ยางอายได้ถึงเพียงนี้

            สีหน้าของกู้ชิงเฉิงแปรเปลี่ยนไปหลายครานางขมวดคิ้วพลางมองรุ่ยอ๋อง "ท่านอ๋องอย่าได้ไร้เหตุผลเช่นนี้เลยเพคะ"

            "ข้าเป็นคนไร้เหตุผลอย่างนั้นรึ?" รุ่ยอ๋องพลันสีหน้าขรึมลงทันที"อย่างไรเสียข้าก็ไม่สน เจ้าไปที่ใด ข้าก็จะไปที่นั่นไม่เช่นนั้น ข้าก็จะไม่กินยาอีก ปล่อยให้พิษกำเริบจนตายไปเสียเถิดข้าเป็นเทพสงครามผู้ยิ่งใหญ่แห่งต้าฉิน แต่สองขากลับต้องพิการข้าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อสิ่งใดกัน!"

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นทำให้กู้ชิงเฉิงถึงกับพูดไม่ออกนางไม่คาดคิดเลยว่าเทพสงครามผู้ยิ่งใหญ่จะสามารถทำตัวราวกับสตรีปากร้ายได้ถึงเพียงนี้นับว่าเปิดหูเปิดตาให้นางยิ่งนัก

            แม้แต่โม่อวี้เฉินยังอดไม่ได้ที่จะยกนิ้วโป้งให้รุ่ยอ๋องช่างเป็นยอดฝีมือจริงๆ ไม่เพียงไม่ข่มขู่กู้ชิงเฉิงแต่กลับใช้จุดอ่อนของตนเองเป็นอาวุธ ท่าทางเช่นนั้น ช่างน่าให้บทเรียนเสียจริง

            "จริงอย่างที่ท่านอาว่า เพียงแค่นั่งอยู่บนเก้าอี้ สำหรับท่านอาแล้วช่างเป็นเรื่องที่โหดร้ายยิ่งนัก" โม่อวี้เฉินก็เดินเข้ามาสมทบเป็นการเติมเชื้อไฟให้ลุกโชนยิ่งขึ้นไปอีก

            เขาจึงได้รับสายตาตำหนิจากกู้ชิงเฉิง"อย่ามาเพิ่มความวุ่นวาย"

            โม่อวี้เฉินยังคงยิ้มแย้ม"เจ้าคิดว่าหากท่านอาไม่ไป เจ้าจะไปได้หรือ?"

            อันหยวนถังได้สร้างความบาดหมางกับกู้ตงหลิงอย่างไม่อาจคืนดีได้แล้วถ้าหากเพิ่มรุ่ยอ๋องเข้าไปอีก เกรงว่าจะไม่เหลือทางถอยแม้แต่น้อยแม้กู้ชิงเฉิงจะยังคงมีอิทธิพลของสวนหรูอี้และหอปรุงโอสถสวรรค์อยู่ในมือแต่นางก็ไม่อาจต้านทานราชสำนักได้

            กู้ชิงเฉิงพลันเข้าใจในทันทีนางเหลือบมองรุ่ยอ๋อง แล้วหันไปกล่าวกับโม่อวี้เฉินว่า"เรามาคุยกันหน่อยเถิดเพคะ"

            "ท่านหมอกู้ เรื่องของข้า เขาตัดสินใจแทนไม่ได้หรอกนะ" รุ่ยอ๋องรีบขัดคำพูดของกู้ชิงเฉิง

            "ท่านอ๋องคิดมากไปแล้วเพคะหม่อมฉันเพียงจะปรึกษากับองค์รัชทายาทถึงเรื่องราวระหว่างเราเท่านั้น"กู้ชิงเฉิงหรี่ตาลงกล่าวเสียงต่ำ ดวงตาแฝงความนัย

            "โอ้ เช่นนั้นก็ควรปรึกษาหารือกันนั่นแหละ ไปเถอะๆ" รุ่ยอ๋องพยักหน้า พร้อมรอยยิ้มพึงพอใจเขารู้สึกว่าหากคนทั้งสองสามารถคลี่คลายความเข้าใจผิดได้ ย่อมเป็นเรื่องที่ดีดังนั้น เขาจึงเห็นด้วยอย่างยิ่ง

            แต่ทว่า...โม่อวี้เฉินกลับรู้สึกว่าสีหน้าของกู้ชิงเฉิงดูไม่ค่อยดีนัก

            “ชิงเฉิง  เจ้าตัดสินใจได้แล้วหรือที่จะกลับเมืองหลวงพร้อมกับข้า?”แววตาของโม่อวี้เฉินมีประกายบางอย่างวาบผ่าน

            เมื่อมองกู้ชิงเฉิงที่สวมผ้าคลุมหน้าและแววตาไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆโม่อวี้เฉินจึงขมวดคิ้วแน่นพลางกล่าวว่า “ข้าช่วยเจ้าถึงขั้นยอมรับคมดาบแทนเจ้าแล้ว”นางจึงเพิ่งเข้าใจ ว่าที่แท้เขารู้ทุกสิ่งทุกอย่างมาตลอด

            “อวี๋ชิงฮวานั้นถูกท่านสังหารจริงๆ นี่เพคะ” กู้ชิงเฉิงเอ่ยเน้นทีละคำด้วยความสงบนิ่งยิ่ง

            โม่อวี้เฉินได้ยินดังนั้นถึงกับอยากจะกระอักเลือดออกมาสตรีผู้นี้ช่างอำมหิตนัก เขาสังหารอวี๋ชิงฮวาไปก็เพื่อปกป้องนางทว่านี่ก็เป็นเรื่องจริง

            “อันที่จริงขาของรุ่ยอ๋องจำเป็นต้องพักฟื้นก่อน” กู้ชิงเฉิงหรี่ตาพลางเอ่ยเสียงเบา

            “แต่ด้วยนิสัยของท่านอาแล้ว ไม่ว่าใครก็เกลี้ยกล่อมไม่ได้หากเขาต้องการจะทำสิ่งใด ย่อมไม่มีใครสามารถหยุดยั้งเขาได้” โม่อวี้เฉินกล่าวพลางเบี่ยงใบหน้าเพื่อปิดบังความรู้สึกภายในใจ 

            เรื่องนี้กู้ชิงเฉิงย่อมรู้ดีอยู่แล้วทว่านางก็ยังคงจ้องมองโม่อวี้เฉินพลางเอ่ยถามว่า “เป็นเช่นนั้นจริงหรือเพคะ?”

            “ชิงเฉิง เจ้าหมายความว่าอย่างไรกัน? เจ้าคิดว่าหากท่านอาต้องการจะทำสิ่งใดข้าจะสามารถขัดขวางเขาได้หรือ?” โม่อวี้เฉินขมวดคิ้วพลางเอื้อมมือไปจับข้อมือของกู้ชิงเฉิง 

            “พวกเราเคยรู้จักกันมานานหลายปี เจ้ายังไม่เข้าใจข้าอีกหรือ?” เขากับเจ้าของร่างเดิมนั้นรู้จักกันมานานหลายปีทั้งยังเคยเป็นสามีภรรยากันด้วยซ้ำ

            “แน่นอนว่าข้าย่อมเข้าใจเป็นอย่างดีไม่เช่นนั้นในครานั้นที่เกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ข้าจะสามารถรอดชีวิตออกมาได้อย่างไร? ข้าย่อมรู้ดีว่าองค์รัชทายาทจะไม่เสด็จมาช่วยข้าดังนั้นข้าจึงพยายามอย่างสุดกำลังที่จะออกมาให้ได้” กู้ชิงเฉิงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแววตาไร้ซึ่งความรู้สึกใด

            นางไม่ได้ดึงข้อมือที่โม่อวี้เฉินจับไว้ออกไปเพียงแต่เหลือบมองอย่างเย็นชา

            สิ่งนี้ทำให้โม่อวี้เฉินถึงกับตัวแข็งทื่อหัวใจของเขาราวกับถูกกระแทกอย่างแรง ความเจ็บปวดค่อยๆ แผ่ซ่านไปทั่วร่างความเจ็บปวดอันเจือจางนั้นกลับซึมซาบเข้าสู่ทุกส่วนในร่างกาย 

            มือที่กำข้อมือของกู้ชิงเฉิงสั่นเล็กน้อยใบหน้าของเขาพลันซีดเผือด

            “ข้า...” โม่อวี้เฉินอยากจะกล่าวว่าเขากลับไปแล้วแต่เขาก็ไม่ได้ช่วยนางออกมา เพราะเขามาช้าเกินไป...

            คำพูดเหล่านั้นช่างคล้ายกับคมมีดอันแหลมคมหากเป็นเมื่อก่อน เขาคงไม่ใส่ใจ ทว่าในยามนี้เขากลับรู้สึกปวดใจยิ่งนัก

            “ชิงเฉิง ข้าจะชดเชยให้เจ้าด้วยชีวิตที่เหลืออยู่ได้หรือไม่?” โม่อวี้เฉินกระชับมือแน่นขึ้นอีกหลายส่วนอันที่จริงเขารู้สึกว่าหญิงสาวตรงหน้าไม่ได้มีความคุ้นเคยแม้แต่น้อยนางแตกต่างจากกู้ชิงเฉิงที่เขารู้จักโดยสิ้นเชิง แต่นางก็ยังคือกู้ชิงเฉิงเรื่องนี้ทำให้เขาคิดไม่ตก

            ทั้งๆที่เป็นคนเดียวกัน แต่กลับมีอุปนิสัย พฤติกรรมและการกระทำที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง  แต่กู้ชิงเฉิงในยามนี้กลับไม่ทำให้ผู้คนรู้สึกรังเกียจกระทั่งทำให้เขาปรารถนาที่จะเข้าใกล้นางโดยไม่รู้ตัว

            “ไม่จำเป็น ข้าไม่ต้องการ” กู้ชิงเฉิงดึงมือที่ถูกเขากุมออกด้วยน้ำเสียงอันเย็นชา

            ในตอนนี้นางมีชีวิตที่ดีงาม มีชื่อเสียงโด่งดัง และเป็นอิสระย่อมไม่ปรารถนาที่จะกลับไปยังตำหนักบูรพาและถูกกักขังอีก อย่างไรก็ตามนางก็สามารถใช้ประโยชน์จากโม่อวี้เฉินได้ นี่ก็เป็นสิ่งที่เขาเสนอตัวเองมา

            “ชิงเฉิง!” โม่อวี้เฉินถูกทำร้ายจิตใจ “ขอโอกาสให้ข้าสักครั้งได้หรือไม่? เซวียนเอ๋อร์ก็เติบโตขึ้นทุกวันเจ้าก็ควรจะคำนึงถึงความรู้สึกของเขาด้วยนะ! เขาต้องการพ่อ”

            “ข้าจะหาพ่อที่ดีให้เขาเองเพคะ” กู้ชิงเฉิงพยักหน้าพลางเอ่ยอย่างจริงจังเพียงแต่นางมีมาตรฐานสูงไปสักหน่อย จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีผู้ใดเหมาะสมดังนั้นนางจึงต้องพยายามต่อไป

            “ข้าคือพ่อของเขา” โม่อวี้เฉินเกือบจะบันดาลโทสะสตรีผู้นี้กำลังพูดเรื่องอันใดกัน ให้ตายเถอะ

            “สิ่งที่ท่านพูดไม่มีผลอะไรหรอกเพคะ” กู้ชิงเฉิงโบกมือ“สิ่งที่ข้ากล่าวถึงต่างหากที่ถูกต้อง และข้าจะต้องไปที่หอชิงอวี่ท่านเองควรคิดให้รอบคอบว่าจะให้ท่านอ๋องไปกับข้าหรือไม่เพราะกู้ตงหลิงย่อมไม่ยอมละเว้นง่ายๆ ระหว่างทางคงไม่สงบสุขนัก”

            “เจ้าไม่จำเป็นต้องกล่าวอันใดอีก ท่านอาตัดสินใจแล้ว” โม่อวี้เฉินใช้ความพยายามอย่างมากจึงจะสามารถโน้มน้าวรุ่ยอ๋องได้ย่อมไม่ยอมไปหว่านล้อมให้เปลี่ยนใจ ในทางตรงกันข้ามเขายังต้องคอยระวังไม่ให้รุ่ยอ๋องเปลี่ยนใจอีกด้วย

            “หากวันหนึ่งท่านอ๋องล่วงรู้ว่าท่านกำลังใช้ประโยชน์จากเขาข้ายังอดสงสัยมิได้ว่า เขาจะหักขาของท่านหรือไม่!” กู้ชิงเฉิงเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์

            

            เชิงอรรถ 

            [1]ขิงยิ่งแก่ยิ่งเผ็ด (姜还是老的辣) เปรียบเปรยผู้ใหญ่สูงอายุสามารถแก้ปัญหาต่างๆได้รวดเร็วกว่าดีกว่า เนื่องจากสั่งสมประสบการณ์มามาก

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นแพทย์หญิงตัวร้ายพร้อมลูกชายอัจฉริยะ【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730